หน้า 32 จากทั้งหมด 32

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

โพสต์เมื่อ: เสาร์ 25 ก.ค. 2020 8:53 pm
โดย admin
ดอกไม้ในหน้าฝน ดอกเข็ม จันทร์ดารา และผกากรอง
7192_resize.jpg
7192_resize.jpg (127.53 KiB) เปิดดู 403 ครั้ง

7195_resize.jpg
7195_resize.jpg (83.39 KiB) เปิดดู 403 ครั้ง

7194_resize.jpg
7194_resize.jpg (149.75 KiB) เปิดดู 403 ครั้ง

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

โพสต์เมื่อ: เสาร์ 25 ก.ค. 2020 8:58 pm
โดย admin
วิวดีๆกับธรรมชาติ บรรยากาศท้องนา
7200_resize.jpg
7200_resize.jpg (86.39 KiB) เปิดดู 403 ครั้ง

7198_resize.jpg
7198_resize.jpg (107.56 KiB) เปิดดู 403 ครั้ง

7199_resize.jpg
7199_resize.jpg (72.98 KiB) เปิดดู 403 ครั้ง

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

โพสต์เมื่อ: อังคาร 28 ก.ค. 2020 6:44 pm
โดย น้ำฝน ทะกลกิจ
อยากเล่าให้ฟังมานานแล้ว เหตุใดจึงอยากทำสวนเกษตรผสมผสานบ้านเพียงพอ ไม่ใช่เพราะตามเทรนด์ ไม่ใช่เพราะสร้างจุดขาย แต่เริ่มต้นจาก...
7197_resize.jpg
7197_resize.jpg (218.15 KiB) เปิดดู 333 ครั้ง

๑.เริ่มจากลูกเห็บตก สวนดอกไม้ที่ครอบครัวเราทำพังหมด จึงหันกลับมาปรึกษากันในครอบครัว ว่าเรากลับมาทำสวนในพื้นที่ดั้งเดิมเราดีไหม บ่อเก็บน้ำก็มีแล้ว สรุปว่าทำ แต่พ่อแม่ไม่คุ้นกับเกษตรผสมผสาน ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจพอสมควร

๒.ทำไมต้องเพียงพอ..พอเพียง เราต้องการให้เป็นเครื่องเตือนสติ ว่าให้ตั้งมั่นในความพอดี อย่าทำอะไรเกินตัว อย่าเห่อเหิมตามสังคมรอบข้าง รู้จักแยกแยะตามความพอเหมาะพอควร ไม่อวดวัตถุว่าเป็นสิ่งสูงค่ากว่าจิตใจ

๓.เราอยู่ในสังคมที่มีคนรู้จักมากมาย หลายระดับ แต่เราอยากวางตนให้เสมอพื้น..ไม่ว่าชีวิตจะก้าวหน้าไปแค่ไหน อยากให้ยึดพื้นฐานรากเหง้า ความสมถะเป็นหลัก การมีผู้ใหญ่หลายท่านปกป้องอุ้มชู..อย่าได้หลงระเริง ให้มีแนวคิดที่พอเหมาะ พอดี พองาม

ยกตัวอย่าง ตอนที่จะแต่งงาน เราคุยกับในครอบครัวว่า เรามีหน้าตาในสังคมก็ควรจัดงานแต่ง เพื่อให้เกียรติพ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ แต่เราจะยึดประเพณีดั้งเดิมเป็นหลัก ไม่เอาเงินมากองอวดคน แล้วต้องมาเครียดทะเลาะกันเพราะเป็นหนี้ งานเราจึงออกแบบมาแบบล้านนา ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆนั้นไม่เกินงบ ส่วนหนึ่งมาจากการวางแผนที่ดี และความเมตตาจากคนรอบข้าง เราไม่สนว่าใครจะเอาไปเปรียบเทียบกับลูกบ้านไหน เพราะพ่อแม่บอกว่า 'ไม่ได้ขายลูกกิน' และที่สำคัญตัวเราเองนั้น การวางตัว หน้าที่การงาน และการสร้างชื่อในวงสังคม เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพอวดใคร อยู่กับภาพจริงดีที่สุด

๔.เราอยากรักษาภูมิปัญญา รักษาความเป็นธรรมชาติ และพันธุ์พืชเอาไว้ ที่สำคัญคือการทำงานที่แสนยุ่งนั้น เมื่อได้เห็นภาพหรือไปพักในสวนมันหายเหนื่อย มันคือความสุข ไม่ต้องแกล้งชอบเพื่อเป็นจุดขาย เพราะมันฝังลึกในจิตวิญญาณมานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องตอแหล ถึงจะมีคนไม่เข้าใจว่าทำอะไรของมันวะ ไม่เห็นเป็นรายได้จริงจังเข้ามาสักที อยากบอกว่า "เรื่องของกู" ถ้าอยากรู้ก็รอดูไป..ไม่แคร์คำพูดใครทั้งนั้น

เกิดเป็นคนต้องเป็นตัวของตัวเอง มีภูมิคุ้มกันจากสังคมรอบข้าง รู้จักใช้คุณธรรมมาคุมใจ และเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต..นั่นแหละคือความสุขที่ยั่งยืน