หน้าหลัก ประวัติศาสตร์ เมืองพร้าว วัดพระธาตุกลางใจเมือง ศูนย์รวมจิตใจชาวเมืองพร้าว
วัดพระธาตุกลางใจเมือง ศูนย์รวมจิตใจชาวเมืองพร้าว PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ภาษาสยาม   
วันเสาร์ที่ 08 ตุลาคม 2011 เวลา 00:00 น.

 

 

                                              วัดพระธาตุกลางใจเมืองศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองพร้าว

 

          

 

 

             วัดพระธาตุกลางใจเมือง  เป็นวัดร้างมานานเมื่อสมัยใดไม่มีใครทราบ  เดินผ่านไปผ่านมาจะมองเห็นองค์พระธาตุตระหง่านอยู่  จนมาถึงวันที่  24  ตุลาคม  เดือนเกี๋ยงเหนือ  ( เดือน 11) แรม 5 ค่ำ 2472  ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย แห่งสำนักบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน  ได้เดินทางมาพักที่ถ้ำเชียงดาว อำเภอเชียงดาว  คณะศรัทธาพี่น้องอำเภอพร้าวทราบข่าว  ท่านครูบาเจ้ามาพักที่ถ้ำเชียงดาวก็ได้พากันไปนมัสการทำบุญร่วมกับท่านเป็นจำนวนมาก  พ่ออุ้ยคำตัน จันทร์จรมานิตย์  ก็ได้อาราธนานิมนต์ท่านมาอำเภอพร้าวท่านก็รับนิมนต์ วันที่  25  ตุลาคม  ท่านก็ออกเดินทางจากถ้ำเชียงดาว  สมัยนั้นทางเข้าสู่อำเภอพร้าวไม่มีทางรถยนต์  ท่านต้องย้อนล่องใต้สู่ทางเดินเข้าอำเภอแม่แตง  ผ่านมาทางบ้านช่อแล อำเภอแม่แตง มาทางแม่วะ  แม่จวน  ห้วยหินฝน  มานอนค้างที่วัดแม่แพง อำเภอพร้าว  เพราะเดินทางโดยเท้าขึ้นเขาลงห้วย  มาพักฉันอาหารเช้าที่วัดแม่แวนหลวง อำเภอพร้าว  มาถึงวัดสันทรายเวลา  17นาฬิกาของวันที่  26  ตุลาคม  2427  มาพักที่วัดสันทราย  1  คืน ตอนกลางคืนท่านก็เข้าวิปัสสนา  พอรุ่งเช้าท่านก็บอกแก่คณะศรัทธาที่มาทำบุญเป็นจำนวนมากพร้อมกันกับพ่ออุ้ยคำตัน จันทร์จรมานิตย์ ที่ปฏิบัติใกล้ชิดท่าน  ท่านบอกว่าวัดท่านครูบาจะได้สร้างมีทิศตะวันออก ไม่ไกลจากที่นั่นเมื่อฉันอาหารเช้าเสร็จแล้ว  ท่านก็ออกเดินทางนำหน้าคณะศรัทธามุ่งหน้ามาทางทิศตะวันออก  พอมาถึงวัดร้าง  ( วัดพระธาตุ )  ท่านก็บอกว่า  วัดนี้ตรงกับที่รุกขเทวดามาบอก  ท่านก็พาคณะศรัทธาค้นตามกองอิฐ ตามองค์พระธาตุซึ่งพังลงมาตามกาลเวลาอันนานแสนนาน  ประมาณ  2  ชั่งโมง ท่านก็ได้พบศิลาจารึก เป็นหินสีดำนิล  ปรากฏว่ามีตัวหนังสือของภาคเหนือมีใจความว่า  “วันพฤหัสบดี เดือน 6  ขึ้น  7  ค่ำ  ปีชวด  พ.ศ.  1928  กือนาธรรมมิกราชา  ( ผู้สร้าง )  วัดนี้ชื่อว่าสะดือเมือง “  พบของจำนวนมาก  ท่านจึงมีผอบบรรจุพระธาตุ  เทียนเงินเทียนทอง  ส่วนหินสีดำนิลนั้นท่านครูบาว่าเป็นของมีค่ามาก  บรรจุไว้ในองค์พระธาตุ  ให้รักษาไว้กับวัดมีระฆังทองปนเงิน 1อัน  สลักอักษรขอมโดยรอบ เสียงกังวานมาก  ท่านสร้างพระธาตุ โบสถ์ พร้อมๆกันเป็นเวลาสองเดือนก็เสร็จบริบูรณ์แล้ว ก็ได้ถวายทานและตั้งชื่อใหม่ว่า  วัดพระธาตุกลางใจเมือง  วัดนี้เป็นวัดวิเวกเพราะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน 1ถึง 2 กิโลเมตร  เมื่อท่านสร้างเสร็จแล้วก็เดินทางกลับไปวัดบ้านปางและได้สร้างวัดสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน  อีกเป็นจำนวนมากเมื่อท่านมรณภาพไป  ทางคณะกรรมการก็ได้แบ่งอัฐิดูกแขนเบื้องขวา มาบรรจุไว้ที่วัดพระธาตุกลางใจเมือง  ให้เป็นที่สักการบูชาแก่ทุกๆ คน

           พี่น้องชาวอำเภอพร้าว   และอำเภอใกล้เคียงจะมาสรงน้ำพระธาตุ   และอัฐิของครูบาเจ้าทุกเดือน   9  เหนือ  ( เดือน 7) ขึ้น 15ค่ำ  เป็นประจำทุกปี เป็นประเพณีที่พี่น้องชาวอำเภอพร้าวจะลืมเสียไม่ได้ พอเดือน  9  เหนือ ( เดือน 7)มาถึงวันขึ้น 14ค่ำ  จะมีการสมโภชน์ตลอดคืน  วันขึ้น 15ค่ำ จะมีการจุดบอกไฟเป็นพุทธบูชาตลอดวัน

 

  

ประวัติย่อของไม้ศรีมหาโพธิ์ 3ต้น

 

ของ วัดพระธาตุกลางใจเมือง ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

 

                 เมื่อสมัยพุทธกาลก่อนโน้น  มีพระอรหันต์เจ้าชื่อโมคคัลลานะ  ได้เดินทางเผยแพร่พระธรรมคำสั่งสอน  ของพระสัมมาสัมมาพุทธเจ้ามาสู่ล้านนาประเทศคือแคว้นล้านนาไทย  ได้ผ่านมาอำเภอพร้าว  มาทางทิศใต้ถึงบ้านโหล่งขอด  สายบาตรของท่านทำท่าจะขาด จึงให้ท้าวมหายักษ์ไปขอด้ายจากชาวบ้านมาเย็บต่อสายบาตรของท่าน ปรากฏว่าไม่ได้ชาวบ้านบอกไม่มี ท่านจึงขอดสายบาตรของท่านที่นั่นจนปรากฏได้นามชื่อว่าขอดมาจนทุกวันนี้  ( ที่น่าอัศจรรย์ว่าชาวบ้านโหล่งขอดปลูกฝ้ายไม่มีดอกฝ้ายจนเท่าทุกวันนี้ )  ท่านได้เดินทางสู่ทิศเหนือ  มาพักที่ถ้ำ  ปัจจุบันนี้ตั้งอยู่เชิงเขาด้านทิศตะวันออกของตัวอำเภอปัจจุบันห่างประมาณ 7กิโลเมตร  จนได้ชื่อว่าถ้ำโมคคัลลานะมาจนทุกวันนี้ และท่านได้ผ่านมาทางวัดพระธาตุ ท่านได้ใช้ท้าวมหายักษ์เอากิ่งไม้ศรีมหาโพธิ์  ซึ่งท้าวมหายักษ์ได้นำมาพร้อมกับท่าน ตัดออกเป็น  3  ท่อน เอามาปลูกไว้เรียงไปทางทิศตะวันตก 1 2 3 ตามลำดับจนปรากฏมาทุกวันนี้  ตามตำนานเมืองเหนือระบุว่าท่านได้เอาเสาอินทขิลมาฝังไว้ที่วัดพระธาตุ  ท้าวมหายักษ์ก็เลยถวายดาบไว้ที่วัดพระธาตุด้วย  ต่อจากนั้นท่านได้ไปสู่ดอยขุนโก๋น  ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือตัวอำเภอพร้าวประมาณ 8กิโลเมตร  ตำนานกล่าวมหายักษ์ได้กวนใจท่านจนท่านหนีมาอยู่ถ้ำดอกคำ  ท้าวมหายักษ์ได้เอาดอกไม้คำมากับท่านที่ถ้ำจนได้ชื่อว่า  ถ้ำดอกไม้คำ  มาจนทุกวันนี้

               ไม้ศรีมหาโพธิ์ต้นแรก ( ต้นที่ติดกับวัด )  เมื่อประมาณร้อยปีเศษ  กลางคืนเกิดพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักทำให้ต้นไม่ศรีต้นแรก ซึ่งมีกิ่งก้านสาขางามนั้นล้มคลืนลงมาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งเป็นหลุมหนองน้ำ  ตามคำบอกของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน บอกว่าสมัยวัดพระธาตุสร้างอยู่นั้นพอถึงฤดูฝนน้ำจะขัง  ปลาชุมมาก  ชาวบ้านใกล้เคียงชอบเอาไซ ( เครื่องดักปลา )  ไปดักไว้ตามกิ่งไม้ศรีมหาโพธิ์ซึ่งล้มลงมานั้นเป็นประจำ  อยู่มาอีก 2ปี มีคืนหนึ่งเกิดฝนตกหนัก แผ่นดินไหว ฟ้าร้องฟ้าผ่าตลอดคืน พอรุ่งเช้าชาวบ้านไปยกไซเอาปลา  แต่ปรากฏว่าไม้ศรีมหาโพธิ์ได้ลุกขึ้นตั้งต้นดังเดิม โดยมีไซเครื่องมือดักปลาของชาวบ้านไปติดบนยอดไม้ศรีมหาโพธิ์หมด ชาวบ้านพากันแตกตื่นไปดู  บางคนก็หาไม้ไปค้ำไว้สมัยนั้นบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดคือบ้านสันศรี มีพ่อต๊าวอาจ แม่แก้ว เป็นนายบ้าน  ได้นำลูกบ้านไปแผ้วถางเอาไม้ค้ำ  กลัวไม้ศรีมหาโพธิ์จะล้มลงมาอีก  พ่อต๊าวอาจก็เลยเปลี่ยนชื่อบ้านสันศรีมาเป็นศรีค้ำ จนทุกวันนี้ พอไม้ศรีมหาโพธิ์ลุกขึ้นเองได้พอวันต่อมาเวลาบ่าย  ตามคำบอกของผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีอายุมากหลายคนในหมู่บ้านที่มีชีวิตอยู่  ท่านบอกว่าจะมีควันออกจากต้นไม้ศรีมหาโพธิ์  สีขาวพุ่งพวยขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นลำยาวอยู่ถึง 7วัน 7 คืน  ในขณะนั้นจะมีประชากรทั้งใกล้และไกล ก็พากันเอาน้ำอบ น้ำหอมมาสะสรงกราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมาก  พอถึงสงกรานต์เมืองเหนือ จะมีชาวบ้านในอำเภอ ต่างอำเภอ ต่างจังหวัดมาเที่ยวอำเภอพร้าว จะมากราบไหว้บูชาเป็นประจำทุกปี

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 10 เมษายน 2012 เวลา 10:52 น.
 

กระทู้ล่าสุด

Facebook Like Box

ออนไลน์

เรามี 9 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้112
mod_vvisit_counterเมื่อวาน2208
mod_vvisit_counterอาทิตย์นี้112
mod_vvisit_counterเดือนนี้23145
mod_vvisit_counterทั้งหมด2006866