บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลความรู้ทั่วไปและการทำบุญ

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » อาทิตย์ 13 พ.ย. 2016 11:40 am

ดอกแอฟริกันเดซี่ (พันธุ์ไม้ที่ปลูก)

15073337_181767648950335_4243660999275852971_n.jpg
15073337_181767648950335_4243660999275852971_n.jpg (41.2 KiB) เปิดดู 26923 ครั้ง


15056305_181767645617002_4632285318939677990_n_resize.jpg
15056305_181767645617002_4632285318939677990_n_resize.jpg (173.02 KiB) เปิดดู 26923 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย pasasiam เมื่อ อาทิตย์ 13 พ.ย. 2016 11:47 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » อาทิตย์ 13 พ.ย. 2016 11:43 am

ดอกพีทูเนีย สีชมพูสด-สีม่วง สายพันธุ์ฟิปโตไลซี่ (พันธุ์ไม้ที่ปลูก)

15037086_1783384498601532_2900946998778395744_n.jpg
15037086_1783384498601532_2900946998778395744_n.jpg (48.53 KiB) เปิดดู 26923 ครั้ง


15036169_180940522366381_8735691058594674712_n.jpg
15036169_180940522366381_8735691058594674712_n.jpg (38.83 KiB) เปิดดู 26923 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย pasasiam เมื่อ อาทิตย์ 13 พ.ย. 2016 11:48 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » อาทิตย์ 13 พ.ย. 2016 11:45 am

ดอกทองเศรษฐี พันธุ์ซ้อน "Millionaire Gold" (พันธุ์ไม้ที่ปลูก)

14991909_1782932451980070_8708222782218505474_n.jpg
14991909_1782932451980070_8708222782218505474_n.jpg (33.81 KiB) เปิดดู 26923 ครั้ง


15027779_1782932481980067_5264588799565482568_n.jpg
15027779_1782932481980067_5264588799565482568_n.jpg (51.73 KiB) เปิดดู 26923 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย pasasiam เมื่อ อาทิตย์ 13 พ.ย. 2016 11:48 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » อาทิตย์ 13 พ.ย. 2016 11:46 am

แตงไทยพันธุ์ทองสุข (พันธุ์ไม้ที่ปลูก)

14937206_1782605858679396_9066901873710717038_n.jpg
14937206_1782605858679396_9066901873710717038_n.jpg (40.07 KiB) เปิดดู 26923 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » จันทร์ 21 พ.ย. 2016 10:19 pm

ไพรีทรัม มหัศจรรย์แห่งดอกไม้กำจัดแมลง

daisy%2001.jpg
daisy%2001.jpg (111.27 KiB) เปิดดู 26905 ครั้ง


หากพูดถึงพืช หรือสมุนไพรจากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้กำจัดแมลงหรือยุงได้นั้น เชื่อว่าหลายๆ คนคงนึกถึงพืชสมุนไพรท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ตามริมรั้วบ้าน ซึ่งใช้ใบเป็นตัวกำจัดแมลงกันอย่างแน่นอน แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า ดอกไม้ที่ชอบอากาศหนาวเย็นต้นเล็กๆ บางชนิดที่ดูภายนอกสวยงามน่าสัมผัส อย่าง “ดอกไพรีทรัม” ก็สามารถนำมาสกัดเป็นสารกำจัดแมลงและสามารถจัดการกับเจ้าแมลงร้ายได้อย่างอยู่หมัดเช่นกัน

ดอกไพรีทรัมเป็นดอกไม้ในสกุล Chrysanthemumซึ่งมีต้นกำเนิดจากภเขาชายฝั่งทะเลอะเดรียติก ในประเทศโครเอเชีย และประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาดอกไพรีทรัมเป็นดอกไม้ทรงพุ่มเตี้ยที่มีลักษณะสวยงาม กลีบดอกมีสีขาวละมุนซึ่งกระจายรายล้อมเกสรสีเหลือง หากมองอย่างผิวเผินผู้คนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นดอกเดซี่หรือดอกเบญจมาศ แต่ดอกไพรีทรัมนั้นมีความโดดเด่นและความพิเศษที่เหนือกว่า เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่สามารถนำมาสกัดเป็นสารกำจัดแมลงได้ อีกทั้งยังได้รับการรับรองจากองค์กรอนามัยโลก (WHO) และองค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ว่าเป็นดอกไม้ที่มีสารสกัดในการฆ่าแมลงที่ปลอดภัยกับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงมากที่สุดอีกด้วย

สารสกัดจากดอกไพรีทรัมที่ถูกนำมาใช้ในการกำจัดแมลงนั้นเรียกว่า “สารไพรีทรินส์” (Pyrethrins)เป็นสารที่ได้จากการนำเอาดอกไพรีทรัมสดไปตากแห้งก่อนจะนำไปเข้าโรงสกัด โดยความน่าสนใจของสารไพรีทรินส์คือ เมื่อนำมาใช้ในการกำจัดแมลง สารชนิดนี้จะส่งผลต่อระบบประสาทของแมลงโดยตรง โดยจะออกฤทธิ์เข้าไปทำลายระบบประสาทส่วนกลางของแมลงทันที ทำให้ระบบประสาทของแมลงล้มเหลว หลังจากนั้นแมลงจะสลบอย่างรวดเร็วภายใน ๒-๓ นาที กระทั่งตายในที่สุด

นอกจากนี้ เมื่อมนุษย์นำสารไพรีทรินส์มาใช้งานในครัวเรือน ก็ยังสามารถมั่นใจได้ว่าสารชนิดนี้จะไม่เป็นอันตรายหรือตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายของตนเองและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากว่าในตับของมนุษย์ รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลือดอุ่นจะมีแอมไซส์ที่สามารถย่อยสลายสารไพรีทรินส์ได้เอง อีกทั้งสารชนิดนี้ก็ยังสามารย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติอีกด้วย

ทั้งนี้ สารไพรีทรินส์ยังสามารถออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดีกับแมลงหลายชนิด ทั้งแมลงชนิดบินและชนิดคลาน ไม่ว่าจะเป็นยุง ที่สารไพรีทรินส์จะเข้าไปส่งผลต่อระบบประสาทและทำให้มันหยุดพฤติกรรมการกินเลือดเป็นอาหาร รวมไปถึง แมลงวัน แมลงสาบ เพลี้ยอ่อน ไร เรือด แมลงหวี่ ตั๊กแตน หมัดกระโดด หนอนเจาะมะเขือ หนอนผีเสื้อกะหล่ำ อีกด้วย

สำหรับในปัจจุบัน ดอกไพรีทรัมถือเป็นพืชที่หลายๆ ประเทศให้ความต้องการและถูกนำมาสกัดเพื่อใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงจำนวนมาก จึงนับได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ๆ สำหรับประชาชนที่จะเลือกหาผลิตภัณฑ์มาใช้ป้องกันและกำจัดแมลง โดยเฉพาะกับแมลงที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกอย่างยุง ซึ่งหากได้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด รวมถึงมีส่วนผสมของธรรมชาติและไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
ไฟล์แนป
15193641_171394753330579_3257950421588591589_n.jpg
15193641_171394753330579_3257950421588591589_n.jpg (52.97 KiB) เปิดดู 26905 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » ศุกร์ 25 พ.ย. 2016 9:58 pm

เริ่มเพาะพันธุ์ ธันวาคม ๒๕๕๙
รักแรกดินเนอร์แพลต(รักเร่)

15193635_1321040547947978_6287576385149865528_n.jpg
15193635_1321040547947978_6287576385149865528_n.jpg (39.8 KiB) เปิดดู 26894 ครั้ง


15085573_1321040534614646_6149646802640696314_n.jpg
15085573_1321040534614646_6149646802640696314_n.jpg (29.4 KiB) เปิดดู 26894 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » ศุกร์ 25 พ.ย. 2016 10:00 pm

เริ่มเพาะพันธุ์ ธันวาคม ๒๕๕๙
ทานตะวันสีแดง

15107261_1321040551281311_1600877862159767263_n.jpg
15107261_1321040551281311_1600877862159767263_n.jpg (22.93 KiB) เปิดดู 26894 ครั้ง


พระจันทร์ทรงกลด

14670652_114129555723766_3683240651209454135_n.jpg
14670652_114129555723766_3683240651209454135_n.jpg (30.47 KiB) เปิดดู 26894 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » ศุกร์ 25 พ.ย. 2016 10:06 pm

บัวดิน เริ่มเพาะพันธุ์ ธันวาคม ๒๕๕๙


บัวดินสามสี.jpg
บัวดินสามสี.jpg (72.38 KiB) เปิดดู 26894 ครั้ง


(ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต)

บ้านไร่ในฝัน"บ้านเพียงพอ"


ตั้งอยู่ หมู่ ๗ ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่


"บ้านเพียงพอ" เริ่มต้นจากความรักธรรมชาติผสมผสานความรักในวิถีชาวบ้าน วิถีล้านนา ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ ทีละนิดทีละหน่อย สร้างและทำให้งดงาม น่าอยู่ ทำทุกอย่างด้วยมือ รังสรรค์ด้วยใจ

#บ้านเพียงพอ เราอยู่อย่างพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงไม่จำเป็นต้องเป็นการเกษตรอย่างเดียว แต่เราเป็นครอบครัวเกษตรกรค่ะ เราจึงเลือกที่จะใช้พื้นที่มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษให้เกิดประโยชน์ เราวางแผน เราลงมือทำอย่างตั้งใจ เราไม่เอาเปรียบใคร และมีความสุขที่ได้ทำ

เรามี กุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) กุ้งก้ามแดง เดสทรัคเตอร์ และสโนว์ ปลาดุก ปลาช่อน มะละกอแขกนวลดำเนิน มันหวานญี่ปุ่น (ม่วงโอกินาวา และเหลืองมงกุฏ) ผักกาด ถั่วฝักยาว ลำไย กล้วย สตรอว์เบอร์รี่ พันธุ์พระราชทาน ๘๐ มะม่วง ลำไย กระท้อน มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ ชวนชม ข้าวโพด แตงโม ทานตะวันเหลือง-แดง แกลดิโอลัส พระจันทร์ทรงกลด ดอกไพรีทรัม บัวดิน ดอกทองเศรษฐี พีทูเนีย แอฟริกันเดซี่ โซลันน่า โกลเดน สร้อยไก่ บานชื่น ดอกบัว ฯลฯ

ชมความงดงามตามธรรมชาติ ติดตามเพจ บ้านไร่ในฝัน บ้านเพียงพอ https://www.facebook.com/banrainaifunbanpiangpor/
แก้ไขล่าสุดโดย pasasiam เมื่อ พุธ 30 พ.ย. 2016 12:42 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย pasasiam » อังคาร 29 พ.ย. 2016 9:30 am

คำถาม : ชอบบัวมากเลยนะ แต่พอซื้อที่เค้าปลูกขายตามร้านดอกสวยๆมาปลูกทีไร ยกแช่ลงประเดี๋ยวเดียว

ใบก็เล็กลง หดลง มีตะไคร่ขึ้น แล้วบัวก็ตายไปเลย

718781_resize.jpg
718781_resize.jpg (62.6 KiB) เปิดดู 26883 ครั้ง


ที่มาภาพ : http://wachalife.com/blog/11350.html

A1 : คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิต ติดอันดับที่โดนถามประจำ จะให้เราตอบแบบฟันธง ตรงประเด็น ก็ยากเพราะ กรณีที่บัวตายในลักษณะนี้มีตั้งหลายแบบ ให้ผู้สนใจลองพิจารณาดูเอาเองแล้วกันว่าบัวของตัวเองอยู่ในกรณีไหน เอ้า! สาเหตุที่บัวกระถางที่ซื้อมาลองปลูกแล้วตายมีอะไรได้บ้าง

1. ถูกเลี้ยงในภาชนะปลูกแคบๆ มานานแถมโดนบำรุงซะจนต้น/ราก/เหง้าแน่น อย่างนี้พอเราคลำที่โคนต้นดูก็จะเห็นว่าไม่เจอดินเลย แต่จะเจอ รากหรือตะไคร่น้ำแทน แล้วถ้าเราไม่ค่อยได้ดูแล นานๆเข้าต้นและใบ จะเล็กลงยิ่งโดนตะไคร่เข้าไปแย่งธาตุอาหารและดูดน้ำเลี้ยง ต้นเลยฝ่อตายไปในที่สุด

การแก้ไข : ตอนที่ซื้อมาใหม่ๆ ก็ลองคลำโดนต้นดู ถ้าราก/เหง้า/ต้น แน่นไป ก็รื้อปลูกใหม่ แต่ต้องใช้ดินเหนียวปลูกเท่านั้น แล้วก็อย่าลืมหมั่นดูแลอย่าให้น้ำเน่า ตะไคร่เยอะ และที่สำคัญถ้าปลูกในภาชนะจำกัดต้องช่วยใส่ปุ๋ยให้คุณต้นบัวเค้าด้วยเดือนละครั้งก็ยังดีนะ

2. เลี้ยงในภาชนะที่ไม่เหมาะกับความต้องการของบัว อันนี้ก็เป็นเพราะเวลาที่เราซื้อมาเราอาจจะไม่รู้ว่าบัวพันธ์ที่เราซื้อมานั้นชอบน้ำตื้น-ลึกมากแค่ ไหน อันนี้ต้องถามผู้ขายซึ่งบางทีอาจตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง พอเราเอามาแช่ในอ่างที่เราเตรียมไว้ก็อาจเกิดความผิดพลาดได้เช่น เอาบัวน้ำลึกมาปลูกในที่น้ำตื้น หรือ เอาบัวน้ำตื้นมาปลูกในที่น้ำลึก ซึ่งก็มีผลต่อต้นบัวทั้งนั้น

การแก้ไข : ตอนก่อนจะซื้อลองถามผู้ขายดูว่าเป็นบัวอะไร(ต้องระวังการมั่วนิ่มของผู้ที่ต้องการขายลูกเดียวด้วยนะ) ชอบการปลูกน้ำลึกตื้นแบบไหน แต่ถ้าไม่มีข้อมูลอะไรเลยคงต้องหาความรู้จากหนังสือว่าเจ้าต้นบัวที่มีอยู่นั้นเป็นบัวอะไร หรือ ถ้าเอาให้ง่ายที่สุดขอแนะนำขนาดภาชนะที่เหมาะกับการปลูกบัวได้เกือบทุกชนิด(ย้ำว่าเกือบนะอาจจะมีบางพันธุ์ที่ปลูกไม่ได้เช่น บัวกระด้ง ) ก็คือ อ่างสำหรับแช่อะไรก็ได้ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางซัก 45 - 60 – 80 เซนติเมตร และ ความลึกประมาณ 40-50 เซนติเมตร

3. ที่ตั้งกระถาง/อ่างปลูกไม่เหมาะ เช่นได้แดดไม่พอกับความต้องการของบัว โดยทั่วไปบัวต้องการแดดไม่น้อยกว่า 4-6 ชั่วโมงต่อวัน หรือ เอามาตั้งใกล้น้ำพุ ชายคาที่น้ำฝนตกใส่ แบบนี้บัวจะช้ำและอ่อนแอตายในที่สุด หรือเจอสภาพน้ำที่เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป ยิ่งน้ำกร่อยยิ่งเอาไปปลูกไม่ได้เลย
การแก้ไข : ตอบแบบกำปั้นทุบดินเลยว่า หาที่วางอ่างใหม่ซะเถอะนะท่าน

4. เลี้ยงแต่ไม่ดูแล หรืออีกนัยหนึ่งคือปล่อยให้เทวดาเลี้ยง โดยเฉพาะในกรณีของการปลูกในภาชนะจำกัด เพราะถึงบัวจะแช่อยู่ในน้ำไม่ต้องมาคอยรดน้ำบ่อยๆ แต่เค้าก็ต้องการความรักและการเอาใจใส่จากเจ้าของเหมือนกัน การดูแลหลักๆก็คือ ระวังไม่ให้น้ำเน่า ทั้งจากตะไคร่สาหร่ายและไม้น้ำ รวมทั้งดอก/ใบที่โรยแล้ว ถ้าเจอก็ต้องคอยตักออกเก็บทิ้ง ต่อมาก็ควรใส่ปุ๋ยให้บ้างเดือนละครั้งก็ยังดี สุดท้ายก็ระวังเรื่องแมลงศัตรูพืชด้วยอาจต้องใช้ยาฆ่าแมลงหรือเด็ดออก

การแก้ไข : แก้ที่คุณเจ้าของ อย่าพยายามให้เทวดาช่วยเลี้ยงบัวแล้วกัน แต่ก็มีกรณีที่เจอมาอีกแบบคือผู้เลี้ยงรายนี้รักบัวมากเกินไปกลัวตะไคร่ขึ้นบัวอ่างไม่สวยเลยให้ลูกน้องยกอ่างขึ้นมาขัดขูดล้างตะไคร่ทุกวันเลย ผลหรือ อ่างเรียบร้อย น้ำใสสวยงาม แต่ บัวตายสิท่าน โธ่ ….. ยกขึ้นมาตากแดดรื้อ ขัดทุกวัน ไม่ตายยังไงไหว เฮ่อ !

ตอบโดย ปริมลาภ (วสุวัต) ชูเกียรติมั่น
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: บ้านไร่ในฝัน..บ้านเพียงพอ

โพสต์โดย Namfar » พุธ 30 พ.ย. 2016 6:44 am

วิธีการดูแลรักษาบัว

หลักเกณฑ์ในการดูแลรักษา

บัวทุกชนิด (หรือต้นไม้ทุกชนิด) ปลูกไม่ยาก สำหรับบัว การดูแลรักษาถ้าปลูกเป็นไม้ดอก-ไม้ประดับในบ้านเพียงไม่กี่ต้น เช่น ปลูกภาชนะจำกัดเป็นอ่าง ๆ หรือบ่อเล็ก ๆ ในสวนหย่อมไม่ยากเลย งานเบามาก เด็ก สตรี และคนชราก็ทำเองได้แต่ ถ้าปลูกในบ่อพลาสติกหรือบ่อดินขนาดใหญ่มีบัวเป็นสิบ ๆ ต้น งานดูแลรักษาไม่หนักแต่ใช้เวลามาก

หลักเกณฑ์และวิธีการดูแลรักษาที่สำคัญได้แก่

1. ป้องกันน้ำเสีย
โดยเฉพาะการปลูกในภาชนะจำกัดและขนาดเล็กปริมาณน้ำน้อยบัวก็เหมือนกับปลา ต้องการอากาศหายใจในน้ำถ้าน้ำเสีย อ๊อกซิเย่นไม่มีจะพาลตายได้ง่าย เด็ดใบแก่ดอกโรยทิ้งเสียก่อนจะเน่าในภาชนะหรือบ่อที่ปลูกถ้าไม่จำเป็นไม่ควร แก้ไข โดยการถ่ายน้ำเปลี่ยนน้ำใหม่บ่อย ๆ เพราะจะต้องทำให้บัวต้องปรับตัวเองตามจะเจริญเติบโตช้าแต่ถ้าจำเป็นด้วยเหตุ เช่น มีสัตว์ตายอยู่ใต้ดินปลูก ได้แก่ กิ้งกือ ไส้เดือน หรือคางคกลงไปปล้ำกัดกันตายหรือออกไข่-ออกลูกจนน้ำเน่าเสีย หรือ อินทรีย์วัตถุที่ติดมากับดินปลูกยังเน่าเปื่อยไม่หมดทำให้น้ำเน่า ถ่ายน้ำ 2-3 ครั้ง แล้วยังไม่หายต้องเปลี่ยนดินปลูกใหม่

2. ปราบตะไคร่น้ำ-สาหร่าย
ตะไคร่ น้ำที่เกิดจากอินทรีย์วัตถุ เช่นมูลสัตว์ที่ใช้เป็นปุ๋ยคลุกที่ยังไม่สลายตัวเต็มที่ สาหร่ายอาจติดมากับดินปลูกเก็บทิ้ง ถ้าปลูกไม่กี่ต้น ถ้าปลูกมากแต่ปลูกในภาชนะจำกัดใช้ด่างทับทิมละลายน้ำในภาชนะปลูกเป็นสีบาน เย็นเข้มทิ้งไว้ 2-3 วัน ถ่ายน้ำออกครึ่งหนึ่งเก็บตะไคร่สาหร่ายที่ตายออกเติมน้ำใหม่ตามเดิม

3. เก็บคราบน้ำมัน
ไขมัน จากกระดูกป่นหรืออินทรีย์วัตถุที่เน่าเปื่อยไม่หมดและการปลูกที่อัดดินไม่ แน่น ดินกลบกลบดินผสมเบื้องล่าง ไม่สมบูรณ์ ไขมันจะละลายเป็นฝ้า ถ้าปลูกในอ่างหรือในภาชนะจำกัดใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ปะลอยบนผิวน้ำจะช่วยซับ คราบน้ำมันออกถ้าปลูกในบ่อที่มีท่อน้ำล้น ปล่อยน้ำดันให้น้ำผิวหน้าไหลล้นออกทางท่อระบายน้ำ

4. ต้นและรากลอย
เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ผู้ที่สนใจเลิกปลูกบัวไปหลายราย โดยเฉพาะอุบลชาติ เช่น เมื่อปลูกใหม่ ๆ ถ้ากดอัดดินทับไม่แน่น ต้นเหง้าลอย รากดูดอาหารมาเลี้ยงลำต้นไม่ได้สังเกตได้ง่ายที่สุด ไม่โตสักที ใบเล็กลงและใบเหลือง แก่เร็ว แก้โดย การปลูกใหม่ และหาไม้ไผ่อ่อนพับครึ่งคล้ายปากเคียเสียงคร่อนต้นที่ปลูกกันไม่ให้ลอย (ชาวสวนปลูกบัวเรียกตะเกียบ) สำหรับต้นแก่ที่ปลูกไว้นานแล้ว โดยเฉพาะในภาชนะที่จำกัดอุบลชาติประเภทยืนต้นเจริญทางนอนจนไปชนอีกผนังของ อ่างหรือบ่อในหลายกรณีจะหักขึ้นบนเจริญขึ้นไปจนรากลอยตัดเหง้าที่ไม่ต้องการ ทิ้ง ปลูกใหม่

5. ที่ปลูกร้อนเกินไป
บัวทุกชนิดต้องการแดดเต็มที่ จะมีปัญหาถ้าที่ปลูกบัวตื้นน้ำน้อยแดดเผาน้ำจนร้อน สังเกตง่าย ๆ ขนาดน้ำอุ่นพอที่จะอาบได้ สบาย ๆ ก็ถือว่าร้อนแล้วสำหรับบัว บัวต้องการแดดเต็มที่วันละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ขยับที่ปลูกเสียใหม่ถ้าปลูกในภาชนะ ที่เคลื่อนย้ายได้หรือเปลี่ยนภาชนะที่ปลูกให้น้ำลึกขึ้น หรือถ้าเปลี่ยนอะไรไม่ได้และที่ปลูกได้แดดทั้งวัน ใช้มุ้งลวดหรือ มุ้งพลาสติกกันด้านบนเพื่อลดความเข้ม-ร้อนของแสง

6. ดินจืด
มี 2 สาเหตุ คือ ขาดปุ๋ย หรือขาดดิน (ถ้าปลูกในภาชนะจำกัด) สังเกตได้ง่าย ๆ ถ้าบัวใบเล็กลง เหลืองแก่เร็ว ถ้าปลูกใน บ่อดินที่เหลือเฟือก็คือขาดปุ๋ย ใช้ปุ๋ยสูตรกลาง ๆ ทั่วไป เช่น 10-10-10, 15-15-15 หรือ 16-16-16 หรือปุ๋ยสำหรับบัว โดยเฉพาะถ้าปลูกในภาชนะจำกัดที่สามารถอัดปุ๋ยได้ในการจุ่มมือครั้งเดียว จะใช้ปุ๋ยห่อกระดาษอ่อนที่ใช้เข้าห้องน้ำหรือ กระดาษหนังสือพิมพ์อัดฝังโคนต้นบัวเลย แต่ถ้าต้องใช้เวลาในการฝังปุ๋ยทำปุ๋ย ลูกกอนำโดยปั้นดินหุ้มปุ๋ยผึ่งแห้งเตรียมไว้ จะใช้เมื่อไรก็ฝังโคนต้นสำหรับปริมาณใช้เท่าไรขึ้นอยู่กับการสังเกตและศึกษา เองของผู้ปลูก เพราะภาชนะปลูกเล็ก-ใหญ่ ต่างกันปริมาณน้ำปลูกมากน้อยต่างกัน ปลูกในบ่อดิน บ่อคอนกรีต พันธุ์ชนิดบัว ฯลฯ จึงไม่สามารถกำหนดเป็นเกณฑ ์ตายตัวได้ถ้าปลูกในภาชนะจำกัด อีกสาเหตุคือขาดดิน บัวจะออกรากขยายเหง้า ฯลฯ ดันดินพ้นภาชนะละลายไปอยู่กั น้ำจนในที่สุดแทบจะไม่มีดินเหลืออยู่เลย ราก-เหง้าอัดภาชนะเต็มไปหมด แก้โดยรื้อเปลี่ยนดินปลูกใหม่

7. โรค-แมลงศัตรู ที่พบเป็นประจำ คือ โรคใบจุดและรากเน่าโรคใบจุดไม่ร้ายแรง เพราะใบบัวมีพื้นที่ปรุงอาหารมากเด็ดใบเป็นโรคทำลาย ทิ้งไป โรครากเน่ามีบ้างร้ายแรงกับบัวกระด้งและอุบลชาติ ประเภทล้มลุกบางพันธุ์ ยังไม่ทราบวิธีแก้ นอกจากนั้น คือ เก็บดินบริเวณที่เป็นโรคทำลายทิ้งเสียเลี่ยงไปปลูกบัวชนิดอื่น หรืออุบลชาติประเภทอื่นแทน แมลงที่สำคัญกินบัว ทุกชนิดคือ เพลี้ยและหนอนบัวหลวงเดือดร้อนมากที่สุด เพราะชูใบขึ้นมาให้เพลี้ยเกาะกินบัวชนิดอื่นถูกทำลายบ้างแต่ ใบลอยน้ำฝนตกน้ำกระเพื่อมก็ช่วยซัดเอาเพลี้ยหลุดลอยไปได้บ้าง (ปกติผู้ปลูกเป็นการค้าจะพ่นน้ำให้ลอยหลุดไป) ป้องกันโดยเด็ดใบที่มีเพลี้ยและหนอนท้ง-ทำลายหนอนพับหนอนพับใบเป็นศัตรูที่ สำคัญของอุบลชาติ เช่นผีเสื้อ กลางคืนจะมาวางไข่บนใบเมื่อฟักเป็นตัวหนอนจะกัดกินดูดน้ำเลี้ยงใบจนโตแล้ว กัดใบพับทับตัวเองเพื่อป้องกันศัตรู เช่น นก ฯลฯ ป้องกันกำจัดโดยการบี้ทำลาย บัวหลวงมีศัตรูหนอนมากที่สุดนอกเหนือจากเพลี้ยไฟซึ่งเก่ากินใต้ใบ หนอนกระทู้หนอนชอนใบ โดยเฉพาะหนอนกระทู้กินใบ โกร๋นทั้งต้นซึ่งจะเกิดในช่วงปลายฤดูฝนและในฤดูหนาวซึ่ง เป็นระยะที่บัวชงักการเจริญเติบโตด้วย กสิกรที่ปลูกบัวหลวงเป็นการค้ามักจะตัดใบทิ้ง-ทำลายหมด(ให้หมดเชื้อของหนอน) รอให้ใบแตกใหม่-ออกดอกใหม่ แมลงที่กล่าวทั้งหมดสามารถปราบและควบคุมได้พอสมควรโดยใช้ยาอะโซดริน 60 ผสมน้ำอัตราส่วนน้ำยา 1:100 (1 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร) ฉีดพ่นให้เป็นฝอยให้จับหน้าของใบบัวบาง ๆ ใบจะดูดน้ำยาเข้าไว้ เมื่อแมลงและหนอนมาดูดกินน้ำเลี้ยงของใบจะกินยาเข้าไปด้วยและตาย ฉีดพ่นทุก ๆ สัปดาห์จนกว่าจะหมดศัตรูฉีดบาง ๆ จะไม่เป็นอันตรายทั้งกับคนและปลาที่เลี้ยง

8. หอย
ส่วนใหญ่ได้แก่ หอยขมและหอยคันเป็นทั้งมิตรและศัตรู หอยโข่งเป็นศัตรูที่จงใจ แต่หอยขมเป็นศัตรูที่ตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจ บ้างคือเมื่อตอนเป็นต้นอ่อนจะอาศัยดูดน้ำเลี้ยงจากรากและใบอ่อนที่เกิดใหม่ ๆ ใต้น้ำ โดยเฉพาะอุบลชาติบัวหลวงไม่ค่อย เดือดร้อนเพราะมีสารที่เรียกว่า ดิวติน เคลือบอยู่ และก้านใบก้านดอกมีหนามเล็ก ๆ (บัวกระด้งหนามเต็มต้นไม่เดือนร้อน เลย) หอยขมและหอยโข่งเมื่อโตขึ้นจะเดินทางจากโคนก้านใบขึ้นมาใต้ใบเกาะดูดน้ำ เลี้ยงจากไข่-ตัวหนอน และน้ำเลี้ยง ใบกินระหว่างเดินทางจากโคนก้านใบขึ้นมาใต้ใบ ถ้าน้ำกระเพื่อมกระเทือนจะหุบก้าน ปล่อยตัวหลุดจากก้านบัวเมื่อก้านหุบ ก็เลยเหมือนมีดตัดก้านบัวที่ยังอ่อน ๆ ขาดไปด้วยเป็นปัญหาใหญ่ของการปลูกในบ่อดินป้องกันกำจัดโดยการเก็บทิ้งและ ปลูกอุบลชาติเผื่อไว้มาก ๆ จะได้แบ่งเบาการทำลายลงไปได้บ้าง ถ้าปลูกในภาชนะจำกัดเก็บทิ้งง่ายหอยจะเป็นตัวบอกว่า น้ำเสียหรือยังถ้าน้ำเสียหอยจะลอยมาเกาะตามผนังภาชนะ ณ จุดผิวน้ำเพื่อหาอากาศหายใจแสดงว่าอ๊อกซิเย่นในน้ำไม่มี น้ำเสียแล้วควรรีบแก้ไข

9. วัชพืช
เป็นปัญหาที่ใหญ่ของการปลูกบัวใน บ่อดิน หญ้ามิใช่วัชพืชหลักเพราะเมื่อถอนทิ้งไปแล้วก็หมดไปโดยเฉพาะน้ำมากและ ลึกพอควรที่เป็นปัญหาหลักคือสาหร่ายมี 2-3 ชนิด เช่น สาหร่ายหางกระรอก สาหร่ายวุ้น สาหร่ายไปและสาหร่ายฝอย สาหร่ายหางกระรอกปราบยากที่สุดเพราะเปาะเมื่อถูกถอนมันจะขาดส่วนที่ขาดจะลอย และไปขยายพันธุ์ต่อที่อื่น สาหร่าย วุ้นยากเป็นที่ 2 เพราะลื่นและหลุดขาดออกจากกันง่ายเช่นเดียวกับสาหร่ายหางกระรอก สาหร่ายเส้น หรือสาหร่ายฝอย เก็บปราบง่ายที่สุดเพราะไม่ค่อยขาดถอนหรือเก็บได้ทั้งกระจุกแต่จะร้ายที่สุด เพราะมักจะไปพันบัวเสียจนยอดบัวเจริญ ขึ้นมาได้ ลูกบัวและก้านบัวต้นเล็ก ๆ ที่งอกจากเมล็ดจากอุบลชาติประเภทล้มลุกทั้งพวกบานกลางวันและบานกลางคืน คือบัวผัน บัวเผื่อน และบัวสายเป็นปัญหามากที่สุดและไม่รู้จักจบสำหรับการปลูกในบ่อดินที่ปลูก อุบลชาติประเภทนี้ ต้อง เก็บกันเป็นประจำทุก ๆ 2-3 สัปดาห์ เพราะนอกจากจะทำให้บ่อบัวรกไม่สวยงามแล้ว ยังแย่งแร่ธาตุอาหารจากบัวที่ปลูก อีกด้วย วิธีแก้คือต้องขยันหมั่นเก็บดอกแก่ทิ้งก่อนติดเมล็ดถ้าปลูกบ่อใหม่และคิดว่า จะเก็บไม่ทัน และปลูกหลายบ่อแนะนำ ให้แยกปลูกอุบลชาติประเภทยืนต้นไว้บ่อหนึ่ง ล้มลุกอีกบ่อหนึ่ง เก็บลูกบัววัชพืชเฉพาะบ่อปลูกประเภทล้มลุกบ่อเดียว

10. ฟักตัวในฤดูหนาว
อุบลชาติประเภทยืนต้นหรือบัวฝรั่งหลายพันธุ์ และอุบลชาติประเภทล้มลุกบานกลางวัน หรือบัวผัน บัวเผื่อนที่นำมาจาก ต่างประเทศบางพันธุ์จะหยุดการเจริญเติบโตผลิตใบหนา ก้านใบสั้น จมอยู่ใต้น้ำในฤดูหนาวแก้โดยเพิ่มความร้อนและ แสงให้ หรือโดยการลดความลึกของระดับน้ำในบ่อที่ปลูกก่อนเข้าฤดูหนาว 1 เดือน (ประมาณกลางเดือนตุลาคม) โดย ลดระดับน้ำให้เหลือ 15-20 เซนติเมตรจากผิวดิน หรือยกอ่างปลูกให้อยู่ใกล้ผิวหน้าของน้ำตามเกณฑ์ดังกล่าว

11. ปลูกบัวพันธุ์ไหนที่เหมาะสมกับสถานที่และภาชนะที่ปลูก
เป็นหัวใจของการดูและรักษาเพราะถ้าชนิดพันธุ์ไม่เหมาะสมแก่สถานที่ที่จะดูแล รักษาอย่างไรก็ไม่โต ในปัจจุบันพันธุ์ ที่มีจำหน่ายผู้ขายและผู้ปลูกควรรู้จักพันธุ์ว่าชนิดใดชอบน้ำตื้นน้ำลึก ที่ปลูกควรกว้างหรือแคบแค่ไหนผู้ผลิตพันธุ์ออกมา จำหน่ายจะต้องบอกได้ว่าบัวพันธุ์นั้น ๆ ต้องการที่ปลูกอย่างไร

12. อย่าให้อดอาหารและอย่าให้กินจนเป็นโรคท้องมาร
ใส่ปุ๋ยบำรุงตามความจำเป็นถ้าใส่มากเกินไปน้ำจะเขียว ปุ๋ยสูตรสมดุล10-10-10, 12-12-12, 15-15-15 หรือ 16-16-16 ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ 2 ชั้น หรือปั้นเอาดินเหนียวหุ้มปริมาณเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการสังเกตของผู้ปลูก เพราะผู้ปลูกแต่ละ รายปลูกในภาชนะขนาดแตกต่างกัน การให้ปุ๋ยแต่ละครั้งต้องหมั่นสังเกตถ้าน้ำเขียว ตะไคร่ สาหร่ายขึ้นเร็วแสดงว่าให้ปุ๋ย มากเกินไปควรลดปริมาณหรือความถี่ในการให้ปุ๋ยลง

13. เลี้ยงปลาที่ไม่กินพืช
เช่น ปลาหางนกยูง ปลาสอด หรือปลากัด เพราะจะช่วยกินลูกน้ำ

14. อย่าให้บัวขยายพันธุ์จนแน่นในภาชนะเดียวกัน
บัว ฝรั่งจะแตกต่าง บัวสาย บัวหลวง จะแตกไหลไปขึ้นต้นใหม่ บัวผันหรือบัวสายเกิดเมล็ดงอกเป็นต้นใหม่แน่นภาชนะ ให้เอาออกเพราะหากแน่นมากไปต้นจะไม่ออกดอก

15. อย่าปลูกบัวหลายพันธุ์ในภาชนะเดียวกัน
ต้นจากพันธุ์ที่แข็งแรงโตเร็วจะเบียดต้นอ่อนแอจนตายไปในที่สุด

16. บัวฝรั่ง บัวหลวง เจริญตามแนวนอน
ถ้าพุ่งชนภาชนะเมื่อไรจะชงักการเจริญเติบโต หักเหง้าหรือไหลให้ยอดหันกลับทางกลางอ่างหรือบ่อ

17. ไม่จำเป็นอย่าถ่ายน้ำในบ่อบัว
เพราะ จะเป็นการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมจากที่บัวเคยชิน บัวจะไม่งาม ถ้าจำเป็นจะต้องถ่ายควรถ่ายออกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ ครึ่งหนึ่งจะเป็นการดี

18. เปลี่ยนดินปลูกใหม่
ควรเปลี่ยนเมื่อรากแน่นภาชนะที่ปลูกและถ้าปลูกในภาชนะที่จำกัดหรือถ้าปลูกในบ่อและนาน ๆ หลาย ๆ ปี ก็น่าต้องเปลี่ยน หน้าดินเหมือนกัน

ที่มา https://victorybenz.wordpress.com
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ทั่วไป

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน