หน้า 1 จากทั้งหมด 2

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: เสาร์ 26 พ.ค. 2018 6:38 pm
โดย บ้านเพียงพอ
ดอกไม้บูชาพระ แต่ละชนิดเสริมสิริมงคลอย่างไร

1431666668_resize.jpg
1431666668_resize.jpg (91.92 KiB) เปิดดู 9342 ครั้ง


๑. ดอกบัว พบแต่ความ สำเร็จ
๒. ดอกดาวเรือง พบแต่ความรุ่งเรือง มีเงิน มีทอง
๓. ดอกพุด ส่งผลให้ เจริญ มั่นคง แข็งแรงสมบูรณ์ ควรเป็นสีขาว
๔. ดอกมะลิ สุขสดชื่นทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์ มีความรัก ความคิดถึงแก่บุคคลทั่วไป
๕. ดอกรัก พบแต่ความรักที่เปี่ยมด้วยความสุข
๖. ดอกกุหลาบ พบแต่ความมีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น
๗. ดอกแก้ว มีความดี ความสูงค่า มีจิตใจ แจ่มใส
๘. ดอกกล้วยไม้ พบแต่ความสำเร็จ
๙. ดอกจำปี ทำให้ชีวิตรุ่งเรือง การงานก้าวหน้า
๑๐. ดอกจำปา นำโชคสู่ครอบครัว
๑๑. บานไม้รู้โรย เสริมความรักให้มั่นคง
๑๒. ดอกเข็ม ทำให้ สมองปลอดโปร่ง
๑๓. เบญจมาศ ความยั่งยืน
๑๔. ดอกลิลลี่ พบแต่ความน่ายินดีในทุกเรื่อง
๑๕. ดอกพุดตาน ความพร้อมด้วยยศถาบรรดาศักดิ์

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: เสาร์ 26 พ.ค. 2018 6:41 pm
โดย บ้านเพียงพอ
สายพันธุ์ดอกบัวหลวง

lotus_resize.jpg
lotus_resize.jpg (127.57 KiB) เปิดดู 9341 ครั้ง


๑. บัวพันธุ์ดอกสีชมพู (บัวแหลมชมพู) มีชื่อว่า ปทุม ปัทมา โกกระนต หรือโกกนุต ดอกขนาดใหญ่ ดอกตูมเป็นรูปไข่ ปลายเรียวสีชมพู กลีบดอกชั้นนอกมี ๔-๕ กลีบ รูปไข่มีขนาดเล็ดเรียงตัวกัน ๒ ชั้น ส่วนกลางของกลีบมีรูปร่างโค้งป่อง ตรงกลางสีชมพูอมเขียว ส่วนกลีบดอกชั้นกลางและชั้นในสีชมพูเข้ม โคนกลีบดอกสีขาวนวล มีประมาณ ๑๓-๑๔ กลีบ เรียงตัวเป็นชั้น ประมาณ ๓ ชั้น อยู่โดยรอบฐานดอก กลีบชั้นนอกและชั้นในมีสีและรูปร่างคล้ายชั้นกลางแต่เล็กกว่ากลีบในชั้นกลาง

๒. บัวหลวงพันธุ์ดอกสีขาว (บัวแหลมขาว) มีชื่อว่า บุณฑริกหรือปุณฑริก ดอกขนาดใหญ่เป็นรูปไข่ ปลายเรียว คล้ายบัวพันธุ์ปทุม ดอกมีสีขาวประกอบด้วยกลีบดอกชั้นนอกสีขาวอมเขียว ส่วนกลีบในชั้นกลางและชั้นในสีขาวปลายกลีบดอกสีชมพูเรื่อๆ รูปร่างของกลีบและการเรียงตัวของกลีบดอกคล้ายดอกบัวพันธุ์ปทุม

๓. บัวหลวงชมพูซ้อน (บัวฉัตรชมพู) มีชื่อว่า สัตตบงกช ดอกมีขนาดใหญ่ ดอกตูมเป็นรูปไข่ทรงป้อม สีชมพู ประกอบด้วยกลีบนอกเป็นรูปรี มี ๔-๗ กลีบ กลีบเล็กเรียนซ้อนกันเป็นชั้น ๒-๓ ชั้น สีเขียวอมชมพู กลีบในสีชมพูตลอด ส่วนโคนกลีบที่ติดกับฐานรองดอกมีสีขาวอมเหลือง กลีบในมีประมาณ ๑๒-๑๖ กลีบ กลีบในชั้นนอกและชั้นในมีขนาดเล็กกว่าชั้นกลาง เป็นรูปไข่ที่มีส่วนกว้างอยู่ด้านบน เกสรตัวผู้ชั้นนอกๆ เป็นหมัน โดยมีก้านชูที่เป็นเกสรตัวผู้ที่เป็นแผ่นบางๆ สีชมพูคล้ายกลีบในแต่มีขนาดเล็กกว่า ไม่มีอับเรณู แต่ปลายกลีบมีส่วนยื่นออกมาที่มีฐานเรียวเล็ก ส่วนปลายพองใหญ่ มีสีขาวนวล

๔. บัวหลวงขาวซ้อน (บัวฉัตรขาว) มีชื่อว่า สัตตบุษย์ ดอกมีขนาดใหญ่ ดอกตูมเป็นรูปไข่ทรงป้อม คล้ายบัวพันธุ์สัตตบงกช ดอกมีสีขาว ประกอบด้วยกลีบดอกสีเขียวอมขาว ส่วนกลีบชั้นในสีขาวตลอด ส่วนรูปทรงและการเรียงตัวของกลีบดอกคล้ายบัวพันธุ์สัตตบงกช

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อังคาร 29 พ.ค. 2018 12:08 pm
โดย บ้านเพียงพอ
วิธีพับดอกบัวแบบต่าง ๆ

แบบง่ายๆ

แบบเหลี่ยมเพชร

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อังคาร 29 พ.ค. 2018 12:09 pm
โดย บ้านเพียงพอ
แบบกลีบพิกุล

แบบพัดจีบ

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อังคาร 29 พ.ค. 2018 12:09 pm
โดย บ้านเพียงพอ
แบบดอกกุหลาบตูม

แบบดอกไม้บาน

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อังคาร 29 พ.ค. 2018 12:13 pm
โดย บ้านเพียงพอ
พับดอกบัวให้เหลือแต่กลับชั้นในและเกสร


แบบตรีรัตน์

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ 15 ก.ค. 2018 9:40 am
โดย น้ำฟ้า
สรรพคุณของบัวสาย

229262.jpg
229262.jpg (62.01 KiB) เปิดดู 9179 ครั้ง


ช่วยบำรุงร่างกาย (หัว)

ช่วยบำรุงกำลัง (ดอก, เมล็ด)

ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (หัว, เมล็ด)

ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น (ดอก, หัว)

ในประเทศฟิลิปปินส์มีการใช้รักษาโกโนเรีย แต่ไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้ไว้ ด้วยการนำมาถูที่หน้าจะช่วยทำให้ง่วงนอน (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)

ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง (สายบัว)

ดอกช่วยแก้ไข้ตัวร้อน (ดอก)

ช่วยแก้อาการร้อนใน (ดอก)

ก้านบัวสายมีรสจืดและเย็น ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย (ก้านบัว)

สายบัวมีเบตาแคโรทีน ซึ่งช่วยป้องกันและต้านโรคมะเร็งในลำไส้ (สายบัว)

ช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี (ดอก, หัว, เมล็ด)

บัวขม จัดอยู่ใน “ตำรับยาพิกัดบัวพิเศษ” อันประกอบไปด้วยบัวขม บัวเผื่อน บัวหลวงขาว บัวหลวงแดง บัวสัตตบงกชขาว และบัวสัตตบงกชแดง ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยแก้ไข้อันเกิดเพื่อธาตุทั้งสี่ แก้ไข้ตัวร้อน แก้เสมหะ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ แก้ลม และโลหิต ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ทำให้สดชื่น (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)

ดอกบัวขมจัดอยู่ใน “ตำรับยาหอมเทพจิตร” โดยมีดอกบัวขมและสมุนไพรอื่น ๆ อีกหลายชนิดในตำรับ ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมกองละเอียด (อาการหน้ามืดตาลาย สวิงสวาย) แก้อาการใจสั่น และช่วยบำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น (ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้อารมณ์แจ่มใส สบายใจ หรือสุขใจ) (ดอก)

หมายเหตุ : สำหรับวิธีการใช้หัว ให้ใช้หัวบัวสายประมาณ ๓๐ กรัม ใส่น้ำ ๑ ลิตร ต้มนานประมาณ ๑๕ นาที แล้วนำมาดื่มก่อนอาหารครั้งละครึ่งถ้วยกาแฟวันละ ๒ ครั้ง เช้าและเย็น



ประโยชน์ของบัวสาย

ก้านดอกและไหลใช้รับประทานได้ โดยนำก้านดอกหรือใบมาลอกผิวหรือเปลือกที่หุ้มอยู่ออกแล้วเด็ดดอกและใบทิ้ง แล้วนำมาใช้รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นอาหาร เช่น การทำแกง ผัด แกงส้ม แกงกะทิ ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ทำขนมได้อีกด้วย

บัวสายสามารถใช้วัดความลึกของระดับน้ำบริเวณนั้นได้ เนื่องจากความยาวของก้านใบและก้านดอกจะมีเท่ากับความลึกของแหล่งน้ำ

เด็ก ๆ ในชนบทมักชอบเด็ดสายบัวเป็นท่อนสั้น ๆ ที่มีใยบัวติดกันอยู่ ใช้เป็นสร้อยคอหรือสร้อยข้อมือได้

ก้านดอกของบัวสายสามารถนำมาสกัดย้อมสีเส้นไหมได้ โดยจะให้สีเทา

นอกจากจะใช้รับประทานเป็นผักแล้ว บัวสายยังใช้ปลูกเป็นไม้ประดับสระน้ำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากบัวสายมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด มีขนาดและสีของดอกที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงและดูแลรักษาง่าย

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 6:02 pm
โดย น้ำฝน ทะกลกิจ
476_1.jpg
476_1.jpg (70.82 KiB) เปิดดู 8799 ครั้ง


ผลิตภัณฑ์จากดอกบัว

กลีบบัวตากแห้ง เอามาชงเหมือนชา บำรุงหัวใจ สมอง และตา

ก้านบัวหลวงตากแห้ง เอามาชงเหมือนชา บำรุงหัวใจ และประสาท

เกสรบัวตากแห้ง สรรพคุณเยอะมาก แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะมีรสขม

รากบัวตากแห้ง เอามาต้ม แก้ร้อนใน เจ็บคอ

สามารถนำไปอาหารได้หลายอย่าง เช่น รากบัวเชื่อม แกงสายบัว ใบบัวห่อข้าว (ใช้ใบบัวฉัตร)

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ 09 ธ.ค. 2018 2:37 pm
โดย น้ำฝน ทะกลกิจ
ต้นคุณนายตื่นสายกินได้นะ มีประโยชน์มากด้วย

1437742046-1159264317-o.jpg
1437742046-1159264317-o.jpg (82.57 KiB) เปิดดู 7968 ครั้ง


คุณนายตื่นสายที่ปลูกประดับกันทุกวันนี้ มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศบราซิล มีทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ผสม เป็นไม้ดอกที่เลี้ยงง่าย ปลูกง่ายอีกชนิดหนึ่ง ไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากนัก เหมาะกับสภาพฟ้าอากาศของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง


ประโยชน์ของต้นคุณนายตื่นสาย
๑.อุดมไปด้วย โอเมก้า ๓ และกรดไขมันที่ช่วยลดระดับของไขมันเสีย
๒. ป้องกันคุณจากโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองแตก
๓. อุดมไปด้วยวิตามินเอ A ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติชั้นดี ที่จะช่วยป้องกันคุณจากการเป็นมะเร็งปอด และมะเร็งในช่องปาก
๔. อุดมไปด้วยวิตามินซี C รวมทั้งวิตามินอื่นๆ และเกลือแร่ที่มีประโยชน์มากมาย



ในเอเชียและยุโรปมีการปลูกและบริโภคพืชชนิดนี้กันอย่างกว้างขวาง รสชาติใบของมันจะรสเปรี้ยวคล้ายมะนาว เหมาะสำหรับใช้ทำ ซุป สลัด และตุ๋น ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และสารอาหารที่มีประโยชน์มหาศาล คุณนายตื่นสายคือหนึ่งพืชสุขภาพที่หาได้ไม่ยากเลย

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อาทิตย์ 26 พ.ค. 2019 9:35 am
โดย น้ำฝน ทะกลกิจ
ความเชื่อดั้งเดิมปลูกแล้วรวย
ว่านมงคล ๗ ชนิด ปลูกไว้ มีลาภลอย มีความโชคดี ในการเสี่ยงโชคสูง


เมื่อพูดถึง “ว่าน” ก็ต้องนึกถึงเรื่องดี ๆ ที่จะตามหลังการปลูกและสรรพคุณอีกมากมายที่หลายคนให้ความสนใจ เอาเป็นว่าวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับว่านมงคลระดับแถวหน้า ที่คัดมาแล้วว่าดีจริงพร้อมทั้งวิธีในการปลูก หากใครที่กำลังมองหาต้นไม้งาม ๆ มาปลูกไว้ที่บ้านสักต้น ก็น่าจะเริ่มที่ว่านมงคลเหล่านี้เพื่อเสริมโชคลาภให้กับตัวเองพร้อมทั้งคนในครอบครัว

729823_DRIMIOPSIS_MACULATA.jpg
729823_DRIMIOPSIS_MACULATA.jpg (69.67 KiB) เปิดดู 6579 ครั้ง


๑. ว่านรวยไม่เลิก
ใบของว่านนี้จะมีลักษณะเรียวยาวหนานุ่มและมีจุดตามใบ ก้านดอกสีขาวจะออกตลอดทั้งปีแสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน ปลูกโดยการแตกหน่อและตัดใบปักชำ เป็นพืชที่ชอบน้ำมากแต่ต้องตั้งอยู่ในที่แดดรำไรและอากาศถ่ายเทสะดวกไม่เช่นนั้นจะเน่าเอาง่าย ๆ

๒. ว่านกวักนางพญามหาเศรษฐี
ลักษณะของใบทั้งกว้างและใหญ่ ปลายเรียวแหลมและก้านใบสูง ออกดอกเป็นช่อสีขาวแบ่งเป็นช่อละ ๘-๙ ดอก ใช้หัวปลูกลงในดินร่วนปนทรายผสมเศษอิฐและใบก้ามปู รดน้ำปานกลาง ตั้งไว้ในที่สูงที่มีแดดรำไร จะช่วยเรียกโชคลาภให้เข้ามาไม่ขาดสายและถูกหลักตามฮวงจุ้ยที่ควรจะเป็นอีกด้วย

6-13(2).jpg
6-13(2).jpg (276.58 KiB) เปิดดู 6579 ครั้ง


๓. ว่านเศรษฐีก้านทอง
ไม้ล้มลุกที่มีใบยาวปลายแหลมและขอบใบทั้ง ๒ ข้าง พลิ้วเป็นคลื่น มีเส้นกลางเป็นสีน้ำตาลเหลืองอ่อน ออกดอกเป็นช่อสีขาวนวล ควรใช้หัวปลูกลงในดินร่วนปนทรายผสมแกลบเผา ให้ตั้งไว้ในที่แดดรำไรและรดน้ำพอชุ่มเพราะชอบความชื้น สรรพคุณคือใช้เป็นเมตตามหานิยมเรียกเงินทองให้กับผู้ปลูกจึงเหมาะกับร้านค้าหรือคนทำธุรกิจ

๔. ว่านเศรษฐีเรือนนอก
เป็นพืชล้มลุกแตกกอคล้ายเศรษฐีเรือนใน มีใบยาวเรียวแต่ขอบใบทั้งสองข้างจะเป็นสีขาว หากออกดอกจะถือว่าเจ้าของนั้นมีโชคลาภและช่วยป้องกันอันตรายทั้งปวง ให้ปลูกโดยการแยกหน่อหรือนำไหลมาปลูกลงดินร่วนปนทรายใหม่ ตั้งอยู่ในที่แดดไม่มาก รดน้ำพอชุ่มแต่ไม่ต้องเปียกโชก

๕. ว่านเศรษฐีเรือนใน
จุดเด่นของว่านนี้คือใบเรียวยาวขอบสีเขียวและมีเส้นสีขาวตรงกลาง มีสรรพคุณที่ช่วยดูดสารพิษภายในอาคารที่พักอาศัย ต้องปลูกโดยการเอาต้นอ่อนเอามาลงดินร่วนปนทรายที่ผสมเศษอิฐ ไม่ค่อยชอบน้ำให้รดแค่สัปดาห์ละครั้งและตั้งอยู่ในที่แดดรำไร เชื่อกันว่าจะช่วยป้องกันอันตรายและเสี่ยงทายเรื่องโชคลาภ

khjkhjl2.jpg
khjkhjl2.jpg (269.53 KiB) เปิดดู 6579 ครั้ง


๖. ว่านกุมารทอง
ว่านชนิดนี้จะเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวคล้ายกับเด็กนั่งอยู่บนแท่น จึงขนานนามว่าเป็น “ว่านกุมารทอง” ออกดอกเป็นพุ่มทรงกลมปีละครั้ง เมื่อดอกออกแล้วใบจะค่อย ๆ แทงยอดออกมามีลักษณะเรียวยาวปลายไม่แหลมมาก นิยมปลูกไว้เพื่อช่วยในเรื่องอยู่ยงคงกระพัน เสริมอำนาจและบารมี ทำมาค้าขายคล่องตัว แนะนำให้ปลูกไว้หน้าบ้านหรือบริเวณศาลพระภูมิ นำหัวมาปลูกในดินปนทรายระบายน้ำได้ดีจะวางไว้กลางแจ้งหรือแดดรำไรก็ได้

๗. ว่านกวักโพธิ์เงิน-โพธิ์ทอง
ว่านทั้งสองชนิดนี้ต่างกันตรงที่ลายบนหน้าใบ ถ้าเป็นกวักโพธิ์เงินจะมีลายสีขาวและกวักโพธิ์ทองมีสีแดงอมชมพู ลักษณะใบกว้างคล้ายใบโพธิ์เพราะอยู่ในตระกูลเดียวกับบอน ให้ใช้หัวหรือหน่อปลูกลงดินร่วนปนทรายผสมใบไม้แห้งและฟางข้าวหรือใบจามจุรีก็ได้ เคล็ดลับในการรดน้ำหากจะรดในตอนเย็นต้องรอให้กระถางเย็นตัวซะก่อนจึงจะรดได้ ว่านนี้ใช้ในการกวักเงินกวักทองและเสริมเสน่ห์ให้กับผู้ปลูก และยังนำหัวว่านมาพอกแผลช่วยให้หายเร็วได้อีกด้วย
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kapook, thaiherbtherapy, Blogging, Kabilawan, Panmai, Saimherba, Wunjun, Panmai, Somwungsamunpai, Rmuti

“ว่านแสงอาทิตย์” (Blood lily) หรือ”ว่านกุมารทอง” หรือ “ว่านพฤษภา”

3632721499_d66129e9d3.jpg
3632721499_d66129e9d3.jpg (133.52 KiB) เปิดดู 6579 ครั้ง


นับเป็นไม้ประดับที่สวยมากอีกชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะเวลาออกดอกสีแดงก่ำราวกับแสงอาทิตย์ โบราณเชื่อว่า เป็นไม้มงคล อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ”ว่านนางคุม”และ”ว่านนกคุ้ม” ที่นิยมปลูกกันมาก เพราะเชื่อว่าช่วยคุ้มภัย มีอำนาจ และเมตามหานิยม เนื่องจากเป็นว่านของกุมารทอง หรือมีกุมารทองสิงสถิตอยู่ ที่จะช่วยเฝ้าบ้านช่วยให้คนปลูก และคนในครอบครัว พ้นจากภัยอันตรายต่าง มีอำนาจวาสนา และช่วยให้ทำมาค้าขายร่ำรวย

บางคนนิยมนำหัว”ว่านแสงอาทิตย์” พกติดตัวเวลาเดินทางไกล เชื่อจะช่วยคุ้มครองให้พ้นภัยอันตรายทั้งปวง ถ้าเป็นชาวพุทธถือศีล ๕ ด้วยยิ่งดี ส่วนดอกจะนำมาบดใช้ผสมกับเครื่องรางของขลัง นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางยาด้วยคือ ดอก นิยมนำมาผสมกับน้ำมันหอมระเหยของสมุนไพร สำหรับใช้ทานวดลำตัวเพื่อช่วย และบรรเทาอาการเมื่อยล้า รวมถึงความเชื่อที่ว่าช่วยให้มีความคงกระพัน มีอายุยืนยาว กระนั้นบนความสวยงามของ”ว่านแสงพระอาทิตย์” มันก็มีอันตรายแอบแฝงคือทั้งหัว ใบ และดอก มีพิษ หากรับประทานอาจทำให้ท้องเดิน หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ ห้ามรับประทานอย่างเด็ดขาด

ว่านกุมารทอง หรือดอกพฤษภา เป็นว่านที่มีอิทธิคุณคล้ายๆว่านนางล้อม(นางคุม) หรือผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน นิยมปลูกคู่กัน มีความเชื่อว่าจะช่วยคุ้มครองป้องกันภัยสถานที่และผู้อยู่อาศัย แถมยังให้โชคลาภอีกด้วย และยังเป็นว่านเสี่ยงทายโดยเชื่อว่าหากผู้ใดปลูกในกระถางแล้วว่านเจริญงอกงามดี ออกดอกบานสะพรั่ง แสดงว่าเจ้าของกำลังจะโชคดี ถ้าเก็บดอกขณะบานแล้วนำไปแช่ในน้ำมันที่ไม่ใช่น้ำมันจากสัตว์ และน้ำมันที่สกัดมาจากเกสรดอกไม้ ปลุกเสกด้วยพระคาถาทรหดแล้วนำมาทาตัวจะทำให้อยู่ยงคงกระพันยิ่งนัก ว่านนี้มีหัวคล้ายหัวหอมอยู่ใต้ดิน มีใบขนาดเท่าฝ่ามือหรือใหญ่กว่า ใบแข็งหนาเป็นมัน ออกดอกช่วงเดือนพฤษภาคมจึงเป็นที่มาของชื่อดอกพฤษภา ปลูกในวันพฤหัสบดี พร้อมเสกน้ำรดด้วยคาถาพระเจ้า ๕ พระองค์และหัวใจธาตุทั้ง ๔ คือ "นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ"รดลงไปและเสกทุกครั้งที่รดน้ำในครั้งต่อไป


ที่มา เกษตรทำกิน , Charoenporn Kaewthong

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: จันทร์ 15 ก.ค. 2019 9:24 am
โดย น้ำฝน ทะกลกิจ
เหตุใดปีนี้ประเทศไทยจึงฝนแล้งมากขนาดนี้ มารู้จักปรากฏการณ์เอลนีโญ – ลานีญ่า กัน จะได้ไม่ต้องไปโทษว่าใครเป็นตัวอัปมงคลทำให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล

elnino_lanina.jpg
elnino_lanina.jpg (25.17 KiB) เปิดดู 3615 ครั้ง


เอลนีโญ่ เป็นรูปแบบสภาพอากาศที่เกิดขึ้นตลอดมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยเกิดขึ้นเฉลี่ยทุกห้าปี (เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีคาบเวลาที่แน่นอน ไม่ได้เกิดขึ้นทุกปี ขณะที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งอาจกินเวลา ๒ – ๓ เดือนหรือนานกว่า) เอลนีโญจึงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “El Niño – Southern Oscillation” เรียกอย่างสั้นว่า "ENSO" หมายถึงความผันผวนซึ่งเกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ลักษณะของเอลนีโญ คือ เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุณหภูมิผิวน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก โดยอุ่นขึ้นหรือเย็นลงผิดปกติ ซึ่งเรียกว่า เอลนีโญและลานีญาตามลำดับ และความดันบรรยากาศบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกเขตร้อน ซึ่งเรียกว่า ความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นได้สองกรณี: เอลนีโญ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิมหาสมุทรอุ่นขึ้นผิดปกติ ประกอบกับความดันบรรยากาศสูงบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก ส่วนลานีญา เป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิมหาสมุทรเย็นลงผิดปกติ ประกอบกับความดันบรรยากาศต่ำบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตก กลไกที่ทำให้เกิดความผันแปรดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย

สภาวะปกติ
โดยปกติ บริเวณเส้นศูนย์สูตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ลมสินค้าตะวันออก (Eastery trade winds) จะพัดจากประเทศเปรู (ชายฝั่งทวีปอเมริกาใต้) ไปทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก แล้วยกตัวขึ้นบริเวณเหนือประเทศอินโดนีเซีย ทำให้มีฝนตกมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทวีปออสเตรเลียตอนเหนือ กระแสลมสินค้าพัดให้กระแสน้ำอุ่นบนพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกไปกองรวมกันทางตะวันตก จนมีระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลปกติประมาณ ๖๐ – ๗๐ เซนติเมตร แล้วจมตัวลง กระแสน้ำเย็นใต้มหาสมุทรซีกเบื้องล่างเข้ามาแทนที่กระแสน้ำอุ่นพื้นผิวซีกตะวันออก นำพาธาตุอาหารจากก้นมหาสมุทรขึ้นมา ทำให้ปลาชุกชุม เป็นประโยชน์ต่อนกทะเลและการทำประมงชายฝั่งของประเทศเปรู

ปรากฏการณ์เอลนีโญ
เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ กระแสลมสินค้าตะวันออกอ่อนกำลังลง กระแสลมพื้นผิวเปลี่ยนทิศทาง พัดจากประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลียตอนเหนือไปทางตะวันออก แล้วยกตัวขึ้นเหนือชายฝั่งทวีปอเมริกาใต้ ก่อให้เกิดฝนตกหนักและแผ่นดินถล่มในประเทศเปรูและเอกวาดอร์ กระแสลมพัดกระแสน้ำอุ่นบนพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกไปกองรวมกันบริเวณชายฝั่งประเทศเปรู ทำให้กระแสน้ำเย็นใต้มหาสมุทรไม่สามารถลอยตัวขึ้นมาได้ ส่งผลกระทบให้บริเวณชายฝั่งขาดธาตุอาหารสำหรับปลาและนกทะเล ชาวประมงจึงขาดรายได้

ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ แต่ยังก่อให้เกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียตอนเหนือ การที่เกิดไฟใหม้ป่าอย่างรุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย ก็เป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญ

สภาวะลานีญา
ลานีญา เป็นปรากฏการณ์ที่มีลักษณะตรงข้ามกับเอลนีโญ คือมีลักษณะคล้ายคลึงกับสภาวะปกติแต่รุนแรงกว่า กล่าวคือ กระแสลมสินค้าตะวันออก (Trade wind) ที่พัดไปทางทิศตะวันออกมีกำลังแรงทำให้ระดับน้ำทะเลบริเวณทางซีกตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกสูงกว่าสภาวะปกติ ลมค้ายกตัวเหนือประเทศอินโดนีเซียทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก แต่ที่บริเวณชายฝั่งประเทศเปรูน้ำเย็นใต้มหาสมุทรยกตัวขึ้นแทนที่กระแสน้ำอุ่นบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางซีกตะวันออก ทำให้เกิดธาตุอาหารและฝูงปลาชุกชุม

เราอาจกล่าวอย่างง่ายว่า เอลนีโญทำให้เกิดฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในทางกลับกันลานีญาทำให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดฝนตกหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งเอลนีโญและลานีญาเกิดจากความผกผันของกระแสอากาศโลกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัด

ภาพถ่ายจากดาวเทียมโทเพกซ์/โพซีดอน (Topex/Poseidon) ในภาพแสดงให้เห็นความต่างระดับของน้ำทะเลบนพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิก สีขาวแสดงระดับน้ำซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑๔ เซนติเมตร สีม่วงหรือสีเข้มแสดงระดับน้ำซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ –๑๘ เซนติเมตร ขณะที่เกิดลานีญา - เอลนีโญ



อ้างอิง
ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์

Climate Prediction Center (2005-12-19). "Frequently Asked Questions about El Niño and La Niña". National Centers for Environmental Prediction. สืบค้นเมื่อ 2019-07-14.


K.E. Trenberth, P.D. Jones, P. Ambenje, R. Bojariu , D. Easterling, A. Klein Tank, D. Parker, F. Rahimzadeh, J.A. Renwick, M. Rusticucci, B. Soden and P. Zhai. "Observations: Surface and Atmospheric Climate Change". In Solomon, S., D. Qin, M. Manning, Z. Chen, M. Marquis, K.B. Averyt, M. Tignor and H.L. Miller. Climate Change 2007: The Physical Science Basis. Contribution of Working Group I to the Fourth Assessment Report of the Intergovernmental Panel on Climate Change. Cambridge,UK: Cambridge University Press. pp. 235–336.

"El Niño Information". California Department of Fish and Game, Marine Region.

Re: เกร็ดความรู้เกี่ยวกับพืชและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว

โพสต์เมื่อ: อังคาร 17 ธ.ค. 2019 2:56 pm
โดย บ้านเพียงพอ
ดอกมังกร
02(138)_resize.jpg
02(138)_resize.jpg (107.33 KiB) เปิดดู 3487 ครั้ง

ดอกมังกร เป็นพืชที่ได้รับความนิยมปลูกมากในอเมริกาและแอฟริกาเหนือ ซึ่งลักษณะของมันเหมือนกับปากของมังกรที่มีการเปิดและปิด แต่ถ้าหากปล่อยให้มันแห้งเหี่ยว รูปร่างของดอกมังกรก็จะเปลี่ยนแปลงคล้ายกับ หัวกระโหลกมนุษย์ ตามความเชื่อโบราณเชื่อว่า หากปลูกไว้ในบ้านจะช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายป้องกันโรคร้ายและคำสาป หากผู้หญิงนำมารับประทานจะช่วยให้สาวตลอดกาล ไม่แก่ชรา ซึ่งต่อมาในยุควิคตอเรีย ดอกมังกรถูกนำไปเป็นสัญลักษณ์ของการหลอกลวง ความลึกลับ ความสงสัย และเชื่อกันว่าหากใครที่นำดอกมังกรไปซ่อนไว้ในเสื้อผ้าจะทำให้มีเสน่ห์น่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น
04(61)_resize.jpg
04(61)_resize.jpg (41.17 KiB) เปิดดู 3487 ครั้ง

ด้าน Johanna L. Roose นักชีวเคมี อธิบายถึงลักษณะของดอกมังกรที่มีรูปร่างคล้ายกับหัวกระโหลกว่า หลังจากที่ดอกมังกรได้รับการผสมเกสรกลีบดอกจะค่อยๆแห้งเหี่ยวไป เกสรตัวเมียที่มีละอองเรณูและรูปร่างที่เกิดจากช่องรังไข่ เมื่อมันถูกทิ้งไว้จนตายก็จะเกิดช่องโหว่ มีลักษณะคล้ายเบ้าตาและช่องปาก ทำให้ดอกมังกรที่เหี่ยวแล้วมีลักษณะเหมือนกะโหลก
05(56)_resize.jpg
05(56)_resize.jpg (65.9 KiB) เปิดดู 3487 ครั้ง