เทคนิคต่างๆในการพัฒนาการเกษตรและปศุสัตว์

ทำสวนผสมผสานทั้งปลูกพืช ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และเลี้ยงสัตว์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม

Re: เทคนิคต่างๆในการพัฒนาการเกษตรและปศุสัตว์

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 08 ธ.ค. 2019 7:12 am

วิธีดูแลกุหลาบช่วงหน้าร้อน
78834_resize.jpg
78834_resize.jpg (59.76 KiB) เปิดดู 78 ครั้ง

กุหลาบต่างประเทศฟังแล้วน่าจะเป็นกุหลาบเมืองหนาว เลี้ยงยาก ดอกไม่ออกในเมืองร้อน แต่ที่จริงแล้วกุหลาบหลายสายพันธุ์ปลูกในเมืองร้อนได้ดีไม่ต่างจากเมืองหนาว หรือบางพันธุ์ปลูกได้ดีกว่าด้วยค่ะ แต่ที่สำคัญทรงดอกและสีจะต่างกันไปตามสภาพอากาศ ดิน และการให้ปุ๋ย

กุหลาบที่นำมาปลูกในเมืองร้อนส่วนมากแล้วสีจะซีดลง บางชนิดจะเข้มขึ้นเล็กน้อย ส่วนทรงดอกจะไม่เหมือนกับที่เมืองหนาวเพราะเมืองหนาวจะมีอากาศที่เย็น แดดไม่แรง ทำให้ดอกกุหลาบเก็บความชื้นและน้ำหล่อเลี้ยงได้ดี ทรงดอกสวยคงรูป และบานทนนานอยู่บนต้นได้หลายวัน แต่เมืองร้อนกุหลาบจะบานเร็ว เพราะแดดร้อนจัด เสียน้ำหล่อเลี้ยงมาก ทำให้บานเร็วและโรยเร็วกว่าค่ะ จึงมีวิธีดูแลกุหลาบหน้าร้อนมาฝากค่ะ

๑.อย่าตัดเยอะ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหยุดการเจริญเติบโต ตัดแล้วอาจแตกน้อย ยิ่งถ้าต้นไม่แข็งแรงจริงๆ จะนิ่งไปเลย บางครั้งเห็นไม่แตกก็อดไม่ได้ที่จะหาปุ๋ยมาอัดใส่ ซึ่งเค้าก็ไม่ได้ต้องการมากนักในช่วงนี้ค่ะ (อาจพ่นธาตุอาหารรองบางตัว เช่น แคลเซียม โบรอน หรืออมิโน จะช่วยให้พืชทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศมากขึ้นค่ะ ) แนะนำว่า ให้ดูแลเค้าแบบธรรมดาๆ เช่น ถ้ามีแมลงก็ไล่ไป, ถ้าโคนแห้งก็รดน้ำ ,เก็บใบแห้ง-ร่วง ๆ ใต้ต้น, เห็นดอกออกก็ตัดเฉพาะดอกอย่าตัดลึกมาก, อย่าให้ดอกดกนัก หรือตัดไปปักแจกันบ้าง ยิ่งถ้าปล่อยให้ดอกดกในช่วงนี้ขนาดดอกจะเล็กลงมากค่ะ

๒.ถึงแม้อากาศจะร้อนอย่างไรแต่แสงแดดยังสำคัญมากที่สุด เพียงแต่ระวังอย่าให้ดินร้อน แสงแดดเช้าเป็นแดดมีคุณภาพค่ะ ส่วนแดดช่วงบ่ายหากร้อนมากไป อาจหาฟางแห้งๆ คุมโคนต้นไว้บ้าง แดดจะได้ไม่โดนดินโดยตรง แต่อย่าใช้มะพร้าวสับเลยค่ะ เนื่องจากจะเก็บความชื้นไว้มากเป็นเชื้อราได้ง่ายค่ะ

๓. โรค และแมลง เหมือนมีชุมนุมรอบกองไฟค่ะ โดยเฉพาะเพลี้ยไฟและแมลงหวี่ขาว แนะนำใช้ยาตามท้องตลาด เช่น เอกซอล, แอฟโฟเรีย, โมแลน หากท่านได้ใช้ชีวะภาพ แล้วเอาอยู่ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีค่ะ

๔.ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน กุหลาบชอบน้ำปานปลาง จึงควรรดน้ำพอให้ดินชุ่มชื้น ในช่วงที่มีแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงที่อากาศร้อนแบบนี้อาจจะเพิ่มจำนวนครั้งในการรดน้ำเช่นวันละ ๒ ครั้ง แต่ไม่ควรรดน้ำหลัง ๑๕.๐๐ น.เพราะใบที่เปียกและดินชื้นตลอดทั้งคืนจะทำให้กุหลาบเป็นโรคได้ค่ะ

#Rose in Love
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 806
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เทคนิคต่างๆในการพัฒนาการเกษตรและปศุสัตว์

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 17 ธ.ค. 2019 5:53 pm

ปลูกพุทรานมสด
145634df4-500x375.jpg
145634df4-500x375.jpg (45.62 KiB) เปิดดู 63 ครั้ง

จุดเด่นของพุทรานมสด อยู่ที่รสชาติที่มีความหวาน กรอบ อร่อย เย็นชื่นใจเมื่อเคี้ยวในปาก และที่สำคัญเมื่อรับประทานจะได้กลิ่นนมสด ซึ่งจากลักษณะพิเศษดังกล่าวทำให้พุทราชนิดนี้มีราคาสูง และถูกอกถูกใจผู้บริโภค ดังนั้นพุทรานมสดจึงขายได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศจนผลิตกันไม่พอขายเลยทีเดียว มีข้อมูลว่าพุทรานมสดถูกส่งออกไปยังหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน จีน แคนาดา ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นต้น

สภาพอากาศที่หนาวเย็นจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลดีต่อพุทราเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกใหญ่หวานและกรอบ สามารถเก็บผลผลิตที่มีคุณภาพได้เกือบ ๗๐ – ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยปกติจะเก็บเกี่ยวผลผลิตปีละครั้ง อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

การใส่ปุ๋ยในระยะเริ่มต้นจะต้องให้ปุ๋ยสูตรตัวหน้าสูง สลับกับปุ๋ยสูตรเสมอ ๑๕-๑๕-๑๕ ทุกๆ ๑๐ วัน โดยปริมาณการให้ จะให้ต้นละครึ่งช้อนโต๊ะ (หลังจากปีที่ ๒ เป็นต้นไปให้เพิ่มเป็นต้นละ ๑ ช้อนโต๊ะ ทุกๆ ๑๐ วัน)

พอเข้าเดือนที่ ๔ ต้นพุทราจะเริ่มออกดอก ให้เปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็นสูตร ๘-๒๔-๒๔ โดยจะให้ทุกๆ ๑๐ วันเช่นกัน จนกว่าพุทราจะเริ่มติดลูกจึงเปลี่ยนสูตรปุ๋ยเป็น ๐-๐-๖๐ พร้อมกับให้ปุ๋ยหมักนมสดเพื่อเพิ่มรสชาติให้พุทรามีความกรอบและหวานจัด (ตามสูตรท้ายนี้)นอกจากนั้นยังมีการใส่ปุ๋ยคอกที่โคนต้นอยู่ประจำด้วย

เมื่อปลูกได้ ๘ เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ โดยการเก็บผลผลิตให้เก็บผลที่แก่ประมาณ ๗๐% โดยขั้วพุทราจะยุบเข้าไปในผลนั่นเองโดยผลผลิตจะได้ ๕๐ กิโลกรัม/ต้น ไม่ควรปล่อยให้น้ำหนักมากกว่านี้ เพราะจะทำให้ได้ผลพุทราขนาดเล็กเกินไป ขายได้ราคาต่ำ ซึ่งการขายจะเป็นการขายแบบแบ่งไซด์ใหญ่อยู่ที่กิโลกรัมละ๔๐ บาท (๗-๘ ลูก/กิโลกรัม) ส่วนไซด์เล็กจะอร่อยกว่าราคา ๓๐-๔๐ บาท/กิโลกรัม

ส่วนการให้ผลผลิตนั้นในปีแรกจะให้ผลผลิตอยู่ที่ต้นละ ๒๐-๓๐ กิโลกรัม ปีที่ ๒ จะเพิ่มขึ้นเป็น ๔๐-๕๐ กิโลกรัม และปีที่ ๓ เป็นต้นไปจะให้ผลผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ และบางต้นจะให้ผลผลิตมากถึงต้นละ ๑๐๐ กิโลกรัม
14563b655-375x500.jpg
14563b655-375x500.jpg (66.36 KiB) เปิดดู 63 ครั้ง


วิธีการทำสาว พุทรานมสด
ต้นพุทราจะมีกิ่งก้านที่กระจัดกระจาย กิ่งชี้กระโดงมากมาย และลำต้นจะสูงใหญ่ ดังนั้นในทุกๆ ปีหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จจะต้องทำสาวต้นพุทรา โดยจะเริ่มทำในปีที่ ๒ ส่วนวิธีการทำคือตัดลำต้นออก โดยจะต้องตัดให้สูงจากพื้นดินประมาณ ๔๐-๕๐ เซนติเมตร ภายใน ๑ สัปดาห์จะเริ่มมียอดใหม่แทงออกมา ให้เลือกยอดที่สมบูรณ์ที่สุดไว้เพียง ๒ ยอด โดยยอดที่เลือกไว้จะต้องอยู่ในลักษณะตรงกันข้ามกัน จากนั้นจึงเริ่มดูแลเช่นเดียวกันกับในปีแรก


สูตรทำน้ำหมักนม และวิธีการใช้

นมข้นหวาน ๓ กระป๋อง

น้ำเปล่า ๒๐ ลิตร

น้ำตาลทรายแดง ๑ กิโลกรัม

นมเปรี้ยว ๑ ขวด

นำวัตถุดิบทั้งหมักเทรวมกันคลุกเคล้าให้เข้ากัน บรรจุใส่ในถังหรือโอ่งที่มีที่ปิดมิดชิด หมักทิ้งเอาไว้นาน ๓ เดือน เมื่อเปิดดูจะพบมีชั้นของไขมันอยู่ด้านบน ลงไปจะเป็นชั้นน้ำสีเหลืองขุ่นซึ่งน้ำนี้สามารถนำไปใช้ได้ ส่วนด้านล่างก้นถังจะเป็นในส่วนของแป้งที่ตกตะกอนลงไป การนำไปใช้ให้ใช้สายยางดูดเอาส่วนที่เป็นน้ำเหลืองขุ่นออกมานำไปผสมน้ำ โดยอัตราการใช้คือ น้ำสกัดชีวภาพนมสด ๒๐ซีซี. ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ๗-๑๐ วันสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดหากต้องการทำจำนวนน้อยลง ให้ลดอัตราส่วนวัตถุดิบตามจำนวนปุ๋ยนมสดช่วยในการบำรุงต้น-กระตุ้นยอดอ่อนการทำปุ๋ยใช้เองเป็นอีกหนึ่งวิธีลดต้นทุนการผลิตที่เกษตรกรรุ่นใหม่ นิยมใช้แทนการใช้สารเคมี ซึ่งให้ผลดีและเป็นประโยชน์ต่อพืชปลูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลที่ได้จะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เลือกใช้ เช่นเดียวกับปุ๋ยสูตรนมสด ที่ช่วยให้ต้นพืชสะสมอาหารเพื่อเตรียมความพร้อมกระตุ้นให้แตกยอดอ่อนอย่างได้ผล
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 806
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง บ้านเพียงพอ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron