ข้อมูลวิถีชีวิตคนไทยในอดีต

ข้อมูลความรู้ทั่วไปและการทำบุญ

ข้อมูลวิถีชีวิตคนไทยในอดีต

โพสต์โดย pasasiam » อังคาร 11 ต.ค. 2016 2:20 pm

วิธีประหารชีวิตในสมัยกรุงศรีอยุธยา

sryt_p13.jpg
sryt_p13.jpg (36.48 KiB) เปิดดู 1347 ครั้ง


สถาน ๑ คือ ให้ต่อยศีรษะจนเปิดออก แล้วเอาคีมคีบก้อนเหล็กแดงใหญ่ใส่ลงไปในมันสมอง ศีรษะก็จะพุ่งฟู่เหมือนเคี่ยวน้ำส้มพะอูม

สถาน ๒ คือ ให้ตัดแต่หนังจากหน้าถึงปากบนทั้งสองข้าง และถึงใบหูทั้งสองข้าง และเกลียวคอหนังบริเวณคอถึงท้ายทอยแล้วม้วนเข้าหากัน เอาท่อนไม้สอดเข้าข้างละคน โยกคลอนสั่นเลิกหนังและผมนั้นออก แล้วเอากรวดทรายหยาบขัดศรีษะให้ขาวเหมือนพรรณศรีสังข์

สถาน ๓ คือ ให้เอาขอเกี่ยวปากให้อ้าไว้ แล้วนำดวงไฟไว้ในปาก นัยหนึ่ง เอาปากสิวอันคมนั้นแสะแหวะผ่าปากจนถึงทั้งสองข้าง แล้วเอาขอเกี่ยวให้อ้าปากไว้ให้โลหิตไหลออกเต็มปาก

สถาน ๔ คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันให้ทั่วร่างกายแล้วเอาเพลิงจุด

สถาน ๕ คือ เอาผ้าชุบน้ำมันพันนิ้วทั้งสิบนิ้วแล้วเอาเพลิงจุด

สถาน ๖ เชือดเนื้อให้แรงเป็นริ้วแต่อย่าให้ขาดจากกัน ตั้งแต่ใต้คอลงไปถึงข้อเท้าแล้วเอาเชือกผูกให้เดินเหยียบริ้วเนื้อริ้วหนังของตนเดินไปกว่าจะตาย

สถาน ๗ คือ เชือดเนื้อให้เป็นแร่งเป็นริ้ว ตั้งแต่ใต้คอลงมาถึงเอวและให้เชือดตั้งแต่เอวเป็นแร้งเป็นริ้วลงมาถึงข้อเท้า เพื่อทำให้หนังเบื้องบนคลุมลงมาเหมือนนุ่งผ้า

สถาน ๘ คือ ให้เอาห่วงเหล็กสวมข้อศอกทั้งสองข้าง ข้อเข่าทั้งสองข้างให้มั่นแล้วเอาหลักสอดในวงเหล็กแย่งขึงตรึงลงไว้กับแผ่นดินอย่าให้ไหวตัวได้ แล้วเอาเพลิงลนให้รอบตัวจนกว่าจะตาย

สถาน ๙ คือ ให้เอาเบ็ดใหญ่ที่มีคมสองข้างเกี่ยวทั่วร่างเเปิด หนังเนื้อและเอ็นน้อยใหญ่ให้หลุดขาดออกมาจนกว่าจะตาย

สถาน ๑๐ คือ ให้เอามีดที่คมเชือดเนื้อให้ตกออกจากกายแต่ทีละตำลึง คือ นำเนื้อมาชั่งให้ได้น้ำหนักหนึ่งตำลึง:มาตราวัดสมัยโบราณ จนกว่าจะไม่มีเนื้อเหลืออยู่

สถาน ๑๑ คือ ให้แล่สับทั่วร่างแล้ว เอาแปรงหวีชุบน้ำแสบกรีดครูดขูดเสาะหนังและเนื้อเอ็นน้อยใหญ่ให้ลอกออกให้สิ้นให้อยู่แต่ร่างกระดูก

สถาน ๑๒ คือ ให้นอนลงโดยข้างๆ หนึ่งแล้วให้เอาหลาวเหล็กตอกลงไปโดยช่องหูให้แน่นกับแผ่นดินแล้วจับขาทั้งสองข้างหมุนเวียนไปเหมือนเวียนเทียน

สถาน ๑๓ คือ ทำมิให้หนังพังหนังขาด แล้วเอาลูกหินบดทุกกระดูกให้แหลกย่อย ยกขึ้นหย่อนลงกระทำให้เนื้อเป็นกองแล้วพับห่อเนื้อหนังและกระดูกทิ้งวางไว้ดั่งฟางที่เอาไว้เช็ดเท้า

สถาน ๑๔ คือ ให้เคี่ยวน้ำมันให้เดือดพลุ่งพล่าน แล้วลาดลงมาแต่ศีรษะจนกว่าจะตาย

สถาน ๑๕ คือ กักขังสุนัขร้าย อดอาหารหลายวันให้เต็มอยากแล้วปล่อยให้กัดทึ้งเนื้อหนังกินให้เหลือแต่ร่างกระดูกเปล่า

สถาน ๑๖ คือ ให้เอาขวานผ่าอกทั้งเป็นแหกออกดั่งโครงเนื้อ

สถาน ๑๗ คือ ให้แทงด้วยหอกทีละน้อยๆ จนกว่าจะตาย

สถาน ๑๘ คือ ให้ขุดหลุมฝังถึงเอว แล้วเอาฟางปกคลุมร่างก่อนคลอกด้วยไฟพอหนังไหม้แล้วไถด้วยเหล็ก ให้เป็นท่อนน้อยท่อนใหญ่เป็นริ้วน้อยริ้วใหญ่

สถาน ๑๙ คือ ให้เชือดเนื้อออก แล้วทอดด้วยน้ำมัน เหมือนทอดขนม ให้กินเนื้อตัวเองจนกว่าจะตาย

สถาน ๒๐ คือ ให้ตีด้วยตะบองสั้นตะบองยาวจนกว่าจะตาย

สถาน ๒๑ คือ ตีด้วยหวายที่มีหนามจนกว่าจะตาย

ที่มา http://news.boxza.com/view/23295 อ้างอิง
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: ข้อมูลวิถีชีวิตคนไทยในอดีต

โพสต์โดย pasasiam » อังคาร 11 ต.ค. 2016 2:33 pm

สถานภาพของภรรยาสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนั้นแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท ได้แก่

224002-7.jpg
224002-7.jpg (206.21 KiB) เปิดดู 1345 ครั้ง


'เมียกลางเมือง' หมายถึง ภรรยาที่พ่อแม่จัดการให้แต่งงานกับลูกชายของตน มีการสู่ขอ เรียกสินสอดและขันหมากตามประเพณี ถือว่าเป็นภรรยาหลวง เมียกลางเมืองจะถือศักดินาครึ่งหนึ่งของสามี

'ภรรยาพระราชทาน' หมายถึง ภรรยาที่พระมหากษัตริย์พระราชทานมาเพื่อตอบแทนความดีความชอบ ภรรยาพระราชทานจะถือศักดินาเท่ากับเมียกลางเมือง

'เมียกลางนอก' หมายถึง อนุภรรยาที่ชายขอมาเลี้ยง จะถือศักดินาครึ่งหนึ่งของเมียกลางเมือง

'เมียกลางทาสี' หมายถึง ทาสที่ผู้ชายไถ่ตัวมาเป็นภรรยา หากมีลูกด้วยกัน ศักดินาจะเท่ากับเมียกลางนอก

ภรรยาทั้งสี่ประเภทมีสถานภาพเสมือนทรัพย์สินของสามี สามีมีสิทธิยกภรรยาให้ใครก็ได้ และยังมีสิทธิจะขายภรรยาของตนโดยไม่จำเป็นต้องบอกให้เจ้าตัวรับรู้หรือยินยอมก็ได้
pasasiam
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm


ย้อนกลับไปยัง ทั่วไป

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน