เรื่องสั้นผลงานนักเรียน ม.๔ สอนโดย ครูน้ำฝน ทะกลกิจ

เรื่องสั้น บทความ ต่างๆ

Re: เรื่องสั้นผลงานนักเรียน ม.๔ สอนโดย ครูน้ำฝน ทะกลกิจ

โพสต์โดย น้ำฟ้า » เสาร์ 04 มี.ค. 2017 4:10 pm

ณ ห้องอาหาร

“ ท่านพี่!! ” เสียงใสหนึ่งดังขึ้นพร้อมร่างหญิงสาวที่กระโดดไปกอดผู้เป็นพี่ชาย

“ เดี๋ยวสิ ‘ชาล็อตเต้!’ กระโดดมาแบบนี้พี่ตกใจนะ “ ฟรีดเอ่ยพร้อมวางน้องสาวลงบนพื้น

“ ก็คิดถึงท่านพี่นิ นานๆทีจะได้กลับบ้าน “ สาวน้อมนาม ‘ชาล็อตเต้’ อ้อนแก่ผู้เป็นพี่

ชาล็อตเต้เป็นเด็กสาวอายุราว 17-18 ปี มีหน้าตาน่ารัก แก้วอมชมพู ดวงตากลมโตสีเหลืองและผมยาวสีเขียวถึงก้นเช่นเดียวกับฟรีด รูปร่างตัวเล็กแบบผู้หญิงทั่วไป ชาล็อตเต้มีนิสัยเป็นเด็กสาวขี้เล่น พูดจาน่ารักน่าเอ็นดู เธอรักพี่และน้องของตัวเองมาก แต่จะติดนิสัยขี้อ้อนเป็นประจำ

“ เดี๋ยวเถอะ! ชาล็อตทำตัวแบบนั้นไม่สมกับเป็นเลดี้เลยนะ ” เสียงหญิงสาวทรงอำนาจคนหนึ่งดังขึ้น

“ ก็แหม่ท่านแม่ ลูกอุสาห์ได้กลับมาจากโรงเรียนประจำคิดถึงท่านพี่จะตายไป “ ชาร็อตเต้ยังแสดงท่าทีอ้อน

“ ให้ตายสิส่งให้ไปเรียนประจำสอนเลดี้จะได้ดูสมกับเป็นเลดี้ขึ้นมาหน่อยแต่นี้กลับไม่เลย “ ผู้เป็นแม่เอ่ยตำหนิลูกของตน

ผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงที่มีอำนาจที่สุดในบ้าน ‘โอเรียนน่า เรจินีส’ แม้อายุจะใกล้ขึ้นเลขห้าแต่หน้าตาก็ยังคงความสาวเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ เธอมีดวงตาสีแดงเลือดและผมสีนิลเช่นเดียวกับมาร์คัสคงไม่ต้องบอกว่ามาร์คัสได้พันธุกรรมมาจากใคร เธอค่อนข้างเป็นคนเข้มงวด ไม่ชอบให้ใครแหกกฎระเบียบ เธอขึ้นชื่อว่าเป็นมาดามที่ใครๆต่างชื่นชมในกริยา มารยาทที่ดูสง่างาม อีกอย่างเธอค่อนข้างขี้หวงด้วยโดยเฉพาะสามี

“ ไม่เป็นไรหรอกครับท่านแม่ “ ฟรีดเอ่ยช่วยผู้เป็นน้องสาว

“ เฮ้อ... งั้นอย่าตามใจมากล่ะ เดี๋ยวชาร็อตจะเคยตัว “ โอเรียนน่าถอนหายใจเมื่อเห็นว่าผู้เป็นลูกชายช่วยพูด

“ ครับ “ ฟรีดเอ่ยตอบ

“ อ่ะ! พี่ชาร็อตกลับมาแล้วเหรอ “

“ ไหนบอกจะกลับอาทิตย์หน้า “ สองเสียงเอ่ยดังขึ้น

“ ก็พี่คิดถึงบ้านนิ ‘เอริซาเบ็ธ’ กับ ‘คันทาเรียล’ ไม่คิดถึงพี่บ้างเหรอ? “ ชาร็อตเต้ถาม

“ ไม่/ไม่ “ สองเสียงต่างตอบเป็นเสียงเดียวกัน

“ ใจร้าย “ ชาร็อตเต้เอ่ยด้วยความน้อยใจ

‘เอริซาเบ็ธ’ กับ ‘คันทาเรียล’ ทั้งสองคนเป็นแฝดคู่ชายหญิงซึ่งหน้าตาคล้ายกัน ทั้งสองคนอายุราวๆ 15-16 ปี มีดวงตาสีแดงเลือดและผมสีดำนิลเช่นเดียวกับผู้เป็นแม่และมาร์คัส แต่นิสัยนั้นต่างสุดขั้ว เอริซาเบ็ธเป็นแฝดคนพี่ผมของเธอยาวเป็นลอน เธอชอบที่จะอยู่ในที่สงบๆ เธอค่อนข้างโลกส่วนตัวสูง ชอบอยู่คนเดียวยกเว้นคันทาเรียลผู้เป็นแฝดคนน้องแต่ต้องไม่ไปรบกวนเธอในการแต่งหนังสือนิยายซึ่งได้ข่าวว่าคันทาเรียลไปแอบอ่านของเธอเกือบโดนฆ่า เอริซาเบ็ธโกรธไม่คุยด้วยหนึ่งเดือนเต็มๆยอมรับว่าคันทาเรียลเป็นพวกขี้ตื้อเธอถึงยอมแพ้คืนดีด้วย ซึ่งก็อย่างที่บอกคันทาเรียลนั้นผมสั้นติดหนังหัว นิสัยตรงกันข้ามเลยเป็นพวกขี้เล่น ขี้แกล้ง ร่าเริงจนเกินเหตุ เป็นมิตรใครๆก็ชอบคุยด้วยแถมเล่นกีฬาก็เก่งโดยเฉพาะขี้ม้า ม้าตัวโปรดของเขาชื่อ ‘เรซิ่ง‘ เจ้าตัวนี้พยศพอตัว

“ ไง โทษทีนะที่มาช้า “ มาร์คัสเอ่ยขณะที่เข้ามาที่ห้องอาหาร

“ ท่านพี่มาร์คัส “ ชาร็อตเต้เข้าไปกอดมาร์คัส

“ ไง ยัยตัวแสบกลับมาแล้วเหรอ “ มาร์คัสกอดชาร็อตเต้ตอบ

“ มากันพร้อมหน้าเลยสินะ “ เสียงใหญ่ทรงอำนาจดังขึ้น

“ ท่านพ่อ “ ฟรีดเอ่ยขึ้น

ชายคนนี้คือผู้เป็นหัวหน้าตระกูล ผู้ที่มีอำนาจใหญ่เด็ดขาดที่สุดในบ้าน ‘นีอ้อน เรจินีส’ แม้อายุจะขึ้นใกล้ขึ้นเลขห้าเช่นเดียวกับท่านแม่แต่ร่ากายยังแข็งแรงเหมือนหนุ่มอายุ 20 ส่วนหน้าตาสีผมเหมือนฟรีดอย่างกับแกะ เรียกได้ว่าฟรีดได้พันธุกรรมจากเขามาเต็มๆ เรื่องนิสัยหรืออย่างอื่นไม่ค่อยมีใครทราบเพราะเขาเป็นคนที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในการทำงานจนคิดว่าสนใจลูกตนเองด้วยเหรอ

“ นานๆทีจะได้กินอาหารกันพร้อมหน้าเอาล่ะมาทานกันเถอะ “ ดีอ้อนเอ่ยแก่ทุกคนในครอบครัวให้เริ่มรับประทานอาหาร

“ ชาร็อตเต้ ได้ข่าวว่าช่วงนี้เจ้าชายโดมินิกชอบมาชวนลูกไปดื่มน้ำชาด้วยนิ ลูกถูกใจเขาไหม? “ ดีอ้อนเอ่ยถามชาร็อตเต้

“ ลูกก็โอเคค่ะ ท่านก็ทรงเป็นคนดีคุยด้วยสนุก “ ชาร็อตเต้เอ่ยตอบ

“ แม่ว่าอีกนานคงได้มีการหมั้นหมายถ้าเห็นว่าลูกถูกใจท่าน “ โอเรียนน่าเอ่ย เธอเองก็ยินดีเช่นกันถ้าลูกสาวแต่งงานกับคนที่ดี เหมาะสมกับตระกูล
“ ทาคันเรียล ลูกเองช่วงนี้ก็ต้องหมั่นฝึกขี่ม้าด้วยล่ะ ใกล้การแข่งขันแล้วไม่ใช่เหรอ “ ดีอ้อนเอ่ยแก่ทาคัลเรียล

“ ไม่ต้องห่วงท่านพ่อ ผมเองฝึกฝนทุกวันชนะได้แน่นอน “ คันทาเรียลเอ่ยแบบมั่นใจ

“ แพ้แล้วอย่ามาร้องไห้ซบอกฉันล่ะ “ เอริซาเบ็ธเอ่ยแทงใจดำ

“ เอริซอย่าใจร้ายกันสิ “ คันทาเรียลทำหน้าอย่างกับคนร้องไห้

“ หึ หึ หึ “ ฟรีดถึงกับหลุดหัวเราะ นานๆทีจะได้อยู่พร้อมหน้ากันเขาเองเป็นพี่ชายคนโตก็มักจะต้องทำงานไม่ค่อยมีเวลาว่างถึงว่างก็มักจะไปหาแต่ลูอัส ส่วนมาร์คัสถึงเห็นเป็นคนเจ้าเล่ห์ปากร้ายแบบนั้นแต่จริงจังกับงานพอตัวส่วนใหญ่มาร์คัสจะทำงานข้างนอกนานๆทีกลับมา ชาร็อตเต้เองก็เรียนโรงเรียนประจำสอนเลดี้ปิดเทอมถึงจะได้กลับมาแต่คุณเธอชอบกลับมาก่อนเพราะคิดถึงบ้านไม่ไหว เอริซาเบ็ธเอาแต่หมกตัวเขียนนิยายเธอชอบเขียนเรียกได้ว่ากี่เรื่องแล้วก็ไม่รู้แต่เธอไม่เคยคิดจะเอาไปตีพิมพ์เลยนี่สิ คันทาเรียลก็มักจะไปเล่นกีฬาประจำมันก็เลยรู้สึกเหงา

หลังจากที่รับประทานเสร็จฟรีดเองก็คิดจะไปหาลูอัสแต่เมื่อถึงห้องดูเหมือนว่าจะมีคนมาถึงก่อนเขา

“ ลูอัส ลูกชั่งงดงามเหมือนโซเฟียจริงๆ “ เสียงที่ลอดผ่านจากประตู ใช่เขาจำมันได้ดีเสียงนี้คือท่านพ่อของเขา

“ ฉันไม่อยากให้ใครมาเห็นเธอเลย ฉันกลัวคนอื่นจะมาแย่งไป “ ท่านพ่อยังเอ่ยเพ้อต่อไปทำให้ฟรีดถึงกับกำหมัดแน่น

สาเหตุที่ลูอัสไม่ได้ออกไปไหนคือท่านพ่อ ท่านพ่อหลงรัก ‘ท่านโซเฟีย’ แม่ของลูอัสมาก แต่ท่านไม่ยอมทำใจกับเรื่องที่เธอนั้นจากไปนานแล้วเมื่อลูอัสหน้าตาคล้ายกับผู้เป็นแม่ทุกประการเขารักความหึงหวงที่สะสมมาจึงหนักขึ้น ขังไม่ให้ไปไหนเพราะกลัวหนีตัวเอง กลัวคนอื่นจะแย่งไปจนไม่คิดถึงความรู้สึกของลูอัส เป็นพ่อที่แย่ชะมัดเขาเองก็นึกสงสารทั้งท่านโซเฟียและลูอัสที่ต้องมาเจอผู้ชายคนนี้ แต่ถ้าจำไม่ผิดเขาก็ได้เจอท่านโซเฟียครั้งแรกเมื่อ 14 ปีก่อน

“ นี่โซเฟีย เธอจะมาเป็นภรรยาคนใหม่ของฉัน “ ดีอ้อนเอ่ยแก่ทุกคนในครอบครัว

“ ดีอ้อนคุณทำอะไร คุณบอกว่ารักฉันคนเดียวไง ยัยชั้นต่ำเนี่ยใครกัน! ” โอเรี่ยนน่าเอ่ยด้วยความโกรธ

“ หยุดพูดจาแบบนั้นเลย โอเรี่ยนน่า! “ ดีอ้อนเองก็เอ่ยด้วยความไม่พอใจเช่นกันที่โอเรี่ยนน่าพูดจาไม่ดีกับโซเฟีย

“ ทำไม ฉันจะพูดคุณมีสิทธิห้ามอะไร! “ โอเรี่ยนน่าดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

เรียกได้ว่าวันนั้นบ้านแตกมาก ท่านพ่อท่านแม่ทะเลาะกันไม่หยุดและดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใครแต่แล้วท่านแม่ก็ต้องยอมเมื่อท่านพ่อยกเรื่องหย่าขึ้นมาท่านแม่จึงแพ้หมดรูป ด้วยเหตุนี้ท่านโซเฟียก็ขึ้นมาเป็นภรรยาแม้จะไม่ได้ถูกต้องตามกฎหมายท่ามกลางความดูหมิ่นของคนในตระกูล

“ อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงชั้นต่ำเข้าใจไหม “

ท่านแม่ถึงกับเอ่ยมาแบบนั้นคงแค้นมากๆซึ่งมาร์คัสก็รับส่วนนั้นมาเต็มๆเรียกได้ว่าฝังเข้าไปในสมองแต่พวกน้องๆที่เหลือด้วยความเป็นเด็กคงไม่คิดอะไรกันมากนัก แต่เขาสัมผัสได้ว่าท่านโซเฟียไม่ใช่คนเช่นนั้น

“ วันนี้ชะมัด ” ฟรีดพลางบ่นขณะกำลังเดินไปที่สวนของตระกูลที่ประจำที่เขามักไปพักผ่อนอยู่เสมอ สวนแห่งนี้เป็นสวนที่ร่มรื่นและเงียบสงบมีต้นไม้และดอกไม้หลากสีสันสัตว์ตัวน้อยๆอย่างเช่น กระรอก ผีเสื้อ นก กระต่าย จึงชอบมาอยู่อาศัยเขาเองก็ชอบที่จะดูพวกมัน แต่ที่เขาชอบที่สุดคงเป็นเจ้ากระต่ายขาวแต่ที่มันแปลกและโดดเด่นคือมันตัวกลมและขนพองกว่ากระต่ายตัวอื่นๆแถมมันยังขี้เล่น กินจุอีกต่างหาก เขาเลยตั้งชื่อมันว่า ‘ สโนว์ ’ ด้วยความที่มันรูปร่างคล้ายๆหิมะ แล้ววันนี้เองภารกิจของเขาก็เช่นเดิมให้อาหารเจ้าสโนว์และสัตว์ตัวอื่นๆ ส่วนเรื่องอาหารเขามักจะไปของพวกผลไม้จากพ่อครัวที่คฤหาสน์

เมื่อเข้าไปถึงเขากลับได้ยินเสียงร้องเพลงของผู้หญิงคนหนึ่ง เขาแอบหลังต้นไม้แล้วชะโงกไปมอง เขาเห็นผมสีขาวยาวปลิวไปกับสายลม เหล่าสัตว์ตัวน้อยต่างล้อมตัวเธอเอาไว้ยังกับเพลิดเพลินกับบทเพลงที่เธอร้องออกมา เธอคือ...
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: เรื่องสั้นผลงานนักเรียน ม.๔ สอนโดย ครูน้ำฝน ทะกลกิจ

โพสต์โดย น้ำฟ้า » เสาร์ 04 มี.ค. 2017 4:13 pm

“ ท่านโซเฟีย “ ฟรีดเดินออกจากที่หลบ

“ อ้ะ! นายน้อยฟรีดต้องขออภัยนะคะ ที่นี้คือที่ของนายน้อยดิฉันมาล่วงเกินต้องขออภัยจริงๆค่ะ “ โซเฟียก้มให้กับฟรีด ฟรีดถึงกับทำตัวไม่ถูกไม่เคยมีใครก้มหัวให้เขานอกจากพวกคนรับใช้แถมคนที่ก้มหัวยังเป็นภรรยาของท่านพ่ออีก

“ คือ... เออ... “ ฟรีดไม่รู้จะเอ่ยอะไรได้แต่พูดติดๆขัดๆ จู่ก็มีกระต่ายหนึ่งในตัวที่ล้อมโซเฟียไว้โดดมาทางตน

“ สโนว์ “ ฟรีดเอ่ยทักมันพร้อมอุ้มมันมาลูบอย่างทุกที

“ กระต่ายชื่อน่ารักจังเลยนะคะ อุ้ย! ขอบโทษที่เสียมารยาทค่ะ “ โซเฟียเอ่ยขอโทษอีกครั้งเมื้อกี้เธอเผลอลืมตัวทำให้เธอลืมฐานะของตนเอง

“ มันตัวกลมๆขนพองแถมสีขาวอีกก็เลยตั้งชื่อนี้ให้มันหน่ะครับ ” ฟรีดเอ่ยพร้อมวางมันลงเพราะมันเริ่มดิ้นไปมา

“ เป็นชื่อที่เหมาะดีนะคะ “ โซเฟียเมื่อเห็นว่าฟรีดเองก็ไม่ได้รังเกียจที่เธอคุยด้วย เธอจึงชวนฟรีดคุยเกี่ยวกับสวนนี้กับฟรีดจนเพลิน ฟรีดเองก็คุยอย่างสนุกเพราะไม่ค่อยมีใครเคยถามหรือคุยเกี่ยวกับสวนนี้ซึ่งเขาเป็นคนที่รอบรู้เรื่องสวนนี้ที่สุดรู้แม้กระทั่งว่าสวนนี้มีมุมหรืออะไรแอบซ่อน

“ เอ้... นายน้อยคงรู้สึกเบื่อสินะคะ ที่ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเวลาเรียนก็เรียนที่บ้าน แล้วเพื่อนล่ะคะ?“ โซเฟียเอ่ยถามฟรีดพร้อมกับช่วยฟรีดให้อาหารแก่สัตว์ตัวน้อย

“ ไม่มีหรอกครับ ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาก็มีแต่พวกหวังงผลประโยชน์ “ ฟรีดเอ่ยแม้สีหน้าจะไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรแต่โซเฟียรู้ว่าฟรีดคงรู้สึกเศร้าและเหงามากแน่ๆ

“ แล้วท่านโซเฟียล่ะครับ ทำไมถึงมาอยู่ที่สวนทั้งที่คฤหาสน์เองก็อยู่สบายจะตาย “ ฟรีดเอ่ยถามกลับ

“ ไม่รู้สิค่ะ คงรู้สึกสบายใจมากกว่า “ โซเฟียเอ่ยพลางลูบขนกระรอกน้อยตัวหนึ่งซึ่งกำลังเคลิ้มกับการลูบขน

“ สบายใจ? “ ฟรีดเอ่ยด้วยความสงสัย

“ อยู่ที่คฤหาสน์ก็ได้ยินแต่เสียงนินทาด่าลับหลังทำให้รู้สึกไม่สบายใจ “ ฟรีดรู้สึกได้ทันทีเขาก็คิดไว้แล้วว่าคนในคฤหาสน์เองต่างก็ไม่พอใจที่ท่านโซเฟียมาเป็นภรรยาย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีคนนินทาแต่เหตุใดที่ท่านโซเฟียถึงมาเป็นภรรยาให้ท่านพ่อเธอเองก็ต้องคิดเรื่องนี้ไว้แล้ว สมบัติ มรดก เหรอ? แต่เขาคิดว่าคงไม่ใช่เพราะจากที่เขาคุยด้วยเธอนั้นต้องกันข้ามทั้งอ่อนโยน ใจดี ไม่ใช่ผู้หญิงนิสัยไม่ดีอย่างที่ท่านแม่กล่าวไว้

“ คือท่านโซเฟีย.... “

“ อ้ะ! ฉันลืมไปว่าต้องไปเตรียมน้ำชาให้ท่าดีอ้อนขณะตรวจสอบเอกสารที่ห้องทำงาน นายน้อยฟรีดค่ะไว้วันหลังจะมาคุยด้วยนะคะ “ โซเฟียรีบเดินตรงกลับไปที่คฤหาสน์ทันทีหลังเอ่ยจบ

สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ถามเรื่องที่สงสัยแต่หลังจากนั้นทุกๆวันงานอดิเรกของเขาคือการมาคุยกับท่านโซเฟียที่สวนแห่งนี้การได้คุยกับท่านโซเฟียคือความสนุกของเขาท่านโซเฟียทั้งเล่าเรื่องโลกภายนอกสถานที่เคยไปพบเห็นแถมเธอยังเป็นหนอนหนังหนังสือตัวยงเขาพึ่งรู้ว่าห้องลับที่อยู่ในห้องนอนของท่านโซเฟียเป็นห้องสมุดที่มีหนังสืออัดกันเป็นพันๆเล่มเธอบอกว่าเจอหนังสือน่าสนใจอดใจไม่ให้ซื้อไม่ได้สักที ทำให้เธอมีความรู้รอบตัวที่ดีมากๆเธอบอกเรียนรู้มาจากหนังสือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ เธอไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนเพราะเธอเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่เด็กๆเธอมีซิสเตอร์ที่โบสถ์รับเลี้ยงเธอสนับสนุนมาโดยตลอด แล้วก็มีคนมาอุปถัมภ์คือสองสามีภรรยาเจ้าของกิจการดอกไม้เล็กๆแถวชานเมืองมารับเลี้ยงดู สองสามีภรรยาคู่นี้แม้ไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ใจดีและมอบความอบอุ่นแก่เธอเหมือนเธอเป็นครอบครัวคนหนึ่ง เธอเล่าไปก็ยิ้มไปเธอดูมีความสุขกับการเล่าเรื่องทำเอาเขายิ้มตามไปด้วย

“ แล้วรู้จักกับท่านพ่อได้อย่างไงเหรอครับ? ” แล้วก็มาถึงคำถามที่ผมอยากถามมาโดยตลอด

“ เออ... จะว่าอย่างไงดีค่ะ “ แล้วเธอก็เล่ามาว่าอยู่มาวันหนึ่งคุณพ่อของเธอป่วยหนักคุณแม่ของเธอต้องใช้เงินที่มีไปรักษาคุณพ่อของเธอแต่ดูเหมือนว่าเงินนั้นจะไม่พอทำให้ต้องไปกู้ยืมคนอื่น พอกู้ยืมมาก็ไม่มีมาใช้เธอจึงเกือบถูกไปขายที่แหล่าค้าประเวณีแต่ท่านพ่อของเขาไปพบเขาเลยช่วยไว้ทันและชดใช้หนี้ให้เธอเลยอยากตอบแทนพระคุณแต่เธอก็ไม่รู้จะให้อะไรท่านพ่อเลยของเธอเป็นภรรยาเธอเลยยอมอย่างเต็มใจ เรื่องก็เป็นเช่นนี้ท่านโซเฟียชั่งน่าสงสารจริงๆ ท่านพ่อเองก็คงหลงรักความอ่อนโยนของเธอแน่ๆเขาเองก็รู้สึกเช่นนั้น จนเวลาผ่านไป...

“ ฉันท้องค่ะ “ ท่านโซเฟียเอ่ยด้วยความกังวล

“ เอ้ะ! “ ฟรีดตกใจอย่างมาก นี่! เขาจะมีน้องอีกคนแล้วเหรอ

“ นายน้อยฟรีดรังเกลียดรึเปล่าคะ? “ ตอนนี้โซเฟียเธอกำลังกลัวเธอกลัวฟรีดจะเกลียดเธอที่เธอท้องกับท่านพ่อของเขา

“ ทำไมต้องเกลียดด้วยล่ะ ดีใจด้วยซ้ำไปผมจะมีน้องอีกคนแล้ว “ ฟรีดเอ่ยด้วยความดีใจทำให้โซเฟียดีใจตามที่ฟรีดไม่เกลียดเธออย่างที่เธอคิดแต่ดูเหมือนว่าคนอื่นจะไม่คิดเช่นนั้น

“ ฟรีดแม่ขอห้ามลูกไปพบกับยัยนั้นอีก “

นั้นคือคำสั่งของแม่เขาที่ทำร้ายจิตใจเขามากแถมเธอยังตัดอิสรภาพกับเขามักขังเขาไว้ในห้องเวลาที่เขาคิดจะหนีไปหาท่านโซเฟีย เวลาออกไปไหนต้องมีคนรับใช้ไม่ก็มาร์คัสคอยตามนั้นจึงเป็นเวลาหลายเดือนที่เขาไม่ได้พบกับท่านโซเฟียเลย จนเขาได้ทราบข่าวว่าท่านโซเฟียปวดท้องหนักกำลังใกล้คลอดตอนนั้นในใจเขากลับเต็มไปด้วยความกังวลเขาอยากจะไปให้กำลังใจเธอเขาเป็นห่วงเธอ และทำให้รู้ว่านั้นคือวันสุดท้ายที่เขาได้พบเธอเมื่อพ่อของเขามาเรียกเขาให้ไปพบท่านโซเฟีย

“ โซเฟียมีเรื่องอยากคุยกับลูก ”

ฟรีดรีบวิ่งเข้าไปในห้องทันทีที่ท่านพ่อเขาเอ่ยเขาเห็นท่านโซเฟียนอนอยู่บนเตียงคราบเลือดจากการคลอดยังติดอยู่ตอนนี้สีหน้าของเธอดูอ่อนล้ามาก
“ ท่านโซเฟีย! “ ฟรีดเอ่ยพร้อมวิ่งไปหาโซเฟียที่เตียง

“ นายน้อยฟรีดเหรอคะ? ไม่ได้เจอกันนานดูโตขึ้นเยอะเลย “ โซเฟียเอ่ยได้อย่างลำบากแต่ยังคงรอยยิ้มที่อ่อนโยนเอาไว้

“ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วท่านโซเฟีย ท่านโซเฟียเจ็บมากไหม? “ ฟรีดเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงพร้อมกุมมือของโซเฟีย

“ ไม่เจ็บหรอกค่ะ แค่นี้เอง “ โซเฟียเอ่ยพร้อมส่งสัญญาณบางอย่างแก่ดีอ้อน ดีอ้อนอุ้มบางสิ่งบางอย่างแล้วนำมาวางไว้บนตักของโซเฟียมันคือเด็กทารกตัวน้อยที่พึ่งเกิดออกมาดวงตาชั่งเหมือนกับผู้เป็นแม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน

“ เด็กคนนี้คือน้องชายของนายน้อยแล้วนะคะ ” โซเฟียยิ้มแม้ว่าหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยเหงื่อ

“ น้องชาย “ ฟรีดเอามือไปแตะที่ทารกน้อยเหมือนมีความรู้สึกบางอย่างทารกน้อยจับนิ้วของฟรีดไม่ยอมปล่อย

“ ดูเหมือนเขาจะชอบนายน้อยนะคะ “ โซเฟียเอ่ยด้วยความสุข

“ ชื่อของเด็กคนนี้คือ ‘ลูอัส’ “ โซเฟียเอ่ยชื่อของทารกน้อยคนนี้ ฟรีดจำได้ลูอัสคือชื่อหนังสือของท่านโซเฟียที่เขาชอบมากๆถึงขั้นไม่ยอมคืน โซเฟียเลยยกให้แก่เขาหนังสือที่หมายถึง ‘ความหวังจากท้องฟ้า ลูอัส’

“ เป็นชื่อที่ดีจริงๆ “ ฟรีดเอ่ยด้วยความตื้นตัน

“ นายน้อยค่ะ “ โซเฟียเอ่ยเรียก

“ อะไรเหรอครับ? “ ฟรีดเอ่ยด้วยความสงสัย

“ นายน้อยสัญญาได้รึเปล่าค่ะว่าจะช่วยปกป้องเด็กคนนี้ “ โซเฟียเอ่ยด้วยความจริงจังตอนนี้ดวงตาของเธอเริ่มพล่ามัว

“ ครับ ผมขอสัญญาว่าจะดูแลลูอัส! “ ฟรีดเอ่ยตอบด้วยความหนักแน่น

“ ดีจังเลยค่ะ... “ และนั้นคือคำพูดสุดท้ายของเธอแม้ว่าดวงตาจะปิดสนิทแล้วแต่เธอยังคงรอยยิ้มไว้จนสุดท้ายของชีวิต....

ส่วนงานศพของท่านโซเฟียก็จัดแบบเงียบๆมีแต่คนในตระกูลเท่านั้นที่รู้ แต่ที่สำคัญที่สุดหลังลูอัสเกิดมาหลายๆคนต่างจะกำจัดทิ้งโดยเฉพาะท่านแม่แต่เขาและท่านพ่อไม่ยอมให้ใครทำเช่นนั้นเลยไม่มีใครกล้าทำ ตึคนที่เปลี่ยนไปที่สุดนั้นคือท่านพ่อหลังจากที่ท่านโซเฟียเสียไปท่านพ่อเอาแต่หมกตัวทำงานไม่สนใจใครทำให้ท่านแม่ยังแค้นที่ท่านพ่อยังไม่เลิกหลงรักท่านโซเฟีย จนลูอัสเติบโตขึ้นทำให้รู้ว่าลูอัสนั้นเหมือนท่านโซเฟียอย่างกับแกะทำให้ความหลงใหลของท่านพ่อกลับมาประคบประหงมเหมือนแก้วใบหนึ่งและไม่ยอมให้ผู้ใดแตะยกเว้นเขาซึ่งท่านโซเฟียฝากฝังไว้ จนมันหนักขึ้นเรื่อยๆท่านพ่อกลัวว่าใครจะขโมยลูอัสไปเพราะเขาเคยพาลูอัสออกไปข้างนอกแล้วมีแต่คนอื่นมองทำให้เกิดความหึงหวงขังลูอัสไว้ในห้องแห่งนั้นและล็อคกุฎแจไว้ซึ่งคนที่มีกุฎแจมีแค่เขาและท่านพ่อ และถ้าท่านพ่อว่างเหมือนไหร่ก็จะมาหาลูอัสมาพรรณณาน่ารำคาญนั้นถึงท่านโซเฟีย เขารู้สึกไม่ชอบกับการกระทำของท่านพ่อมากๆแต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นไรมันเลยคือเป็นที่มาของสาเหตุที่ลูอัสต้องถูกขังไว้ที่ห้องแห่งนี้

“ ลูอัสไว้ว่างๆพ่อจะมาหาอีกนะ “ ดีอ้อนหลังจากมาหาลูอัสเสร็จก็ออกจากห้องพร้อมเดินไปทิศทางห้องทำงานของตน ฟรีดเองเห็นว่าท่านพ่อของตนไปแล้วก็เข้าไปที่ห้องลูอัส

“ ฉันไม่ชอบเลยฟรีด ที่ท่านพ่อทำแบบนี้ “ ลูอัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เศร้า

“ ลูอัสขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย “ ฟรีดเองเขาก็รู้สึกผิด

“ ไม่หรอกฟรีดนายจะช่วยฉันแล้วแต่ฉันปฏิเสธต่างหาก “ ลูอัสยังกอดหนังสือที่ฟรีดให้มา

“ ลูอัส ฉันขอถามอีกรอบถ้าฉันพานายออกไปนายจะไปไหม? “ ฟรีดเอ่ยคำถามนี้อีกครั้ง ลูอัสถึงกับทำหน้าตาไม่สู้ดีนักเขาไม่คิดว่าฟรีดจะเอ่ยคำถามนี้อีก

“ ลูอัสขอร้องล่ะ ช่วยตอบมาเถอะ “ ฟรีดเอ่ยขอร้องแก่ลูอัสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ มันคงเป็นไม่ได้หรอกฟรีด นั้นท่านพ่อเลยนะฟรีดอย่ามาลำบากเพื่อฉันเลย “ ลูอัสเอ่ยความในใจทั้งหมดด้วยความเศร้า

“ ลูอัส.. งั้นเหรอ “ ฟรีดหันหลังให้ลูอัสทำให้ลูอัสเสียใจเป็นอย่างมาก

“ จริงสิลูอัสอย่าลืมอ่านหนังสือที่ฉันให้ด้วยล่ะ “ ฟรีดเอ่ยและยังคงรอยยิ้มเอาไว้พร้อมเดินออกไป

“ ฟรีด ฉันขอโทษ “ ลูอัสเอ่ยอย่างแผ่วเบา

ปัง!
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: เรื่องสั้นผลงานนักเรียน ม.๔ สอนโดย ครูน้ำฝน ทะกลกิจ

โพสต์โดย น้ำฟ้า » เสาร์ 04 มี.ค. 2017 4:15 pm

นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาได้ยินเสียงประตูอย่างไม่สบายใจนะ ลูอัสเป็นห่วงเขาเขารู้สึกได้ลูอัสไม่อยากให้เขาต้องลำบาก แต่เสียใจด้วยลูอัสเพื่อให้นายมีความสุขแม้ต้องลำบากฉันก็อดทนได้

“ เอาล่ะ “ ฟรีดต้องไปยังห้องๆหนึ่ง เขารู้ดีนี่คือความท้าทายแต่เพื่อลูอัส เขาเคาะประตู

“ ท่านพ่อ ผมฟรีดเองครับ “ ใช่ นี่คือห้องทำงานของท่านพ่อของเขา

“ มีอะไรหรือฟรีด เข้ามาสิ “ ท่านพ่อเอ่ยจบฟรีดเปิดประตูเข้าไปในห้องท่านพ่อของเขาตอนนี้นั่งอยู่โต๊ะที่มีกองเอกสารจำนวนมากอยู่เขาตรงไปยืนอยู่ข้างหน้า

“ ว่าไงฟรีดลูกมีอะไรจะคุย “ ท่าพ่อเอ่ยโดยที่ตายังมองที่เอกสารในมือ

“ ผมจะมาพูดถึงเรื่องลูอัสหน่ะครับ “ ฟรีดเอ่ยเรื่องสำคัญดีอ้อนถึงกับวางเอกสารในมือลงและจ้องไปมองที่ฟรีด

“ ผมอยากขอลูอัสจากท่านพ่อ “ ฟรีดเอ่ยจบดีอ้อนทำสีหน้าจริงจังและเข้มขรึม

“ ลูกจะมาขอลูอัส ลูกรู้รึเปล่าว่าลูกกำลังพูดอะไร “ ตอนนี้น้ำเสียงของดีอ้อนเริ่มน่ากลัวขึ้น

“ ก็อย่างที่พูดไปครับท่านพ่อ ผมจะขอลูอัส “ ฟรีดเอ่ยเน้นอีกรอบแก่ท่านพ่อของตน

“ ฟรีด แกทำให้พ่ออารมณ์ไม่ดีแล้วนะ “ ดีอ้อนถึงขีดสุดเข้าทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น

“ ท่านพ่อพอเถอะทำแบบนี้ลูอัสไม่ความสุขหรอกนะครับ “ ฟรีดพูดกล่อมให้ท่านพ่อของตนใจเย็นลง

“ ไม่มีความสุขแก่หมายถึงอย่างไง? “ ดีอ้อนถึงกลับกระชากคอเสื้อของฟรีด

“ ท่านพ่อทั้งกักขังเขาไว้และยังเห็นเขาเป็นตัวแทนท่านโซเฟียอีก! “ ฟรีดเขาเองก็พูดสิ่งที่อยู่ในใจมาตลอด

“ ฟรีด! “ ดีอ้อนแทบอยากชกลูกชายตัวเอง

“ ท่านพ่อพอเถอะ “ ฟรีดยังคงพูดกล่อมพ่อของตนอีกครั้ง

“ หึ ได้ถ้าแกอยากโดนตัดหางปล่อยวัดขนาดนั้นแต่ขอบอกไว้ก่อนอย่างไงก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน “ ดีอ้อนปล่อนมือจากคอเสื้อของฟรีดและนั่งด้วยท่าสบาย ทำให้ฟรีดรู้สึกกังวลเช่นกัน

“ แกรู้จักพวกผิวเหลืองแถบตะวันออกไหม? “ ดีอ้อนนั่งจ้องเอกสารในมือ

“ ท่านพ่อ หรือว่า.. “ ฟรีดตอนนี้กำลังเคร่งเครียด

“ ฉันอยากให้แกไปติดต่อการค้ากับพวกนั้น “ ดีอ้อนเอ่ยข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้ฟรีดถึงกับเครียดจัด

“ ได้ครับ ถ้านั้นคือสิ่งที่ทำให้ลูอัสมีความสุข “ ฟรีดเอ่ยรับคับแม้ว่ามันยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหนก็ตาม
“ และมีอีกอย่างหนึ่งที่แกต้องทำ “

.
.
. .
.
“ ท่านพี่จะไปจริงๆเหรอคะ? “ ชาร็อตเต้ถามผู้เป็นพี่ชายด้วยเป็นห่วง

“ อืม พี่ตัดสินใจไว้แล้ว “ ฟรีดเอ่ยยืนยัน

“ งั้นดูแลตัวเองด้วยนะครับ “ คาทันเรียลเอ่ยแสดงความเป็นห่วง

“ พี่จะดูแลตัวเอง พี่สัญญา “ ฟรีดกอดลาน้องทั้งสองแล้วมองไปยังเอริซาเบ็ธและลูคัสแม้ว่าสองคนนั้นจะได้เอ่ยกล่าวอะไรแต่เขารู้ดีว่าสองคนนั้นเป็นห่วงเช่นกัน

“ งั้นพี่ไปแล้วนะ “ ฟรีดเดินตรงไปยังรถที่เขาต้องใช้เดินทางไปยังท่าเรือแต่ก็ยังเหลือบมองไปยังห้องของผู้เป็นพ่อและห้องสีขาวที่เขามักจะไป แม้จะไม่ได้กลับมาที่นี้อีกนานแต่เขาก็ไม่ได้กล่าวลากับลูอัสเลย ฟรีดเข้าไปนั่งในรถเขาพร้อมแล้วสำหรับการเดินทาง

“ นายนี่มันบ้าจริงๆเลยฟรีด “ และการเดินทางครั้งนี้เขาไม่ได้ไปเพียงคนเดียว

“ ก็ฉันเป็นอย่างงี้แต่ไหนแต่ไรแล้ว ‘ โลกิ ’ “ ฟรีดเอ่ยตอบแก่โลกิ

โลกิเป็นเพื่อนสนิทของเขาอายุรุ่นราวคร่าวเดียวกัน โลกิเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นทำให้มีผิวที่ขาว ผมสีเทาหม่นยาวถึงกลางหลังแต่รวบผมครึ่งหนึ่ง ตาสีฟ้าสดใส รูปร่างเรียกว่าดีกว่าเขาเยอะเพราะเจ้าตัวชอบเล่นกีฬา เขาตัดสินใจขอให้โลกิช่วยเขาเรื่องนี้เพราะโลกิเติบโตในครอบครับพ่อค้าทำให้เขาเชี่ยวชาญด้านนี้มากกว่าเขาและโลกิก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือเขา ที่จริงคนส่วนใหญ่ที่มาเป็นเพื่อนเขามักจะหวังผลประโยชน์กันทั้งนั้นมีแต่โลกิที่บ้าๆบอๆนี่แหละที่เขาคิดว่าเจ้าตัวเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด อีกอย่างที่หมอนี้ไปด้วยก็คงไปเหล่สาวๆตามเคย

“ นายคิดได้ไงไปเจรจาพวกผิวเหลืองแถบตะวันออก ถึงพวกนั้นจะเก่งเรื่องการค้าเป็นผลดีของเราที่จะขยายส่งเสริมการค้าเช่นกัน แต่พวกนี้คงหยิ่งแถมพูดยากต่างหาก ถ้าไม่เห็นว่าทำเพื่อนลูอัสฉันจะไม่ช่วยนายเลย “ ฟรีดต้องนั่งฟังบ่นในรถจนถึงท่าเรือที่ต้องใช้เดินทางไปแถบตะวันออก เรือนี้เป็นเรือสำเภาขนาดใหญ่ที่เอาไว้ค้าขายและเจรจา ฟรีดยืนรับลมพลางนึกถึงลูอัส

“ คิดถึงจังเลย “ ฟรีดเอ่ยด้วยความคิดถึง

“ แล้วทำไมไม่ลาเจ้าตัวก่อนมาล่ะ นายก็รู้อีกอีกกี่ปีกว่าเราจะเจรจาได้ “ โลกิยังคงบ่นฟรีดไม่หยุด

“ ห้ามแกเจอกับลูอัสจนกว่าแกจะทำภารกิจนี่เสร็จ “

คำประกาศกร้าวของท่านพ่อทำให้เขาต้องทำแม้ไม่อยากทำก็ตาม มันรู้สึกเจ็บป่วยแต่ก็ต้องทน

“ รอฉันก่อนนะลูอัส... “
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: เรื่องสั้นผลงานนักเรียน ม.๔ สอนโดย ครูน้ำฝน ทะกลกิจ

โพสต์โดย น้ำฟ้า » เสาร์ 04 มี.ค. 2017 4:17 pm

ณ ห้องสีขาว

ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่เจอฟรีดอีกเลยเขาได้ข่าวว่าฟรีดออกเดินทางไปที่อื่นซึ่งอีกหลายปีกว่าจะกลับมา ฟรีดคงเกลียดเขาแล้วสินะถึงไม่ได้เอ่ยกล่าวลาแม้สักนิดตอนนี้ลูอัสได้แต่น้อยใจ หนังสือที่ฟรีดให้เขาเองก็ไม่กล้าที่จะเปิดอ่านเขากลัวคิดถึงฟรีดทั้งๆที่เขาเป็นคนไล่ฟรีดมาโดยตลอดแต่ตอนนี้เขารู้สึกเหงา

แอ้ด..

เสียงเปิดประตูลูอัสคิดว่าคงเป็นท่านพ่อของตนอย่างทุกทีแต่คราวนี้กลับไม่ใช่คนที่เดินเข้ามาเป็นคนที่เขาคิดว่าไม่น่าเจอกันได้ผมสีดำยาวเป็นลอนและดวงตาสีแดงที่เขายังคงจำได้ดีแม้ไม่ได้พบกันนาน

“ เอริซาเบ็ธ “ ลูอัสเอ่ย

“ ไม่ได้พบกันนานเลย “ เอริซาเบ็ธเอ่ยพร้อมเดินไปที่ตู้หนังสือ

“ หนังสือเยอะจังเลยนะ “ เธอลูบตามสันหนังสือที่จัดเรียงไว้บนตู้

“ อืม “ ลูอัสเอ่ยตอบแต่ยังก้มหน้าอยู่

“ คิดถึงท่านพี่เหรอ? “ เอริซาเบ็ธเอ่ยถาม

“ เออ.. ก็ประมาณนั้น “ ลูอัสกอดเข่า

“ ท่านพี่ไม่ได้เกลียดเธอหรอกนะ “ เอริซาเบ็ธเอ่ยเธอพอเดาได้ว่าลูอัสกำลังคิดอะไร

“ เอ้? “ ลูอัสเอ่ยด้วยความสงสัย

เอริซาเบ็ธตัดสินใจเล่าเรื่องของฟรีดว่าเจ้าตัวกำลังพยายามทำเพื่อลูอัสพร้อมกับเล่าเรื่องที่ตนเองสนิทกับแม่ของลูอัสเธอชอบอ่านหนังสือมากๆและเธอตัดสินที่จะลองแต่งนิยายดูแต่คนอื่นๆกลับมองว่าไร้สาระมีแต่ท่านโซเฟียที่คิดแตกต่างและค่อยให้คำแนะนำแก่เขา ตอนนี้ลูอัสไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ฟรีดทำเพื่อเขา

“ เพราะฉะนั้นลูอัสเธอต้องเชื่อใจท่านพี่ ฉันเชื่อว่าสักวันเขาต้องกลับมาและฉันจะอยู่ดูแลเธอแทนเอง “ เอริซาเบ็ธกอดลูอัสพร้อมให้กำลังใจ

“ ขอบคุณนะเอริซาเบ็ธ “ ลูอัสได้แต่ร้องไห้และกอดตอบ

จนเอริซาเบ็ธออกไปจนถึงกลางคืน ตลอดทั้งคือนเขาไม่สามารถข่มใจให้หลับได้เขาได้แต่คิดถึงแต่เรื่องของฟรีด จนในที่สุดเขาตัดสินใจอ่านหนังสือเล่มสีแดงที่ฟรีดให้มา

หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆที่มีเพียงหน้าตาเท่านั้นเด็กหนุ่มได้แต่มองออกไปยังหน้าต่างเขาเห็นแต่เพียงพระอาทิตย์ขึ้นแต่เคยไม่เคยที่จะเห็นมันตกดิน เขาเคยเห็นผู้ชายสูงวัยคนหนึ่งเดินทางไปทำงานทุกวันแต่ไม่เคยเห็นเขากลับมา มันเช่นนี้ทุกวันๆความสงสัยของเขาก็ยังคงเก็บเอาไว้จนได้พบกับเด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าคงรุ่นราวคราวเดียวกัน

“ นี่นาย “

“ มีอะไรเหรอ ”

“ รู้ไหมทำไมพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน “

“ ทำไมจะไมรู้เพราะมันตกฝั่งนั้น “ เด็กหนุ่มชี้ฝั่งตรงข้ามของหน้าต่าง

“ และรู้ไหมทำไมผู้ชายคนนั้นถึงไปทำงานทุกวันแต่ทำไมถึงไม่เห็นเขากลับมา “ เขาชี้ไปยังผู้ชายสูงวัย

“ เพราะผู้ชายคนนั้นเดินกลับฝั่งนั้น “ เด็กหนุ่มชี้ฝั่งตรงข้ามของหน้าต่างเช่นเดิม

เขารู้สึกอัศจรรย์กับความรอบรู้ของเด็กหนุ่มคนนี้มาก จึงเมื่อเด็กหนุ่มคนนี้ผ่านมาเมื่อไรเขาก็จะถามคำถามอยู่เสมอจนเด็กหนุ่มทนไม่ไหว

“ จะไม่ตอบคำถามของนายอีกแล้ว “ และเด็กหนุ่มก็เดินจากไป

ทำให้เขาเสียใจทั้งคืนได้แต่รองไห้จนหลับไป พอถึงรุ่งเช้าเหมือนทุกทีเขาไม่เห็นแสงสว่างอย่างที่เป็นทุกวันหน้าต่างหายไป แต่เขาเห็นเพียงประตูบานหนึ่งเขาตัดสินใจเปิดประตูและก้าวเดินออกไป เขาเห็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเขาเห็นพื้นที่กว้างๆเขาได้สัมผัสกับดินและหญ้านี่คือโลกใหม่ที่เขาไม่เคยพบเห็น

“ นี่คือสิ่งที่นายไม่เคยสัมผัสถ้านายเอาแต่อยู่ที่บ้านเล็กๆที่มีแต่เพียงหน้าต่างนั้น นายก็จะไม่มีวันเห็นกับสถานที่ที่ไม่เคยเห็นอย่างไงล่ะ ลูอัส “

“ ลูอัส? “ ลูอัสสงสัยกับชื่อตัวละครที่เหมือนเขาทั้งที่หนังสือนั้นชื่อแฮรี่ จู่ตัวอักษรที่สลักว่าแฮรี่ก็รั่วลงมาชื่อจริงๆของหนังสือนี้คือ ‘ลูอัส’ เขาเข้าใจแล้วว่าฟรีดต้องการสื่ออะไรถึงเขา เขาได้แต่เพียงกอดหนังสือและเอ่ยถึงชื่อฟรีดซ้ำไปซ้ำมา...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ “ ลูอัสเอ่ยคำนี้แทบทุกวัน ตอนนี้จากเด็กหนุ่มร่างบางตัวเล็กได้เติบโตขึ้นผมที่ยาวถึงก้นตอนนี้สั้นถึงกลางหลังโดยฝีมือเอริซาเบ็ธพี่สาวของเขาที่ตอนนี้เป็นนักเขียนเต็มตัว ส่วนคนอื่นๆก็มีอาชีพและฐานะมั่นคงเช่นกัน มาร์คัสดูแลงานต่อจากท่านพ่อซึ่งป่วยหนัก ชาร็อตเต้พึ่งแต่งงานกับเจ้าชายโดมินิก ส่วนทาคัสเรียลก็เข้ารับราชการทหารอยู่ในพระราชวังส่วนเขาก็กำลังนักเขียนเช่นเดียวกับเอริซาเบ็ธซึ่งเธอก็สนับสนุน ตอนนี้อะไรก็เปลี่ยนไปหมดตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาไม่ได้รับข่าวคราวจากฟรีดเลย

“ คิดถึง “ เขาวางมือจากปากกาขนนกและมองไปยังหน้าต่างข้างนอก

“ จะเป็นอย่างไงบ้างนะ ฉันอยากออกไปข้างนอกแล้วรู้ไหม “ ลูคัสเอ่ยอย่างแผ่วเบาหวังว่าคนที่เขาส่งไปจะได้ยิน


ตึง!

“ เอ้? “

พลั่ก!!

หน้าลูกกรงของลูอัสจู่ๆก็หลุดไปต่อหน้าต่อตาของเขาโดยแรงดึงจากบางอย่างทำให้เขาตกใจมาก

“ อะไรกัน! “ ลูอัสตกใจพาตัวเองหนีไปหลังห้อง

“ ไง! “

เสียงนี้ ใช่ เป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยดี เป็นเสียงที่เขาไม่มีวันลืม

“ มารับแล้วนะลูอัส “

รอยยิ้มที่แสนคิดถึงนั้น มือคู่นั้นที่แสนอบอุ่น

“ นายช้า ฟรีด! “

เขาจะไม่มีวันปล่อยมือคู่นี้ไปอีก.....


ลูอัสดีจังน้า....

ได้ออกไปข้างนอกตามที่ตัวเองหวัง...

แต่ถ้าเป็นพวกเธอ...

ถ้าต้องเจอแบบลูอัส...


‘ จะทำเช่นไรเหรอ? ‘


Ending
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง เรื่องสั้น

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน

cron