อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

ข้อมูลความรู้ทั่วไปและการทำบุญ

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 06 พ.ค. 2019 5:04 pm

เชียงใหม่ เหมันต์๒๕๖๒

ทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนในสวนสาธารณะกาดต้นลำไยซึ่งตั้งอยู่ถัดจากถนนทิศตะวันออกของกาดติดลำน้ำปิง สายลมเย็นโชยมาเบาๆพร้อมกับกลีบดอกลมแล้งที่ปลิดปลิวลงมาเป็นสายราวกับภาพฝัน เราใช้เวลารำลึกอดีตอยู่ที่นี่ราวยี่สิบนาที..

BeautyPlus_20190504102810833_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190504102810833_save_resize.jpg (129.3 KiB) เปิดดู 3708 ครั้ง


กาดหลวง..เป็นตลาดของฝากที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศรู้จักกันดี แต่สำหรับเรานั้นตอนเป็นวัยรุ่นเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่พักใหญ่ ด้วยการเป็นพนักงานขายรองเท้าอยู่ใน'ร้านเทเลอร์'บริเวณทางลงจากสะพานลอยจุดที่ใช้ข้ามไปมาระหว่างกาดต้นลำไยและกาดวโรรส ทุกวัน..ช่วงสายๆเราจะขึ้นรถเมล์เหลืองจากทุ่งโฮเต็ลมาลงที่กาดหลวง หากยังไม่ถึงเวลางานก็จะเดินเล่นแถวๆริมน้ำปิงรอ

เราทำงานสิบโมงครึ่งถึงห้าโมงเย็น แล้วจึงพากันเดินเรียงแถวไปทำงานสาขาไนท์บาซาร์ต่อจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง ถ้าลูกค้ายังออกจากร้านไม่หมดก็ต้องรอ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากเรียนต่อ เพราะอยู่ดีๆก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ไม่ชอบชีวิตแบบนี้เลย จึงสะกดจิตตนเองว่า 'ฉันจะต้องทำงานเช้าเลิกเย็นเหมือนคนอื่นๆให้ได้' ตอนนั้นมองว่าเป็นแค่ความคิดเฉยๆ แต่พอเวลาผ่านไปดันเป็นตามนั้นจริงๆ ในชีวิตมักเกิดเหตุการณ์ตามความตั้งใจบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเดินถูกทางหรือเพราะความบังเอิญ

วันนี้กลับมาถิ่นเก่าอีกครั้ง เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้ไปเดินชิลๆในเวลาเดิมๆ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือน้ำปิงสายเดิม ที่ยังคงไหลจากเหนือลงใต้เป็นเวลานับพันปี เราก็คงเหมือนน้ำปิง ที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เหมือนดังที่ผู้ใหญ่แถวบ้านคุยกัน บอกว่าเด็กรุ่นใหม่พอโตเขาจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก มีแต่เรานี่แหละ ทั้งหน้าตา บุคลิก การพูดจา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็ยังเหมือนเดิม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่มีคนวิจารณ์ทำนองนี้ แน่นอน..ยามอยู่ในสังคมคนย่อมต้องเปลี่ยนไปตามหัวโขนที่สวมใส่ แต่ยามเป็นตัวของตัวเองเราเชื่อว่าหากไม่ติดกับหน้ากากจนเกินไปนัก..ตัวตนของทุกคนย่อมคงอยู่ตลอดชีวิต

๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒

20190504_103019_resize.jpg
20190504_103019_resize.jpg (363.57 KiB) เปิดดู 3708 ครั้ง



วันก่อนโพสต์ในเพจเล่าถึงว่า ตอนวัยรุ่นเคยทำงานอยู่ร้านรองเท้าแถวๆกาดหลวง จึงชอบไปเดินเล่นริมน้ำปิง และเกิดความตั้งใจว่าวันหนึ่งจะทำงานเช้าเลิกเย็นเพื่อให้มีเวลาตรงกับคนอื่นๆในครอบครัว โดยไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด จึงทำให้มีคอมเมนต์แนะนำให้อ่านหนังสือคู่มือการเป็นมนุษย์ ด้วยเหตุผลว่าจะได้รู้จักหน้าที่ของตนเองมากขึ้น จึงอยากเล่าให้ฟังว่า ที่ตอนแรกเราไม่เรียนต่อ ไม่ใช่เพราะไม่รู้หน้าที่ของตนเอง แต่เป็นเพราะบ้านอยู่อำเภอไกลๆ เขาก็ไม่ค่อยเรียนหนังสือกัน อีกประการคือเราเป็นครอบครัวชาวนาไม่ได้ร่ำรวย พอเพื่อนชวนไปทำงาน เราก็คิดว่าจะได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่ แต่พอทำงานแล้วเกิดข้อคิดดังกล่าว เราจึงเรียนไปและทำงานไปด้วย


ในส่วนของการใช้ชีวิต หากจะให้หนังสือฮาวทูนำทางก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ทางที่ดีที่สุดมนุษย์ทุกคนต้องรู้จักตนเองด้วยการสังเกต ศึกษาตัวตน ไม่ใช่ทำตามหนังสือ เพราะหนังสือมันก็แค่พูดกว้างๆไม่ได้ตรงกับชีวิตใคร ๑๐๐ % คำแนะนำจากคนที่ไม่รู้จักบางทีเป็นความหวังดี แต่ถ้าพูดโดยไม่ตรองดีๆ ฟังแล้วมันอาจจะกลายเป็นการเหยียด หรือการตำหนิได้ เพราะคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนั้น มักจะมองเจตนากันไม่ออก อยู่ดีๆบอกให้อ่านหนังสือสอนความเป็นมนุษย์ จะได้รู้จักหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น มันแปร่งๆเหมือนตำหนิว่าไม่มีความเป็นคน ไม่รู้หน้าที่ของตนเอง จริงๆไม่ได้ถือสาหาความแต่คิดว่าเพราะเราไม่รู้จักกัน จึงทำให้เกิดการมโน ตีความผิดๆ แนะนำตัวเลยดีกว่า


ชีวิตของเราก็ผ่านทางเดินหลายสายนะ เดินทางเข้ากรุงเทพฯโดยไม่มีใครคอยพยุง เข้าไปสมัครทำงานโดยไม่มีใครแนะนำ ไม่มีคนรู้จัก จนมาถึงวันนี้ที่เราสามารถอยู่ด้วยตนเองได้ คงจะเป็นเครื่องยืนยันความรู้จักตัวตนได้ในระดับหนึ่ง
ตามลิงก์คือประวัติของแอดมินในปัจจุบัน บางทีการที่เราเรียนรู้กันคงทำให้มีข้อมูลการสนทนามากขึ้น จะได้ไม่หมางใจกันในลำดับต่อไป คลิกที่ลิงก์ได้เลยค่ะ กว่าจะมาเป็นแอดมินน้ำฟ้า...เราผ่านอะไรมาบ้าง เชิญทัศนา

http://www.pasasiam.com/home/index.php/ ... 9-00-41-11
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 06 พ.ค. 2019 5:17 pm

สะพานขาวทาชมภู อำเภอแม่ทา ลำพูน

20190504_140156_resize.jpg
20190504_140156_resize.jpg (93.61 KiB) เปิดดู 3708 ครั้ง


ทุกครั้งที่กลับบ้านช่วงปิดเทอมมักจะไปไหว้พระตามวัดต่างๆอยู่เสมอ วันนี้ก็เช่นกัน ไหว้พระ ๓ วัด วัดโลกโมฬี วัดเกตการาม และวัดมหาวัน จากนั้นจึงแวะมาลำพูนเพื่อชมความงามของสะพานขาวทาชมภู หรือสะพานขาวชาวลำพูน เป็นสะพานที่เป็นทางรถไฟอันสัญลักษณ์ให้ผู้โดยสารทราบว่าได้ลงจากดอยขุนตานมายังพื้นราบใกล้ถคงสถานีทาชมภูแล้ว
ไฟล์แนป
20190504_135054_resize.jpg
20190504_135054_resize.jpg (169.72 KiB) เปิดดู 3708 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 06 พ.ค. 2019 5:24 pm

วัดโลกโมฬี อำเภอเมือง เชียงใหม่
ยุคที่ ๑ ตำนานวัดพระธาตุดอยสุเทพ บันทึกไว้ว่า ปีพุทธศักราช ๑๙๑๐ ในสมัยพญากือนาธรรมิกราช กษัตริย์ในราชวงศ์มังราย ลำดับที่ ๖ เสวยราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่ พระองค์ทรงเสื่อมในศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปรารภได้พระภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎกพระพุทธพจน์สามารถทำสังฆกรรมใหญ่น้อยได้ทุกประการมาไว้ในอาณาจักร เมื่อได้ทรงทราบสุปฏิปันตาทิคุณแห่งพระอุทุมพรบุปผามหาสวามีเจ้า ซึ่งอยู่ที่เมืองพัน จึงให้ราชทูตไปอาราธนาพระมหาสวามีเจ้า แต่พระสวามีเจ้ารับนิมนต์ไม่ได้ จึงให้ภิกษุลูกศิษย์ ๑๐ รูป มีพระอานนท์เถรเป็นประธานมาสู่เมืองเชียงใหม่แทนท่านพญากือนา ก็ให้พระเถระเจ้าทั้งหลายพำนักอยู่ ณ วัดโลกโมฬี กำแพงเวียงชั้นนอก บ้านหัวเวียง

20190504_094932_resize_resize.jpg
20190504_094932_resize_resize.jpg (106.72 KiB) เปิดดู 3708 ครั้ง


จากหลักฐานที่ปรากฏนี้พอจะอนุมานได้ว่า วัดโลกโมฬี น่าจะสร้างขึ้นในสมัยพญากือนาประมาณปีพุทธศักราช ๑๙๑๐ หรือก่อนหน้านั้น

ยุคที่ ๒ ๑๖๐ ปีต่อมา หนังสือตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่หน้า ๘๗-๘๘ บันทึกไว้ว่า ปีพุทธศักราช ๒๐๗๐ ในสมัยของพระเมืองเกศเกล้า กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ ๑๒ (พระเมืองเกศเกล้าเมืองครั้งที่ ๑ ปี พ.ศ ๒๐๖๘-๒๐๘๑ ) หลักฐานบันทึกไว้ว่า “พญาเกศได้ถวายบ้านหัวเวียงให้เป็นอารามวัดโลกโมฬี ) ปีพุทธศักราช ๒๐๗๑ พญาเกศ เมื่อได้บูรณะฟื้นฟูวัดโลกโมฬีและได้ทำบุญฉลองถวายให้เป็นอารามวัดโลกโมฬีแล้ว ก็ได้ทรงสร้างพระเจดีย์ ขนาดองค์ใหญ่ (มหาเจดีย์) ขึ้น พร้อมกันนั้นก็ได้สร้าง พระวิหาร เพื่อใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน พระเมืองเกศเกล้า หรือพญาเกศ ครองราชย์ครั้งที่ ๒ เป็นลำดับที่ ๑๔ พ.ศ ๒๐๘๖-๒๐๘๘ พญาเกศฯ ทรงออกผนวชมีพระสิริมังคลาจารย์เป็นพระอุปัชฌาจารย์ พระองค์ยังได้โปรดเกล้าแต่งตั้ง พระมหาสรภังค์เถระเป็นพระมหาสังฆราชนครพิงค์เชียงใหม่พญาเกศเสด็จสวรรคตถูกขุนนางลอบปลงพระชนม์ในปีพุทธศักราช ๒๐๘๘

หลังจากสวรรคตแล้ว ข้าราชการขุนนาง ได้ทำพิธีปลงศพที่วัดแสนพอก กำแพงเมืองชั้นในหลังจากได้ถวายพระเพลิงแล้วก็ได้นำพระอัฐิของพระองค์มาบรรจุไว้ ณ วัดโลกโมฬี เอากระดูกไปบรรจุไว้ยังวัดโลกโมฬี ฝ่ายแจ่งหนเหนือทางนอกนั้น”
ปีพุทธศักราช ๒๐๘๘ หลังจากที่พญาเกศ ได้สวรรคตแล้ว พระนางจิระประภา ราชธิดาของพญาเกศ ก็ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาเป็นกษัตริย์ ในราชวงศ์มังรายลำดับที่ ๑๕

ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ครั้งนั้นเมืองเชียงใหม่มีเหตุการณ์ไม่สงบ เนื่องจากขุนนางทั้งหลายไม่สามัคคีกัน สมเด็จพระไชยราชาธิราช กษัตริย์อยุธยาได้ยกทัพขึ้นมาหมายจะตีเมืองเชียงใหม่ พระนางจิระประภาทรงทราบว่า กำลังทัพหลวงของพระไชยราชาธิราช และเมืองเชียงใหม่ไม่พร้อมที่จะรับศึกได้ เมื่อกองทัพพระไชยราชาธิราช ยกทัพมาถึงนอกเมือง พระนางจึงได้แต่งเครื่องราชบรรณาการออกปถวายและทูลเชิญเสด็จพระไชยราชาธิราช ได้นำเสด็จมาทำบุญที่กู่เฝ่า พระเมืองเกศเกล้า ที่วัดโลกโมฬี สมเด็จพระไชยราชาธิราชได้พระราชทานพระราชทรัพย์ทำบุญไว้กับกู่พญาเกศเกล้าอีก ๕,๐๐๐ เงิน กับผ้าทรง ๑ ผืน นอกจากนั้นยังได้รับพระราชทานรางวัลให้กับเจ้านาย ขุนนางที่รับเสด็จด้วย

ยุคที่ ๓ ๖๐ ปี ต่อมาหลังจากที่เมืองเชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าหลักฐานพงศาวดารโยนกและตามรอยโครงมังทรารบเชียงใหม่ ในปีพุทธศักราช ๒๑๔๙ กษัตริย์ที่ครองเชียงใหม่ชื่อ มังนราช่อ (สาวัตถีนรถามังคะยอ)ซึ่งเป็นราชบุตรของพระเจ้าบุเรงนอง (ครองราชย์ พ.ศ ๒๑๒๒-๒๑๕๐) ได้มีเมตตาธรรมให้พระมหาสมเด็จวัดโลกโมฬี ไว้กับวัดวิสุทธาราม ให้คนบ้านแปะและพวกยางบนดอยเป็นข้าวัดดูแลห้ามฝ่ายบ้านเมืองนำไปใช้แม้จะมีศึกสงคราม (วัดบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ปัจจุบัน)

ปีพุทธศักราช ๒๑๘๒ หลักฐานตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ บันทึกไว้ว่า พระเจ้าสุทโธธรรมราชา ได้มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาและได้อาราธนาพระสวามี ถวายทานในพระบาทสมเด็จพระสังฆราชโมฬีเจ้า วัดทุกวัดเป็นราชฐาน ทำบุญเดือนยี่เป็ง บูชาพระพุทธรูป พระธาตุเจ้าและพระภิกษุ สามเณร ตามพระราชประเพณีแห่งเมืองเชียงใหม่

ยุคที่ ๔ ยุคกาวิละวงศ์ หลักฐานรายชื่อวัดในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่
ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ สมัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ และสมัยของเจ้าอินทวโรรส เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำดับที่ ๗ และ ๘ มีบันทึกไว้ว่า “ วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่แขวงบ้านทับม่านขึ้นกับแคว้นเจ็ดยอด เจ้าอธิการชื่อ ตุ๊พวง นิกายเชียงใหม่ ยังไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์ รองอธิการชื่อ ตุ๊คำ และในปีพุทธศักราช ๒๔๕๒-๒๔๘๒ พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าครองนครเชียงใหม่ลำดับที่ ๙ ได้ บูรณะวัดโลกโมฬี เหนือเวียงและสร้างพระพุทธรูปพร้อมทั้งธรรมมาสน์
หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ที่จะบอกถึงความเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาต่อเนื่องมาอีก นับแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒

ประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ วัดโลกโมฬี ก็ตกอยู่ในสภาพเป็นวัดที่ว่างเว้นจากผู้ปกครองสงฆ์นาน ๖๐ ปี ที่ดินของวัดในอดีตก่อนหน้านั้นมีเนื้อที่กว้างขวางหลายสิบไร่ ได้ถูกถือครองโดยเอกชนและต่อมามีการออกโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหลายแปลง จึงเหลือเนื้อที่ตามที่ปรากฏในหลักฐานขึ้นทะเบียนเป็นวัดร้าง ในความดูแลของกรมศาสนา จำนวนเนื้อที่ ๔-๑-๓๗ ไร่ พื้นที่ด้านหน้าของพระเจดีย์ ซึ่งติดถนนมณีนพรัตน์ กองศาสนาสมบัติกลางกรมการศาสนาได้ให้กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่าเป็นที่ทำการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปี อีกส่วนด้านทิศตะวันออกได้ให้สมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือเช่า เป็นที่ทำการของสมาคม ฯ เป็นระยะเวลาหลายสิบปีเช่นกัน และต่อมาสมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือได้ให้บริษัทโคโนโก้เช่าต่อ ถือสัญญาเช่ามีระยะเวลา ๓๐ ปี (๒๕๓๕) มีการปรับปรุงเป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

ยุคที่ ๕ ตั้งแต่ปี พุทธศักราช ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน
พระญาณสมโพธิ “ปัจจุบันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระเทพวรสิทธาจารย์” เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เจ้าคณะอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอ จังหวัดเชียงใหม่ และได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ในปี ๒๕๔๗ และเป็นรองเจ้าคณะภาค ๗ ในปัจจุบัน ได้พิจารณาสถานที่วัดร้างในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่มีเนื้อที่กว้างพอประมาณหลายแห่ง ดังนี้

วัดเจ็ดลิน (ร้าง) ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม่ (หลังตลาดประตูเชียงใหม่) ซึ่งเป็นวัดร้างมีเนื้อที่ ๗-๐-๙๖ ไร่ เพียงพอที่จะสร้างสำนักงานได้ จึงทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับที่ ๑ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ ๒๕๔๓ เพื่อเช่าพื้นที่ตามระเบียบของกรรมการศาสนา แต่มีปัญหาพื้นที่มีผู้บุกรุกอยู่จำนวนมาก จึงได้ทำหนังขอยกเลิกไป

วัดโลกโมฬี (ร้าง) พระญาณสมโพธิ (พระราชสิทธาจารย์) ได้ทำหนังสือลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ ๒๕๔๔ เพื่อขอเช่าวัดโลกโมฬี ตั้งอยู่ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดร้างเช่นกัน มีเนื้อที่ ๒-๓-๐๙ ไร่ แทนวัดเจ็ดลินที่ยกเลิกไป ขณะที่กำลังรอคำตอบจากกรรมการศาสนานั้น ก็ทราบว่ามีปัญหาคล้ายกัน ทั้งยังมีผู้ยื่นคำร้องขอเช่าที่ดินวัดร้างเพื่อทำประโยชน์ทางธุรกิจ สวนสาธารณะและอื่น ๆ ดังนั้นจึงได้มีหนังสือลงวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ ๒๕๔๔ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ ๖ เชียงใหม่ เพื่อขออนุญาติให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีปี๋ใหม่เมืองประจำปี ๒๕๔๔ มีกำหนด ๔ วัน คือ วันที่ ๑๒-๑๕ เมษายน พ.ศ ๒๕๔๔ และได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการได้

พระญาณสมโพธิจึงได้สั่งการให้มีการปรับพื้นที่ซึ่งรกร้างมานาน และกำหนดกิจกรรมงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง โดยได้รับความร่วมมือจาก นายบุญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์ (สื่อมวลชน) ได้ประชาสัมพันธ์ข่าวเผยแพร่เป็นระยะ ๆ จนเกิดกระแสจากพุทธศาสนิกชน พระมหาเถระผู้ใหญ่ เช่น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ วัดปากน้ำภาษีเจริญ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก วัดสระเกศ ได้เดินทางมาตรวจสถานที่เห็นว่าเหมาะสมที่จะยกให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาตลอดไป มหาเถระทั้งสองมีเมตตาที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ต่อมาพระญาณสมโพธิ (พระราชสิทธาจารย์) มอบหมายให้นายบุญธรรม ยศบุตร เลขานุการมูลนิธิพระบรมธาติดอยสุเทพ ทำหนังสือเรียนเชิญ ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น (ปัจจุบันได้โปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งองคมมนตรี) มาเป็นประธานเปิดงานในวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ ๒๕๔๔ โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน ๗๐๕ รูป ซึ่งเท่าอายุเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น มาเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล พร้อมกันนั้นพระสงฆ์ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ได้กระทำปทักษิณรอบพระเจดีย์รวม ๓ รอบ เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก

BeautyPlus_20190504095750514_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190504095750514_save_resize.jpg (115.44 KiB) เปิดดู 3708 ครั้ง


ต่อมา พระราชพุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือลงวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔ เพื่อขอยับยั้งการพิจารณาเช่าที่วัดร้างของกรรมการศาสนา และขอให้ยกวัดโลกโมฬี (ร้าง) เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาตลอดไปแทน ซึ่งก็ได้รับอนุมัติจากกรรมการศาสนา ตามประกาศวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ พร้อมหนังสือแต่งตั้งให้ พระญาณสมโพธิ เป็นรักษาการเจ้าอาวาส คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการฟื้นฟูวัดโลกโมฬี จึงได้จัดพิธีเฉลิมฉลองตราตั้งวัดโลกโมฬี ในช่วงเช้า พระญาณสมโพธฺ (พระราชสิทราจารย์) ได้ประกอบพิธีหล่อพระพุทธรูป พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ ขนาดหน้าตักกว้าง ๘๐ นิ้วขึ้น เพื่อเป็นองค์ประธานประจำวิหารหลังใหม่ เนื่องจากตรงกับเทศกาลยี่เป็งจึงได้มอบหมายให้อาจารย์ยุพิน เข็มมุกด์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่) จัดกิจกรรมเทศน์มหาชาติในเทศกาลยี่เป็งขึ้นเป็นครั้งแรกของวัดโลกโมฬีประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๔

กิจกรรมนี้ได้จัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเพื่อสืบสานและส่งเสริมประเพณีการตั้งธรรมหลวง ประกอบกับในช่วงนั้นมีภาพยนตร์เรื่องสุริโยทัย กำลังโด่งดังมาก ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องกล่าวถึงวัดโลกโมฬีและพระมหาเทวีจิระประภา ทางคณะกรรมการฟื้นฟูวัดจึงได้นำมาฉายให้ประชาชนได้ชม ปรากฏว่าประชาชนนับหมื่นให้ความสนใจ

ที่มา http://www.watlokmolee.com/
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 07 พ.ค. 2019 3:35 pm

วัดเกตการาม อำเภอเมือง เชียงใหม่

BeautyPlus_20190504110841783_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190504110841783_save_resize.jpg (18.93 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง


วัดเกตการาม หรือ วัดสระเกษ เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าสามฝั่งแกน โดยโปรดฯ ให้พระยาเมือง พระยาคำ และพระยาลือ สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.๑๙๗๑ ภายในวัดมีพระเจดีย์เกศแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นที่สักการะของชุมชน เนื่องด้วยตั้งอยู่ในชุมชนการค้าเก่าของชาวจีน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง สิ่งก่อสร้างในยุคหลังที่ได้บูรณะขึ้น จึงมีศิลปะจีนปนอยู่ ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเครื่องใช้โบราณต่างๆ และรูปเก่าที่หาชมยาก บอกเล่าเรื่องราวเก่าของเมืองเชียงใหม่ได้เป็นอย่างดี

ศาสนสถานและปูชนียวัตถุภายในวัดเกตการาม ประกอบด้วย
พระเจดีย์เกศแก้วจุฬามณี เป็นเจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา ซึ่งจำลองจากพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อให้สาธุชนได้สักการะ ฐานเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบย่อเก็จ มีซุ้มจระนำประดิษฐานองค์พระทั้งสี่ทิศ ส่วนบนตั้งแต่ปากระฆังถึงปลียอด ประดับด้วยทองจังโกดุนลาย โดยรอบมีเจดีย์บริวารทั้งสี่มุม

พระวิหาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงล้านนา หน้าบันประดับไม้แกะสลักลวดลายพรรณพฤกษา บัวหัวเสาประดับด้วยแก้วอังวะ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นประธาน

พระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูนรูปทรงล้านนา เชิงบันไดประดับปูนปั้นรูปนาค ผนังด้านหน้าพระอุโบสถประดับปูนปั้นรูปกิเลน สิงโต ปลา และลวดลายศิลปะจีน ประตูไม้แกะสลักเป็นรูปเทวดา หน้าบันประดับด้วยลายพรรณพฤกษา

ศาลาบาตร ศาลาก่ออิฐถือปูน ผนังประดับลายปูนปั้น ภายในมีงานจิตรกรรมจีน รวมทั้งเป็นที่เก็บรักษาหางหงส์เก่าและกลองหลวง
พิพิธภัณฑ์วัดเกตการาม ตั้งอยู่บริเวณกุฏิเก่าเจ้าอาวาส หรือ โฮงตุ๊เจ้าหลวง สร้างขึ้นด้วยการร่วมแรงร่วมใจของทางวัดและชุมชน ในการรวบรวมเอาเครื่องใช้ต่างๆ มาบริจาคและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งล้วนแต่เก่าแก่อายุร่วมร้อยปี อันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าของคนในยุคก่อนได้เป็นอย่างดี อาทิเช่น พระพิมพ์ ตาลปัตร พัดยศของพระภิกษุ คัมภีร์ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องครัวจากไม้ เครื่องแก้ว เครื่องเขิน เครื่องเล่นแผ่นเสียง ผ้าโบราณ และรูปถ่ายโบราณที่หาชมได้ยาก

20190504_113449_resize.jpg
20190504_113449_resize.jpg (109.12 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง


20190504_110141_resize.jpg
20190504_110141_resize.jpg (87.6 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง

วัดเกตการาม ตั้งอยู่ที่ ถ.เจริญราษฎร์ ต.วัดเกต อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 07 พ.ค. 2019 3:50 pm

วัดมหาวัน วัดศิลปะพม่าบนถนนท่าแพ

BeautyPlus_20190504123444892_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190504123444892_save_resize.jpg (103.86 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง


วัดมหาวันเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเชียงใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของคนเชียงใหม่ในสมัยก่อน มีตำนานเกี่ยวกับการสร้างวัดมหาวันว่า เป็นวัดที่สร้างในสมัยของพระเจ้ากาวิละเมื่อครั้งที่พระองค์ได้ทรงกอบกู้เอกราชคืน หลังจากที่เชียงใหม่ตกเมืองเมืองขึ้นของพม่ามายาวนานถึง ๒๐๐ กว่าปี วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๓๓๘ หลังจากที่สร้างวัดแล้ว พระองค์ได้ทรงปรับปรุงการปกครองบ้านเมืองและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาไปพร้อมๆ กัน
ไฟล์แนป
BeautyPlus_20190504122831425_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190504122831425_save_resize.jpg (79.89 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 07 พ.ค. 2019 4:01 pm

น้ำตกบัวตอง อำเภอแม่แตง น้ำตกหินปูนที่สามารถเดินขึ้น-ลงได้อย่างสนุกสนาน

BeautyPlus_20190502142327182_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190502142327182_save_resize.jpg (75.23 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง


ฝายนอน อำเภอแม่วาง ฝายน้ำสำหรับเล่นน้ำและนั่งพักผ่อน

BeautyPlus_20190503165630852_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190503165630852_save_resize.jpg (65.16 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง
ไฟล์แนป
59720898_2369262379792451_87023888617177088_n_resize.jpg
59720898_2369262379792451_87023888617177088_n_resize.jpg (71.95 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 07 พ.ค. 2019 4:17 pm

ภาพเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว วันคล้ายวันเกิด ๑๙ เมษายน ๒๕๖๒ ณ บางขุนเทียน กม.0

BeautyPlus_20190419192950404_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190419192950404_save_resize.jpg (24.09 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง


หลักกิโลเมตรที่ 0 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ที่เดิมทีแล้วเป็นหลักกิโลเมตรบนผืนดิน หลังจากเมื่อเวลาผ่านไป น้ำได้กัดเซาะฝั่งเข้ามาเรื่อยๆจนในที่สุดผืนดินบางส่วนได้หายไปกลายเป็นผืนน้ำขึ้นมาแทนที่ ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณปี ๒๕๒๐ บริเวณนั้นยังเป็นแผ่นดิน แม้จะมีน้ำทะเลหนุนเข้ามาบ้าง แต่ก็สามารถเดินไปมาหาสู่กันได้

BeautyPlus_20190419192850025_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190419192850025_save_resize.jpg (26.72 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง


คืนนั้นพระจันทร์สวยมาก ในภาพกำลังนั่งเรือเข้าฝั่ง เวลาประมาณ ๒ ทุ่มกว่าๆ คลื่นแรง สายน้ำน่ากลัวมาก แต่สำหรับเรานั้นมองว่ามันเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่น่าจดจำ บางครั้งชีวิตก็ต้องเสี่ยงบ้าง เพื่อแลกประสบการณ์อันล้ำค่า แน่นอนเมื่อเวลาผ่านไปเราจะรู้ว่าประสบการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก..ต่อชีวิต

57317138_2346971128688243_5502378707093815296_n.jpg
57317138_2346971128688243_5502378707093815296_n.jpg (44.12 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 07 พ.ค. 2019 4:31 pm

สังสรรค์กับเพื่อนๆที่ร้านแห่งหนึ่งในเชียงใหม่...
การได้พบคนเก่าๆ อบอุ่นนะ บางทีความคิด ความรู้สึก และความทรงจำเก่าๆมันก็ไหลหลั่งเข้ามาทำให้สุขใจ

59334960_2369655023086520_8893518634421321728_n_resize.jpg
59334960_2369655023086520_8893518634421321728_n_resize.jpg (61.85 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง


อยู่กรุงเทพฯคุณอาจเป็นคุณครูป้า..แต่อยู่เชียงใหม่คุณซ่าได้เต็มที่ :lol:
BeautyPlus_20190503224425401_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190503224425401_save_resize.jpg (23.92 KiB) เปิดดู 3704 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 14 พ.ค. 2019 9:01 pm

ครูน้ำฝน ทะกลกิจ รับเชิญเป็นวิทยากรรายการวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช หัวข้อ "การอ่านภาษาไทย อ่านอย่างไรได้ใจความ” เพื่อเผยแพร่ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์มหาวิทยาลัยธรรมธิราช และรับชมได้ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม True Visions และทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต http://www.stou.ac.th

80761_resize.jpg
80761_resize.jpg (78.85 KiB) เปิดดู 3676 ครั้ง


ขณะรอถ่ายทำการเป็นวิทยากร บันทึกเทปโทรทัศน์ สอนการอ่านจับใจความ ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

173650_resize.jpg
173650_resize.jpg (87.64 KiB) เปิดดู 3635 ครั้ง


83561_resize.jpg
83561_resize.jpg (81.42 KiB) เปิดดู 3640 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 16 มิ.ย. 2019 10:09 pm

การแข่งขันกลอนสดระดับมัธยมศึกษา เนื่องในวันอัฏฐมราชานุสรณ์ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒ โรงเรียนปากเกร็ด ได้รางวัลรองชนะเลิศ รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา


ผลการประชันกลอนสด

0040_resize.jpg
0040_resize.jpg (121.49 KiB) เปิดดู 1746 ครั้ง


ชนะเลิศ โรงเรียนปราจิณราษฎรอำรุง รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

รองชนะเลิศ ๒ โรงเรียนคือโรงเรียนกระทุ่มแพ้ว และปากเกร็ด รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี

62520186_369614310349964_8667667783456129024_n_resize.jpg
62520186_369614310349964_8667667783456129024_n_resize.jpg (141.28 KiB) เปิดดู 2725 ครั้ง

ทีมร้อยฝันฯ โรงเรียนปากเกร็ด และครูแมน คล้ายสุวรรณ จากสาธิตราชภัฏบ้านสมเด็จ

รางวัลชมเชย
ราชวินิต บางแก้ว
วัดอินทราราม
กบินทร์วิทยา
เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา
ทวีธาภิเษก

จากที่เราส่งนักเรียน ม.๑ ไปลองสนามแข่งกับรุ่นพี่ ในงานรักษ์ภาษาไทย ระดับเขตพื้นที่การศึกษา (โดยปกติ ม.ต้น จะใช้ ม.๓ ลงแข่ง เพราะโตสุด ชำนาญสุด) ก็ถือว่าความสำเร็จเกินคาด เด็กหญิงจารุวรรณ ไชยนา สามารถคว้าที่ ๒ มาครองได้ และที่ภูมิใจที่สุด รางวัลนี้เป็นผลงานที่เด็กแต่งเอง หากสาวน้อยลงประชันกลอนสด ลับฝีมือบ่อยๆ ก็ย่อมประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
20190612_132607_resize.jpg
20190612_132607_resize.jpg (90.21 KiB) เปิดดู 2725 ครั้ง


วันไหว้ครู ๒๕๖๒ ครูน้ำฝน ทะกลกิจ
IMG_20190615_060344_504.jpg
IMG_20190615_060344_504.jpg (152.92 KiB) เปิดดู 2725 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 692
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ทั่วไป

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron