ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

นวนิยาย เรื่องยาว ต่างๆ

ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย น้ำฟ้า » เสาร์ 12 ก.ค. 2008 11:34 pm

ประวัติผู้เขียน

• กันย์นิกา


ชื่อจริง กมลวรรณ ศรีคำทา ( กันย์ )


เกิด ๒๐ กันยายน ๒๕๓๖

สาวม.ต้น ผู้มีความตั้งใจจริง สู้ๆนะคะ

E -mai kukan_0981@hotmail.com

เรื่องนี้เขียนตอนหนูกันต์อยู่ม.๒ ค่ะ


ตอน นายคลาสโนว่า ปะทะ ยัยสวยสุดโหด

เปิดเทอม

ก่อนเปิดเทอมนี้ได้มีข่าวว่า สาวสวยสุดโหดแห่งโรงเรียนฟุโรคินในประเทศญี่ปุ่นได้หายสาบสูญจากโรงเรียน หลังจากเธอปราบพวกอันธพาลในย่านหนึ่งที่เรียกว่าฟุโรคินจนสำเร็จ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเรื่องจริง

หรือไม่ แต่แล้ว เธอก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากวงการต่อสู้ ทำให้แก๊งใหญ่อย่างนาโอกิตามหาให้ วุ่น

แต่ก็ไม่มีใครเจอเธอเลยนับตั้งแต่วันนั้น

เช้าวันเปิดเทอมวันแรกของโรงเรียนมัธยมปลายเอกชนในกรุงเทพฯ ได้มีสาวสุดสวยนามว่า ซัน ได้ย่างกรายเข้ามาในโรงเรียนอย่างมั่นใจ เธอใส่ชุดเสื้อเชิ้ตเนกไทสีดำ กระโปรงดำสั้นถึงเข่า

นั่นคือชุดประจำโรงเรียนของโรงเรียนนี้ ผมสีน้ำตาลเข้มซอยสั้นแบบวัยรุ่นดูโดดเด่นจนคนในโรงเรียนมองกันเป็นตาเดียว แต่รู้สึกเธอจะไม่ได้สนใจพวกเขาเลยซักนิด เธอเดินดุ่มๆไปที่บอร์ดของโรงเรียนเพื่อหา

ห้อง แล้ว ก็เดินออกมา ขึ้นไปยังห้องเรียนของเธอทันที

หลังจากที่เธอเดินตามขั้นบันไดที่เป็นสมัยยูโรเปียน เธอก็เดินเปิดประตูไม้โอ๊คเข้าไปในห้องเรียน เธอก็พบกับโต๊ะที่เรียงเป็นคู่อย่างเป็นระเบียบ เธอก็เลือกที่จะนั่งหลังสุด พอเธอนั่งลงแล้วเธอก็ฟุบหน้าหลับไป

ทันที

(นางเอกเรามาถึงก็หลับซะแล้ว)

เพราะนั่นแหละทำเลดีที่สุดของเธอตอนนี้ ที่เงียบ อันแสนน่านอน

“นี่!เธอฉันขอนั่งด้วยได้มั้ย”แต่ยังไม่ทันทีที่ซันจะหลับได้ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เธอจึงเงยหน้าขึ้นมาอย่างหงุดหงิด แล้วเธอก็เห็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

“เมื่อกี้เธอว่า –O-ไร นะ”ซันถามพลางมองหน้าผู้หญิงคนนั้น

“ขอนั่งด้วยได้มั้ย”ผู้หญิงคนนั้นพูดห้วนๆซึ่งไม่เหมาะกับหน้าตาเธอซะเลย

ซันมองข้างๆของตัวเองแล้วพยักหน้าช้าๆที่หมายความว่าเชิญตามสบาย ผู้หญิงคนนั้นก็รีบมานั่งข้างเธอทันที

“เธอชื่ออะไรเหรอ”ผู้หญิงคนนั้นถามเธอ

“ซัน” เธอตอบสั้นๆแล้วทำหน้าเซ็งๆ

“ฉันชื่อว่า กิ๊กนะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้น

-ใครถามเธอ- ซันคิดในใจ

“งั้นเรามาเป็นเพื่อนกันนะ”กิ๊กว่า

“อือ”เธอว่า

แล้วคนที่ชื่อกิ๊กนั่นก็เป็นเพื่อนคนแรกในชั้นเรียนของเธอ

พอถึงตอนพักกลางวันซันกับกิ๊กก็ได้ไปกินอาหารกลางวันที่โรงอาหารแต่ปรากฏว่าโรงอาหารคนเยอะมาก เธอกับกิ๊กจึงหาที่นั่งยากหน่อย พอซันเห็นแถวหลังๆว่างซันจึงตัดสินใจไปนั่งแถวหลังๆ

“ซัน ฉันว่าไม่ดีมั้ง มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นเลยอ่ะ”กิ๊กว่า

“เลือกเอาจะยืนกินหรือจะนั่งกิน”เธอว่าแล้วไม่สนใจเดินไปนั่งโต๊ะหลังสุดของโรงอาหาร

พอซันหาที่นั่งได้แล้วก็เตรียมที่จะกินอาหารทันที

“นี่น้องมานั่งตรงนี้ได้ไงเนี่ยนี่มันที่พวกพี่นะ” เสียงเข้มๆอย่างโหดเหี้ยมดังขึ้นมา ทั้งๆยังไม่ทันกินข้าว

มีเรื่องอะไรอีกเนี่ย ซันอารมณ์เสียแต่สีหน้าของเธอก็ยังเงียบขรึมเหมือนเดิม

“อะไรกันก็ไม่มีชื่อหมาตัวไหนมันแปะไว้นี่แล้วมาบอกเป็นเจ้าของได้ไง”กิ๊กว่าทันที ที่ไม่ได้ดูเลยว่าคนที่พูดนั้นคือใคร

มันก็คือผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่เจาะตุ้มหูใหญ่ๆ หน้าโหดๆรู้สึกจะเป็นหัวหน้าและมีลูกน้องตัว บิ๊กๆอยู่ข้างหลังอีกสามสี่คน

นั่นไงความซวยมาเยือนแล้ว ความผิดแกแท้ๆเลยอีกิ๊ก -*-

“นี่น้องปากดีไปหน่อยนะอยากมีเรื่องกับพี่ใช่มั้ย”ไอ้หัวหน้าทำเสียงข่มกิ๊กแล้วดึงตัวกิ๊กขึ้นมาทันที

“โอ๊ยไอ้หน้าสตรีเอ้ย-_-^”กิ๊กถุยน้ำลายท้าทาย หน้าไอ้โหดกระตุกอย่างโกรธเกรี้ยว มือง้างขึ้นอย่างสุดแรง

ก่อนที่จะเตรียมตัวเตรียมใจ ฝ่ามือก็กระทบกับหน้าของกิ๊กอย่างจัง ทำเอากิ๊กล้มลงกับพื้น(หัวขาดมั้ยนั่น)

ปัง!

แต่แล้วเสียงจานกระทบกับโต๊ะอย่างแรงทันที ทำเอาข้าวเต็มใจกระโดดมาเต้นฮิบฮอพออกจากจานเกือบหมด

-*-

ไอ้หน้าโหดหันมา แต่ยังไม่รู้ว่ามีอะไรจะเกิดกับมันเสียเลยว่า.....

คนที่อยู่ข้างหลังกำลังทำอะไร

ซันลุกขึ้นไปบนโต๊ะอย่างรวดเร็วแล้ว......

ให้คิดเป็นภาพสโลโมชั่นกลางอากาศ ฟิ้ว~

ปั๊ก!

เท้าของซันกระทบกระปากของไอ้หน้าโหดอย่างจัง ผู้คนแตกฮือกันยกใหญ่ พลางถอยห่างจากซันแล้วไอ้หน้าโหดคนนั้น

“แก...แกเตะปากฉัน-_-^ แกตาย”ไอ้หน้าโหด แตะปากตัวเองที่มีเลือดไหลออกมา แล้วกำหมัดพุ่งมาจะต่อยที่หน้าของซัน

แต่เธอรับหมัดไว้ได้แล้วบิดแขนไอ้หน้าโหดจนได้ยินเสียงดัง กร๊อบ แล้วต่อยเสยไปอีกทีทีนี้ปากไม่ได้มีเลือดซิบๆแล้ว คราวนี้เลือดไหลอย่างกับเขื่อนแตกไอ้หน้าโหดร้องโอดโอยพลางทำหน้า

เหยเกประกอบกับเลือดเต็มปาก ไม่นานไอ้ลูกน้องวิ่งเข้ามาหาซันพร้อมกับไม้ แต่เธอจับไม้อย่างรวดเร็วแล้วจับทุ่มลูกน้องพร้อมกับไม้ลงกับโต๊ะอาหาร แล้วเอาไม้มาจัดการกับลูกน้องอีกที่เหลืออย่างสบายๆ

โดยไม่มีเหงื่อเลยสักเม็ด

ไม่นานผู้ชายที่เพิ่งจะต่อสู้กับเธอเมื่อกี้ก็ลงมานอนกับพื้นโรงอาหารกันหมด

ซันปัดมือแล้วทิ้งไม้ลงแล้วก็ไปพากิ๊กขึ้นมาจากพื้นเดินออกไปด้วยกัน

หิวข้าวชะมัด ไม่ได้กินซักกะคำเลย ไอ้พวกมารเอ้ย เธอคิดในใจ

“ ใครที่ชื่อ ซันห้อง5/3มาที่ฝ่ายปกครองหน่อยซิ “เสียงประกาศตามเครื่องกระจายเสียงด้วยเสียงอันดังตอนจะเข้าเรียนคาบบ่าย

“ซันนั่นเขาเรียกแกใช่มั้ย เฮ้ย มันจะเกี่ยวกับเรื่องที่แกไปแตะปากรุ่นพี่คนนั้นรึเปล่า”กิ๊กพูดอย่างกระวนกระวายใจ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนโดนเรียก-*-แล้วจะตื่นเต้นเพื่อ

“เงียบเถอะน่า-_- เดี๋ยวฉันจัดการเอง เพียงเธอลอกเลกเชอร์ให้ฉันไปก่อนเถอะ แล้วตอนเย็นฉันจะมารอหน้าโรงเรียน”ซันพูดแล้วเดินออกจากห้องเรียนไป

ระหว่างที่เธอเดินทอดน่องผ่านโรงอาหารที่อยู่ใกล้กับห้องปกครองก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้นระหว่างทาง

“นั่นใช่คนที่เตะปากรุ่นพี่ใช่รึเปล่า”

“น่าจะใช่นะ แต่ทำไมหน้าสวยจัง”

“เห็นว่าเป็นเด็กใหม่นะ”

“รู้มั้ยเขาอยู่ห้องไหนอะ”

“โหดจังเนอะ”



ถึงเสียงซุบซิบจะดังจนซันได้ยินจังๆก็ตาม แต่เธอก็เดินผ่านไปไม่สนใจคนรอบข้างเอาเสียเลย จนกระทั่งเธอหยุดยืนที่หน้าห้องปกครอง แล้วก็เดินเข้าไปโดยไม่ลังเลและมั่นใจ

ความเย็นยะเยือกราวกับห้องเย็นสำหรับศพในห้องปกครองกระทบกับผิวหนังเธอ เธอกวาดสายตามองในห้องที่มีตู้แฟ้มที่คิดว่าน่าจะเป็นบัญชีรายชื่อเด็กนักเรียนทำผิดเอาไว้

และมีผู้ชายหน้าตาเคร่งเครียดนั่งที่โต๊ะทำงานท่าทางจะอายุสามสิบกว่าๆเธอจึงเดินไปอยู่ที่หน้าโต๊ะของผู้ชายคนนั้นที่คิดว่าหน้าจะเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง

เธอไหว้อาจารย์คนนั้นอย่างสวยงาม ราวกับ นาตาลี เกียวโบว่ามาเอง-.,-

“หนูมีอะไรเหรอ”อาจารย์คนนั้นถาม

-แล้วเมื่อกี้อาจารย์ประกาศเรียกคนที่ชื่อ ขันที ไทเทเนียม รึไงค่ะ- ซันคิดในใจ

“หนูชื่อซันห้อง5/3ค่ะ”เธอพูดไปทำเอาอาจารย์คนนั้นแถบตกเก้าอี้ทำงาน

“แน่ใจนะว่าชื่อนี้”อาจารย์ว่า

หนูแน่ใจตั้งแต่เกิดแล้วล่ะค่ะ ว่าหนูชื่อซัน

“ค่ะ”

“งั้นก็นั่งหน้าครูนี่ รอรุ่นพี่ของเธอซะก่อน” อาจารย์พูดด้วยเสียงเครียดๆทันที

ไม่นานนักก็มีผู้ชายมาหกคนพวกนั้นเดินมา พอซันหันหน้าไปทำให้ผู้ชายถอยกรูดแถบไม่ทัน โดยเฉพาะคนที่ตัวใหญ่สุด

นั่นคือกลุ่มที่มีเรื่องกับซันเมื่อกลางวันนั่นเอง

“นั่งลง”อาจารย์สั่ง

ไอ้หัวหน้ากลุ่มลงมานั่งข้างซันโดยเหลือบมองเธอบ้างเป็นระยะๆ

“เหตุทะเลาะวิวาท สำหรับเธอคนนี้เพียงครั้งแรก แค่ทัณฑ์บน แต่นายเจฉันเห็นหน้าแกจนเบื่อแล้วนะ นี่ไม่คิดหยุดพักราชการเลยรึไง อีกอย่างพวกเธอกล้ามากที่มาตีกันห้องปกครองเนี่ย

แล้วรายนี้ใครเคราะห์ร้ายล่ะเนี่ย”

“อ๋มอ๊าบ”ไอ้ตัวใหญ่ที่ชื่อว่า เจ พูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ

“อะไรนะ”อาจารย์ถามซ้ำ “ปากเธอโดนอะไรมา เฮ้ย ฟันหน้าเธอหายไปไหนสองซี่เนี่ย”

แล้วพวกผู้ชายทั้งหมดก็ส่งสายตามาทางฉันพร้อมใช้นิ้วชี้มาด้วย

ทำไมต้องใส่ร้ายฉันด้วยเนี่ย ฟันนายเองอาจจะหักเองก็ได้นี่นา (ยัยบื้อ ฟันแท้นะไม่ได้ฟันน้ำนม ทำหยั่งกะเด็กอนุบาล นางเอกเรา)

“นี่เธอถึงขั้นเอาถาดอาหารฟาดปากเลยรึไงฮะ.....”อาจารย์พูดยังไม่ทันจบเจก็ขัดขึ้นมา

“ไอ๋ไอ้อ้าดแต่เอ้นอีนอ๊าบ”

“อะไรนะ”

“หนูใช้เท้าเตะปากเขาค่ะ”

“หา!”อาจารย์แถบจะไถลตกโต๊ะทำงาน

“ทำโทษเดี๋ยวนี้.....”อาจารย์ฝ่ายปกครองพูดอย่างเหลืออดพลางทำหน้าบู้บี้เหมือนติดแชร์ไว้หลายมือ

“พระบัญชามาเลยค่ะ”ซันว่า

“ทำความสะอาดห้อง และรับใช้ผอ. เป็นเวลาสองอาทิตย์ เพราะแม่บ้านกลับไปหาแม่ที่ต่างจังหวัด”

“โทษ นะค่ะอาจารย์ชื่ออะไรค่ะ”

“ชัยวริช”อาจารย์คนนั้นตอบสั้นๆ
แก้ไขล่าสุดโดย น้ำฟ้า เมื่อ อาทิตย์ 13 ก.ค. 2008 9:07 am, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย น้ำฟ้า » เสาร์ 12 ก.ค. 2008 11:36 pm

ตอน2
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑


ผ.อ.

“หา!......อาจาร์ยชัยวริช ซันแกรู้มั้ยแกเจอกับอะไร” กิ๊กพูดอย่างตกใจเมื่อซันบอกเรื่องทั้งหมดให้ฟัง

เธอมองหน้าแต่ไม่ได้ว่าอะไร

“รู้มั้ยนั่นเป็นพ่อของผอ.โรงเรียนนี้”หลังจากที่ กิ๊กพูด ทำเอาซันแทบตกเก้าอี้

“พ่อผอ.นี่เธอจะบ้ารึไงถ้าตาลุงนั่นเป็นพ่อของผอ.ลูกเขาคงจะอายุสิบหก”

“แกนี่เดาถูกเผงเลย”กิ๊กว่าพลางกุมขมับ

“ว่าอะไรนะ”ซันถามอย่างไม่เข้าใจ

“ผอ.ของเราคือ คิมหันต์ ห้อง5/1”

ได้ยินดังนั้นซันแถบจะเอาสมุดฟาดหน้าตัวเอง

เธอเกลียดผอ.ที่อายุน้อย มากๆที่สุดโดย เฉพาะคนนี้

แล้วเวลาแห่งการลงโทษก็เริ่มขึ้น

ช่วงเย็นที่นักเรียนกลับบ้านกันหมดแล้วซันยังคงอยู่ที่โรงเรียนแล้วเดินไปตาม

ทางห้องธุรการที่มีอาจารย์เพียงไม่กี่คนกำลังทำงานค้างอยู่ เธอเดินตรงไปที่

ประตูติดฟิล์มกรองแสงแล้วมีม่านบังไว้ที่เขียนว่าห้องผู้อำนวยการ

มือเล็กๆเคาะสองสามครั้งแล้วก็ได้ยินเสียงตอบมาเบาๆ

“เชิญ”

ซันสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเปิดประตูเข้าไป แอร์เย็นๆกระทบผิวหนังของซัน

เธอเดินตรงไปผ่านตู้หนังสือที่เป็นฉากกั้นไว้จนเธอเดินพ้นมา ก็เห็นคู่หญิงชายกอดกันนัวเนีย

บนโต๊ะทำงาน

“อะแฮ่ม”ซันกระแอมน้อยๆที่พอให้ทั้งคู่หยุดการกระทำนั้นได้

ผู้ชายถอยผละจากโต๊ะทันที เขาเป็นผู้ชายร่างสูงผมสีดำสนิทแววตาสีน้ำตาลอ่อน

หน้าคมสันหันมามองฉันช้าๆ

“เอ่อฉันโดนลงโทษให้มารับใช้ผอ. ค่ะ” แล้วทำไมฉันต้องพูดว่าโดนลงโทษด้วยว้าไอซันเอ๋ย-*-

“อะไรคะคิมจะให้นังนี่มาเป็นคนรับใช้ของคิม พาไม่ยอมนะค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นกรี๊ดยกใหญ่

“พ่อสั่งมาแบบนี้ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ”หน้าคมสันพูดนิ่ง

“คิมจะเอายัยนี่มาแทนพาใช่มั้ยพาไม่ยอมนะ”

รู้สึกว่าเธอจะงงกับเรื่องนี้แล้ว เพราะเธอเกาหัวแกร๊กๆ

“นี่คิมคิดจะเลิกกับพาเหรอ มันไม่ง่ายไปหน่อยมั้ง”

คิมหันต์ทอนหายใจช้าๆแล้วตัดสินใจพูด

“ถูกแล้วละ” พาวิณีตาโต “ผมเรียกคุณมานี่เพราะเรื่องที่จะเลิกกับคุณ พาวิณี”

“กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”เสียงกรี๊ดรองดังมาจากหญิงสาวแล้ววิ่งปร๊าดง้างมือตรงมาทางซัน

แต่เธอจับมือของหญิงสาวไว้ทันก่อนที่จะมากระทบใบหน้าของเธอ

“มันไม่ง่ายไปหน่อยมั้ง”ซันยิ้มเยาะขณะที่มือยังจับมือหญิงสาวเอาไว้ หญิงสาวหน้ายู่ยี่มากขึ้น

เพราะอารมณ์โกรธแล้วง้างมืออีกข้างมาอีกคราวนี้เร็วกว่าเดิมแต่ซันรู้ตัวได้ก่อน

ใช้แขนของเธอฟาดแขนของพาวิณีอย่างแรงแล้วเหวี่ยงหญิงสาวลงกับโซฟา

พาวิณีร้องโอดโอยพลางประคองแขนข้างซ้ายเอาไว้

รู้สึกว่าคิมหันต์ไม่รู้สึกอะไรเสียเลยแถมยังมีกะจิตกะใจมาชงกาแฟเสียอีก

“คิมคะ พาวิณีเจ็บ”หญิงสาวร้องโอดครวญ

คิมหันมานิดนึงก่อนที่จะพูดว่า

“เธอโทรไปเรียกยามมา พา พาวิณีไปส่งโรงพยาบาลหน่อยสิ”เขาสั่งซัน

“กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ ฉันไม่หน้าหลงรักคุณเลย คุณมันเลวที่สุด”

“โทษ ที ผมขอถามหน่อยคุณหลงรักผมหรือหลงรักเงินของผม”คิมว่า ทำเอาพาวิณีสะอึก

“ไปก็ได้ คิมนายจำไว้น่ะ นายเจอดีแน่” พาวิณีชี้หน้าแล้วก็เดินปึงปังจากไป โดที่คิมโบกมือล้อเลียน

“เป็นการไล่ผู้หญิงที่ห่วยแตกมาก”ซันว่า

“เธอ จะว่าฉันตามตรงก็ได้ว่าฉันเป็นพวกหลอกฟันผู้หญิง” คิมนั่งลงกับเก้าอี้ทำงาน

-อะ แน่นอน-ซันคิด

ซันมองอิริยาบถของคิมหันต์อย่างเงียบๆเขาปลดกระดุมบนออกสองสามเม็ดเพื่อเผยให้เห็นกล้ามนิดๆ

-กะจะหลอกยั่วฉันรึไง-ซันคิด

“นั่งสิ”เขาว่า

เธอนั่งลงแล้วยังคงสังเกตการณ์ที่คิมหันต์กำลังทำเพราะเธอคิดว่ามีราสังหรณ์ร้ายๆ

คืบคลานใกล้ๆตัวเธอ

คิมหันต์ยื่นแก้วกาแฟมาให้เธอ

“ขอบใจ”เธอพูดสั้นๆโดยไม่แตะต้องกาแฟที่เขายื่นมาให้

“ทำไมเธอไม่กินกาแฟล่ะ แล้วหน้าเธอมีหน้าเดียวรึไงไม่ได้เอารอยยิ้มมาจากบ้านเรอะ”

“เรื่องของฉัน ฉันมีหน้าที่รับใช้นาย แล้วนายจะให้ฉันทำอะไร”

“ก็ทำความสะอาดห้อง”

“อย่างเดียว”เธอเลิกคิ้ว

“ไม่ใช่ เธอต้องเป็นเบ๊ให้ฉันระหว่างการทำโทษอีก”

“หา”

“เธอได้ยินถูกแล้ว” คิมยิ้มน้อยๆ “เอ้า ทำความสะอาดห้องสิ”

ซันลุกขึ้นไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดจากห้องเก็บของแล้วเริ่มทำความสะอาดทันที

-ผู้หญิงตัวเล็กๆเนี่ยนะโหด น่าขำ เธอน่ะเหมาะกับคำว่าหน้ากินเสียมากกว่า-คิม

ยิ้มน้อยๆแล้วจิบกาแฟต่อไป

มาทางด้านของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในถนนข้าวสารยามค่ำคืนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นเด็กหนุ่มทั้งหมด

ทั้งหมดมีสี่คน และกำลังมองหาใครบางคน

“นาเสะ นายว่าซากุระจะอยู่แถวนี้หรือเปล่าฉันไม่เห็นเจอเลยนะ”ชายหนุ่มผมทองที่แต่งตัวเด็กอีโม

ว่าพลางสอดส่องสายตาหาใครบางคน

ป้าป

“นี่แนะแกไม่รู้รึไงว่าซากุระไม่ชอบมาในที่แบบนี้แล้วแกจะมองหาพระแสงแกหรือ”

ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่ใส่แว่นกันแดดที่เข้ากับรูปหน้าของเขาได้เป็นอย่างดี

ทำเอาสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องเหลียวมองเขากำลังตบหัวเด็กอีโม

“ว้าวสาวไทยน่ารักชะมัดเลย แต่ว่าเราจะหาซากุระได้จากที่ไหนล่ะ”

“เรารู้อย่างเดียวว่าอยู่ที่กรุงเทพฯแต่ดูสิกรุงเทพฯมันเล็กๆซะที่ไหน”

ชายหนุ่มใส่แว่นกรอบสีดำที่ทำให้หน้าเขาดูเก๋น่ารักน่าหยิกพูดขึ้นพลางเกาหัว

“เออหน่าตอนนี้หิวแล้วอะอยากกินอะไรที่อยู่ท้อง”ชายหนุ่มที่มีหัวสีแดงบ่นพลางหยิบกระเป๋า

ออกมาจากกางเกงยังไม่ทันที่เขาจะหยิบเงินออกมาก็โดนมือดีที่ไหนก็ไม่ทราบกระชากกระเป๋าออกไป

“เฮ้ยกระเป๋าฉัน....โธ่เว้ย”ชายหนุ่มหัวแดงสะบัดหัวอย่างอารมณ์เสียแล้วรีบวิ่งตามคนที่ฉกกระเป๋าเขาไป

พร้อมกับเพื่อนของเขา

คนที่ฉกกระเป๋าไปวิ่งอย่างสุดชีวิต แต่หนุ่มผมแดงวิ่งมา ตะครุบ ทันแล้วก็ต่อยหน้าไปหนึ่งที

พร้อมกับหยิบกระเป๋าเก็บเข้าที่

คนที่ฉกกระเป๋าชักมีดขึ้นมาแต่หนุ่มผมแดงรู้ทัน เตะมีดกระเด็นออกจากมือแล้ว

ก็เตะคนที่ฉกกระเป๋าล้มลงไปกองกับพื้น

ขณะเดียวกันที่โรงเรียนในห้องผอ. ซันยังคงทำงานอยู่คนเดียวจากที่ไม่นานที่นายผอ.หน้าละอ่อน

ออกจากห้องไปเงียบๆโดยพูดทิ้งท้ายไว้

“ทำงานไปล่ะให้เสร็จด้วยแต่ระวังนะว่าโรงเรียนนี่นะภารโรงมีแต่ผู้ชาย

เธออาจถูกลากก่อนได้กลับถึงบ้านนะ”

-ขอบใจที่พูดปลอบฉัน รู้สึกสบายขึ้นเยอะ -_- ไอ้บ้า-

หลังจากที่ซันเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเสร็จแล้วเธอหันมาปิดไฟทีละดวง

ในห้องทำงานแล้วก็เดินออกมา ตั้งท่าจะกลับ

กลางคืนที่มีเสียงรถวิ่งผ่านหน้าโรงเรียนไปมา แสงไฟสลัวๆจากหลอดไฟ

ของโรงเรียนตามทางเดิน ซันเดินตามทางเดินของโรงเรียน ขายาวๆก้าวตาม

ทางเดินโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่เธอเดินใกล้ถึงประตูโรงเรียนก็มีมือหนึ่งอ้อมปิดปากเธอจากด้านหลัง

ด้วยความตกใจ ซันรีบจับแขนแล้วก็ทุ่มคนที่ปิดปากเธอลงกับพื้น

“โอ้ย”

“นี่นาย ทำไมทำแบบนี้เนี่ย”ซันตาโตเมื่อเห็นคิมหันต์นอนตัวงอกับพื้นปูนโรงเรียน

“โห่ ก็เธอไม่ฟังอะไรเสียบ้างเลย ก็ฉันจะกลับกับเธอนะ”คิมดันตัวเองลุกขึ้นพลางจับเอวตัวเอง

“แล้วนายมีธุระอะไรที่ต้องกลับพร้อมฉัน”

“บ้านอยู่ไหน” คิมถามไม่สนใจคำถามที่ซันว่า

“บ้านฉันเป็นคอนโด พอดีฉันเพิ่งย้ายมาจากญี่ปุ่น”

“ดีเลยเธอมีรถมั้ย”

“มี ทำไม”

“ขอติดรถไปด้วยซี่ ^^พอดีรถฉันน้ำมันหมด”

“อะไรของนาย -_-” ซันว่า

“น่านะ”คิมอ้อนซัน จนซันใจอ่อนจนได้ จึงพาไปที่ลานจอดรถ

“เฮ้ๆ อย่าบอกนะว่าเธอเอารถพี่ชายเธอมา” คิมว่าเมื่อเห็นรถที่เธอว่าเป็นรถมอเตอร์ไซด์

แต่งด้วยราคาแพงทั้งนั้นแถมสวยมากด้วย

“นายนี่ท่าจะบ้า ฉันเคยบอกเหรอว่าฉันมีพี่ชายด้วย”

“อ้าวงั้นนี่ก็รถของเธอนะสิ”

“มันคงจะเป็นรถของย่าฉันมั้ง”เอ๊ะไอ้นี่ถามแปลก

“นี่เธอ อย่ามากวน”คิมมองหน้าฉันอย่างหาเรื่อง

“เอ้า ก็รถของฉันนะสิพอดีฉันทำงานที่ญี่ปุ่นเก็บเงินที่เหลือใช้ไปเรื่อยๆ

แล้วค่อยมาซื้อรถนี่แหละ”

“โอ้โหเธอนี่รสนิยมดีเป็นบ้า”คิมว่าพลางลูบคลำรถมอเตอร์ไซด์

“นี่ตกลงนายจะไปมั้ยเนี่ย รึว่านายจะกินรถฉันซะก่อน-_-^ โทษนะ

ถ้านายทำฉันจะจับนายเสียบกับเสาไฟฟ้าซะ”

คิมยิ้มกับคำพูดของเธอแล้วยืนตัวตรงรอให้เธอขึ้นขี่มอเตอร์ไซด์เขาก็ซ้อนท้าย

ตามหญิงสาวสวมหมวกกันน๊อกที่เหมือนรถแข่งแล้วก็ สตาร์ทรถออกตัวทันที

“เฮ้ เธอ ทำไมเธอขับรถเร็วจัง”คิมพูดแข่งกับเสียงลม ที่พัดกระโชกด้วยความเร็วมอเตอร์ไซด์ ร้อยขึ้น

-ยัยนี่จะรีบไปไหนว้า แต่ ขับก็โคตรเก่งเลย-

“นี่นายเดี๋ยวก็ตกรถหรอกจับเอวฉันไว้สิ”ซันว่าพลางจับแขนของคิมโอบกอดเอวเธอ

ชายหนุ่มรู้สึกปวดมวนในท้องแล้วก็รู้สึกหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาทันที แต่เขาก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป

“บ้านนายอยู่ไหนอะ เพราะข้างหน้านี้ก็ถึงบ้านฉันแล้วล่ะ”

คิมมองถนนยามค่ำคืน ก็พูดออกมา

“อยู่ห่างจากบ้านเธอ500เมตรอะ”

“เดี๋ยวฉันไปส่งเลยนะ”

“นี่เธอไม่คิดจะพาฉันไปพักบ้านเธอก่อนรึไง”

“ เอ้า ก็ได้”เธอว่าพลางเลี้ยวรถมอเตอร์ไซด์เข้าคอนโดทันที

แล้วฉันก็พาตาหนุ่มน้อย ที่จริงมันก็อายุเท่าฉันนั้นแหละเข้ามาในคอนโดของฉัน

พลางเชิญตาคิมนั่งบนโซฟา

“ต้องการอะไรมั้ย”

“หือ”

ทำไมนายต้องดูรอบๆห้องฉันละเอียดขนาดนั้นด้วยล่ะ

นายจะหาแมลงสาบกินเหรอไง-_-

“ฉันถามว่าต้องการอะไรมั้ย” ฉันถามตาคิมที่กำลังทำหน้าหื่นใส่ฉัน

“แน่นะ”คิมพูดอย่างเจ้าเล่ห์

“ฉันหมายถึงน้ำดื่มจะเอาอะไรมั้ย” ฉันชิงพูดก่อนเพราะหน้าตานั่นมันเริ่มทำให้ฉันกลัวขึ้นมาแล้วละสิ

“อ้อ เอาน้ำเปล่าดีกว่า โธ่ไอ้เราก็นึกว่า...”คิมว่าให้ฉันฟังตอนแรกแต่ตอนท้ายตานั่นกระซิบเสียงลง

แต่ฉันได้ยินนะเฟ้ย

“นายนึกว่าอะไรไม่ทราบ”ฉันถามเสียงดัง ทำเอาคิมแทบจะกลิ้งลงโซฟาเป็นลูกขนุน

“อะไรเธอได้ยินด้วยรึไง” แล้วฉันจะถามนายทำไมละถ้าไม่ได้ยินอะ-*-

“ฉันได้ยินทำไม”ฉันเท้าสะเอวจ้องหน้าตาคิม

“เปล่า นี่”ตาคิมทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็ลอยหน้าลอยตาชมนกชมไม้ไม่รับรู้สิ่งใดๆ

มันน่าเตะปากชะมัดตานี่-*-

ฉันวางขวดน้ำเปล่าลงที่โต๊ะรับแขก คิมรีบหยิบไปดื่มทันทีไม่นานขวดที่มีน้ำเต็มก็แต่ขวดเปล่า

“ไปได้ยัง”ฉันเก็บขวดโยนลงถังขยะได้ลงถังพอดี

“โหไล่กันเลยเหรอ”แล้วตอนนี้ฉันสอนอังกฤษอยู่รึไงล่ะ

“ใช่ แล้วฉันต้องไปส่งนายป่ะเนี่ยคุณชาย”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไปก็ได้ เออแต่ว่าพูดกันมาตั้งนานเธอชื่ออะไรเหรอ”

“ ซัน นายออกไปได้แล้วย่ะ”ฉันดันตัวนายคิมหันต์ออกจากห้องไปทันที

แล้วก็มีเสียงดังมาจากประตูอีกฝั่งของซัน

“ขอบใจนะ สำหรับน้ำ”

นายไปซะทีเถอะฉันรำคาญนายแล้ว เพราะฉันแพ้คนหล่อ เข้าใจ๊-*-


ขณะที่ฉันกินข้าวกับกิ๊กที่สวาปามอย่างเมามันฉันคงมีความสุขกว่านี้

ถ้าไม่มีตาคิมแล้วผองเพื่อนสัตว์โลกผู้น่ารักอีกสามคนนั่งกินข้าวกับฉัน

กรูอยากจะบ้าตาย อยากจะร้องไห้เป็นภาษาจีน คนแรกเป็นตาคิมที่นั่งตรงข้ามฉัน

พอดิบพอดี ต่อจากคิมก็เป็นนายเฟรมที่นั่งตรงข้ามกับกิ๊กที่กำลังจ้องเพื่อนฉันตาเป็นมัน

พอต่อจากตาเฟรมก็เป็นตา แมนและเบลเป็นคนสุดท้าย ที่ต่างคนต่างกิน


แต่ทำไมตาคิมต้องจ้องฉันด้วยนะรู้มั้ยฉันรำคาญจนอยากเตะหน้าหล่อๆของนาย-*-ตกจากโต๊ะซะ

“เอ่อเธอชื่อซันรึเปล่า”ไม่นานก็มีเด็กรุ่นมอสามเดินเป็นกลุ่มใหญ่ๆที่เป็นผู้หญิงมุงที่โต๊ะพวกฉัน

“Yes”ฉันพูดพลางวางช้อนนั่งตามสบายพร้อมกับกิ๊กที่รู้เรื่องรางก็หยุดตามไปด้วย

“มาที่หลังโรงยิมหน่อยเดะ”น้องมอสามคนหนึ่งพูดอย่างใจกล้า แน่มากไอ้น้องพี่ชอบ

ถ้าจะท้ากันต้องแบบนี้


ณ ที่หลังโรงยิมซึ่งมีฉันยืนอยู่อีกฝ่ายคนเดียวหลังจากที่กิ๊กยื้อจะช่วยฉัน

แต่ฉันก็ก็บอกให้รอกับพวกตาคิมหันต์ที่กำลังดูเหตุการณ์แล้วก็น้องมอสามอีกสามคน

ยืนอยู่ข้างหน้าประจันกับฉันที่แต่งตัวผิดระเบียบเต็มที่ ที่เหลือก็นั่งดูอยู่

“แกใช่มั้ยที่พาพี่คิมเข้าคอนโด”พวกมันรู้กันได้ยังไงฟระ-*-

“Yes”ฉันว่าง่ายๆพลางยืนเอียงคอไปมาให้มีเสียงก๊อก

“รู้มั้ยเขาเป็นผู้ชายต้องห้าม แกห้ามยุ่งกับเขา”

“ทำไมก็ฉันจะยุ่งนี่”รู้มั้ยว่าฉันชอบกวนประสาทคนเล่นซะด้วย

“นี่แกคิดจะลองดีกับพวกฉันรึไง-_-^^^”

“เฮอะ มีอะไรก็พูดมาให้จบๆยืดเยื้อว่ะ- -”ฉันพูดอย่างหมดอารมณ์พลางใช่เล็บแคะเล่นๆไปพลางๆ


“ฉันหมันไส้แก ขอสักทีเถอะ”เด็กมอสามพูดทำหน้าบู้บี้ ถ้าพวกเธออยู่ในความมืด

ฉันก็จะคิดว่าเธอเป็นซอมบี้เลยนะเนี่ยหน้าเหมือนชะมัด

แล้วเด็กสามคนก็พุ่งมาที่ฉันทีละคน คนแรกผมออกจะหยิกๆหน่อยพุ่งมาหาฉันเป็นคนแรก

“แกอีหน้าลาว”มันด่าฉันค่ะ กรี๊ด กล้ามาก ยอมไม่ได้แล้ว มันบีบคอฉัน อั๊ก หายใจม่ายออก

“แกนั่นแหละอีหน้าซอมบี้ถูกไฟดูด”มือข้างหนึ่งของฉันจับมือที่ยัยซอมบี้หัวฟู

บีบคอมืออีกข้างหนึ่งก็ตบหน้าอีหัวฟูเต็มที่ หน้าอีหัวฟูมีเลือดซิบๆด้วย ดีที่ฉันไว้เล็บอยู่

“กรี๊ดดดดดดดดดหน้าฉัน”อีหัวฟูหน้าเหวอไปเลยเพราะหน้ามันมีลายเล็บของฉัน

ข่วนเต็มห้านิ้วเลยฮ่าๆทางยาวเลยด้วย เสียโฉมหลายวันแน่แก

แล้วก็มียัยหัวลีบแบนและหัวมันวิ่งมาหาฉันพร้อมกับไม้หน้าสาม อะไรเนี่ย เจ้

เล่นอย่างนี้เลยเหรอ

“แกทำเพื่อนฉัน แกตาย ยัยแรด”มันจะไม้มาตีหัวฉันค่ะ แต่ฝันไปเถอะ

ยัยซันซะอย่าง ฉันรับไม้มันมาได้แล้วจับมันม้วนตัวเข้าหาฉันแล้วฉันก็เอาไม้ล็อกคอมันไว้

“อั๊ก แก อั๊กปล่อย”ยัยหัวแบนพูด แน่ะ นี่ไม่ได้เล่นวิ่งไล่จับนะเว้ยขืนปล่อยแกก็เล่นฉันนะสิ
ยัยเสนปหัวมันแผล็บ
“นี่ยัยกระทิงหัวแบน ฉันยังเล่นกับแกไม่สนุกเลยนะ อะปล่อยก็ได้”ฉันผลักหล่อนออก

และถีบตูดแถมไปอีกด้วยเล่นเอายัยหน้าเสนปไถลไปหลายช่วงเซนติเมตร

แล้วทันใดนั้นเด็กผู้หญิงอีกห้าคนก็มารุมฉัน

โธ่เว้ยพวกแกเล่นอย่างนี้เหรอได้......

เพราะฉันชอบ..- -

ฉันใช้ไม้หน้าสามฟาดที่หัวคนมาทางข้างหน้าฉันและเตะคนที่มาข้างซ้ายอย่างรวดเร็ว

แล้วก็หมุนไม้เป็นวงกลมอย่างรวดเร็วทำให้ไม้ฟาดหน้าอีกสามคนเต็มๆโดยไม่รู้ตัว

ทั้งห้าหนีไปหมดฉันทิ้งไม้ไว้แล้วเดินมาทางฝั่งฉัน

ทำให้ยัยกิ๊กอ้าปากหวอแล้วพวกตาคิมหันต์ก็จ้องกันตาค้าง

แต่มีสิ่งผิดปกติที่ฉันรู้สึกได้ก็คือเหมือนมีสิ่งอะไรบางอย่างเคลื่อนตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็ว

แล้วจะมาทางฉัน

ฉันหันไปทันทีแล้วใช้ฝ่ามือกระทบอย่างจัง

แล้วสิ่งนั้นก็ร่วงลงมากองกับพื้น มันเป็นไม้หน้าสามที่ฉันเพิ่งวางไปเมื่อกี้

ฉันหันไปทางต้นเหตุยัยผมหยิกยืนอยู่พลางจับแก้มตัวเองไว้มองมาทางฉันด้วยตาขวาง

“แกเรื่องไม่จบแค่นี้แน่ฉันต้องชนะแกให้ได้ คอยดู”ยัยผมหยิกชี้หน้าฉัน

ฉันมองหน้ามันกลับจนมันหลบตาฉัน

“นี่แกต่อสู้รึแกยืนดูวะเนี่ย ซัน เสื้อแกไม่เปื้อนเลยอะ แต่เวลาแกต่อสู้แล้วเท่ชะมัดเลยว่ะ”

กิ๊กพุ่งตัวมากอดฉันแทบจะทรุดกับพื้น

ตัวแกนี่ไม่เบาเลยนะเนี่ยยัยกิ๊ก-*-

“ไปเถอะแกต่อสู้จบแล้ว ใกล้วิชาเลขด้วยไปเถอะ”ฉันรีบเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียน

ขึ้นมาแต่ก็มีมือนึงมาจับแขนฉันไว้

“เฮ้ นี่เธอลืมไปแล้วเหรอว่าเธอต้องไปส่งฉันที่ห้องนะ” เวงทำไมนายต้องมารังควาญฉันด้วยวะเนี่ย

“แกไปส่งเถอะเดี๋ยวฉันถือกระเป่าให้นะซัน”กิ๊กหยิบกระเป๋าออกจากฉัน แล้วทำไมฉันต้องไปส่งตาคิมด้วยเนี่ย

นี่มันกงการอะไรของช้าน......อ้าก...อยากจะบ้า

แล้วฉันก็ต้องตามตาคิมและผองเพื่อนสัตว์โลกผู้น่ารัก โดยมีคิมจูงมือฉันให้เดินต้อยๆตามไปด้วย

นี่นายกลัวฉันเบี้ยวนายรึไงฮะ แล้วพวกนายก็เดินกันเร็วจัง จนฉันตามไม่ทันแล้วนะ

ถึงฉันจะสูงร้อยเจ็ดสิบห้าแต่พวกนายสูงจะร้อยเก้าสิบอยู่แล้วยังไง


พวกนายก็ขายาวกว่าฉันอยู่ดีตาบ้าเอ้ยเดินช้าๆหน่อยซีเว้ย

“โอ้ยนี่ตาคิมนายอย่าลากฉันซิฉันเจ็บมือน่ะ”ฉันรู้สึกแสบที่ฝ่ามือขึ้น

จะอะไรซะอีกล่ะก็มือที่มันจับก็ข้างเดียวกับที่ฉันใช้รับไม้หน้าสามน่ะสิ เจ็บชะมัด คนขว้างก็แรงถึกชิบ-*-

ได้ผลตาคิมหยุดทันที ดีฉันจะได้พัก แต่ดันมาอยู่หน้าห้องหนึ่งนะสิแล้วพวกนั้น
ก็หันมาดูโดยไม่สนครูที่สอนเลยแม้แต่น้อย

ตาคิมก็แบมือฉันขึ้นมือใหญ่ๆของเขารองมือฉันเอาไว้ มืออีกข้างก็ลูบรอยแดงบนฝ่ามือของฉัน

ที่กำลังจะเป็นเขียวแล้ว อ้าก....มันต้องน่าเกลียดมากแน่ๆ

อยู่ๆตาคิมก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้มือของฉันพลางเป่าลมเบาๆที่ฝ่ามือข

องฉัน ตอนนี้หน้าฉันต้องแดงมากแน่ๆ ก็อายนะสิ คนดูกันเต็มเลย

โดยเฉพาะผองเพื่อนของตาคิมมองตาเป็นมันเชียว

“หายเร็วๆละกัน”คิมพูดกับฉันแล้วก็เข้าห้องไปพลางเดินผ่าน

อาจารย์ที่ ชะโงกหน้าออกมาดูด้วย นี่อาจารย์ก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอเนี่ย -*-

แล้วฉันก็เดินกลับห้องด้วยความรู้สึกแปลกๆแต่ฉันแน่ใจว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ


๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย น้ำฟ้า » อาทิตย์ 13 ก.ค. 2008 9:10 am

ตอน3หัวหน้า
แล้วก็มาถึงเช้าอันแสนสุข(รึเปล่า) ฉัน ซันเองพะยะค่ะ ตอนนี้ฉันเพิ่งตื่นเพราะแดส่องฟ้าแล้วกระเด็นมาส่องตาฉันพอดี อ้าก ......ตัวข้าจะละลายแล้วช่วยด้วย (อะไรของฉันเนี่ย) พอฉัน สะลึมสะลือเปิดตามาดูโลกใหม่ยามเช้าที่ละนิดที่นาฬิการูปเซเลอร์มูน หึๆจะมีใครสงสัยบ้างมั้ยว่าคนอย่างฉันจะใช้นาฬิกาเซเลอร์มูน
ถะ.......ถูก...ต้องแล้วคร้าบ ฉันชอบเซเลอร์มูนมากๆเลยแหละ เฮอะๆ
พอๆ กลับเข้าเรื่องต่อ แล้วฉันก็ดูหน้าปัดที่ชี้ไปทางเลขเจ็ดช้าๆ อืม....เจ็ดโมงแล้ว ไหนดูเข็มนาทีซิว่าเท่าไหร่แล้ว อ๋อ..เจ็ดโมงสามสิบ เจ็ดโมงครึ่ง อืม....หือ....เจ็ดโมงครึ่ง O_O หา เ จ็ ด โ ม ง ค รึ่ ง............อ้าก สายแล้วอีซัน
แล้วไงละ ฉันก็เข้าห้องน้ำเสร็จภายในห้านาทีพร้อมด้วยที่แต่งตัวเสร็จสรรพ แล้วก็วิ่งปร๊าดออกจากห้องนอนพลางหยิบขนมปังกับนมวิ่งห้องมาจากห้องตัวเองอีกที ด้วยความโครตเหนื่อย อ้าก.....อีซันทำไมแกสายได้เพียงนี้
แล้วฉันก็ต้องยัดขนมปังแล้วกรอกนมลงไปพร้อมกับวิ่งไปที่รถมอเตอร์ไซด์แล้วทิ้งขวดลงถังแล้วกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซด์อย่างรวดเร็ว ไปแล้วเว้ยบรื้นๆ
แล้วรถมอเตอร์ไซด์ก็มาจอดที่ลานจอดรถข้างโรงเรียน ฉันแถบจะลืมกุญแจรถไว้กับเครื่องแล้วมั้ยล่ะวันนี้ฉันเซ่อชิบเลยอ่ะ พลางมองนาฬิกาข้อมือ เจ็ดโมงสี่สิบห้าโอ๊ยอีซันเอ๋ย แกโดนตาคิมฉีกเป็นชิ้นๆแน่ แล้วฉันก็รีบวิ่งไปที่ตึกเรียนของฉันอย่างรวดเร็วแล้วก็ไปที่ห้องที่พบว่ามียัยกิ๊กนั่งอยู่ แล้วพอมันเห็นหน้าฉัน
“นังซันทำไมแกเพิ่งมาหา!นี้แกรู้มั้ย คิมแทบจะพ่นไฟเผาพวกเราในห้องแล้วนะเว้ย” มันเป็นคำทักทายอันแสนบันเทิงใจมากไอ้เพื่อนรัก นี่แกจะดักให้ฉันสะดุดไปถึงไหนเนี่ย ฉันรีบโยนกระเป๋าให้กิ๊กแล้วพุ่งไปทางห้องสี่ทับหนึ่งทันที ฉันหยุดยืนอยู่ที่ประตูหน้าห้องหนึ่งแล้วพิงอย่างหอบๆ เห็นแล้วตาแมนที่นังเล่นเกมบอยอยู่ มันมองเห็นฉันพอดี
แล้วมันก็สะกิดคิมที่ฟังเพลงแล้วอ่านหนังสือเกมออนไลน์อยู่ พอตานั่นเห็นฉัน ฉันก็รับรู้ได้ว่าความชั่วร้ายจะมาหาฉันในไม่ช้าแล้ว
T_Tนายอย่าเพิ่งพ่นไฟนะเดี๋ยวฉันเรียกแฮร์รี่มาช่วยก่อน พลีส....แป๊ปนึง.....
ตานั่นเดินมาหาฉันช้าๆพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก
OoO;;อ้าก แฮร์รี่บอกว่าติดธุระอยู่จินนี่อยู่นะเซะ มาไม่ได้ ตาแฮร์รี่นี่ไม่เห็นใจน้องสาวผู้น่ารักของเขาบ้างรึไงนะ>_OO_O_OO_O<”
“ฉันล้อเล่นน้าเฮ้อย่าตีฉันเซ่เจ็บ-_-”ตานั่นจับแขนฉันให้หยุดแล้วดึงฉันขึ้น
“หยุดยัง”ตานั่นดึงฉันเข้าไปใกล้อีก โอ้ย ตัวนายสูงหยั่งกะเปรตอย่าให้ฉันต้องแหงนหน้ามากสิเว้ยคอฉันหักขึ้นมาทำไงเนี่ย
“ยะหยุดแล้วโอเค ฮะเฮ้ ยะ....หยุดแล้ว”ฉันตกใจเมื่อตานั่นดึงไปปะทะกับอกกว้างของตานั่น
“แน่นะ”ตานั่นว่า ทำไมฉันต้องหน้าแดงด้วยเนี่ย-///-
“ พอเถอะ ตาคิมฉันอึดอัด”ฉันผลักตานั่นออกไปแฮ่กๆ หายใจไม่ออกเว้ย
“ฮะๆ หน้าเธอแดงจัง เขินเหรอ”คิมหัวเราะแทบบ้าคลั่ง
อ้าก....-////- ฉันเกลียดหน้าตัวเอง T-Tใครก็ได้ตัดหัวฉันทิ้งที
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » จันทร์ 14 ก.ค. 2008 7:24 pm

ตอน 4
เข้าค่าย+ไล่จับ(โครตเหนื่อย)
“เข้าค่ายสบายใจจัง เข้ากี่ครั้ง กรูก็โง่เป็นควาย”ยัยกิ๊กร้องเพลงอะไรก็ไม่รู้ ในรถทัวร์โรงเรียนซึ่งยังไงฉันก็ยังคิดไม่ได้ว่านังนี่ใช้อะไรคิด แต่คงจะเป็นเล็บขบหัวแม่โป้งของมันมั้ง
“นี่รู้มั้ยเราจะได้นอนยังไง”ฉันถามเรื่องที่พักผ่อนกับยัยกิ๊กที่มันสามารถรู้ได้ทุกเรื่อง
“เห็นว่าต้องจับคู่กันนะเช่นใครได้สีที่ตรงกันก็นอนด้วยกันทำภารกิจด้วยกัน”
“ซึ่งฉันขอให้ได้อยู่กับแกละกัน”ฉันว่า
“เออว่ะ ถ้าเราแยกกันมีหวังซวยบรรลัย เพราะฉันจะไม่มีเพื่อนมาคอยคุ้มกะลาหัว”
คิดได้แค่นี้เหรอไอ้กิ๊กเพื่อนของฉัน เฮ้อ แมร่ง-_-
แล้วรถก็มาหยุดอยู่ ณ โรงแรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้วเจ้าค่า
“อ่า...นักเรียนเตรียมตัวมาอยู่ที่ตรงนี้เลยจ้ะเราจะเริ่มพิธีกันตรงนี้เลยจ๊ะ”อาจารย์ที่ชื่อเรนุมาศหรืออาจารย์เป้ก็ยืนพูดหน้าสวย ณ อาคาร อเนกประสงค์ให้พวกเดินไปหา พอเดินจนครบหมดทุกคนไม่นานอาจารย์อีกสิบคนก็เดินเข้ามาทีละคน แต่ทุกคนแต่งชุดทหารกันหมด
“เอาล่ะทุกคนนี่คือครูฝึกของพวกเรานะ เขาจะให้ครูฝึกเป็นผู้ดูแลในแต่ละกลุ่มโดยการสุ่ม ตอนนี้นักเรียนไปดูป้ายชื่อตรงบอร์ดแล้วมาเข้าแถวตามกลุ่มที่ระบุไว้ตรงป้ายตรงนี้ถ้าใครช้า ห้าคนสุดท้ายออกมาวิดพื้นห้าที 1 ....2 ...3เริ่มได้”แล้วก็เกิดการฝุ่นตลบอบอวล เต็มพื้นที่ เมื่อครูฝึกเป่านกหวีดขึ้นฉันรีบใช้ความเร็ววิ่งเข้าไปก่อนแล้วแทรกไปตามพื้นที่ต่างๆ นั่นไงเจอแล้วกลุ่มที่เก้า แล้วต่อไปฉันต้องหาป้ายชื่อใช่มั้ยเนี่ย อืมนั่นไงรีบไปดีกว่า
แล้วฉันก็หยุดอยู่ตรงหน้าหน้าเป็นคนแรกแล้วก็ตั้งแถวขึ้น
“เฮ้ ซันอยู่กลุ่มเดียวกันด้วยอะ ดีใจเป็นบ้าเลย”กิ๊กที่เพิ่งเข้ามาอยู่กลุ่มเดียวกันกับฉันกระโดดกอดฉัน จนตัวแทบเซ นี่กิ๊กทีหลังแกเพลาๆเรื่องการกินไว้บ้างก็ดีนะ ก่อนที่เพื่อนของเธอจะแบนติดกับพื้น
แล้วในที่สุดก็เป็นไปตามที่เราคาดฝัน ฉัน กิ๊ก ริต้า เบสก็อยู่กลุ่มเดียวกัน โฮ่ๆๆ
“หวัดดียัยงั่ง”เสียงแปลกๆนะเหมือนเคยได้ยินที่ไหนเลยอะ พอฉันหันไปตรงแถวของผู้ชายที่อยู่กลุ่มเดียวกันก็….
แว้ก>OO___’’O_OO_*__*_<”
“ทำเล่นมั้ง มะ มาให้ฉันทำจริงอีกรอบมั้ย”
“อยากเจอดีรึไง-_-”
ฉันส่ายหน้าแล้วเอาหมอนข้างมาแบ่งเขตแล้วล้มตัวลงนอน
Kim:say
หลังจากที่เธอล้มตัวลงนอน ผมก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะวันนี้ผมเหนื่อยจริงๆ ต้องวิ่งตามหาเธอให้วุ่น นี่ถ้าผมไม่ได้ไอ้เฟรมนะ ป่านนี้ผมไม่มีทางเจอซันหรอก ยัยนี่หนีเร็วชะมัด ตัวแค่นี้แป๊ปเดียวหาย และหายากอีกต่างหาก พอผมเห็นหน้าเธอตอนนี้ทำให้ผมคิดถึงตอนที่อยู่ในห้องเก็บของในโรงแรม ผมรู้สึกพิเศษกับเธอจัง ผมอาจจะชอบเธอก็ได้มั้ง ตอนที่ซันทำหน้าไม่รู้เรื่องหรือตกใจตลกชะมัด แต่เธอในเวลาเงียบๆเหมือนเธอมีอะไรมากมายที่ค้างอยู่ในใจเธอ แต่ผมไม่สามรถสัมผัสได้ว่าเธอเป็นอะไร......
(- - )( - -)รู้สึกว่าเธอจะหลับไปแล้วนะ -.,- ผมแอบลักหลับเธอดีกว่า^_^
ผมค่อยๆย่องที่ฝั่งที่เธอนอน แล้วก้มหน้าลงจะจุมพิตที่แก้มเธอ
หมับ!
มือครับ มือยัยตัวแสบมาจับหน้าผม แล้วผมก็รู้ได้ว่าเธอยังไม่หลับ เวงแล้วเธอจะฆ่าผมไม่นี่
“นี่นายคิดจะทำอะไร”
“เปล่า”
จริงๆแล้ว จะลักหลับเธอไง ^^ผมนี่หื่นจริงๆ
“ไปนอนที่เขตนายได้แล้วไป ห้ามเลยเขตนะ ไม่งั้น ฉันจะหักคอนาย”
“จ้าT_T” โหดจังง่า YOY
บทสรุปผมก็ไม่ได้ลักหลับเธอได้สำเร็จครับ -_-;;ไว้วันหน้าแล้วกัน นอนก่อนดีกว่า เหนื่อยโคตร


บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » จันทร์ 21 ก.ค. 2008 9:47 pm

ตอน5
ต้อนรับ+พวกนายมาที่นี่ได้ยังไง
“เออเมื่อคืนพวกแกได้นอนห้องยังไงวะ”กิ๊กถามขึ้นระหว่างการกินอาหารตอนเช้าที่แสนสุขสบาย
“เอ่อ ฉันได้เตียงแบบเดี๋ยวสำหรับสองคน อะ แต่พวกแกได้กันแบบนี้กันรึเปล่า”ริต้าว่าพลางถามพวกฉันไปด้วย
“(- -)(_ _)(- -)”นี่คือบทสรุปของเราทั้งสี่ค่ะ
“เอ่อแล้วพวกเธอโดน ตากระหังลากไส้ทั้งสี่ ขออะไรสักอย่างรึเปล่า”
พรืด!
ไอ้เบส แกจะถามตอนนี้ทำไมวะ กรูไม่อยากคิดถึงมาน.....อ้าก-///-
“ไอ้ซันแกโดนขอเหรอ” กิ๊กถามอย่างอยากรู้
เวง เวง แล้วก็เวง กรูจะพรืดหาแป๊ะอะไรเนี่ย โดนถามเลย เอาไงดีวะ
“เอ่อ.....”
“ซัน แกบอกเร็วๆสิกรูอยากรู้”
“อืม-*-”คิดสิคิด
“ฉันขอจูบยัยงั่งทีนึงมีไรมะ”เสียงตาคิมค่ะ ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเป็นเสียงสวรรค์หรือเสียงนรกดี
นายพูดอะไรออกไปอายเว้ย-///-
“อืมก็แค่จูบ เอ๊ะจู....เฮ้ย จูบ!”กิ๊กโผล่งขึ้นมา
แล้วแกจะเสียงดังให้มันได้อะไรขึ้นมาฟระกรูอายนะเว้ย
“แก....กับ...คิม”ริต้าเอ่ยอย่างฝันๆ “เหมือนกับในนิยายเลยนะ จูบกันสองต่อสอง ในที่โรแมนติก~_~”
เดี๋ยวนี้แกเห็นห้องเก็บของเป็นสถานที่ที่โรแมนติกขนาดนั้นเลยเหรอ -*- กลุ้ม
ตาคิมนั่นยิ้มอย่างร่าเริงแต่ฉันนี่สิ แทบจะมุดหัวเข้าถุงเท้าอยู่แล้ว อ้ากๆๆ อับอาย
“งั้นสิ่งที่ซันโดนขอก็คือจูบแรกนะสิ”เบสว่า เอาเข้าไปประจาญกรูกันเข้าไป
“จูบแรก-_-aหมายความว่าไง”อันนี้ตาคิมเป็นคนถามค่ะ
“ก็เป็นเฟริทคิส ของไอ้ซันไงล่ะ ซันไม่เคยจูบกับใครเลย” กิ๊กว่า แล้วกรูจะเอาจานข้าวใบไหนปิดหน้าดีวะ แล้วก็แอบย่องออกไป ( - -)(- - )คงไม่มีใครเห็นมั้ง (คงไม่เห็นมั้งไอ้ซัน ความคิดแต่ล่ะอย่างของเมิงนี่)
“หึๆๆ”เสียงหัวเราะในลำคอของคิมหันต์เจ้าค่ะ แสนน่ากลัวเสียกระไร
“ถึงว่า อร่อยชะมัด รสจูบนี้ อยากอีกกินจัง”ตานั่นค่อยๆเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆฉัน เอาหน้าหล่อๆของนายออกไปนะเว้ย
“เฮ้ย ซันแมร่งอายว่ะ”เบสพูดอย่างล้อเลียน พวกเมิงพอกันได้ยังเนี่ย-///-
“มานี่สิจ๊ะที่รักจ๋า เค้าอยากฟื้นความทรงจำจูบนั้นอ่ะ มามะ”ตาคิมนั่งลงมาข้างๆฉัน แล้วกระแซะมาใกล้เป็นคนแรก
ไม่นานผองเพื่อนก็กระแซะคู่ของมันทีละคน พวกฉันไม่ใช่ขนมครกที่พวกนายจะมาแซะกันเนี่ย-_-
“นี่นายเอาหน้าออกไปห่างๆได้มั้ย ฉันอึดอัด”
“เดี๋ยวเค้าถอดให้มั้ย ถ้าอึดอัด^^”
“นี่นายคิม” ไอ้ทะลึ่งนายจะพูดอะไรเนี่ย นี่นายคิดจะถอดอะไร (นางเอกแอบคิดลึกค่ะ)
“จ๋าที่รัก ^_^”
ไม่ยุ่งแล้วนายจะพูดอะไรก็ตามใจเถอะฉันจะทำเป็นหูทวนลมละกันชิ ( - -)
“เดี๋ยวฉันไปรอที่ลานอเนกประสงค์นะ” ฉันเดินออกจากโต๊ะอาหารไป ชิอยากทำให้อายดีนัก กรูไม่อยู่ให้ล้อแล้วโว้ย
อาย อายโคตรๆ อายจนอยากๆไปเกิดใหม่ ว้าก! -_-^

มาทางเด็กหนุ่มญี่ปุ่นทั้งสี่(ตอนบทแรกไงคะ)ที่ย้ายโรงเรียนมาอยู่ที่เมืองไทยเพื่อตามผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสำคัญต่อพวกเขา (ตรงไหน) แล้วพวกเขาก็ได้มาฝึกผู้นำที่ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะผู้นำของห้องที่มี24คนห้องละสองคนโรงเรียนนานาชาติ
“นาเสะเขาว่าให้ไปรวมตัวที่ลานอเนกประสงค์ใช่มั้ย”เด็กผมสีทองที่แต่งตัวแหวกแนวของโรงเรียนมากๆถามชายหนุ่มที่มีผมสีน้ำตาลเข้มดูขรึมๆ
“อึมเห็นว่ามีอีกโรงเรียนนึงจะตามมาด้วย เพราะโรงเรียนเอกชนเซนเชียร์มารอพวกเราแล้ว”เขาบอกเด็กที่แต่งตัวแหวกแนว แต่เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“เฮ้ อาจจะมีซากุระมาอยู่นี่ก็ได้นะเว้ย ยามาดะ”เขาพูดกะเด็กที่แต่งตัวแหวกแนวนั่น
“นี่แกจะบ้ารึไงอะไรจะบังเอิญขนาดนั้นวะ นาเสะ”หนุ่มใส่แว่นว่า
“ ก็ไม่แน่นะเว้ย ชีบะ”เขาพูดแบบมีความหวังเล็กๆ เมื่อไหร่เขาจะได้เจอเธอซักทีนะ
“พวกเมิงจะว่ายังไงก็ตามนะเว้ย เห็นผู้หญิงคนนั้นมั้ยตัวออกสูงๆหน่อยนะ ซอยผมสั้นด้วยเปรี้ยวเป็นบ้าหน้าตาคล้ายเพื่อนของเราเลยนะ”เด็กหนุ่มหัวแดงว่า แล้วพวกเขาก็มองไปทางเดียวที่ซันเดินมาพอดี
“เออว่ะแต่ซันไม่ชอบซอยผมนี่และไม่แต่งตัวเรียบร้อยแอบเปรี้ยวขนาดนี้หรอก”ชีบะหนุ่มคนใส่แว่นพูด
“เออวะยังไงก็พิสูจน์ไม่ได้ ถ้าไม่ได้เห็น สัญลักษณ์”นาเสะพูดขรึมๆซึ่งเพื่อนของเขาก็เห็นด้วย

Sun:say
“เมื่อไหร่มันจะเสร็จว่ะ”กิ๊กพูดอย่างเนือยๆพลางดูเหตุการณ์ที่โรงเรียนสองโรงเรียนที่เพิ่งมาใหม่กำลังเลือกคู่กันอยู่ แปลกที่สองโรงเรียนนี้ให้เลือกกันตามสบายที่แตกต่างจากโรงเรียนเราอย่างสิ้นเชิง ที่ต้องมาวิ่งสู้ฟัดสปีด 3อย่างเมื่อวาน-_-;;
“หลังจากเก็บข้าวของเสร็จแล้วนะคะแล้วเราเข้ามาที่นี่อีกรอบเพราะรวมจะเข้าฐานแรกนะคะ”เสียงอาจารย์เป้ดังลั่นไปทั่ว
“ค่า/คร้าบ”แล้วพวกฉันก้ตอบรับกันอย่างดี
“จ้า ฐานแรกให้ทุกคนใส่ชุดว่ายน้ำที่คู่ของเราจัดไว้ให้แล้วไปพร้อมที่สระว่ายน้ำที่ฟิตเนตนะ”
ได้ยินดังนั้นพวกเราสี่คนก็มองหน้ากัน
ชุดว่ายน้ำ! O_O นี่คือหน้าของพวกฉัน
^.,^ หึๆๆๆ แล้วนี่ก็สีหน้าของกระหังทั้งสี่ค่ะ ไอ้พวกทะลึ่ง>O< พวกนายจะเอาอะไรให้พวกฉันใส่เนี่ย
“นี่มันมันผ้าเช็ดหน้ารึเปล่าเนี่ย คิมนี่นายคิดจะเอาอะไรให้ฉันใส่ฮะ” ตอนนี้ฉันกำลังพิจารนาชุดว่ายน้ำที่ตาคิมเลือกให้ อยากจะรู้มั้ยค่ะว่าเป็นยังไง
มันเป็นผ้าที่รู้สึกประหยัดพื้นที่มากๆ มันเป็นทูพีทพระเจ้าค่ะ ไม่ใช่ทูพีชธรรมดาเสียด้วยเพราะมันเล็กมากจนมดจะใส่ได้อยู่แล้ว T_T
อ้าก...ไอ้จอมหื่นนายเอาชุดมดแดงมาให้ฉันใส่รึไง-_-^^^^
“ฉันไม่ใส่นะ”ฉันโยนชุดนั่นทิ้งไป ชิ นายเลือกชุดแบบนี้ไม่ให้ฉันแก้ผ้าไปเลยล่ะไอ้บ้า
“เฮ้แล้วเธอจะใส่อะไรล่ะ”คิมว่าพลางเก็บชุดมาให้ฉันอีก เฮ้ บอกว่าไม่เอาไงเล่า
“ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์มั้ง”ฉันว่าแล้วนั่งหันหลังให้
“ไม่เอาอ่ะฉันอยากเห็นเธอใส่ชุดอย่างนี้อะ คงจี๊ดน่าดู.......เฮ้เธออย่าฆ่าฉันนะ”ฉันหันไปมองตานั่นอย่างอำมหิตจนตานั่นถอยกรูด อีตาบ้ายังไงฉันก็ไม่มีวันใส่ผ้าเช็ดหน้าแบบนั้นหรอกเฟ้ย
“เฮ้อยางอนเซะแหมแกล้งนิดเดียวเอง”คิมจับมือฉันแล้วเอาชุดว่ายน้ำอีกตัวมาให้ฉัน
ตกลงนายจะทะลึ่งหรือจะสุภาพบุรุษกันแน่เนี่ย
“เสร็จรึยังอ่ะ”
“อืมเสร็จแล้ว”แล้วฉันก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วละค่ะดูดีขึ้นมาหน่อย ตอนแรกฉันนึกว่าจะต้องรำด้าวด๋าวชุดแก้ผ้าแล้วนะเนี่ย ฉันค่อยๆออกจากห้องน้ำด้วยเสื้อคลุม เห็นตาคิมนอนสบายใจเฉิบที่เตียงและดูทีวีอย่างเมามันส์
“หมัดซ้าย ฮุกขวา เอาเลยฆ่ามัน ฆ่ามัน แตะแมร่ง -_- ปืนจ่อหัว ปัง! ตาย!”
-_-;;นายจะดูมวยหรือนายจะฆ่าคนกันแน่เนี่ย
“เอ้าชุดของนาย” ฉันเดินไปหยิบชุดว่ายน้ำของคิมที่ฉันเลือกให้ แล้วโยนใส่ตาคิม
ตาคิมมองหน้าฉันอย่างเอาเรื่องที่ฉันดันโยนผิดที่ แทนที่จะเป็นตักก็ปลิวไปโดนหน้าตานั่นแทน
“เดี๊ยะมีรอบสองนะยัยงั่ง”คิมชี้หน้าฉัน ที่แลบลิ้นใส่ ไม่กลัวโว้ย ^.,^
แล้วพวกฉันและตากระหังทั้งสี่ก็มาพร้อมกันที่สระว่ายน้ำแล้ว ณ บัดนี้ คนมากันเยอะแล้วด้วยประมาณ 100กว่าคนด้วยถ้ารวมอาจารย์และครูฝึก ฉันก็มารวมกลุ่มที่เก้าเป็นที่เรียบร้อย และเตรียมรับคำสั่งต่อไป เขาจะให้แข่งว่ายน้ำกันรึไงนะ

Nase:say
“ว้าว สาวชุดบิกินีทั้งนั้นเลย@_@”เด็กหนุ่มหัวแดงทำตาเยิ้มเมื่อเห็นสาวๆกำลังถอดเสื้อคลุมออกมาที่เผยให้เห็นชุดว่ายน้ำหลากหลาย
“ไอ้ซีโร่เมิงเก็บอาการได้มั้ยวะ” ผมว่าเมื่อพวกเรามาในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่มีเด็กนักเรียนเกือบร้อยมารอกันที่นี่ แล้วใส่ชุดว่ายน้ำกันหมดรวมทั้งพวกผมด้วย ขณะนี่พวกผมก็มาสืบเรื่องราวกันเงียบๆสี่คน
“ผู้หญิงใส่ชุดว่ายน้ำเปิดหลังกันหมดค่อยหาง่ายหน่อย” ชีบะว่าพลางขยับแว่น
“แต่เราเข้ากลุ่มก่อนดีกว่ากลุ่มที่2ใช่มั้ย” ผมพยักหน้าแล้วเดินไปที่อัฒจรรย์กันอย่างรวดเร็ว พอได้เห็นวิวชัดๆบ้างในที่สุดก็ถึงเวลาอาจารย์เป้ก็ยืนอยู่ข้างริมสระว่ายน้ำ
“เราจะทำการให้แข่งเป็นทีมโดยทุกคนต้องผ่านด่านใต้น้ำให้ได้และได้สิ่งของบางอย่างซึ่งแน่ๆว่าจะสำคัญต่อพวกเรามากเพราะนี่เสมือนชูหน้าชูตาได้เลยแต่ถ้าใครไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไรแค่คะแนนไม่มีเท่าเองนะจ้ะ (เท่านั้นเองเนอะ - -) ของสิ่งที่เรามีแค่สี่ชิ้นดังนั้นจะต้องมีผู้ที่ได้ของสำคัญสี่คนหรือน้อยกว่านั้น....เอาล่ะทีมแรกที่พวกเราจะได้แข่งก็คือทีม”อาจารย์เป้ เปิดเอกสารในมืออย่างรวดเร็ว
“ทีมที่หนึ่งและเก้า...นักเรียนในทีมเชิญถอดเสื้อคลุมแล้วรวมตรงอาจารย์เดี๋ยวนี้”ผมเห็นคนที่นั่งๆข้างๆผมยืนขึ้นผมจึงสอดส่องไปที่แถวท้ายสุดที่ไม่ไกลนัก ก็เจอทีมที่เก้า ที่ทุกคนในทีมลุกขึ้น ชายหญิงที่ยืนเป็นคู่ๆ ถอดเสื้อคลุมออก ผู้หญิงทุกคนแต่งชุดวันพีชที่เว้าข้างหลังลึกจนถึงเอวหมด แต่ผมก็สะดุดกับผู้หญิงที่อยู่คนสุดท้าย....
หลังของเธอ!
“รอยสักนั่น”รู้สึกว่าเพื่อนของผมทุกคนจะเห็นแล้ว รูปอินทรีกางปีกขนาดกลางๆยืนอยุ่บนหัวกะโหลกและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า Sakura Furokin
ซากุระ เธออยู่ที่นี่!
Sun:say
ฉันเดินลงไปตามทางเดินของอัฒจรรย์โดยที่มีตาคิมคอยจูงมือไปหาอาจารย์เป้ริมสระน้ำ
“เอาล่ะกลุ่มที่หนึ่งมี แดน ทราย โจ เนย ดัง ดริงค์ แซน แก้ม กลุ่มเก้ามี คิม ซัน เฟรม กิ๊ก เบล ริต้า แมน เบส”
พวกเราต่างก้าวไปหนึ่งก้าวแล้วคำนับ เวลาอาจารย์เรียกชื่อ รู้สึกว่าพวกกระหังทั้งสี่ เวลาเดินออกไปเสียงกรี๊ดจะสนั่นมากเชียวนะ-_-;;พวกนี้ไม่เคยเห็นกระหังเดินได้รึไงนะ -_-*แต่เมื่อถึงตาฉันโค้งบ้างแล้วกลับเข้าที่ คิมกระตุกแขนฉันเบาๆ
“นี่เธอ......”แต่ยังไม่ทันพูดจบอาจารย์เป้ก็แทรกขึ้น
“เอาล่ะขอให้ทุกคนจำไว้ถ้ามีปัญหาอะไรให้กดปุ่มสีแดงที่สายข้อมือของทุกคนเดี๋ยวพวกเราจะไปช่วยนะจ้ะเอาละเริ่ม1.......2......3!”สิ้นเสียงอาจารย์พวกเราก็ก็กระโดดลงน้ำไป
รอบตัวฉันมีแต่ต้นไม้น้ำที่ถูกจัดไว้เต็มไปหมด พื้นที่นี้จัดเหมือนใต้ทะเลสาบมาก มากจนน่ากลัว
กรูจะเจอฉลามมั้ยเนี่ย-_-;; (ในทะเลสาบคงจะมีหรอกนะไอ้ซัน)
ฉันรีบว่ายน้ำแหวกต้นไม้น้ำตรงไปแต่ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมาดึงขาเอาไว้
ชายชุดประดาน้ำดึงขาไว้ไม่ให้ฉันไป แต่ฉันก็เตะออกไปแต่แรงเตะจะน้อยลงเพราะแรงน้ำหนุนไว้ ชายคนบีบคอฉันอย่างแรง ฉันตาโตอย่างตกใจ นี่คิดจะฆ่ากันรึไง
ฉันรู้สึกจะหมดลมหายใจขึ้นทุกทีเมื่อชายคนนั้นบีบคอฉันนานขึ้น ฉันพยายามตั้งสติแล้วใช้เล็บข่วนหน้าอย่างแรงแล้วเตะออกแล้วฉันก็พุ่งขึ้นไปหายใจเหนือน้ำ
ฉันมองไปรอบที่ทุกคนกำลังต่อสู้กับนักประดาน้ำทุกคน
อั๊ก!
ฉันถูกรัดคอจากด้านหลังด้วยเชือก ฉันพยามจับเชือกที่คอไว้ แล้วฉันก็ถูกลากลงใต้น้ำลงไป
“ซัน”คิมรีบว่ายน้ำมาหาฉันแล้วล็อกคอนักประดาน้ำจนมันปล่อยเชือกจากฉัน ฉันก็ดึงเชือกมาจากมือนักประดาน้ำ แล้วก็รัดคอชายประดาน้ำแทน มันกระสับกระส่ายไปมาด้วยขาดอากาสหายใจ แล้วฉันก็ลากมันขึ้นเหนือน้ำ
“แค่กๆๆ” พอพ้นน้ำฉันก็ปล่อยเชือกแล้วต่อยหน้ามันอย่างจัง จนมันยกมือขึ้น
“ประดาน้ำเขตสองขอความช่วยเหลือพาเขาขึ้นมา ขณะนี้มีนักประดาน้ำแค่ห้าเขต”
“ขอบใจนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกเธอเอาไปสิมันสำคัญนะ” คิมส่งถังออกซิเจนมาให้ฉัน
ฉันรับไว้แล้วใส่ทันที แล้วฉันกับคิมก็ลงน้ำไปพร้อมกัน ซึ่งคิมก็ใส่ถังออกซิเจนเหมือนกันแล้วก็ยกนิ้วให้
แล้วเราก็แยกไปส่วนที่ลึกที่สุดคนละฝั่งมีหมู่ไม้น้ำหนาตา ฉันค่อยๆว่ายฝ่าต้นไม้น้ำเข้าไปใกล้มากขึ้น
ในที่สุดก็พบพื้นที่โล่งใต้น้ำที่มีสิ่งหนึ่งตั้งตระหง่านและมีแสงสว่างเพียงจุดที่ตั้งเท่านั้น
มันคือคาบยาวประมาณเมตกว่า สะท้อนเงาเงินวาววับตั้งเด่นเป็นสง่า กลางสระน้ำ
ฉันค่อยๆว่ายเข้าไปไม่นานก็มาอยู่ตรงกลางแท่นวางดาบ มันสวยมากๆเมื่อยิ่งดูใกล้ๆ และเหมือนมีแรงดึงดุดให้แตะต้องมัน
แต่เมื่อฉันสัมผัสกับดาบนั่นก็......
“หึๆๆง่ายไปมั้งนังหนู”ทั้งๆที่ฉันจับดาบได้ก็โดนมีดจ่อที่คอจานักประดาน้ำนั้น มันแนบที่คอจอรู้สึกเหมือนจะบาด
ฉันสะบัดตัวแทงศอกอย่างรวดเร็วทำให้มีดบาดคอแบบถากๆ เลือดสีแดงสดลอยตามน้ำแล้วก็จางหายไป
ฉันยังถือดาบไว้แน่น พลางตั้งการ์ดกับนักประดาน้ำทั้งสอง ยังมีนักประน้ำอยู่อีกเหรอเนี่ย
พวกมันทั้งสองพุ่งมาหาฉันพร้อมๆกัน ฉันจึงตวัดดาบอย่างรวดเร็วที่ลำตัวของมัน ทำเอาเลือดของนักประดาน้ำทั้งสองฟุ้งกระจาย เลือดสีแดงลอยกระจายตามน้ำไปทั่ว
ฉันเลยรีบปล่อยถังออกซิเจนออกจนรู้สึกถึงแรงดันทำให้ฉันลอยขึ้น แต่นักประดาน้ำดึงขาฉันไว้ มันเอามีดมันปาดต้นขาฉันเป็นทางยาว ทำให้เลือดของฉันไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก
ฉันใช้ดาบแฉลบที่หน้ามัน มันจึงปล่อยตัวฉัน แล้วฉันก็ดีดตัวขึ้นเหนือน้ำ
แล้วฉันได้หายใจในอากาศเหนือน้ำอีกครั้ง....ฉันก็ค่อยๆชูดาบขึ้น
“ได้แล้วทีมเก้าได้ของสำคัญแล้ว จบเกม ทีมเก้าได้คะแนน50แต้ม”อาจารย์เป้ประกาศ แล้วเสียงโห่เชียร์ดังลั่นอย่างดีใจ
ฉันค่อยๆขึ้นมาจากน้ำความรู้สึกภายในร่างกายกำลังจะหยุดทุกอย่าง ฉันค่อยๆคลาน เลือดที่กำลังไหลออกมาตามบาดแผลเป็นทางยาว แสบแผลจัง
“ซัน”ความรู้สึกอุ่นๆจากร่างกายใครบางคนกระทบกับตัวฉันแล้วอุ้มฉันขึ้น
“ใครนะ”
“อย่าถามมากเลยเธอต้องถอนพิษออกนะ”
“พิษ” พิษอะไรของเขา
“พิษที่แผลของเธอไง”
แล้วสติทุกอย่างของฉันก็ดับไป
Sky:say
ในห้องทำงานที่มีแต่กองเอกสารเต็มไปหมด มีชายหนุ่มนั่งอยู่หลังกองเอกสารนั่นซึ่งมันสามารถล้มทับเขาเมื่อไหร่ก็ได้แต่ชายหนุ่มผู้นั้นไม่สนเลยสักนิด เขาอายุแค่สิบแปดแต่สามารถจัดการเรื่องงานที่ยิ่งกว่าผู้ใหญ่ทำเสียอีก หน้าตาขาวใสเหมือนเด็ก กำลังขมวดคิ้วเหมือนคิดอะไรสักอย่างหนึ่ง
แต่ไม่นานเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะของเขาจนได้เขารับมาอย่างลวกๆโดยไม่ได้ดูว่าเป็นใครโทรมา
“ฮัลโหล”
“ พี่กายฮะ ผมเจอซากุระแล้วฮะ”
“ว่าไงนะนาเสะ”
“ซากุระฮะ เธออยู่ในโรงเรียนเอกชนในย่านกรุงเทพฮะ พี่กาย”
ชายหนุ่มถึงกับยิ้มเมื่อได้ยินดังนั้น
“แล้วเธอเป็นไงบ้าง”
“เธอบาดเจ็บอยู่ฮะ ในการแข่งขันผู้นำ”
“ว่าไงนะไปดูเธอแล้วรึยัง ซากุระเป็นไงบ้าง”
“คาดว่าโดนยาพิษนะครับแต่ผมจะไปหาเธอให้เร็วที่สุดนะครับ”นาเสะพูดเป็นทำนองว่าให้เขาไม่เป็นกังวล
“รู้อย่างนี้ก็ดีแล้ว ไว้ สองอาทิตย์เดี๋ยวฉันจะไปจัดการ”แต่ในใจเขาก็เป็นกังวลอยู่ดี
“ครับ”แล้วสายก็ถูกตัดไปเขาหันไปดูรูปที่ตั้งบนโต๊ะทำงานที่มีรูปผู้หญิงผมยาวจนถึงเอวยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อกอดคอผู้ชายในรูปซึ่งเป็นรูปของเขาและเธอ....เธอคือน้องสาวของเขาที่จากญี่ปุ่นอย่างไม่มีกำหนดว่าจะกลับมา
ซากุระเธอทำให้พี่เป็นห่วงแทบบ้า มันน่าเอามาตีก้นเสียให้เข็ด
San : say
ฉันรู้สึกว่าร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงๆมันแสบไปทั่วร่าง ร่างกายมันขยับไม่ได้เลยมีแต่ดวงตาที่สามารถขยับได้เท่านั้น
“ซันเธอฟื้นแล้วใช่มั้ย” เสียงตาคิมมาคนแรกเลยค่ะเขาจับมือฉันมากุมไว้ ซึ่งฉันรู้สึกถึงไอความร้อนจากมือเขาและความแสบร้อนของตัวฉันเอง
-_-นี่นายจับเบาหน่อยได้มั้ยฉันแสบโว้ย
“ซันแกไปโดนอะไรมาถึงโดนซะเหวอะขนาดนี้” กิ๊กถามอย่างร้อนรน
แล้วกรูจะพูดกับเมิงได้ไม่เนี่ยกรูแสบหน้าตัวเองเว้ย
“อย่าเพิ่งถามอะไรซันตอนนี้เลย ซันโดนยาพิษชนิดใหม่ที่หมอไม่สามารถค้นพบได้ ทางโรงเรียนก็ประสานงานเรื่องนี้อยู่ว่าใครปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ขึ้นมาอยู่แต่เราควรจะให้ซันพักผ่อน
กิ๊กพยักหน้าหงึกๆ เมื่อเฟรมพรรณนาจนจบ นี่นายก็พูดดีมีสาระกับเขาเหมือนกันเหรอนี่- -*
คิมลูบผมฉันอย่างอ่อนโยน นี่นายโดนผีเข้ารึไงถึงมาอ่อนโยนกับฉันเนี่ย
“นี่เราไม่สามารถถามอะไรซันได้เลยเหรอว่าใครเป็นคนทำ” ริต้าพูดแบบสั่นๆ
กรูก็อยากบอกนะแต่กรูแสบโว้ยT_T
“แต่ว่าคืนนี้เราต้องให้ซันพักผ่อน พรุ่งนี้คงดีขึ้น นี่เบสเธอช่วยมากับฉันหน่อยได้มั้ย” แมนพูดพลางลากเบสออกไปโดยไม่รอคำตอบจากคนถูกขอ ออกจากห้องพยาบาลไป
แล้วแกจะขอไอ้เบสให้มันได้อะไรขึ้นมาฟระ

ในยามค่ำคืนที่มีแสงจันทร์ส่องมาที่ร่างของซัน ที่นอนหลับใหลอย่างสงบก็มีชายหนุ่มสี่คนเดินเข้ามาในห้องพยาบาลช้าๆแล้วยืนรอบเตียงของซัน
“ซัน”เสียงเรียกนั้นทำให้เธอปรือตาขึ้น
ชายหนุ่มสี่คนยิ้มตรงมาให้เธอแต่ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของชายคนนั้นได้ดี เมื่อเธอเห็นหน้าตาหล่อเหลา ที่มีผมสีน้ำตาลเข้ม ก็ทำให้เธอตกใจในทันทีแล้วก็สามารถเดาได้ไม่ยากว่าอีกสามคนนั้นเป็นใคร
พวกนาย มาที่นี่กันได้ยังไง !
ชายหนุ่มยิ้มแล้วส่ายหน้าพลางแตะปากเธอเบาๆแล้วเขาก็บรรจงริมฝีปากประกบปากเธออย่างนุ่มนวล
ความรู้สึกแสบที่มีในตอนแรก เริ่มจางหายไปเมื่อชายหนุ่มผลักดันบางสิ่งบางอย่างในปากของเขา เข้าสู่ปากของเธอ
“ ยาแก้พิษเดี๋ยวเธอก็หายแล้วล่ะ”เขาพูดด้วยรอยยิ้มนิ่งๆ.....
แล้วภาพเหล่านั้นก็เริ่มจางหายไป

“พวกนาย!” ฉันลุกขึ้นจากเตียงอย่างหอบๆพลางมองไปรอบๆตัว
“พวกนายมาที่นี่ได้ยังไง” เขาหาฉันเจอแล้ว ฉันจะถูกส่งกลับไหม พระเจ้า อย่าให้เป็นอย่างนั้นเถอะ อย่าให้ฉันไปเจอกับพวกนั้นฉันไม่อยากไป เพราะพ่อไม่รักฉันเลย พ่อฉันจะส่งฉันไป ไม่!
“นาเสะนั่นใช่นายรึเปล่า”ฉันพึมพำกับตัวเองพลางแตะปากที่รู้สึกเหมือนโดนสัมผัสได้ไม่นาน ตอนนี้ความแสบทั่วร่าง ที่ไม่สามารถขยับได้เหมือนอัมพาตได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง แล้วฉันก็เชื่อว่าภาพเมื่อกี้เป็นความจริง

ถัดจากเตียงนอนอีกสองเตียง ถ้าซันสังเกตหน่อยก็จะเห็นชายหนุ่มทั้งสี่ที่นั่งยิ้มอย่างอย่างมีความสุขเมื่อได้เห็นเธอ พยายามมองหาพวกเขา โดยเฉพาะ นาเสะที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนผสมกับแก้มที่เปื้อนสีแดงระเรื่อในแสงจันทร์ที่ส่องเพียงน้อยนิด ซึ่งไม่สามารถสังเกตเห็นนอกจากความรู้สึกเจ้าตัว
เขาดีใจที่เจอเธอ ดีใจที่สุด
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » เสาร์ 09 ส.ค. 2008 6:44 pm

ตอน 6
ชอบ

Kim:say
เข้าสู่โหมดของผมกันบ้างนะครับ ผมคิมหันต์ฮะ (เค้ารู้กันอยู่แล้วน่า -*-) ใครๆก็บอกว่าผมเป็นคาสโนว่า คบผู้หญิงไม่เลือกหน้า ใครบอกล่ะ ผมแค่มารู้จักแล้วศึกษานิสัยเฉยๆนะครับ *_*(ความหมายว่า ดูตัว ของแกนี่เอาผู้หญิงขึ้นโต๊ะเลยเหรอคุณคิม-_-) อะ จะว่าผมไม่ได้นะเพราะพวกเธอมายั่วผมเองนะ ผู้ชายที่ไหนจะอดใจได้เล่าของฟรีมาประเคนถึงที่^_^(ความคิดของตานั่นมันรู้สึกเข้าข้างตัวเองอยู่เรื่อยนะ-*-) แต่ตอนนี้ผมกำลังนอนอยู่บนที่นอนครับ
ผมนอนไม่หลับ~หัวใจมันกระซับ กระส่าย -.,-
ผมรู้สึกว่าเตียงมันกว้างเกินไปครับก็จะอะไรซะอีกล่ะครับ ก็ยัยเย็นชาของผมป่วยอยู่ที่ห้องพยาบาลนู่นแน่ะครับใจจริงก็อยากจะเฝ้าเธอทั้งคืนนะ แต่ผมกลัวเธอรำคาญผมอ่ะ ก็เลยออกมา- -นี่ผมเป็นตัวน่ารำคาญใช่มั้ยT_T
(ใช่ =เสียงตอบจากเบื้องบน- -)
ผมเคยคิดนะว่าผมจะไม่สนใจเรื่องบ้าๆของโรงเรียนของพ่อ แต่วันนี้สิ ผมเริ่มอยากศึกษาความให้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วล่ะสิ
โรงเรียนของผมซึ่งมีนามว่า เซนต์ครูซิเนเออ ครับโรงเรียนของผมแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป เพราะมีองค์กรลับแอบแฝงโดยชาวญี่ปุ่นเป็นคนต้นคิด ร่วมด้วยอิทธิพลของยากูซ่าทั้งไทยและญี่ปุ่นครับ เขาสร้างโรงเรียนนี้ให้เป็นโรงเรียนฝึกสอนพิเศษสำหรับนักเรียนที่สนใจและได้รับการคัดเลือก ซึ่งเราจะฝึกกันทุกวันครับแต่นี้เพิ่งเปิดเทอมเราก็ต้องมีการคัดตัวนักเรียนโดยเริ่มจากหัวหน้าห้องก่อน แล้วค่อยกระจายไปหาในห้องอื่นๆโดยหัวหน้าที่ได้รับเลือกเท่านั้นที่จะเชิญชวนพวกเขาเข้าร่วมได้ ซึ่งปีนี้ก็เหมือนกัน มีเรื่องแปลกๆมายังโรงเรียนของเราครับ
ก็เรื่องที่ซันถูกยาพิษจนเป็นอัมพาตไงละครับ ผมไม่สามารถหาได้เลยว่าเป็นยาชนิดใด ซึ่งหมอก็ไม่สามารถ
วิจัยออกมาได้ด้วย ซึ่งเรื่องพวกนี้ผมคิดว่าต้องเป็นพวกคนที่ผมคิดแน่ๆ ทำไมผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้ตั้งแต่แรกนะ-_- (โง่ไง) ผมเกลียดที่สุดไอยากูซ่าเนี่ย
เอาเถอะเข้าเรื่องเลยดีกว่าผมยังค้นหาวิธีใดไม่ได้เลยผมลองส่งตัวอย่างเลือดของซันไปให้บริษัทยาของยากูซ่าแล้วซึ่งไม่สามารถค้นพบ แต่คิดว่าน่าจะเป็นแก๊งยากูซ่าใหญ่ ที่สร้างยาพิษขึ้นมาเอง แต่เขาจะมาจับเธอทำไม แต่ผมน่าจะไปดูเธอซักหน่อยนะ ผมรู้สึกเป็นห่วงเธอจัง
ผมกำลังย่องออกจากห้องอย่างเงียบ ก็พบทางเดินที่เงียบฉี่ ผมแอบย่องดีกว่าจะได้ไม่มีใครสงสัย
“นี่คิม แกจะไปไหนวะ”
จ้าก! อยู่ๆเฟรมก็เรียกผมครับมันอยู่ห้องข้างผม แต่....
มันมายืนอยู่ข้างนอกทำไม-*-
“โอ๊ย กรูตกใจหมดแล้วแกมายืนอะไรตรงนี้วะ”ผมถามมันซึ่งหน้าหงอยไปหน่อย
“ก็อาบน้ำเสร็จแล้ว กรูก็จะหาเสื้อของกรูทีนี้กรู สับสนกับตู้อยู่ไง กรูก็ไปเปิดตู้ของกิ๊กเข้า ด้วยความอยากรู้กรูก็เลยค้นหา นิดหน่อย^^;;”
“ กรูว่าแกจะจะหาอะไรบางอย่างมากกว่ามั้ง-_-”
“แต่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่กรูได้ค้นตู้เสื้อผ้าผู้หญิง*_*”
ดูมันพูด น้ำเสียงมันดูน่าภูมิใจพิลึกแฮะ
“แล้วตกลงแกโดนอะไรดลใจแกมาอยู่นอกห้องเนี่ย”
“แหะ ^^; เล่าต่อนะ พอกรูกำลังค้นหาอยู่ กิ๊กมาเห็นเข้าก็เลยโดนไล่มาอยู่นอกห้องง่าT_T”
สมน้ำหน้าไอ้เพื่อนลามก บังอาจมาลามกกว่าข้า 555++++ (เอ๊ะ ยังไง)
“งั้นเมิงนอนห้องกรูก่อนแล้วกัน แต่ห้ามค้นตู้ซันนะเว้ยไม่งั้นกรูเตะหัวเมิงแน่”ผมบอกเฟรม
“อันแน่แสดงว่ายังไม่ได้ค้นนะเสะ 555++ ไม่เป็นไรเดี๋ยวช่วย....เอ้ยกรูล้อเล่น”เฟรมพยามหลบลูกมะเหงกผม เมื่อมันบอกจะค้นตู้ของซัน
“งั้นกรูไปก่อนล่ะ”
เฟรมพยักหน้าแล้วเดินเข้าห้องไป
ในที่สุดผมก็เดินตามทางเดินของโรงแรมคนเดียว เสียวชะมัดคนยิ่งกลัวผีอยู่ด้วยสิ-_-;
ในที่สุดผมก็ถึงห้องพยาบาลของโรงแรม
ผมสูดลมหายลึกๆก่อนที่จะเปิดเข้าไป
พลั่ก! อั๊ก! ผลัวะ!
เหมือนมีทุกสิ่งทุกอย่างเคลื่อนไหวในความมืด.....เหมือนกำลังต่อสู้
“แฮ่กๆๆๆ”
“ไปกับเราเถอะ ซากุระอย่าดีดดิ้นอยู่เลย”
ซากุระO_O
ผมรีบย่องไปเปิดไฟข้างๆทันที พอไฟทุกดวงเปิดออก แสงสว่างก็สาดส่องทั่วห้องพยาบาล
ชายชุดดำราวสิบคนยืนล้อมตัวซันไว้ ที่ยืนตั้งท่าพร้อมจะสู้ หน้าเธอซีดเซียวมากในตอนนี้ แต่เมื่อเย็นเธอยังเป็นอัมพาตอยู่เลยนี่ แล้วเธอมายืนจังก้าอยู่ตอนนี้ได้ไง
“เฮ้ย ไอ้นี่มาได้ยังไง”
“คิมนายออกไป”ซันพูดเสียงแหบแห้งแต่เรื่องอะไรล่ะที่ผมจะออกไป ดูสภาพเธอสิ
แล้วชายชุดดำสามคนก็พุ่งมาทางผมอย่างรวดเร็ว ซึ่งผมก็วิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วแล้วศอกหลังผู้ชายสองคนนั้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเตะเสยคางชายชุดดำอีกคนอย่างจัง ทำให้คนเหล่านั้น
เมื่อผมหันไปทางซัน ก็พบว่าเธอกำลังต่อสู้กับผู้ชายอีกห้าคนที่เหลือผมรีบไปช่วยเธอทันทีที่เธอกำลังเตะปาดรอบตัวทั้งห้าคนผมเลยวิ่งไปจับหัวมัน แล้วบิดอย่างแรงจนเกิดเสียงดังก๊อก
แคว่ก! ฟึ่บ!
แล้วผมก็รู้สึกถึงความแสบจากด้านหลัง มีดคมของชายใส่ชุดดำฟันแฉลบเขาที่หลังของผม เจ็บชะมัด
ปึ่ก! เคร้ง!
ซันเตะมีดออกจากมือชายคนนั้น ซึ่งผมคิดว่าต้องแรงมากแน่ๆ แล้วเธอยังแถมด้วยการถีบหน้าอกผู้ชายคนนั้นอย่างแรงจนไปติดกำแพง
“ขอบใจ”ผมขอบคุณเธอ แต่เธอได้แต่มองหน้าผมเพียงแป๊บเดียว เธอก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนผ้าห่มผืนบางปลิวสยายตามแรงตอนนี้เหลือชายชุดดำอีกสองคน ซันเขวี้ยงผ้าจนกางเต็มพื้นที่ และคลุมชายทั้งสองคนแล้วเธอก็เหวี่ยงมือกระแทกไปที่ผ้าที่คลุมชายทั้งสองคนไว้ จนเกิดเสียงอั๊กตามมา
แล้วความวุ่นวายเมื่อกี้ก็จบลง
“แฮ่กๆๆ”ซันนั่งหอบอย่างน่ากลัวจนผมต้องไปประคอง
“เธอไปทำอะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้” ผมอุ้มเธอขึ้นมาบนเตียง
“ ฉันเพิ่งฟื้นไข้น่ะ เลยทำอะไรไม่ได้มาก โอ๊ย!”แล้วผมก็ต้องตกใจเมื่อเธอร้องออกมา เมื่อผมไปจับแขนเธอ
ก็พบว่าเลือดไหลไปทางยาวประกอบด้วยบาดแผลที่ลึกมาก
“นี่เธอ-_-”
“ไม่เป็นไรหรอกแค่จิ๊บๆ^^”
ป๊อก!
“โอ๊ย”เธอร้องเพราะผมมะเหงกเธอไปทีนึงเต็มๆ
“เขกทำไมเนี่ยเจ็บนะ รู้มั้ย”เธอทำหน้ามู่ทู่ ซึ่งทำให้ดูน่ารัก แล้วผมก็ไปหยิบ แอลกอฮอ และสำสีจากตู้ยามาหาเธอ
“อยู่นิ่งๆนะ”
“อือ”เธอก็ยื่นแขนมาให้ผม
ผมลงมือด้วยการล้างแผลด้วยแอลกอฮออย่างเบามือ แปลกที่เธอนั่งนิ่ง ไม่เอะอะเหมือนผู้หญิงทั่วไป
ผมชอบคนอย่างเธอจัง
เธอไม่ร้องด้วยความแสบบ้างเหรอ ผมล่ะสงสัยจัง
ผมแอบเงยหน้ามามองเธอนิดนึง ก็พบว่าเธอมองผมอยู่ก่อนแล้ว
“นายทำแผลเบาจัง เหมือนแม่ฉันเลย”เธอยิ้มให้ผมครับ เป็นครั้งแรกเลยที่เธอยิ้มให้ผม ดีใจจัง
(แล้วเมิงมาดีใจอะไรกับท่ามกลางคนสลบผสมกับคนตายแถวนี้วะ)
“เสร็จแล้วใช่ไหม^_^ นายรีบออกจากที่นี่เถอะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”เธอยิ้มเหมือนเป็นเรื่องสนุก
แล้วเธอก็ลากผมออกจากห้องพยาบาล พร้อมกล่องยาไม่นานพวกเราก็มาถึงหน้าห้องของเราสองคน พูดอย่างนี้เหมือนคู่เจ้าบ่าว เจ้าสาวเข้าเรือนหอเลยอะ (แล้วผมคิดอะไรเนี่ย ขิน>//OOO<พระเจ้าจอจร์ลอดร์โวลเดอร์มอร์ช่วยข้าด้วย ข้าไม่เอ้า...ทิงเจอร์
แต่เธอไม่สนใจเธอละเลงเต็มที่ หลังผมจะพังมั้ยนี่
“จ้ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”ยัยตัวแสบเดี๋ยวเจอดีแน่ อ้ากๆๆๆๆแสบTOT
“เสร็จแล้วล่ะแผลนายไม่ลึกมากหรอก ร้องจ้ากเชียว แป๊บเดียวก็หายแล้วล่ะ”
แต่ไม่นานเธอจะเสร็จฉันแน่ยัยตัวแสบ มันทิงเจอร์นะไม่ใช่เบตาดีนนะ-*-
แล้วเธอก็หายไปในห้องน้ำ พักนึงเธอก็มาพร้อมกับอ่างน้ำใบเล็ก
“มาฉันเช็ดตัวให้ นายลุกไหวมั้ย”
ผมประครองตัวขึ้นพลางหันหลังให้เธอ ผมรู้สึกน้ำหนักกดทับที่นอนก็รู้ได้ว่าเธอกำลังนั่งอยู่ข้างหลังผม
ครั้งแรกที่เธอใช้ผ้าลูบข้างหลังผมอย่างแผ่วเบาเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกไปก็รู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกๆ จากเธอ
“นายอยู่แก๊ง Never dieเหรอ”
“ใช่ เธอรู้ได้ไงอะ”
“สัญลักษณ์ไง”
“แต่ไม่มีใครที่สามารถรู้ความหมายของรูปนั้น นอกจาก....”ผมหันมาทางเธอพลางยื่นหน้าไปไกลต้นคอเธอ
“แก๊งยากูซ่าด้วยกัน”ผมกระซิบด้วยเสียงที่แผ่วเบา
“ใช่ รูปคนยืนกางแขนบนหัวกะโหลกใครบ้างในยากูซ่าจะไม่รู้”เธอหัวเราะหึๆ
ผมจับไหล่เธอแล้วถามเธอทันที
“เธอเป็นใคร ”เธอยิ้มๆแล้วนั่งหันหลัง
พรึ่บ!
เสื้อของเธอถูกถอดออกโดยตัวเธอเป็นคนทำเอง เผยให้เห็นสายชุดชั้นในคาดที่รอยสักของเธอ เธอก็ปลดสายนั้นอีกทีก็เผยให้เห็นสัญลักษณ์ของเธอเต็มๆ รูปอินทรีกางปีกผงาดอยู่บนหัวกะโหลกข้างใต้เขียนว่าSakura furokin
“แก๊งฟุโรคินไงคะ ไลฟ์ never die”เธอเอ่ย
ซากุระ คนที่หายไปจากแก๊งญี่ปุ่นเธอเองน่ะเหรอ
แล้วเธอก็ใส่เสื้อเข้าที่เดิม แล้วหันมาเช็ดตัวให้ผมอีกครั้ง
เธอคนนี้ที่ต่อสู้กับแก๊งนาโอกิแล้วหนีออกมา แต่ไม่คาดว่าเธอจะมาที่นี่ ซากุระ ที่ไม่มีใครรู้จักหน้าของเธอเลยซักคน เธอมาอยู่ที่นี่แล้ว เธอคือน้องสาวหัวหน้าแก๊งฟุโรคิน แก๊งที่ยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่น
“รู้แล้วก็เงียบไว้หน่อยนะตาบ้าฉันกำลังหลบหนีอยู่”เธอใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของผมซึ่งตอนนั้นรู้สึกอย่างไรบอกก็ไม่ถูก มันชาไปทั้งร่าง ขณะที่เธอกำลังเช็ดตัวผมอย่างนุ่มนวล
ไม่น่าเชื่อว่าผม จะหลงรักเธอ..... ซากุระ... ว่าที่คู่หมั้นของ อาคิระ นาโอกิ
“แสดงว่าเรื่องยาที่เธอโดนเข้าไปเธอก็รู้นะสิว่าเป็นยาอะไร”ผมพูดกับเธอเรื่องยาพิษที่เธอโดนเมื่อตอนบ่ายที่ไม่มีใครรู้และรักษาได้ คนที่รู้ก็มีเธอ และก็คนอื่น
“มันก็เป็นความลับสำหรับกลุ่มพวกฉันก็เหมือนกับพวกนายก็มียาพิษส่วนตัวเหมือนกัน”เธอชี้แจง
ดูๆไปเธอก็เป็นคนที่น่ากลัวเหมือนกัน ถึงแม้เรื่องร้ายๆผ่านเข้ามามากมายเธอก็ทำหน้าตายใส่ทุกครั้ง(ตกลงจะชมหรือจะด่าฟระ)
แล้วเราสองคนก็เงียบไปนานมากแต่เวลาเราอยู่บนเตียงสองคนในเวลาแบบนี้มันหวิวยังไงก็ไม่รู้แฮะ-.,-
“ซัน”ผมเรียกเธอ
“หืม”เธอตอบรับขณะเช็ดแขนผมอยู่
“ฉันชอบเธอ”
เธอเงยหน้ามองผม หน้าเราสองคนใกล้กันมาก เพราะผมก้มเข้าไปใกล้เธอ จนรู้สึกลมหายใจอ่อนๆของเธอ ผมค่อยๆบรรจงลงไปที่ริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวล ใช่ลิ้นสอดจนเธอเผยอปากออกมา ทำให้ผมสามารถลุกล้ำเข้าไปในปากเธอ รับรู้ถึงแรงตอบสนองของเธอ ให้ผมรู้สึกถึงความร้อนขึ้นมา
“พอเถอะ”ซันพูดอู้อี้แล้วผลักอกผมออกมา
แล้วเธอก็เดินไปเก็บอ่างน้ำ เมื่อกี้ผมทำอะไรลงไป ผมจูบเธอใช่ไหม ผมจูบกับคนที่มีเจ้าของแล้วงั้นหรือ
ทำไมผมรู้สึกอยากอยู่กับเธอนานๆได้มากขนาดนี้นะ
ฉันต้องเอาเธอมาจากเขาให้ได้....
ซัน เธอต้องเป็นของฉัน

แต่ในขณะเดียวกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ มีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผมซอยระต้นคอเดินอย่างสง่าผ่าเผยเดินออกจากประตูสนามบิน หน้าตาสุขุมผสมกับนัยน์ตาสีดำวาววับทำให้ดูเหมือนเจ้าชายเย็นชา รอยยิ้มที่มุมปากขยับน้อยๆ
“เธอนี่แก่นได้ใจเหลือเกินนะซากุระ แต่ เธอรู้จักอาคิระ นาโอกิน้อยไปซะแล้ว”เขาหยิบรูปของซากุระขึ้นมาดูอย่างพินิจแล้วก็ยิ้มออกมา

ปัง! ปัง! ปัง!ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังลั่นไปทั่วในสนามยิงปืน ผมมาหายัยตัวแสบทั้งสี่ที่นี่ครับ เพราะผมหาเธอทั่วแล้วเหลือที่นี่ที่เดียว วันนี้อาจารย์ให้ฝึกป้องกันตัวกันโดยมีการยิงปืน ยูโด ฟันดาบ และมวยไทย
“ไหนว่ะกิ๊กของกรูอ่ะ”ไอ้เฟรมบ่นกระปอดกระแปดเหมือนจะขาดใจตายเมื่อไม่ได้เห็นหน้ายัยปากจัดนั่นผมล่ะสงสัยว่ามันทนเสียงง้องแง้งของยัยนั่นไปได้ยังไง
“นั่นไงยืนอยู่กับไอ้โจ เฮ้ยเบสยืนอยู่กับไอ้แซนด้วย”แมนพูดจนพวกเราทั้งสี่ก็หันไปมอง
เบสยืนยิงปืนอยู่ขณะที่โดนแซนโอบตัวไว้เพื่อให้เล็งถูกเป้า ริต้ากับถูกกุมมือจากดังที่กำลังสอนวิธีจับปืน ส่วนกิ๊กก็กำลังคุยกันอยู่กับโจ ส่วนซัน....เฮ้ย
เธอกำลังเล็งลูกซองอย่างทะมัดทะแมงเมื่อเธอยิงปืนไป ซันก็ยิ้มให้แดนแล้วตีมืออย่างสนิทสนม
แล้วผมก็รู้สึกอารมณ์เสียซะแล้ว ผมไม่ชอบให้ใครมาใกล้ซันเลย เห็นแล้วมันขวางตา
แล้วผมก็รู้สึกว่าพวกผมอีกสามคนก็รู้สึกเหมือนกันเพราะ
-_-^^^^^^^^^^^^^เพราะหน้าพวกผมเป็นอย่างนี้กันหมด
พวกผมพยักหน้าให้กันแล้วก็ไปตามเป้าหมายทันที
ปิ้ง ป่อง
เสียงออดดังหมดเวลาเรียนพอดีผมจ้องซันที่วางปืนลูกซองไว้ข้างๆแล้วเดินออกมาพอเธอเจอผม เธอกลับยิ้มให้ผมแต่ผมไม่ยิ้มตอบ จนเธอสงสัยกับท่าทางของผม
“เฮ้ นายเป็นอะไร”ผมไม่ตอบ เธอก็รู้หนิว่าผมชอบเธอ ทำไมเธอทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ
“แล้ว...”เธอยักไหล่มองไปทางกิ๊กกับเฟรมทะเลาะกันอยู่ อีกสองคู่ก็หายไป
“ไม่มีอะไรหรอก”
“อะไรของนาย......แต่ช่างมันเถอะนายจะไปเรียนฟันดาบกับฉันมั้ย”
“(- -)(_ _)(- -)”ผมพยักหน้า
แล้วเราสองคนก็เดินไปที่ลานฟันดาบด้วยกัน
เสียงดาบกระทบกระทั่งกันอย่างวุ่นวาย ในลาน เธอมองชะเง้อไปมาเหมือนหาใครซักคน
“นั่น นาเสะ”เหมือนผมได้ยินเธอพึมพำอะไรบางอย่างที่เหมือนชื่อคนแต่ไม่ทันที่ผมจะถามอะไรเธอ เธอก็วิ่งออกไป
“นี่นาเสะนี่นายจริงๆใช่มั้ย^^”
“ซัน^^”
“คิดถึงจัง^^”
ผมหันไปตามเสียงของซัน แต่มันก็ทำให้ผมหยุดแทบจะทันที
ซันกำลังกอดกับผู้ชายที่อยู่ต่างโรงเรียนหน้าตาหล่อเหลามาก ทำไมเขาถึงโดนซันกอดได้ขนาดนั้น ทำไมเขาได้รอยยิ้มที่จริงใจได้มากขนาดนี้ ทำไม- -ทำไมเขาถึงเป็นคนที่ซันคิดถึง ทำไมผมรู้สึกอยากทำลายภาพนั้นในทันที
“ว้าวชีบะนายก็อยู่ ยามาดะด้วย ซีโร่.....นายว้าวเท่จังเลยOoO” แล้วก็มีชายอีกสี่คนเดินเข้ามาร่วมอีก พวกเขาเป็นใครกัน ทำไมซันถึงดูสนิทสนมมากขนาดนี้
“นี่ๆฉันมีเพื่อนใหม่เยอะแยะเลยนะมีตั้งหลายคน^O^”ซันพูดร่าเริงเหมือนเด็กๆแปลกที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“นี่คน อย่างเธอมีเพื่อนด้วยเหรอ^^”หนุ่มที่แต่งตัวเหมือนเด็กอีโมหยิกแก้มซัน ที่หัวเราะคิกคัก
ทำไมนะผมเกลียดเสียงหัวเราะของเธอในตอนนี้ .....ที่เธอหัวเราะกับคนอื่น
“เออนี่ๆ ลืมไป นี่ๆ เพื่อนฉัน ชื่อคิมหันต์”เธอพาพวกผู้ชายทั้งสี่คนมาทางผม นี่เธอเพิ่งรู้สึกหรือว่าพาผมมาด้วย
“แน่ใจนะซันว่าไม่ใช่กิ๊กเธอ-_-*”หนุ่มใส่แว่นว่า
“บ้า รู้ได้ไง”เธอบิดตัวอย่างเขินๆ เอ้าเธอคิดกับผมเป็นกิ๊กหรอกเหรอเนี่ย-_-a
-_-นี่คือสีหน้าเพื่อนทั้งสี่คนของเธอ
“โธ่จริงจังไปได้ ^^(อ้าว) ล้อเล่นน่า....นี่เพื่อนฉันจริงๆ เขานอนห้องเดียวกับฉันนะ”
“หา ห้องเดียวกันO_O”ทั้งสี่ตาโต
“อือ”ซันยังคงไม่รู้สึกอะไร
“ซัน เธอทำอะไรมันรึเปล่า”ยามาดะว่าแล้วจับไหล่ซันสั่น ตกลงมันเป็นห่วงใครกันแน่ฟระ
“ก็แค่...เอ้ย นายต้องถามว่าเขาต้องทำอะไรฉันต่างหากเล่าไอ้เพื่อนบ้า”
แล้วหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านไปรู้สึกว่าเธอจะลืมผมไปแล้วเพราะคำที่เธอพูดมีแต่
“นาเสะนายมาฟันดาบกับฉันมา^O^”
“ชีบะนายสอนท่าฟันแบบนี้หน่อยสิ*_*”
“ยามาดะนายเล่นแรงๆเลยไม่ต้องเกรงใจ^^”
“ซีโร่นายจะฟันหัวฉันรึไง-_-”
ทั้งหมดนี้ไม่มีชื่อผมเลยสักนิด น้อยใจชะมัดเลยอะ_*_ เหมือนเป็นส่วนเกินยังไงก็ไม่รู้
“บายนะทุกคน ขอบใจมากที่พวกนายช่วยฉันไว้”ตอนเลิกเรียนเธอกำลังบอกลาหนุ่มสี่คนนั่นอยู่
“อะ เดี๋ยว”เธอจับแขนนาเสะไว้
จุ๊บ! ริมฝีปากสีกุหลาบของซันสัมผัสกับแก้มคมสันของนาเสะอย่างนุ่มนวล
“ขอบใจมากนะเพื่อนรัก”
-_-^^^^^อ๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ทำไมผมรู้สึกหงุดหงิดได้มากขนาดนี้ ไม่เข้าใจจริง ๆ

“นี่นายฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่า”
“อะ หือ”ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์จนเธอเรียกผมให้สะดุ้งขึ้น หลังจากเรียนวิชาต่างๆเสร็จแล้วผมเดินคิดเรื่องราวที่เกิดเมื่อกี้ซ้ำไปซ้ำมา
ทำไมผมถึงเป็นแบบนี้นะ ทำไมต้องหงุดหงิดด้วยทั้งๆที่ผมแค่ชอบเธอ
“ฉันถามว่านายฟังฉันอยู่รึเปล่า”
“ฟะ ...ฟังสิ ^^;”
“แล้วเมื่อกี้ฉันพูดเยี่ยงไรหึ-_-”
“เอ่อพูดว่า นี่นายฟังฉันอยู่รึเปล่า”
“-_-ก่อนหน้านั้นล่ะ”
“อะเอ่อ....ไม่ได้ฟังจ๊ะ”
“อ้ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ^-_-^”ซันกำมือกลางอากาศเหมือนจะบี้อะไรสักอย่างให้แหลกคามือแล้วมองผมอย่างหมันไส้
ผมผิดเหรอเนี่ยT_T
“นายคิดอะไรอยู่รึเปล่า”เธอถามผมแล้วรั้งให้ผมหยุดเดิน
เวลาของเราเริ่มเหลือน้อยลงทุกทีแล้วสินะ
“ฉันคิดว่าเธอจะรู้สึกยังไงเมื่อฉันบอกชอบเธอไปอะ”ผมอยากอยู่กับเธอนานๆจังแต่เวลาก็ยิ่งลดน้อยลงทุกที
ซันนิ่งไปเธอก็ยังมีสีหน้าเดิมคือเย็นชา ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
“ก็....แปลกใจนะ ว่าคาสโนว่าอย่างนายจะมาชอบฉัน”เธอพูดอย่างไร้เดียงสาสีหน้าเธอไม่มีความรู้สึกอายหรือสงสัยอะไรเสียบ้างเลย เป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่าเธอเป็นคนที่เย็นชาที่สุด ตกลงผมมาเป็นนางเอกแทนดีมั้ยเนี่ย-*-
“แล้วเธอรู้สึกยังไงกับฉันล่ะเมื่ออยู่กับฉัน”
“จะให้ฉันพูดจริงหรือพูดเล่นล่ะ”
“พูดจริงสิ”
“ตั้งแต่ที่ฉันเจอกับนายนะ ต้อนแรกนายเป็นผู้ชายที่แย่ที่สุด - -แต่เมื่อฉันมารู้จักกับนาย ฉันก็รู้สึกว่านายก็มีความสุภาพบุรุษถึงแม้จะหื่นก็ตาม....^^(เอ๊ะยังไง- -a)อยากจะพูดตรงๆนะนายก็เคยทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆเหมือนกัน คือมันเป็นยังไงอะ...เอ่อ แบบผู้ชายกับผู้หญิงรู้สึกอะ แต่ฉันคิดว่าเป็นอารมณ์ชั่ววูบนะก็เพราะฉันอยู่ใกล้นายมากเกินไปมั้ง เลยเคยทำให้มีช่วงหนึ่งที่ฉันชอบนายแต่เพียงแวบเดียว แต่ฉันยังไม่รู้ว่าฉันเองชอบนายจริงๆรึเปล่า
-_-”
นี่ถ้าผมเป็นนางเอกผมคงวิ่งหนีแล้ว ไปร้องไห้ที่ไหนซักแห่งแล้วล่ะ เพราะเธอนี้เย็นชายิ่งกว่าพระเอกหนังเสียอีกเมื่อเห็นสีหน้าไม่มีความรู้สึกใดๆกับคำพูดที่เธอพูดออกมา มันหน้าทำให้ผมร้องไห้จริง T_Tฮึกฮือ(พระเอกขาเก็บอารมณ์หน่อยค่า เป็นพระเอกนะค้า- -)
ผมคงต้องเข้มแข็งสินะ
“แสดงว่าฉันก็แอบชอบเธอฝ่ายเดียวสินะ”ผมหัวเราะกับความรู้สึกตัวเอง
“นาย”
“รู้มั้ยเธอเป็นคนแรกที่ฉันบอกชอบก่อนนะ”
“-_-”ดูสิครับขนาดผมพูดขนาดนี้เธอยังทำหน้าตายเหมือนเดิม ให้ผมบิ้วอารมณ์อยู่คนเดียว- -^
“ไม่เป็นไร ฉันจะทำให้เธอชอบฉันให้ได้”เมื่อผมพูดคำนั้นออกไป
ซันตาโตทันทีแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร (เอาอีกและนางเอกหน้าตายเหมือนเดิม)
ทำไมล่ะก็ผมชอบเธอ ผมต้องเอาเธอมาครองให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม
พระเจ้าเป็นพยานให้ผมด้วยว่าผมชอบเธอ ชอบมาก..มากที่สุด
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » เสาร์ 09 ส.ค. 2008 6:47 pm


ตอน 7


ขอโทษ
“นี่นายคิมตื่นได้แล้ว”
“อือ”
“นายตกลงจะตื่นดีๆหรือจะตื่นด้วยน้ำตา”
“อือ”(ง่วง)
“นี่นาย”(รำคาญ)
“อือ”(งัวเงีย)
ป้าบ!
คลุกๆ ปั่ก
“โอ๊ยยัยปีศาจ”ผมพูดอย่างอารมณ์เสียเมื่อเธอเตะผมตกเตียง อ้ากเจ็บนะเฟร้ย
เธอต้องเจอดีแน่ๆ ผมมองเธอที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้มันหน้าหมั่นไส้จริงๆ
“นี่เดียวฉันจะออกไปก่อนนะที่ศูนย์อาหาร แล้วนายจะเดินย่างไปที่ไหนก็เชิญ เพราะฉันจะไม่ตามนายอีกต่อไปเพราะสัญญาหมดแล้ว โอเค้”เธอพูดกับผมโยนผ้าขนหนูมาให้ผมแล้วเดินออกไป
“อาบน้ำด้วยละฉันไม่ชอบคู่เต้นรำตัวเหม็นๆอี๊”เธอทำหน้าขยะแขยงใส่ผมแล้วก็วิ่งหลบผมที่จะกระโดดกอดเธอ
“ไปละนะ”เธอพูดแล้วก็ออกจากประตูไป
ใช่สิ นี่มันหมดสัญญาแล้วนี่ เธอคงรอคอยวันนี้มานานแล้วสินะ
Sun:say
อะแฮ่ม มาแวะบทฉันซะบ้างเมื่อฉันออกมาจากห้องอย่างสุขอุรา วันนี้เป็นวันปล่อยนักโทษแล้วโว้ย ฮ่าๆๆๆ สะใจ(นางเอกบ้าไปแล้ว) แต่ฉันลืมเตรียมชุดให้ตานั่นซะแล้วสิ มีหวังตานั่นเอากางเกงในมาใส่แทนหมวกแน่ๆเลย(เวอร์)...แต่เอ๊ะแล้วฉันจะสนใจตานั่นไปทำไมในเมื่อฉันไม่ได้เป็นเบ๊ตานั่นแล้วนี่จะสนทำไมอ้ากกกกกก ห้ามสนนะยัยซัน=O=
“นี่ๆซันฉันอยู่นี่”กิ๊กโบกมือเหมือนคิงคองปีนตึก มาทางฉัน ทำไมมันทุเรศจังฟะ ฉันเห็นแล้วอายแทน-*-
แล้วฉันก็เดินทอดน่องไปทางกลุ่มของเพื่อฉัน เพื่อนสุดที่รักจ๋าฉันมาแล้วจ้ะฉันถูกประกันตัวแล้ว^^(ดีใจเกินเหตุ)
“ซัน...ฉันจะบอกแกว่านักเรียนหญิงโรงเรียนของเราโหวตให้กลุ่มหญิงของเราแสดงบนเวทีอ่ะแกจะแสดงอะไรดี”ริต้าถามอย่างกลัวๆนี่แกกลัวตลอดเวลาเลยรึเปล่านี่-_-a
“เล่นละครลิงมั้ง”(หาได้แค่นี่)
“แกจะบ้าเหรอO_O”(จริงจัง)
“แล้วแกจะทำจริงมั้ยล่ะ”(ท้า)
“ไม่ค่ะTOT”(กลัว)
ป๊อก ไอ้กิ๊กเขกหัวฉัน เจ็บนะโว้ย ต่อยกับกรูมั้ยหึ-_-^
“เฮ้ยกรูเจ็บ=O=”(เสียงเรียบ)
“เรื่องของหัวเมิง-_-”(เสียงเข้ม)
“เดี๋ยวแกหัวแบะแน่”(โมโหนิดๆ)
“แล้วแกคิดว่าจะแสดงอะไร”(ถาม)
“เล่นดนตรีไง”(เพิ่งคิดได้)
“เฮ้ยแล้วแกเล่นเป็นรึไง”(งง)
“ไม่เป็น”(เบื่อ)
“เฮ้ยแล้วแกจะเล่นหากระเบื้องวัดรึไง”(ตกใจ)
“หมายถึงฉันเล่นเดี่ยวไม่ได้”(อธิบาย)
“ยังไงวะ”(งง)
“ก็กรูตีกลองชุดเป็นอย่างเดียว จะให้กรูไปตีแห่สิงโตหรือไงกรูตีไม่เป็นเว้ย!”(รำคาญ)
“อ้อ”(เข้าใจ)
สงสัยใช่มั้ยค่ะว่าฉันถึงตีกลองชุดเป็น ก็เรียนนะสิคะถามได้-_-พ่อฉันให้เลือกเรียนดนตรีประเภทใดประเภทหนึ่งฉันเลือกกลองค่ะ ตอนแรกพ่อฉันรู้เกือบตีฉันหัวแบะล่ะT_Tเพราะพ่อว่าเป็นคนตรีสำหรับผู้ชาย
“แล้วพวกแกเล่นอะไรเป็นบ้างล่ะ”ฉันลองถามความสามารถทางดนตรีกับเพื่อนๆดู
“กรูร้องเพลงเป็นอ่ะ”กิ๊กว่า
“หวังว่าคนดูคงอยากฟังเสียงโหยหวนของแก”ฉันว่า(กวน)
“ไอ้ซัน”(ยัวะ)
“ช่างเถอะ”(ไม่สน)
“แล้วริต้าล่ะ”กิ๊กถาม
“ฉันนะเหรอฉันเก่งเปียโนและคีย์บอร์ดอ่ะพ่อฉันให้เรียนตั้งแต่เด็ก”(เดียงสา)
“ชิ ลูกคุณหนู”(หมันไส้)
“ซันอ่าT_T”(กลัว)
“แล้วเบสล่ะ”ฉันถามมัน
“แกเห็นฉันอยู่ในสายตาด้วยเหรอT_T”(ซึ้ง)
“อย่ามาแบ้ว”(รำคาญ)
“ไอ้เพื่อนบ้า ฉันเก่งกีตาร์ไฟฟ้า และก็เบส”(หมดอารมณ์)
“อืมงั้นก็พอจะตั้งเป็นวงได้อ่ะนะเราลองหาที่ซ้อมกันมั้ย”
“แล้วแกจะจากที่ไหนล่ะ”กิ๊กถามอย่างงงๆ
“โธ่แกเอ๊ยโรงแรมนี้ดูปร๊าดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่โรงแรมธรรมดามันเป็นโรงแรมที่มีทุกสิ่งทุกอย่างครบครันไม่ว่าว่าจะห้าง ร้านอาหาร ธนาคาร ฟิตเนต ลานกีฬา ห้องประชุม ที่พัก สปา ยันร้านวัสดุก่อสร้างเลยนะเฟร้ย”ฉันสาธยาย
“ตกลงมันเป็นโรงแรมหรือมันเป็นถิ่นเยาวราชกันแน่ฟระแยอะชิบ”กิ๊กเกาหัว
“แต่มันคงไม่มีห้องซ้อมดนตรีหรอก”เบสว่าแล้วหยิบน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นมาดื่ม
“ในเมื่อมันมีแทบทุกอย่างแล้วทำไมจะไม่มีห้องซ้อมดนตรีกันล่ะ”ฉันว่าและทุกคนเหมือนจะเห็นด้วย
“งั้นไปซ้อมกันเถอะ ยู้ฮู^O^”ฉันกระโดดออกจากโต๊ะแล้วชูมือทั้งสองข้างอย่างสบายใจ
O_O(เพื่อนทั้งสามของอึ้งเพราะไม่เคยเห็นฉันเป็นแบบนี้)
“เพื่อนของกรูโดนไอ้คิมล้างสมองมารึเปล่าวะ”กิ๊กแอบซุบซิบกับเบส
“แน่เลยว่ะ”(สงสัย)
ไอ้เพื่อนเวงกรูได้ยินนะเว้ย เดี๋ยวแม่ตีหัวเละเป็นโจ๊กสามเซียนซะนี่-_-^

“หนึ่ง...สอง...สาม”ฉันเคาะไม้กลองเพื่อนเป็นจังหวะแล้วเริ่มตีกลองชุดในห้องซ้อม บอกแล้ว....ว่าโรงแรมนี่มีทุกอย่างที่ฉันคิดจริงๆ(เพราะจำได้ว่าหนีตาคิมจากชั้นบนสุดยันล่างสุด)
ตอนนี้ฉันกำลังซ้อมเพลงที่ออกแนวร๊อกๆนิดๆเป็นเพลงฝรั่งที่มันส์มากๆเพลงหนึ่งซึ่งกิ๊กร้องมาอย่างไพเราะ หน้าอย่างมันก็ร้องเพลงเพราะเหมือนกันแฮะ
แล้วในขณะที่เราซ้อมกันอยู่ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา นั่นก็คือสี่สหายกระหังเก็บจังกอบกินนั่นเอง เฟรมที่แว๊บหน้าแหลมๆเข้ามาก่อนยิ้มแป้นให้พวกเราทั้งสี่
“ว้าวสาวๆเล่นดนตรีกันด้วยกิ๊กร้องเพลงเพราะจังอ่ะ”เฟรมก็ค่อยๆเดินเข้ามาในห้องดนตรีมาหากิ๊กแล้วหยอดคำหวานใส่คนแรกแล้วพวกอีกสามคนก็เดินเข้ามาฉันเห็นตาคิมมาในชุดสีเหลืองแบบฮิพฮอพกับกางเกงสีดำขาสั้นแบบโหลดจนชายปล่อยอยู่ถึงครึ่งหน้าแข้ง วันนี้เขาดูดีจริงๆแต่ชุดนี้ฉันจำได้ว่าฉันจัดไว้ให้นี่ แต่ฉันลืมแขวนให้...ช่างเถอะเขาอาจบังเอิญหยิบเหมือนก็ได้ คิดมากไปได้
คิมมองหน้าฉันอย่างเย็นชา มีรึฉันจะยอมนาย เย็นมาฉันก็เย็นไป ชิ
“เบสเธอเล่นดนตรีกับเขาเป็นด้วยเหรอ”แมนหันมายืนข้างๆเบส ที่ได้ยินดังนั้นก็จะเอากีตาร์แทงนายแมนให้ได้
“เฮ้เธอมันเจ็บนะ”
ท่ามกลางเพื่อนที่ยืนกันเป็นคู่ๆฉันกับคิมก็จ้องหน้ากันผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแต่เราสองคนก็จ้องหน้ากันอยู่
นายคิดอะไรของนายนะทำไมนายไม่ทักฉันเลย
ติ๊ดๆๆๆๆๆ
แล้วเสียงโทรศัพท์ของคิมก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล..จ๋าจ๊ะ....มาที่ที่ห้องซ้อมดนตรีสิจ้ะ......อยู่ห้อง302จ้ะ............มานะจ้ะที่รัก”คิมรู้สึกจะแกล้งพูดดังๆเพื่อให้ฉันได้ยินชัดๆ
“เรารีบซ้อมเพลงต่อไปเถอะฉันหิวข้าวอีกอย่างพวกเราก็ซ้อมมานานแล้วด้วย”ฉันพูดปัดๆแล้วหันเหความสนใจมาทางกลองต่อ ทำไมมือฉันถึงสั่นแล้วก็รู้สึกอึดอัดที่หน้าอกด้วย นี่ฉันเป็นอะไรเนี่ย...
เมื่อพวกฉันซ้อมดนตรีได้ไปครึ่งเพลง (ซอมบี้)ผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
“ทรายมาแล้วเหรอจ้ะ”คิมรู้สึกจะดีใจออกนอกหน้ารีบลุกขึ้นไปหาผู้หญิงคนนั้นแล้วก็หอมแก้มที่ผู้หญิงคนนั้นเบาๆ
“คิกๆ จั๊กจี้นะคิม”(มีความสุข)
“คิก แก้มทรายหอมจัง”(อ้อน)
โอ้ยหมันไส้โว้ย
“เฮ้ย ซัน แกเป็นอะไรตีกลองแรงไปรึเปล่า”เบสที่เล่นเบสอยู่ข้างหน้าฉัน หันมาถามฉันอย่างเป็นห่วง
“ฮึ ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันมันส์ในอารมณ์นะ”(ยัวะ)
แล้วฉันก็ต้องมาเห็นนายคิมที่ให้ยัยทรายนั่งตักแล้วคลอเคลียอยู่ข้างๆ
ทำไมรู้สึกไม่ชอบนิดๆนะไม่เข้าใจจริงๆ
แล้วไม่นานฉันก็หยุดตีกลองเสียเฉยๆทำไมฉันต้องมองแต่ตานั่นนะ
“หยุดทำไมล่ะซันกำลังมันส์เลยนะ”เบลว่าจากที่ยืนกับริต้าให้ช่วยสอนเล่นคีย์บอร์ดให้ถามขึ้น
พวกแกกำลังมันส์แต่ฉันกำลังแย่โว้ย-_-
“ไม่มีสมาธิว่ะ เดี๋ยวกรูขอจูนก่อนโทษที”แล้วเมื่อฉันระงับอารมณ์ได้ฉันก็เล่นใหม่อีกครั้ง
เบสกับแมนที่เล่นเบสทั้งสองคนเริ่มเล่นขึ้นอย่าง ร๊อคๆแล้วก็ตามด้วยคีย์ที่ริต้าเล่นแล้วดูเหมือนผู้หญิงที่เท่ไปถนัดตาเพราะเพลงมีความเร็ว ทำให้การเล่นเร็วไปด้วย
แล้วก็ถึงตาฉันที่ต้องตีกลองบ้างฉันพยายามให้ตั้งสมาธิแต่สายตาฉันไปมองคิมที่กำลังจูบกับทราย
แล้วความรู้สึกก็ตื้อไปหมดเหมือนมีอะไรจะดันขึ้นมาตรงหน้าอก มันทำฉันทนไม่ไหว
เคร้ง!
ฉันรีบทิ้งไม้กลองอย่างรวดเร็วแล้วรีบวิ่งออกจากห้องให้เร็วที่สุด แล้วฉันก็รีบวิ่งออกมาข้างนอกโรงแรมในมุมอับซอยที่คับแคบของโรงแรม
“อ้วก! อ้วก! อ้วก! แหวะ!”ฉันพยายามยันกำแพงเพื่อทรงตัวอยู่แต่ฉันรู้สึกว่าแรงของฉันจะหายไปซะเฉยๆ
“อ้วก! แหวะ!”แล้วมันก็ดันขึ้นมาอีกครั้งเมื่อฉันหลับตาแล้วเห็นภาพคิมกอดกับทราย
ฉันเซไปมา แล้วจะรู้สึกถึงพื้นที่รองรับตัวของฉันไว้แต่ก็มีใครคนนึงอุ้มฉันไว้
“ซันเธอเป็นอะไรรึเปล่า”
“แดน....นาย”
“พอดีฉันเดินผ่านมาเธอลุกไหวมั้ย”
“ฉัน....”แล้วสติฉันก็หายไปพร้อมกับเสียง
Kik :say
“เฮ้ยซันเป็นอะไรอ่ะ”ฉันตกใจเมื่อจู่ๆ ซันก็วิ่งออกไปจากห้องซ้อมซะดื้อๆ
“ไม่รู้สิฉันว่าไม่ได้ร้องไห้หรอกดูมันวิ่งเร็วๆชอบกล”เบสว่า
“ไม่ได้การแล้ว”ฉันวิ่งออกไปตามหาซันทันที แกอยู่ไหนเนี่ยไอ้เพื่อนเก็บกดของฉัน
“หาจนทั่วโรงแรมแล้วฉันหาไม่เจอเลย”เบสหอบแฮกๆพร้อมกับริต้าที่ช่วยกันหาซันทั้งโรงแรม
เพื่อนของฉันมันเป็นอะไร
“ฉันว่าพวกเราลองไปหาข้างนอกดูมั้ย”ริต้าออกความเห็นซึ่งพวกเราก็ไม่รอช้ามุ่งไปที่ประตูทางออกทันทีแล้วพวกเราก็เดินไปที่สวนสาธารณะเป็นอันดับที่มีหนุ่มสาวมากมายนั่งจู๋จี๋กันอยู่
“นั่น....ใช่ซันรึเปล่า”ริต้าโผล่งออกมาแล้วศอกสีข้างฉันอย่างแรง เจ็บนะเว้ย
แล้วเมื่อเรามองไปที่จุดที่ริต้าชี้ก็พบหนุ่มสาวอยู่คู่หนึ่ง หญิงสาวที่กำลังนอนหลับใหลบนตักหนุ่มอย่างสงบ
ฉันวิ่งไปดูทันที
“แดน”
“กิ๊ก เบส ริต้า”
“ทำไมซัน”เบสอ้ำอึ้งกับภาพที่เห็นซึ่งฉันก็เป็นไปด้วย แดนอยู่กับซันที่นอนหนุนตักของแดนอย่างไม่รู้อะไรทั้งสิ้น
“ซันสลบไปนะ”แดนพุดให้ฉันซึ่งพอเขาใจแต่ก็มีคำถามผุดขึ้นมาอีก
“แล้วซันเขาเป็นอะไรถึงสลบ ธรรมดาซันไม่ได้เป็นแบบนี้นี่”ซันดูออกจะแข็งแรงเกินหญิงซะด้วยซ้ำแล้วจู่ๆจะมาสลบเหมือดอย่างนี้ได้ไง
“ฉันเห็นซันอ้วกอยู่ข้างโรงแรมพอฉันไปทักเธอก็สลบไป ฉันก็เลยพามาที่สวนสาธารณะเพื่อหาอากาศ บริสุทธิ์บ้าง”แดนว่า
“ยัยนี่เวลานอนสงบๆก็ดูดีเหมือนกันนะ”แดนยิ้มกับปฏิกิริยาของซันที่ขยับตัวน้อยๆ
“ซัน.....”เสียงหนึ่งดังขึ้น
เป็นเสียงของคิมที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อเห็นซันอยู่กับแดน สายตาของคิมร้อนเป็นไฟจนฉันรู้สึกได้
ผลั่วะ!
คิมต่อยหน้าแดนอย่างจังซึ่งแดนไม่สามารถขยับไปไหนได้เลยเพราะซันนอนอยู่บนตักของเขา
“แก ฉันบอกแล้วไงว่าห้ามยุ่งกับคนของฉันสักป้าบเถอะ”เมื่อคิมง้างมือจะต่อยอีก....
“หยุดนะ”เสียงของซันพูดขึ้นทำให้ทุกคนหยุดชะงัก
“ถ้านายต่อยเขาอีกล่ะก็นายกับฉันมีเรื่องกันแน่”ซันลุกจากตักของแดน เมื่อฉันเห็นทั้งสองต่อปากต่อคำกันทีไรรังสีอำมหิตแผ่กระจายทั่วสารทิศจริงๆ
เฟรมที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้มาดึงตัวออกไป ทำไมมีแต่กลุ่มผู้ชายกับซันที่มีความลับกับฉัน ฉันเป็นเพื่อนซันทำไมซันถึงไม่บอกฉันบ้าง ฉันเป็นเพื่อนเขานะ ทำไมฉันไม่รู้อะไรบ้างเลย
“ซันฉันไม่เข้าใจเธอเลยวันนั้นเธออยู่กับคนโน้นวันโน้นอยู่กับคนนี้ นี่เธอคิดจะคบผู้ชายเผื่อเลือกรึไง”
“นี่นายอย่ามาดูถูกฉันนะฉันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด นายคิดไปเองทั้งนั้น”
“งั้นที่ฉันบอกไปแสดงว่าฉันรู้สึกกับเธอข้างเดียวนะสิ เธอทำไมใจร้ายกับฉันจัง ถ้าเธอไม่รักก็บอกกันบ้างสิอย่าให้ฉันเป็นบ้าอย่างนี้”
“นายอย่ามาพูดอย่างนี้นะ! นายคิดว่านายรักฉันเหรอ นายรักคนอื่นมากกว่า นายคิดจะหลอกฉันรึไง อย่าคิดว่าฉันโง่นะนายไปหาคนที่นายควงดีกว่าอย่าเอาฉันมาเล่นด้วย”ฉันเพิ่งเห็นซันโกรธได้ขนาดนี้ มันก็ว่ากันเองโดยที่ฉันไม่เข้าใจความหมายมันเลยซักนิดทั้งสองคนนี้เป็นอะไรกัน เขารักกันงั้นเหรอ
“ฉันมองเธอผิดไปจริงๆฉันไม่หน้าชอบเธอเลย เธอมันผู้หญิงหลายใจ”
“มันก็เหมือนกับนายที่หลอกฟันผู้หญิงทั่วๆไปเหมือนกันนั่นแหละ ถ้านายเห็นฉันเป็นอย่างนี้ก็ได้ ฉันจะไปจากชีวิตนาย!พอซะที!”ซันพุดชัดทุกคำ มันดูรุนแรงมากที่เห็นกลุ่มเรามาทะเลาะกันแบบนี้มันทำไห้น้ำตาฉันไหลออกมาฉันกลัวเสียงตะคอกของซันจริงๆมันน่ากลัวมาก
“ซัน”
“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นไม่งั้นนายโดนดีแน่”ซันพูดแกมขู่ซึ่งคิมก็เงียบไป
“อุ้บ”อยู่ดีๆซันก็เอามือมาปิดปากตัวเองแล้ววิ่งไปที่ข้างต้นไม้ ฉันรีบไปหาซันอย่างเป็นห่วง
“ซันเป็นอะไร”ฉันจับแขนที่อ่อนแรงของซันที่อ้วกออกมาอย่างน่ากลัว
“ซัน....”คิมที่พยายามจะพยุงซันแต่ก็ถูกซันผลักออกไป
“ ออกไปอย่ามายุ่งกับชีวิตฉัน อ้วก!”ซันควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมารู้สึกว่าเธอจะกดโทรหาใครซักคน
“อ้วก! นาเสะ แหวะ! มาหาฉันที่สวนสาธารณะ ....หน่อย อุ้บ!”
“ไปหาหมอมั้ยซัน”ริต้าค่อยๆพยุงซันขึ้นมา
“ไม่เป็นไร”ซันส่งยิ้มเหนื่อยๆมาให้
“อ้วก!”แล้วตอนนี้ฉันก็รู้สึกว่าฉันเกลียดคิมแล้วที่ทำให้เพื่อนของฉันเป็นแบบนี้
“ซัน...”คิมที่ทำหน้าที่อยากจะช่วยแต่อยู่ได้ห่างๆเพราะโดนซันไล่ตะเพิดออกมา สมควรแล้วล่ะ
“คิมนายไปเถอะ นายสะใจรึยังที่ทำให้เพื่อนของฉันเป็นแบบนี้ นายห้ามยุ่งกับซันอีกนะ!”ฉันพูดกับคิมที่ยืนนิ่งเมื่อได้ยิน
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ฉอเลาะกับยัยทรายอีกสิ ทำไม ซันไม่ได้ทำอะไรให้ นายมาทำแบบนี้กับซันทำไม”
“ซัน”เสียงคนอื่นดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นคนที่ฉันไม่รู้จักทั้งสี่คนที่วิ่งมาหาซันทั้งหมด
“พาซันไปห้องพยาบาลเร็ว”หนุ่มผมแดงผู้เมื่อเห็นซัน สลบไปอีกรอบทีนี้หนุ่มผมน้ำตาลก็มาอุ้มตัวซันไปแล้ววิ่งออกไปทันทีซึ่งพวกฉันทั้งหมดก็วิ่งตามไปด้วย
ณ ห้องพยาบาล
“หนูเขาเป็นโรคเครียดลงกระเพาะนะอย่าให้เครียดมากนะ ฉันให้ยาแล้วล่ะ”พยาบาลประจำห้องพยาบาลว่าแล้วก็ออกจากห้องพิเศษที่มีคนเต็มไปหมด
“ใครเป็นคนที่ทำให้ซันเป็นแบบนี้”หนุ่มผมแดงที่หน้าตาโคตรหล่อพูดขึ้น
“ฉันเอง”คิมยอมรับโดยไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น
พลั่ก!
แล้วหนุ่มผมแดงก็ต่อยคิมแบบไม่ปรานีเช่นกัน
“จำไว้ถ้าแกทำให้ซันเป็นอะไรอีกล่ะก็พวกแกไม่เหลือแน่ไอ้เนเวอร์ได”หนุ่มผมแดงชี้หน้าคิมที่เซถลาตามแรงต่อย
“แล้วแก๊ง นาโอกิ ซีเวอร์ฟลู นาโอเซีย และ มองแฟลจะมาจัดการกับแก”ทีนี้หนุ่มผมทองพูดขึ้นบ้าง ทำให้พวกผู้ชายถึงกับอึ้ง
แก๊งพวกนี้มันอะไรกัน
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับซันด้วย
Kim :say
ผมเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุด ผมทำให้คนที่ผมรักเจ็บ ตั้งแต่ซันฟื้นขึ้นเธอพูดกับทุกคนยกเว้นผมคนเดียว ซึ่งมันยิ่งทำให้อึดอัดขึ้นไปอีก ผมไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะผมงี่เง่าเองที่โวยวายไม่ได้ฟังคำจากปากของเธอ
ผมนั่งในห้องอยู่คนเดียวที่ไม่มีซันที่มาเล่นอะไรกับผมอีกแล้ว ผมเหงาจัง
แกร๊ก
อยู่ๆก็มีเสียงประตูเปิดเข้ามา ซันเดินเข้ามาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอไม่สนอะไรทั้งสิ้นแม้กระทั่ง...ผม..ทำไมผมถึงแคร์เธอได้มากขนาดนี้นะ
เธอเหมือนจะหยิบอะไรบางอย่าง
“ซัน”
“....”ไม่มีเสียงตอบรับ โธ่เธอจะทำให้ผมเป็นบ้าอยู่แล้วนะ
“เธอจะให้ฉันทำยังไงเธอถึงจะคุยกับฉัน”
“....”
“ซัน!”
“......”
“ซันฉันขอโทษ”
“....”
แล้วเธอเหมือนจะเดินออกไป ผมขอเถอะอย่าไปเลย ผมรีบโผกอดเธอทันที
“นี่นายปล่อยฉันนะ”ซันดีดดิ้นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของผมเพื่อรั้งเธอเอาไว้
“ขอ 5 วิ 10วิ 1นาทีไม่สิ10นาทีได้มั้ย ขอฉันกอดเธอนานๆได้มั้ย”รู้สึกว่าซันจะนิ่งไปผมก็กระชับกอดให้แน่นขึ้นเพื่อให้หายคิดถึง
“ฉันขอโทษ”ผมพูดข้างหูเธอซึ่งขยำเสื้อเธอเป็นคำตอบแล้วใช้หน้าซุกที่หน้าอกผม
“...........ฉันเสียใจนะ.........รู้มั้ย.....ที่นายพูดออกมาครั้งนั้น”เธอตอบผมเบาๆซึ่งผมก็เอาหัวซุกที่ไหล่ของเธอ
“ฉันขอโทษที่ฉันพูดออกไปเมื่อคราวนั้น ถึงเธอจะไม่รักฉันตอบ แต่ฉันก็ขอรักเธอต่อได้มั้ย ขอแค่เธอสนใจฉันซักหน่อย”
“คิม”ซันเรียกผมเบาๆ
“รู้มั้ยฉันไม่เคยห่วงใครเท่านายมาก่อนเลย”ซันพูดกับผมซึ่ง ก็ไม่เข้าใจความหมายนั้นแต่ผมก็พร้อมที่จะรับฟังทุกคำที่เธอพูด
“รู้มั้ย นายทำให้ฉันไม่อยากละสายตาไปจากนายเลย”ซันยิ้มน้อยๆ
“....”
“นายทำให้ฉันคิดถึงจนเป็นบ้าอยู่แล้ว”เธอพูดแล้วก็เงยหน้ามาหาผมเธอเขย่งตัวให้สูงขึ้น
“ฉันก็ต้องขอโทษนายเหมือนกันที่ฉันไม่บอกความรู้สึกกับนายไป”
แล้วผมจะจดจำภาพนี้ไว้ ภาพที่เธอจูบผมก่อน เป็นจูบที่นุ่มนวลกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น จนผมอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้นานๆ
แล้วผมก็รู้สึกได้ว่าครั้งนี้ผมรักเธอมากจริงๆ
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » เสาร์ 09 ส.ค. 2008 6:50 pm

ตอน 8งานเลี้ยง
ค่ำคืนที่ครอบคลุมด้วยท้องฟ้าอันมืดมิดเหล่านักเรียนหลายคนแต่งตัวสบายๆดูแล้วสวย หล่อ ต่างรอกันอยู่หน้างานที่แต่งอย่างเก๋ไก๋ริมชายหาด เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอไปตามบรรยากาศบนเวที ข้างโต๊ะอาหารแต่ก็มีเวทีอีกด้านหนึ่งที่ใหญ่พอสมควรที่สร้างเหมือนเวทีประลองดูสง่าและผ่าเผยมันถูกสร้างให้มีกรงครอบไว้(ตกลงจะแสดงละครสัตว์กันรึไง
“ฮัลโหลเทส หนึ่ง สอง สาม นักเรียนทั้งหลายขา”อาจารย์ปูเป้ส่งเสียงขึ้นขัดจังหวะดนตรีที่บรรเลงอยู่ที่เวทีประลองซึ่งทำให้หนุ่มสาวหันไปมองเป็นจุดเดียว
“ได้เวลาที่นักเรียนทั้งหลายก็จะได้พบกับการประลองการต่อสู้เพื่อเป็นแชมป์การต่อสู้ และจะได้รับสิทธิพิเศษอีกด้วย เอาล่ะเราจะให้นักต่อสู้ทั้งหญิงและชายทั้งสิบแปดคนมากันได้แล้ว ณ หน้าเวทีนะคะ”แล้วหนุ่มสาวที่แต่งตัวสวยๆก็เริ่มมามุงดูรอบเวทีมากขึ้นด้วยความสนใจ
“แม้กติกาจะโหดซักหน่อยแต่เราก็จะไม่ว่ากันนะจ้ะ เราจะค่อยๆบอกกติกาทีละข้อนะจ้ะ”อาจารย์ปูเป้พูดขึ้น
“เริ่มจากนักเรียนชายก่อน ให้ผู้ชายเริ่มเล่นก่อนนะ เราจะให้ผู้ชายจับฉลาก ใครได้เลข1 ก็ต้องมาสู้กับหมายเลข2 ใครชนะก็ต้องมาต่อสู้กับหมายเลข 3กับ4 และเมื่อใครชนะอีกก็ต้องมาต่อสู้กับหมายเลข 5กับ 6 เสร็จก็มาสู้กับหมายเลข 7 8 9 ตามลำดับ ถ้าใครไม่ลุกภายในหนึ่งนาทีถือว่าแพ้ หรือเธอจะยอมแพ้ก็ได้ แล้วเราจะปล่อยคุณออกมา ผู้หญิงก็เป็นเช่นเดียวกันนะจ้ะ เริ่มได้”
ผมอยู่ในชุดกางเกงขายาวและใส่เสื้อกล้ามมาพร้อมกับคู่ต่อสู้อีกแปดคน พวกเขาดันให้ส่งตัวแทนกลุ่มหญิงกับชายมากลุ่มละสองคน ซึ่งตามระเบียบผมโดนเลือกครับT_T
อาจารย์เป้ส่งไม้มาให้ผมหยิบซึ่งผมก็หยิบได้เป็นเลขเก้า ดีจังผมจะได้ไม่ต้องเหนื่อย เพราะเป็นกลุ่มสุดท้าย เย้ ^^(บ้า)
“ เชิญหมายเลขหนึ่ง นาเสะ ”อาจารย์เป้ประกาศขึ้นนาเสะขึ้นไปในชุดแบบเดียวกับผม เมื่อเก้าแรกที่เหยียบขึ้นไป เสียงกรี๊ดของสาวๆให้สนั่นลั่นชายหาดทันที
“หล่อว่ะแก อยากกินจัง ตัวขาวอ่ะ”
เชื่อสิถ้าผมขึ้นไปรับรองสาวๆ พูดไม่ออกแน่เพราะอะไรนะเหรอ ก็ผมหล่อนะสิถามได้-_-*
“นาเสะ ฮู้สู้ตายเพื่อน”เสียงแหลมจากหน้าเวทีครับผมหันไปมองทันที ยัยแซบของผมเชียร์ใหญ่เลยครับ
นาเสะขยิบตาให้ซันนิดนึงซึ่งทำให้ให้สาวๆมองซันตาเขียวปั๊ดไปที่ซันที่บังอาจมาคุยกับนาเสะของพวกเธอ
ทำไมเธอไม่เชียร์ผมบ้างอ่ะ น้อยใจ
“หมายเลข2 แดน” ไอ้แดนมันได้หมายเลขสองครับท่าน สมน้ำหน้ามันยิ่งนัก
แดนขึ้นไปอยู่กับนาเสะในกรงที่แข็งแรง
เกิดความเงียบในงานทั้งสองอยู่ในกรงเดินวนเป็นวงกลมมองหน้ากัน ไม่นานทั้งคู่ก็กระโจนใส่กัน หมัดแลกหมัดทั้งคู่ต่อสู้อย่างดุเดือดซึ่งนาเสะดูมีชั้นเชิงในการต่อสู้ แดนก็เป็นแชมป์คาราเต้เสียด้วย
อั๊ก!
แต่แดนก็เป็นคนที่ต้องออกไปจากกรงก่อน เพราะโดนนาเสะซ้อมเสียสลบ
แล้วหมายเลขสาม ซึ่งเป็นเด็กโรงเรียนเอปริเนเออในเครือข่ายของคนไทย และเด็กโรงเรียนเดียวกับนาเสะคือโรงเรียนฟาซิเนเออที่เป็นเครือข่ายของอังกฤษ
เหมือว่าทุกคนจะดูอย่างเงียบกริบ มีแต่เสียงคลื่นซัดของทะเลเท่านั้น
ยิ่งต่อสู้กับคนมากเท่าไรนาเสะยิ่งต่อสู้ดุเดือดและไม่ปรานีมากเท่านั้น เพราะเขาทำให้คนสลบไปถึงห้าคนติดๆกันภายในสิบนาที
แล้วก็ถึงตาผมที่ต้องขึ้นไปทั้งสามคน ผมกับคนข้างๆผมมองหน้ากัน
ย้าก!
ผมพุ่งไปที่เด็กฟาซิเนเอออีกคนที่มาด้วยกันผมถูกต่อยอย่างแรงที่ปากทำมีเลือดไหลออกมา แต่ผมก็กระโดดเตะคอมัน จนมันเซไปติดกรงผมพยายามจะถีบซ้ำแต่มันหนีได้ มันกลับมารัดคอผมจากข้างหลังมันทำให้ผมหายใจไม่ออกผมดิ้นรนเพื่อหาอากาศหายใจผมจึงใช้แรงทั้งหมดผลักถอยหลังให้มันไปชนกับกรงอย่างแรงจนผมได้ยินเสียงดังอั๊กมันเริ่มจะคลายมือออกจากคอผมแล้วซึ่งผมก็ฉวยโอกาสทุ่มมันลงกับพื้น
แล้วมันก็นอนลุกขึ้นไม่ได้จนเวลาผ่านล่วงเลยไปหนึ่งนาทีทำให้กรรมการมาลากตัวออกไป
“2คนสุดท้ายจากโรงเรียนฟาซิเนเออกับครูซิเออ”อาจารย์ปูเป้ว่าทำให้คนถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื้อก
นาเสะกับผมจ้องหน้ากัน ตอนนี้ผมเห็นดวงตาที่น่ากลัวของนาเสะที่สามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นทีเดียว เหงื่อเกาะพราวที่ลำตัวผมทั้งสองแต่ทั้งสองไม่รู้สึกเหนื่อยเลยซักนิด
ทั้งผมและนาเสะฟาดแข้งกันอย่างดุเดือดซึ่งผมก็ไม่สามารถเตะถึงตัวเขาได้เพราะต่างคนต่างป้องกันแล้วก็พุ่งพร้อมกัน
นาเสะยิ้มเยาะอย่างขรึมๆแล้วก็พุ่งหมัดที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ผมจึงเริ่มใช้วิ่งชาที่เรียนมาต่อสู้กับนาเสะแต่นาเสะก็สามารถปัดได้ทุกอย่าง
ผมเหนื่อยหอบที่ต้องต่อสู้กันเป็นเวลานานแต่ผมก็ต้องตั้งท่าต่อสู้เตรียมพร้อม
นาเสะก็ตั้งท่าขึงขังในลักษณะคาราเต้
ผมตั้งสติให้มั่นแล้วมองไปที่นาเสะ
ย้าก!
ทั้งผมและนาเสะก็พุ่งพร้อมกัน แต่มาในท่าไม่เหมือนกันอีกต่อไปผทมกระโดดขึ้นสูงแล้วถีบอกนาเสะให้ยันตัวสูงขึ้นเราทั้งสองจึงฟาดแข้ง โดยที่ผมดูกลางอากาศ เพียงไม่กี่วิกับนาเสะอยู่ข้างล่าง นาเสะทำท่าจะเตะผมอีกที ผมเลยกระโดดตีลังกาถอยหลังแล้วจะสกัดเท้าของนาเสะ แต่นาเสะกระโดดขึ้นเสียก่อน ผมรีบลุกขึ้นทันทีแล้วฟาดสันมือไปที่คอของนาเสะอย่างแรง
ผมรู้สึกปวดที่คอด้วยเหมือนกัน เมื่อนาเสะฟาดมือมาที่คอผมเหมือนรู้ทัน ผมและนาเสะเลยล้มไปนอนทั้งคู่
“แฮ่กๆ” เสียงหอบของทั้งคู่ทำให้คณะกรรมการสูดลมหายใจอย่างลุ้นๆ
ผมลุกขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนาเสะ
แล้วมุ่งไปที่เป้าหมายอีกครั้งอีก
ผมเตะหน้านาเสะอย่างแรงซึ่งพอกับที่ผมถูกต่อยเซไปพิงที่กรง ผมพยายามยึดกรงไว้ แล้วลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ จนเวลาผ่านล่วงเลยไป นาเสะไม่สามารถยืนขึ้นได้พอๆกับผมที่พลอยจะเซไปชนกรงบ่อยๆ
“นาเสะล้ม ไม่ยืนภายหนึ่งนาที นาเสะแพ้”เสียงอาจารย์ปู้เป้พูดขึ้น
เสียงโห่ร้องจากโรงเรียนฟานซิเนเออก็ดังขึ้นทันที
“พอแล้วนักเรียนก็เห็นกันอยู่เป็นไปตามกติกานะ” เมื่ออาจารย์ปูเป้ขัดขึ้นอย่างน่ากลัวสียงก็เงียบลงทันที
ผมถูกเฟรมและเบล เพื่อนของผมพยุงผมมานั่งข้างล่างเพื่อดูผู้หญิงแข่งขันกันต่อ
“ต่อไปเป็นการแข่งขันของผู้หญิงเบอร์แรก ทราย เบอร์ที่2 ซัน”กิ๊กที่นั่งอยู่ข้างๆผมกุมมือตัวเองไว้เหมือนภาวนาให้เพื่อนตัวเองชนะ (นี่ยังไม่เชื่อพลังม้าของซันอีกรึไงนะ)
เสียงโห่ร้องของผู้ชายดังขึ้นเมื่อซันขึ้นไปทำไงได้ล่ะก็หน้าตาเธอสวยซะขนาดนั้น จนผมยังหลงด้วยซ้ำ
ซันในชุดเสื้อกล้ามสีขาวที่ฟิตตัวนิดนึงและกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลอ่อนเดินอย่างมั่นใจในตัวเองท่ามกลางเสียงโห่เชียร์ของผู้ชายเต็มไปหมด
“โห่ทำไม! หญิงกรูห้ามยุ่ง!”ผมตวาด ซึ่งซันยิ้มเหมือนขำๆ
“.....”ทุกคนเงียบกริบ(เสียงคิมน่ากลัวจัด)
ลองขัดผมสิ ผมสับหัวแบะหมดแน่
แล้วทั้งคู่ก็ต่อสู้ขึ้นซึ่งซันก็ล้มทรายภายในห้านาทีโดยเธอไม่ได้ได้เหนื่อยเลยซักนิด
“เฮ้ยไอ้ซันดูเหมือนจะกระทำรุนแรงจังไปโกรธใครมาฟระ”กิ๊กว่าซึ่งผมนั่งหงอไปเลย
จะใครล่ะก็ผมนี่ล่ะตัวเต็งเลยง่า=O=
“แหมก็จะใครซะอีกละกิ๊กก็เพื่อนฉันนี่ไงไอ้คิมเสือสมิง หญิงตรึม”เฟรมพูดข้างกับกิ๊กซึ่งทำหน้าเบ้ใส่ผมเพราะยังเคืองผมอยู่
“เสือสมิงหญิงสยองมากกว่า ชิ”กิ๊กว่าผมซะเสีย ซึ่งทำให้คนที่นั่งโต๊ะเดียวกันแถบจะสำลักกับข้าวตาย
แหม ถ้าไม่ใช่แฟนเพื่อนนะลากขึ้นเขียงไปนานแล้ว ยัยผู้หญิงปากดีเธออยากจะลองมั้ย-_-^
ต่อมาซันก็ทำให้เบอร์สามกับเบอร์สี่สลบอีกรอบ เพราะเข้ามาคราวนี้ถึงซันจะโดนรุมแต่ก็ไม่ระแคะระคายอะไรกับเธออีกจนได้จนได้ (ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกเหมือนจะชอบผู้หญิงซาดิสม์ซะแล้วสิ)
แล้วก็เป็นอันรู้กันว่าพลังช้างสารของเธอไม่มีใครสะกิดเธอได้ แม้แต่คนเดียวเธอกลายเป็นผู้ชนะ เพราะคนที่เจ็ดขอร้องอย่าตบหน้าเขาอีกเป็นรอบที่สิบเก้า เพราะหน้าบวมเป่งจนแทบจะเป็นซาลาเปาย้อมสี(แดง)อย่างเจ็บปวด
ถึงซันจะดูโหดๆแต่ก็เรียกเสียงเชียร์ของผู้ชายได้ไม่น้อย
ซันยิ้มนิดให้ผู้ชายหลายๆคน นี่เธอจะหว่านเสน่ห์อะไรอีกมากมายนะ แค่ไอ้ลาวากับแดนผมก็จะเป็นบ้าอยู่แล้ว
แล้วร่างบางก็เดินมาที่โต๊ะอย่างมั่นใจซันนั่งข้างผมแล้วก็พิงพนักอย่างสบายๆแล้วยิ้มให้ผมนิดนึง
อ้าก>_O_O__OO__OOO_O< TOT กลัว
(ยิ่งเพลงอย่างนี้ด้วยอ้ากกกกกกกกกก โรงแรมระเบิดแน่)
ใครก็ได้ช่วยผมด้วยY_Y
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย น้ำฟ้า » ศุกร์ 29 ส.ค. 2008 6:40 am

ตอน 9
การกลับมาของ?

Sun :say
ในที่สุดก็เสร็จงานเสียทีงานเลี้ยงเลิกฉันจะได้ไปนอน เมื่อยชะมัด เหนื่อยด้วย ตอนนี้ฉันกำลังจะเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อที่เหลือแค่พวกฉันสี่คน

“ฉันไปห้องก่อนนะ”ฉันพูดกับเพื่อนๆที่พยักหน้า ให้ฉันเข้าไปก่อน เพราะห้องมีแค่ห้องเดียวสำหรับห้องแต่งตัวของโรงเรียนเรา

ฉันจึงรีบถอดชุดบ้านี่ออกทันทีแล้วนุ่งผ้าขนหนูไว้พลางจะหยิบเสื้อสวม

“พะ พวกแกเป็นใคร แกห้ามเข้ามาในนี้นะ ออ....”รู้สึกจะเป็นเสียงกิ๊กนะ พวกนั้นเป็นอะไรรึเปล่า

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด” พอได้ยินเสียงดังนั้นฉันทิ้งเสื้อทันทีแล้วเปิดประตูออกมา

ในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครทั้งสิ้นมีเพียงแต่โต๊ะวางเครื่องสำอางกระจัดกระจายไม่เป็นท่า

กิ๊ก เบส ริต้า หายไปด้วย

“ ไม่คิดจะใส่เสื้อเสร็จก่อนเหรอ แหมทำใจร้อนไปได้”น้ำเสียงขบขันของใครบางคน ทำให้ฉันต้องหันไปมอง แล้วมันทำให้ฉันสะดุ้งทันที

“นาย มาที่นี่ได้ไง!”

“จุ๊ๆ พูดอย่างนี้กับพี่ไม่ดีนะจ๊ะ”แววตาขบขันแล้วพอใจอะไรบางอย่างทำให้ฉันนึกโมโห

“นาย!”

“พูด ที่รัก สิจ๊ะแล้วจะบอก”

“ไม่มีทาง!”

“หึๆๆ”

“นายรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่”

“แล้วเธอคิดว่าฉันจะโง่เหรอ ว่าไม่รู้ว่าคู่หมั้นตัวเองอยู่ที่ไหน”

“ฉันไม่ได้เป็นคู่หมั้นนาย!”

“ว่าที่คู่หมั้นก็ได้”

“และไม่มีวันเป็น!”ฉันเริ่มทนไม่ได้กับความยียวนของนายนี่แล้ว ตานั่นกัดมุมมุมปากพิงกับหน้าต่างที่ถูกล๊อดกลอนแล้วมองฉันประมาณว่าฉันเป็นคนใจร้อน น่ากวนประสาท

“วันนี้เธอสวยเนอะ”เขามองฉันพลางมองฉันไปทั่วร่างยิ้มนิ่งๆ

“อย่ามายวน มีอะไรก็พูดมา”ฉันเริ่มทนไม่ได้กับสายตาที่แทะเล็มฉันอยู่ ถึงฉันจะเป็นคนใจเย็นแต่พอมาเจอแบบนี้มันก็ทำให้ฉันสติแตกได้เหมือนกัน

“เธอไปกับฉัน เราวิ่งเล่นกันมามากพอแล้ว ได้เวลาเอาจริงซักที”นายนั่นพูดตอนนี้เริ่มมีท่าทางเขร่งขรึมขึ้น

“แสดงว่าที่ฉันเป็นอัมพาตชั่วคราวในวันนั้นแสดงว่านายส่งคนมาเอาตัวฉัน”

“จะพูดก็ถูก”

“นายนี่มีนเลวหาใดเปรียบจริงๆ”

นายนั้นมองหน้าฉันด้วยสายตานิ่งๆแล้วเดินเข้ามาจับแขนฉันผลักติดกับกำแพงอย่างแรง

“ก็เปรียบกับเธอนี่แหละ ที่หนีออกมา และผิดที่ไม่ทำตามคำสั่งแม่ของเธอเอง”เขาพูดในระยะที่ใกล้กับฉันมากจนจมูกของเขาสัมผัสกับจมูกของฉันลมหายใจอุ่นๆเป่ารดที่หน้าของฉัน

มือทั้งสองของเขาจับไหล่ฉันผลักติดกับกำแพง ริมฝีปากของเขาพยายามจะสัมผัสริมฝีปากของฉันอยู่แล้ว


พลั่ก! ปั่ก!

ฉันผลักตัวของตานั่นออกแล้วต่อยอย่างแรง แล้วจะวิ่งออกทางประตูที่ถูกล๊อคไว้ แต่ก็ถูกตานั่นดึงแขนแล้วโยนที่โซฟา แรงของนายนี่เยอะมากจนฉันรับไม่ไหวที่จะต่อสู้แล้ว

มีทางที่จะหนีเพียงหนทางเดียวคือประตู

แต่ก็มาอยู่ที่โซฟาจนได้

ตานั่นขึ้นคร่อมบนตัวของฉัน แล้วมองฉันด้วยแววตาที่โกรธเคืองนิ่งๆ

“สิ่งที่เธอทำกับฉันครั้งนี้แล้วจะไม่มีวันได้ครั้งที่สองจากฉันแน่”นายนั่นกดฉันจนดิ้นไปไหนไม่ได้ ริมฝีปากถูกบดขยี้อย่างรุนแรง ฉันพยายามไม่ตอบรับใดๆ แล้วเม้มริมฝีปากแน่น

แต่นายนั่นก็บดเบียดริมฝีปากจนเจ็บไปหมดความโกรธเคืองที่ฉันทำกับเขา ฉันโดนกลับคืนมาอย่างเจ็บปวด จนสู้ไม่ไหว

ร่างกายของฉันปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจขณะที่นายนั่นพรมจูบที่ซอกคอของฉัน ฉันก็คิดถึงใครบางคน

คิมนายอยู่ไหน นายช่วยฉันด้วยสิ ฉันเจ็บไปหมดแล้ว..........

คิมอย่าโกรธฉันนะที่ฉันปล่อยตัวแบบนี้ นาย...... ฉันสู้ไม่ไหวแล้ว

แล้วน้ำฉันก็ไหลออกมา ฉันเริ่มทนไม่ได้กับสิ่งนายนั่นทำแล้ว เพราะฉันไม่ได้รักเขา ถ้าฉันรักเขาคงไม่มาร้องไห้แบบนี้

“เธอร้องไห้ ที่ฉันทำแบบนี้งั้นเหรอ”นายนั่นถามฉัน

“........”

“ทั้งๆที่ฉันเป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอ”

“.....”

“เฮอะให้ตาย ฉันรักเธอ มานานแล้วด้วย ยังไงเธอก็ต้องเป็นของฉัน อาคิระ นาโอกิเท่านั้นจำไว้”

“แล้วฉันจะมารับเธอกลับญี่ปุ่นนะ ซากุระของฉัน”คิระเดินตรงไปที่หน้าต่างที่ล๊อคกลอนไว้

สิ้นเสียงของเขา เขาก็กระโดดออกจากหน้าต่างไป

“ซันเธออยู่ในนั้นรึเปล่า”เสียงของคิมที่อยู่ข้างนอกประตูที่เคาะรัวจนประตูแทบพัง

ร่างกายของฉันไม่อยากขยับไปไหนเลย ฉันหยุดร้องไห้แล้ว เหลือแต่แววตาของฉันที่ยังเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย

ทำไมฉันต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย ฉันคิดว่าฉันเจอเขาแล้ว แต่พระเจ้าก็จะมาพรากเขาจากลูกไป

“ซันเธอเป็นอะไร”คิมมาแล้วเขาเอาผ้ามาคลุมตัวฉันที่เหลือแต่ชุดชั้นในแล้วก็เขย่าถามฉัน

อย่าเลยคิม อย่าเพิ่งแตะตัวฉันตอนนี้เลย มันทำให้ฉันรู้รู้สึกขยะแขยงตัวเองมากขึ้น

“รอยแดงเต็มไปหมด ซันแกไปโดนอะไรมา”กิ๊กถามฉันอีกคนพลางตบแก้มฉันเบาๆ

“นั้นมันรอยจูบชัดๆ”เบลโผล่หน้าพูดขึ้นมา

คำพูดของมันฉันอยากเตะปากมันจริงๆ

“แกเมื่อกี้ที่พวกเราฉันถูกชายชุดดำจับตัวออกไป มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในห้อง เธอได้พบกับเขารึเปล่า แล้วเขาได้ทำอะไรกับเธอรึเปล่า”เบสถามฉันจับมือฉันอย่างเป็นห่วง

“ไม่หรอกไม่มีเลย”ฉันโกหก

“แน่นะ”ริต้าถามกำมือตัวเองแน่น สีหน้าวิตกเหมือนกลัวอะไรซักอย่าง

“ฉันอยากพัก”ฉันพยายามลุกขึ้นแต่ก็ถูกคิมกดให้นอนเหมือเดิม

“แมน เฟรม เบล พาแฟนแกไปนอนก่อนไปเดี๋ยวนี่ฉันจัดการเอง”

“อื้ม ซันพักผ่อนเยอะๆนะฉันเป็นห่วง”เบลพูดแล้วดึงริต้าไปแมนที่มองฉันฉันก่อนที่จะพาเบสไปและเฟรมที่จะพยายามดึงแฟนตัวเองให้ไปให้ได้เพราะกิ๊กมัวแต่ยื้อไม่อยากไป

-_-^ดูไปเหมือนควาญลากช้างกลับบ้านเลยแฮะ

เมื่อทุกคนไปหมดแล้วคิมมองฉันแล้วเสยผมของฉันที่ปรกหน้าผากขึ้นเบาๆ

“คิระมาแล้วใช่มั้ย”

“......”ฉันอึ้งกับคำที่เขาพูด

เขารู้งั้นเหรอ

“ว่าที่คู่หมั้นของเธอมาที่นี่ใช่มั้ย”

ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบ

“เขาทำร้ายเธอเหรอ”

“....”

“ตอนนี้ฉันอยากรู้แล้วว่าเธอรักใครแล้วรึยัง”เขาทำหน้าตั้งใจมากเหมือนเรื่องนี้สำคัญต่อเขา

“......”

“เขาคนนั้นจะได้คุ้มครองเธอไง”

“นาย”

“หืม”

“อยู่กับฉันตลอดไปได้มั้ย”

“.....”คิมก้มหน้าไปสักพัก เขาคงไม่อยากอยู่กับฉันหรอก เลือกที่จะไม่รั้งเขาไว้จะดีกว่า

“ถ้านายไม่พอใจนายไม่ต้องลำบากก็ได้”

“ได้สิ”คิมเงยหน้ามา

รอยยิ้มอบอุ่นแตกต่างจากเวลาอื่นโดยสิ้นเชิง และนั่นก็เสมือนคำมั่นระหว่างเราสองคน

แล้วฉันก็เดินกลับห้องกับคิมสองคนระหว่างเดินนั้นมีแต่รอยยิ้มและหัวเราะของเราทั้งสองอย่างมีความสุข

ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องนอน ตาคิมนั่นอาบน้ำอยู่ ฉันก็ล้มตัวลงนอนทันทีเพราะมันตีสองครึ่งแล้ว วันนี้ก็บ้ามาทั้งวันแล้ว

“พรุ่งนี้ตื่นกี่โมง”รู้สึกว่าคิมจะอาบน้ำเสร็จแล้วเพราะเสียงตานั่นใกล้มาก

“สายสุดได้เจ็ดโมงเพราะรถออกเก้าโมง”ฉันตอบทั้งที่หลับตาอยู่ รู้สึกถึงแรงกดทับที่เตียงระยะไกล ทำให้รู้ว่าตานั่นขึ้นเตียงแล้ว

ฟึ่บ!

“เฮ้นายคิม นายคิดจะทำอะไร”ฉันร้องเมื่อตาคิมใช้แขนโอบเอวฉัน

“อือ”ทำเสียงมันดูง่วงๆฟระ

ตกลงที่มันไปอาบน้ำ มันละเมอถูสบู่รึเปล่า-_-*ชักไม่แน่ใจ

“นาย ปล่อย ฉันอึดอัด”เหมือนว่าตาคิมจะละเมอจริงๆนะ ฉันบอกปล่อยมันกอดแน่นกว่าเดิมจนตัวของฉันไปอยู่กับตานั่นทั้งร่าง ผู้ชายอะไรตัวใหญ่ชะมัด>_<

“ปล่อย”

“อือ นอนทั้งอย่างนี้แหละ”

“นี่นาย”

“อืม................”

“.........”
“ขอเถอะ เป็นวันสุดท้ายแล้ว ที่ฉันจะได้อยู่กับเธอแบบนี้”

“......-///-”แล้วทำไมฉันต้องเขินด้วยละเนี่ย


จุ๊บ!

อ้ากกกกกกกกกกกกกกก>O< ตานั่นหอมแก้มฉัน มันไม่ได้ง่วงจริงนี่ ฉันดิ้นไปดิ้นมาแต่ตานั่นก็กอดแน่นมากกว่าเดิม ชาติก่อนนายเป็นงูเหลือมรึไง กอดแน่นจนลิ้นฉันจะจุกตายอยู่แล้ว-_-


เมื่อฉันพูดเท่าไหร่ตานั่นก็ไม่ฟัง ความง่วงก็ประดังเข้ามาทำให้ฉันหลับไปในอ้อมกอดของตาคิมโดยไม่รู้ตัว

Kim:say

รู้สึกว่าเธอจะหลับไปแล้วนะ คิกๆตอนเธอหลับน่ารักจัง ผมจูบที่หน้าผากของเธอ เธอก็ขยับตัวไปมาจนขยับมาซบอกผม

ผู้หญิงอะไรเหมือนเด็กชะมัด ^^

แต่รอยแดงที่ซอกคอของเธอเหมือนเป็นตราให้รู้ว่าเจ้าของของเธอได้มาทวงเธอคืนแล้ว

ซึ่งผมไม่สามารถทำอะไรได้

เมื่อเธอเป็นว่าที่คู่หมั้นของเขา แต่ผมไม่ได้เป็น

เขามีสิทธิที่จะทำอะไรเธอก็ได้

แต่ผมกลับช่วยเธอไม่ได้เลย

แล้วผมต้องเห็นเธอเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่

แต่แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้.....

“บาย”ซันโบกลามืออยู่หน้าห้องของเธอให้ผม ผมยิ้มแล้วโบกมือให้เธอ จะมีใครอีกมั้ยที่ทำให้ผมมีความสุขมากกว่าอยู่กับเธอ ไม่มีอีกแล้ว

“พ่อของผมอยู่ไหนฮะ”ผมถามป้าอ้นที่เป็นคนใช้ของบ้านที่เดินผ่านมาพอดี

“อยู่ที่ห้องทำงานค่ะคุณหนู”

“ขอบคุณครับ”ผมเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานเพื่อหาพ่อทันที พอผมเข้าไปก็พบพ่อนั่งอยู่กับกองหนังสือกองเบอเร่อ


“พ่อฮะ”

“อ้าวกลับมามาแล้วเหรอไอ้ลูกหมา ไหนไปเที่ยวงาบเด็กได้กี่คนลูกพ่อ”

พ่อแน่ใจนะว่าเป็นคำพูดที่ต้อนรับผมเนี่ย-_-;;

“พ่อ ผมมีเรื่องจะถาม”

“อะไรเหรอ”

ผมนั่งลงกับเก้าอี้โต๊ะทำงานตรงข้ามกับพ่อ ซึ่งพ่อก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ

“พ่อถ้าผมทำงานผ.อ.แล้วพ่อจะให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนและแก๊งของเรามั้ยครับ”

พ่อผมนิ่งไปซักพักแต่ก็พยักหน้าให้ผม

“ผมก็จะมีสิทธิรู้เรื่องในกิจการของเราใช่มั้ยครับ”

“ใช่”

“งั้นพ่อฮะพรุ่งนี้ผมจะไปซ้อมการต่อสู้พร้อมกับครูฝึกและเด็กเรียนพิเศษฮะ”

พ่อของผมตาโตทันที

‘วันนี้ไม่ต้องรอฉันนะ ฉันมีธุระกันทั้งหมดพวกเธอกลับบ้านกันไปก่อนก็ได้’

ฉันมองข้อความที่รับมาอย่างเหนื่อย เป็นวันที่สามแล้วที่เราไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน พวกตาคิมไปทำอะไรกันทุกเย็นนะ

สามวันที่ผ่านมาฉันได้ยินเสียงของคิมจากโทรศัพท์เท่านั้น แต่ก็ตอนดึกแล้ว เขามีเรื่องอะไรที่ต้องทำนักหนานะ

“พวกผู้ชายไม่อยู่กันใช่มั้ยวันนี้เราไปเที่ยวห้างกันดีกว่า”

“อือไปสิฉันจะได้ไปหลีชายเสียหน่อย”เบสกระโดดโลดเต้นอยู่รอบตัวเรา นี่ยัยกิ๊กถ่ายทอดวิชาปอบพิชิตเทวดาให้เบสรึเปล่าฟระ-_-^ วิชาแรงกล้าชอบกล

“นี่แกสวยมั้ยอ่ะ”กิ๊กถามฉันแล้วโชว์สร้อยรูปสมอเรือขึ้นมาให้ดู

“ไม่สวย”

“ฉันว่าสร้อยนี่ก็สวยดีออกน้า แกมองยังไงเนี่ย”กิ๊กมองฉันอย่างสงสัย

“แกนั่นแหละไม่สวย=O=”

ป้าบ!

โดนอีกจนได้

“นี่ใช่มือตีหรือเบื้องล่างตีฟระ-_-”(ซัน)

“ไอ้ซันแกอยากมีเรื่องกับฉันเหรอไง”(กิ๊ก)

“ลานว่างมั้ยล่ะ-_- เดี๋ยวแม่ตบล้างน้ำ เจ็บนะเฟร้ย”(ซัน)

“เลิกทะเลาะกันเสียที ซันเธอว่าอันนี้สวยมั้ย”(ริต้า)

“ไม่รู้ฉันขอไปร้านหนังสือจะได้มั้ยอะ ฉันเลือกของไม่เป็น”แล้วฉันก็เดินออกไปโดยไม่รอคำตอบ มันหน้าเบื่อมากที่ต้องมาดูแสงวิบวับกระเด็นเข้าตาแบบนี้ จะบ้าตาย-_-

หมับ!

ฉันตกใจเมื่อมีคนมาจับแขนฉัน ฉันบิดมือแล้วทุ่มคนๆนั้นลงกับพื้นทันที

“ดะ...เดี๋ยวซัน โอ๊ยฉันเอง ลาวา”ตาลาวายกมือขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นมาฉันจึงเปลี่ยนอิริยาบถเป็นดึงเขาขึ้นมาแทน

“แล้วใครใช้ให้นายมาจับมือคนเขาอย่างนี้เล่า”

“คิดถึงเธอแทบตายไม่ได้เจอเธอตั้งหลายวัน”

“แค่ห้าวันเองนะ”

“แต่ห้าวันเหมือนห้าปีเลยนะ*_*”

“อยากอ้วกจัง-_-”

“ซัน นี่เธอจะเข้าร้านหนังสือกันมั้ยไปหาอะไรอ่านกัน”

“อือ”

แล้วฉันกับตาลาวาสุดน่ารัก(แค่หน้าตา แต่นิสัยไม่แน่ใจว่าจะติงต๊องหรือเจ้าชู้กันแน่)ก็ดูหนังสือด้วยกัน รู้สึกตานั่นจะชอบเรื่องวิทยาศาสตร์นะอ่านใหญ่เลยแฮะ

“นายอ่านเรื่องพวกวิทยาศาสตร์แบบนี้ ไม่เบื่อบ้างเหรอ”

“แล้วเธอละไม่เบื่อบ้างเหรอที่มัวอ่านกฎหมาย”ลาวาขยับแว่นนิดเพื่ออ่านหนังสือ ตอนลาวาใส่แว่นก็น่ารักไม่เบาแฮะ

(-_- )( -_-)(-_- )ฉันส่ายหน้า

“ฉันก็เหมือนกับเธอนั่นแหละ”ลาวาส่งยิ้มมาให้

ซันหันกลับมามองหนังือตัวเองแต่ก็อ่านไม่รู้เรื่องเลยซักนิดเพราะเธอกำลังคิดถึงเรื่องบางอย่าง

ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในโตเกียว เด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบกว่าขวบนั่งเขี่ยพื้นดินเล่นข้างบ่อน้ำอย่างเหม่อลอย

“นี่เธอ”เสียงนั่นทำให้เธอหันไปมอง เด็กผู้ชายอายุประมาณสิบขวบกว่าหน้าตาถึงขั้นว่าน่ารักมาก แต่ติดตรงที่การวางตัวของเด็กผู้ชายคนนี้ออกจะผู้ใหญ่เกินตัว เธอมองเขาแล้วหันเหความสนใจมาเขี่ยดิน

เหมือนเดิม

โลกนี้มันน่าเบื่อไม่มีอะไรสนุกๆทำเอาเสียเลย-_-

“เธอชื่ออะไรนะ”เขาถามเธอที่นั่งเหมือนคนเบื่อโลก

เธอหันมาช้าๆแล้วทำหน้าเฉยชาแล้วตอบ

“ชื่อซากุระ”

“คิกๆชื่อเธอน่ารักจัง หน้าก็น่ารักด้วย”เด็กคนนั้นพูดซึ่งๆหน้า ซึ่งเธอไม่รู้สึกเขินเลยซักนิด กลับไปเขี่ยดินบนพื้นต่อ แล้วทำหน้าตาประมาณว่า ฉันเกิดมาเพื่ออะไร=_=

“ทำไมเธอไม่พูดเลยละ>_<ธรรมดาเด็กผู้หญิงจะร่าเริงนะ”

“พอดีธรรมดาของฉันมันไม่ชอบพูดนะ เมื่อยปาก”เธอตอบอย่างรำคาญแล้วลุกขึ้นเดินอย่างไม่ใส่ใจซึ่งแน่นอนเด็กผู้ชายคนนั้นก็เดินตามไปด้วย

“ทำไมเธอไม่ยิ้มบ้างล่ะ”

“ขี้เกียจ-_-”นั่นคือคำตอบสั้นๆของเธอ

“-_-”เด็กผู้ชายมองหน้าเธออย่างหมดอารมณ์ แต่ก็อยากจะคุยด้วย เพราะความน่ารักของเธอ

“ฉันชื่อคิระ นาโอกินะยินดีที่ได้รู้จัก”

“ลูกคุณน้า นาอาโอกิ นาโอกิใช่มั้ย”

“O_Oเธอรู้ได้ยังไงนะ”เด็กผู้หญิงนั้นหัวเราะหึๆแล้วหันมาพูดกับเขา

“ก็ฉันเป็นลูกสาวของหัวหน้าแก๊งฟุโรคิน พ่อฉันชื่อเซกิ ฟุโรคิน มีเรื่องอะไรที่ฉันจะไม่รู้บ้างล่ะ”

เมื่อเขาได้ยินดังนั้นแทนที่เขาจะกลัวแต่ไม่เลยซักนิดมันมีแต่ที่เขาจะชอบเธอมากขึ้น

สองวันต่อมา

“คุณหนูซากุระคะ บอสเรียกคุณหนูนะคะ”คนรับใช้ในบ้านโผล่หัวเข้ามาในห้องฝึกซ้อมของเธอซึ่งเธอกำลังต่อสู้กับผู้ชายร่างล่ำบึกที่เป็นครูของเธอ เมื่อเธอได้ยินเธอโค้งให้ครูฝึกแล้วเดินออกที่ห้องนั่งเล่นที่มี

พ่อของเธอและพี่ชายนั่งอยู่

“วันนี้มีเพื่อนของเรามาอยู่กับเราซักอาทิตย์นึงนะซากุระต้อนรับเขาด้วยล่ะ”

“หนูเรียนทั้งวันนะค่ะพ่อ จะให้หนู ต้อนรับเขายังไงไม่ให้ พี่โซต้อนรับละคะ”

“ก็พวกนี้เขาอายุประมาณลูก ก็จะให้เรียนกับลูกนั่นแหละ”

“เหรอคะ อืม...แล้วหนูจะพยายามนะ”

“อะเดี๋ยวรู้จักกับห้าคนนี่นะ โซระแนะนำให้น้องหน่อยสิ”

แล้วพ่อของเธอก็เดินออกไปเพื่อให้เราคุยกันเอง

“นี่ซีโร่ ลูกชายหัวหน้าแก๊ง ซีเวอร์ฟลู ยามาดะ ลูกหัวหน้าแก๊งนาโอเซีย ชีบะลูกหัวหน้ากีงมองแฟล และคิระกับนาสะสองคนนี้เป็นพี่น้องกันอยู่แก๊งนาโอกิ เพื่อนสนิทของแก๊งเราไง

พวกนี้จะมาเรียนที่โรงเรียนของเราละเขาฝากฝังมาละ”

“อ้อ=_+”

“นี่น้องพี่ อายุสิบสองอยู่นะทำหน้าเหมือนเด็กอายุยี่สิบสิ-_-”

“...+_+” หน้าของซากุระ

“หา!o_oนี่เหรออายุ สิบสอง ฉันนึกว่าสิบขวบเสียอีก”เด็กที่ชื่อชีบะพูด

“ทำไมหน้านิ่งจัง ผู้หญิงธรรมดาจะร่าเริงไม่ใช่เหรอ”ยามาดะที่หน้าหล่อแบบเด็กๆพูดแล้วยืนมาข้างๆเธอ

“พอดีน้องฉันมันเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่หรอก”โซระว่าพลางโอบน้องสาวอย่างรักใคร่

“ถ้าเธอยิ้มคงจะน่ารักน่าดูเลยละ”คนที่ชื่อนาเสะพูดแล้วเข้ามาจับแก้มของเธอ ซึ่งเธอก็มองหน้านิ่งเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระ

“ย้ากกกกกกกกกกกกก!-v-”

ซากุระที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับพี่ชายชองตัวเอง ทำให้เด็กทั้งห้ามองกันตาค้าง

ทั้งสองถือไม้กระบองเหมือนกัน โดยที่สาวน้อยถือกระบองอันเดียว แต่พี่ชายของเธอกลับถือทั้งสองข้าง

ถึงจะดูโหดไปหน่อยที่ผู้ชายมีอาวุธมากกว่า แต่ความคิดของพี่ชาย นั้น ไม่ เพราะการต่อสู้ น้องสาวเธอร้ายยิ่งกว่าครูฝึกเสียอีก

ทั้งคู่วิ่งไล่ตีกันไปมาในห้องโถงใหญ่ที่ว่างเปล่า ซึ่งมีครูฝึกคอยมองอย่างภาคภูมิใจในลูกศิษย์สุกที่รัก กับความตะลึงของเด็กผู้ชายทั้งห้าที่มองงงเป็นไก่ตาแตกไปเลย

ซากุระที่ตัวเล็กนิดเดียว ควงไม้หมุนไปรอบตัวเพื่อป้องกันไม้กระบองพี่ชายของเธอ และใช้ความเร็วตีที่ขาอย่างแรง จนเด็กทั้งหาร้องตกใจ

“อั๊ก ...ฉันเป็นพี่เธอนะ เล่นแรงจังTOT”โซระทำหน้าเบี้ยวด้วยความเจ็บเธอจึงดึงพี่ชายของตัวขึ้นมา

“พี่แพ้แล้ว-_-”

“เธอนี่แรงเยอะกว่าพี่อีกนะY_Y”โซระเดินกระเผลกไปพักริมห้องโดยที่ซากุระพาไป

“แล้วก็มีความดีที่เธอต้องทำนะโซระ ในเมื่อแพ้ ก็เรียนเพิ่มอีกหนึ่งชั่วโมง โอเค”

“ง่า >{}<โอเคTOTคร้าบ”โซระทำหน้าประมาณว่า โดนอีกแล้วเหรอเรา

“เอ้าเด็กอีกห้าคนลองมาต่อสู้กับซากุระหน่อยซิ”

“หา>O<”ทั้งห้าคนร้อง

“เป็นช่วงทดลองจะได้รู้ว่าต้องฝึกระดับไหนบ้าง”

แล้วก็ผ่านไปสี่คน ที่เธอล้มได้สำเร็จแล้วต้องไปเรียนกับโซระตามระเบียบ

จนมาถึงคิระ

ตอนนี้เธอกำลังควงไม้ที่ คิระตีใส่ไม่ยั้ง ซึ่งเธอก็พยายามที่จะหาช่องว่างเพื่อบุก

“ฉันต้องชนะเธอให้ได้”

“ไม่มีทาง”

“ยังไงฉันก็ต้องได้เรียนกับเธอ”

แต่แรงเขามีมากกว่าเธอทำให้คิระตีไม้จนหลุดจากมือเธอ ท่ามกลางเสียงกลืนน้ำลายดัง กรึ๊บของครูฝึก

มันทำให้ซากุระหน้านิ่งไปเลย ที่จริงหน้าเธอก็นิ่งตลอดเวลาอยู่แล้วละ-_-

คิมที่จะฟาดไม้ลงทั้งสองข้างที่ไหล่ของเธอเมื่อเห็นจังหวะ แต่เธอใช้แขนรับตั้งฉากแล้วหมุนควงเป็นวงอย่างรวดเร็ว แล้วบิดมืออย่างแรงทำให้ไม้กระเด็นออกจากมือของคิระ

ด้วยความตกใจของคิมทำให้เธอใช้ช่องว่างเตะเสยคาง แล้วกระโดดเตะคอของคิระซ้ำจนเซล้มไป

ซากุระยิ้มน้อยๆอย่างมีชัย

“ฉันชนะ-_-”ถึงจะดีใจไม่น้อย แต่เธอก็เผยเพียงสีหน้านิ่งๆออกมา กับคิระที่ทำหน้ามุ่ยด้วยความเจ็บ

“ใช้ได้ งั้นเรียนคลาสเดียวกับซากุระก็แล้วกัน เพราะเป็นคนแรกที่ทำให้อาวุธของซากุระหลุดมือ”

แต่เสียงครูฝึกทำให้เธอแทบจะเป็นลมคาที่O_O;;

เรียนการต่อสู้กับตานี้มีหวังจุ้นประสาทฉันกระเจิงแน่ๆ ซากุระคิด_*_

“ไงละ ยังไงฉันก็ได้เรียนกับเธอ”คิระพูดอย่างมีชัยเหนือกว่า

“รู้ อย่ามาย้ำ”ซากุระพูดอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเธอเดินเข้าห้องครัว ซึ่งวิชาต่อไปที่เธอต้องเรียนคือการทำอาหาร

“วันนี้ครูจะให้ซากุระกับโซระโชว์ฝีมือก็แล้วกัน วันนี้อาจารย์เตรียมอุปกรณ์มาสำหรับสองคน ซึ่งไม่รู้จะมีเด็กมาเพิ่มนะ”อาจารย์ที่สอนวิชานี้พูดกับเด็กๆ

“นี่เธอจะทำไอศกรีมมั้ย^^”คิระถามเธอ ขณะที่เธอกำลังหยิบของในตู้อุปกรณ์และเครื่องปรุง

“แล้วบ้านนายใช้ซอสมะเขือเทศทำไอศกรีมรึไง-_-”เธอยกขวดซอสจ่อที่หน้าคิระ

แป่ววว=_=;;

“แล้วเธอชอบเค้กรึเปล่า”

“ไม่-_-”

“ไอศกรีมละ”

“สองอย่างนี่เกลียดสุดๆ”คำๆนั้นทำให้คิระหน้าเบ้ไป เพราะทั้งหมดนั่นเป็นของชอบของเขาทั้งนั้น

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

“ว้าวซาซิมิ สปาเก็ตตี้ครีมซอส กับมักกะโรนี ว้าวโซระกับ ซากุระเก่งสุดยอด”นาเสะพูดอย่างชื่นชมในตัวซากุระและยิ้มชื่นชมซากุระอย่างยิ่ง ซึ่งซากุระก็รับยิ้มน้อยๆ


“ซากุระชอบกินอะไรมากที่สุดละ”นาเสะพูดแก้มตุ่ยเพราะยัดสปาเก็ตตี้เป็นจานที่สองและมากกว่าจานแรกเสียอีกซึ่งทำให้ซากุระยิ้มขำๆ

“ฉันชอบ ซาซิมิ คิกๆ”

“เธอขำอะไร”นาเสะมองอย่างสงสัยกับสิ่งที่เธอกระทำอยู่

“หน้านายเหมือนแมวเลย เปื้อนซอสนะ”เธอยิ้มแล้วชี้ที่แก้ม

“โธ่พี่สาว อาหารเก่ง ต่อสู้ก็ร้ายกาจ ท่านพี่นี่สุดยอดจริงๆ”ซีโร่พูดอย่างชื่นชมโดยที่ข้าวห่อสาหร่ายยังเต็มปากอยู่

“พี่โซระไปเถอะ ไปเรียนต่อ”ซากุระแก้เขินโดยการดันพี่ตัวเองออกจากห้องครัว ทำให้ทุกคนเดินตามกันไปด้วย

ณ ห้องเรียน

“เรียนก็เก่งนรก น่ารักไม่เกรงใจใครจริงๆ”ชีบะพึมพำตอนเวลาเรียนวิชาการเพิ่มเติมที่ซากุระสรุปใจความในหนังสือได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

ณ สนามซ้อมยิงปืน

ปัง!ปัง!

เสียงปืนที่ดังลั่น มาจากซากุระที่กำลังจ่อปืนสำหรับผู้หญิงอย่างชำนาญ ซึ่งถ้าเธอโตไปเธอคงเป็นนักฆ่าได้อย่างไม่มีใครสงสัย

นอกจากนี้เธอยังเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยา การปฐมพยาบาลเมื่อบาดเจ็บจนกระทั่งเรียนเรื่องเคมีที่เกินกว่าอายุสิบกว่าขวบด้วยซ้ำ

ถึงว่าทั้งห้าและพี่โซระจะมานั่งพักที่ห้องนั่งเล่นแล้ว แต่ว่าซากุระก็ยังไปทำงานต่ออยู่ดี

จนเวลาเวลาก็ผ่านไปสองชั่วโมง คนรับใช้เรียกพวกเขาเข้าไปรับประทานอาหาร แต่ก็ไม่มีใครเห็นเธอ

จนมาถึงโต๊ะตัวใหญ่ที่มีคุณเซกิ ที่นั่งเด่นอยู่ ข้างๆก็มี ท่านญารินคุณแม่ของซากุระและโซระที่นั่งยิ้มอยู่

ท่านสวยมากไม่แปลกเลยที่ซากุระที่น่ารักขนาดนี้

เมื่อพวกเขานั่งกันหมดแล้วคิระเอ่ยขึ้นทันที

“ซากุระล่ะฮะ”เขาถามพลางสอดส่องสายตาแต่ก็ไม่เจอเธอ

“น้องกำลังเตรียมอาหารอยู่นะจ๊ะ เดี๋ยวก็มาแล้ว”ท่านญารินพูด

“มาแล้วค่ะ-_-”น้ำเสียงใสไร้อารมณ์ตามฉบับของเธอพูดขึ้น เมื่อมีรถเข็นอาหารนำมาก่อน

“แกงกระหรี่ไก่”เธอวางกับข้าวตรงหน้าชีบะที่นั่งตาลุกวาว เพราะเป็นของชอบของเขานั่นเอง

“บุยยาเบส”เธอวางไว้ระหว่างยามาดะและซีโร่เพราะเป็นของชอบของพวกเขาเหมือนกัน

“สตูไก่”เธอวางกับข้าวระหว่างคิระกับนาเสะ นาเสะยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะก็เป็นของชอบเหมือนกัน

แต่คิระ เขาหน้านิ่งไปเลย

เธอไม่มีอะไรวางให้เขาทั้งๆที่เขาพยายามเสาะหาทั่วรถเข็นแล้วก็ตาม

เมื่ออาหารพร้อม คนพร้อมทุกคนจึงเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย

เว้นแต่คิระที่กินได้ไปหน่อยเดียวเท่านั้น

ทำไมต้องแคร์เมื่อเธอไม่ได้ทำอาหารให้เขา ก็แค่นั้น ไม่เห็นต้องเสียใจอะไรเลยนี่ คิระคิดในใจ

ทุกคนอิ่มกันเต็มที่ แต่แปลกที่คิระยังท้องร้องประสานเสียงกันอยู่

“คิระยังไม่อิ่มอีกเหรอ ท้องร้องเสียงดังเชียว”ท่านญารินพูดยิ้มๆเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคิระ

“เอ่อ-_-;;”

“ซากุระหนูไปเอาของหวานมาให้พี่กินหน่อยสิคะ^^แล้วพวกที่อิ่มแล้วเชิญตามสบาย”

ทุกคนลุกขึ้นโดยอัตโนมัติแต่เขาก็ยังแข็งทื่อเป็นตอไม้เหมือนเดิม เขาอยากจะไปแต่เขาก็ไปไม่ได้ เขาอยากลองดูอีกสักครั้ง เธอน่าจะ....

“ไอศรีมช๊อกโกแลตชิพ และรสช๊อกโกแลตแท้กินคู่กับบราวนี่ และบัตเตอร์เค้ก”เสียงใสดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้คิระหน้าเหวอเล็กน้อย ขณะที่ซากุระถือถ้อยไอศกรีมที่จัดคู่กับเค้กอย่างสวยงาม

เมื่อเธอวางที่ตรงหน้าของเขามันทำให้เขายิ้มได้แทบจะในทันที

“ไหนว่าเธอเกลียดขนมกับไอติมนี่ ทำไมเธอทำเป็น”เขาถามอย่างสงสัย

“แต่ฉันก็ไม่ได้บอกนี่ว่าฉันทำไม่เป็น-_-”

“กินละนะ^^”
“จะเททิ้งให้หมาก็ตามใจ-_-”เธอพูดแล้วเท้าคางนั่งมองเขากินเงียบๆ

เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่รู้ว่ามันทำให้คิระรู้สึกปลื้มเธอคนนี้มากขึ้น

“อร่อยจัง^^”
“ถ้วยที่สามแล้วนะ-_-”เธอมองเขาอย่างเบื่อๆ แต่การกระทำของเธอแตกต่างกันมาก พอได้รู้จักเธอก็ได้รู้ว่าเธอก็อบอุ่นไม่หยอก

“ก็มันชอบนี่^^”เมื่อเธอได้ยินจึงส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์แล้วกวักมือเรียกคนรับใช้เอาไอศกรีมมาให้อีกถ้วย

“เธอเรียนก็เก่ง บู๊ก็เกินหน้าเกินตา สวยไม่บันยะบันยัง แถมยังทำอาหารก็เทพชิงมาเกิด ถ้าได้เธอเป็นแฟนก็คงดี”

“อายุสิบสองขวบเอง--_-- คิดแบบนี้ตอแหลจัง”

“ นี่สมัยเขามีแฟนตั้งแต่เด็กกันทั้งนั้นแหละ แต่ฉันชอบเธอนะ ^^อยากขอเธอแต่งงานจัง”

“ดูหนังมากไปรึเปล่านาย”

“ฉันพูดจริงๆนะ”

“ไปขอแม่ฉันไป อย่ามาขอกับฉัน”

“เธอหมายความว่าเธออนุญาตเหรอ”


“นายกลับไปจูนสมองใหม่ไป-_- อายุแค่นี้แก่แดดจริงนะนาย”

ถึงแม้เธอจะไม่สนใจกับคำพูดของคิระ แต่คิระจะพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาทำจริง

เมื่อถึงเวลาที่ลูกมาเฟียทั้งหลายจะต้องนั่งรถออกจากบ้านเพื่อไปเรียนที่โรงเรียนฟุโรคิน โรงเรียนที่ดังในเรื่องการศึกษาและการต่อสู้ เหมาะสมกับการที่จะเรียนต่อตำรวจ

บอดี้การ์ด เอฟบีไอ นักสืบ และการทำงานให้กับมาเฟีย

ส่วนมากมีแต่ผู้ชายที่มาเรียนกันมาก แต่ผู้หญิงก็มีส่วนมากจะเป็น บอดี้การ์ดเสียมากกว่าที่จะมาเรียนแต่พวกเธอก็มีแต่หน้าดุๆจนผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้

แต่เธอคนนี้ ซากุระเมื่อเธอเดินก้าวเข้ามากับพี่ชาย ทุกคนทักทายและรู้จักกันทุกคน เธอใส่ชุดนักเรียนที่จัดได้ว่าเท่ที่สุดจากบรรดาโรงเรียนทั้งหลาย

เสื้อเชิ๊ตสีขาวแขนสั้นผูกเนกไทสีดำหลวมลายนกอินทรีสีขาว อยู่ใต้ตัวอักษรFK ถุงมือหนังสีดำกระโปรงดำสั้นขึ้นมาจากเข่าหนึ่งคืบ และใส่ถุงน่องตาข่ายรูกว้างที่มีที่เก็บมีประจำสัญลักษณ์โรงเรียนฟุโรคิน

ซึ่งพี่ชายเขาใส่ชุดคล้ายๆกับซากุระเพียงแต่เสื้อสีดำ เนกไทสีขาวลายนกอินทรีสีดำ ถุงมือเป็นสีขาว ใส่กางเกงเสลกสีดำขาวคลุมข้อ

ทั้งสองได้เดินนำหน้าเด็กทั้งห้าคนที่เดินมาใหม่ มีแต่ผู้ชายที่มาทักทายกับเธอแต่เธอก็เฉยทุกครั้ง


“ซากุระ”

“อ่าหวัดดีคะอาจารย์O-O”ซากุระไหว้อาจารย์ ขณะที่อาจารย์กำลังเดินผ่านมา

แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึงเมื่ออาจารย์ที่พวกเขาเห็นคือ..................

พ่อซากุระO_O

ไม่หน้าเชื่อว่าพ่อของซากุระจะเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ และเป็นผ.อ.ของโรงเรียน เสียด้วย

แล้วเรื่องก็เริ่มมาจากโรงเรียนนั้น
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย น้ำฟ้า » พฤหัสฯ. 09 ต.ค. 2008 8:26 am

ตอน 9
การกลับมาของ?

Sun :say


ในที่สุดก็เสร็จงานเสียทีงานเลี้ยงเลิกฉันจะได้ไปนอน เมื่อยชะมัด เหนื่อยด้วย ตอนนี้ฉันกำลังจะ

เข้าห้องเปลี่ยนเสื้อที่เหลือแค่พวกฉันสี่คน

“ฉันไปห้องก่อนนะ”ฉันพูดกับเพื่อนๆที่พยักหน้า ให้ฉันเข้าไปก่อน เพราะห้องมีแค่ห้องเดียว

สำหรับห้องแต่งตัวของโรงเรียนเรา

ฉันจึงรีบถอดชุดบ้านี่ออกทันทีแล้วนุ่งผ้าขนหนูไว้พลางจะหยิบเสื้อสวม

“พะ พวกแกเป็นใคร แกห้ามเข้ามาในนี้นะ ออ....”รู้สึกจะเป็นเสียงกิ๊กนะ พวกนั้นเป็นอะไรรึเปล่า

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด” พอได้ยินเสียงดังนั้นฉันทิ้งเสื้อทันทีแล้วเปิดประตูออกมา

ในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครทั้งสิ้นมีเพียงแต่โต๊ะวางเครื่องสำอางกระจัดกระจายไม่เป็นท่า

กิ๊ก เบส ริต้า หายไปด้วย

“ ไม่คิดจะใส่เสื้อเสร็จก่อนเหรอ แหมทำใจร้อนไปได้”น้ำเสียงขบขันของใครบางคน

ทำให้ฉันต้องหันไปมอง แล้วมันทำให้ฉันสะดุ้งทันที

“นาย มาที่นี่ได้ไง!”

“จุ๊ๆ พูดอย่างนี้กับพี่ไม่ดีนะจ๊ะ”แววตาขบขันแล้วพอใจอะไรบางอย่างทำให้ฉันนึกโมโห


“นาย!”

“พูด ที่รัก สิจ๊ะแล้วจะบอก”

“ไม่มีทาง!”

“หึๆๆ”

“นายรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่”

“แล้วเธอคิดว่าฉันจะโง่เหรอ ว่าไม่รู้ว่าคู่หมั้นตัวเองอยู่ที่ไหน”

“ฉันไม่ได้เป็นคู่หมั้นนาย!”

“ว่าที่คู่หมั้นก็ได้”

“และไม่มีวันเป็น!”ฉันเริ่มทนไม่ได้กับความยียวนของนายนี่แล้ว ตานั่นกัดมุมมุมปากพิงกับหน้าต่าง

ที่ถูกล๊อกกลอนแล้วมองฉันประมาณว่าฉันเป็นคนใจร้อน น่ากวนประสาท

“วันนี้เธอสวยเนอะ”เขามองฉันพลางมองฉันไปทั่วร่างยิ้มนิ่งๆ

“อย่ามายวน มีอะไรก็พูดมา”ฉันเริ่มทนไม่ได้กับสายตาที่แทะเล็มฉันอยู่ ถึงฉันจะเป็นคนใจเย็น

แต่พอมาเจอแบบนี้มันก็ทำให้ฉันสติแตกได้เหมือนกัน

“เธอไปกับฉัน เราวิ่งเล่นกันมามากพอแล้ว ได้เวลาเอาจริงซักที”นายนั่นพูดตอนนี้เริ่มมีท่าทางเขร่งขรึมขึ้น


“แสดงว่าที่ฉันเป็นอัมพาตชั่วคราวในวันนั้นแสดงว่านายส่งคนมาเอาตัวฉัน”

“จะพูดก็ถูก”

“นายนี่มีนเลวหาใดเปรียบจริงๆ”

นายนั้นมองหน้าฉันด้วยสายตานิ่งๆแล้วเดินเข้ามาจับแขนฉันผลักติดกับกำแพงอย่างแรง

“ก็เปรียบกับเธอนี่แหละ ที่หนีออกมา และผิดที่ไม่ทำตามคำสั่งแม่ของเธอเอง”เขาพูด

ในระยะที่ใกล้กับฉันมากจนจมูกของเขาสัมผัสกับจมูกของฉันลมหายใจอุ่นๆเป่ารดที่หน้าของฉัน

มือทั้งสองของเขาจับไหล่ฉันผลักติดกับกำแพง ริมฝีปากของเขาพยายามจะ

สัมผัสริมฝีปากของฉันอยู่แล้ว

พลั่ก! ปั่ก!

ฉันผลักตัวของตานั่นออกแล้วต่อยอย่างแรง แล้วจะวิ่งออกทางประตูที่ถูกล๊อคไว้

แต่ก็ถูกตานั่นดึงแขนแล้วโยนที่โซฟา แรงของนายนี่เยอะมากจนฉันรับไม่ไหวที่จะต่อสู้แล้ว

มีทางที่จะหนีเพียงหนทางเดียวคือประตู

แต่ก็มาอยู่ที่โซฟาจนได้

ตานั่นขึ้นคร่อมบนตัวของฉัน แล้วมองฉันด้วยแววตาที่โกรธเคืองนิ่งๆ

“สิ่งที่เธอทำกับฉันครั้งนี้แล้วจะไม่มีวันได้ครั้งที่สองจากฉันแน่”นายนั่นกดฉันจนดิ้นไปไหนไม่ได้

ริมฝีปากถูกบดขยี้อย่างรุนแรง ฉันพยายามไม่ตอบรับใดๆ แล้วเม้มริมฝีปากแน่น

แต่นายนั่นก็บดเบียดริมฝีปากจนเจ็บไปหมดความโกรธเคืองที่ฉันทำกับเขา

ฉันโดนกลับคืนมาอย่างเจ็บปวด จนสู้ไม่ไหว

ร่างกายของฉันปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจขณะที่นายนั่นพรมจูบที่ซอกคอของฉัน

ฉันก็คิดถึงใครบางคน

คิมนายอยู่ไหน นายช่วยฉันด้วยสิ ฉันเจ็บไปหมดแล้ว..........

คิมอย่าโกรธฉันนะที่ฉันปล่อยตัวแบบนี้ นาย...... ฉันสู้ไม่ไหวแล้ว

แล้วน้ำฉันก็ไหลออกมา ฉันเริ่มทนไม่ได้กับสิ่งนายนั่นทำแล้ว เพราะฉันไม่ได้รักเขา

ถ้าฉันรักเขาคงไม่มาร้องไห้แบบนี้

“เธอร้องไห้ ที่ฉันทำแบบนี้งั้นเหรอ”นายนั่นถามฉัน

“........”

“ทั้งๆที่ฉันเป็นว่าที่คู่หมั้นของเธอ”

“.....”

“เฮอะให้ตาย ฉันรักเธอ มานานแล้วด้วย ยังไงเธอก็ต้องเป็นของฉัน อาคิระ นาโอกิเท่านั้นจำไว้”

“แล้วฉันจะมารับเธอกลับญี่ปุ่นนะ ซากุระของฉัน”คิระเดินตรงไปที่หน้าต่างที่ล๊อคกลอนไว้

สิ้นเสียงของเขา เขาก็กระโดดออกจากหน้าต่างไป

“ซันเธออยู่ในนั้นรึเปล่า”เสียงของคิมที่อยู่ข้างนอกประตูที่เคาะรัวจนประตูแทบพัง

ร่างกายของฉันไม่อยากขยับไปไหนเลย ฉันหยุดร้องไห้แล้ว เหลือแต่แววตาของฉัน

ที่ยังเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย

ทำไมฉันต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ด้วย ฉันคิดว่าฉันเจอเขาแล้ว แต่พระเจ้าก็จะมาพรากเขาจากลูกไป

“ซันเธอเป็นอะไร”คิมมาแล้วเขาเอาผ้ามาคลุมตัวฉันที่เหลือแต่ชุดชั้นในแล้วก็เขย่าถามฉัน

อย่าเลยคิม อย่าเพิ่งแตะตัวฉันตอนนี้เลย มันทำให้ฉันรู้รู้สึกขยะแขยงตัวเองมากขึ้น

“รอยแดงเต็มไปหมด ซันแกไปโดนอะไรมา”กิ๊กถามฉันอีกคนพลางตบแก้มฉันเบาๆ

“นั้นมันรอยจูบชัดๆ”เบลโผล่หน้าพูดขึ้นมา

คำพูดของมันฉันอยากเตะปากมันจริงๆ

“แกเมื่อกี้ที่พวกเราฉันถูกชายชุดดำจับตัวออกไป มีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในห้อง

เธอได้พบกับเขารึเปล่า แล้วเขาได้ทำอะไรกับเธอรึเปล่า”เบสถามฉันจับมือฉันอย่างเป็นห่วง

“ไม่หรอกไม่มีเลย”ฉันโกหก

“แน่นะ”ริต้าถามกำมือตัวเองแน่น สีหน้าวิตกเหมือนกลัวอะไรซักอย่าง

“ฉันอยากพัก”ฉันพยายามลุกขึ้นแต่ก็ถูกคิมกดให้นอนเหมือเดิม

“แมน เฟรม เบล พาแฟนแกไปนอนก่อนไปเดี๋ยวนี่ฉันจัดการเอง”

“อื้ม ซันพักผ่อนเยอะๆนะฉันเป็นห่วง”เบลพูดแล้วดึงริต้าไปแมนที่มองฉันฉันก่อน

ที่จะพาเบสไปและเฟรมที่จะพยายามดึงแฟนตัวเองให้ไปให้ได้เพราะกิ๊กมัวแต่

ยื้อไม่อยากไป -_-^ดูไปเหมือนควาญลากช้างกลับบ้านเลยแฮะ

เมื่อทุกคนไปหมดแล้วคิมมองฉันแล้วเสยผมของฉันที่ปรกหน้าผากขึ้นเบาๆ

“คิระมาแล้วใช่มั้ย”

“......”ฉันอึ้งกับคำที่เขาพูด

เขารู้งั้นเหรอ

“ว่าที่คู่หมั้นของเธอมาที่นี่ใช่มั้ย”

ฉันพยักหน้าเป็นคำตอบ

“เขาทำร้ายเธอเหรอ”

“....”

“ตอนนี้ฉันอยากรู้แล้วว่าเธอรักใครแล้วรึยัง”เขาทำหน้าตั้งใจมากเหมือนเรื่องนี้สำคัญต่อเขา

“......”

“เขาคนนั้นจะได้คุ้มครองเธอไง”

“นาย”

“หืม”

“อยู่กับฉันตลอดไปได้มั้ย”

“.....”คิมก้มหน้าไปสักพัก เขาคงไม่อยากอยู่กับฉันหรอก เลือกที่จะไม่รั้งเขาไว้จะดีกว่า

“ถ้านายไม่พอใจนายไม่ต้องลำบากก็ได้”

“ได้สิ”คิมเงยหน้ามา

รอยยิ้มอบอุ่นแตกต่างจากเวลาอื่นโดยสิ้นเชิง และนั่นก็เสมือนคำมั่นระหว่างเราสองคน

แล้วฉันก็เดินกลับห้องกับคิมสองคนระหว่างเดินนั้นมีแต่รอยยิ้ม

และหัวเราะของเราทั้งสองอย่างมีความสุข



ตอนนี้ฉันอยู่ในห้องนอน ตาคิมนั่นอาบน้ำอยู่ ฉันก็ล้มตัวลงนอนทันที

เพราะมันตีสองครึ่งแล้ว วันนี้ก็บ้ามาทั้งวันแล้ว

“พรุ่งนี้ตื่นกี่โมง”รู้สึกว่าคิมจะอาบน้ำเสร็จแล้วเพราะเสียงตานั่นใกล้มาก

“สายสุดได้เจ็ดโมงเพราะรถออกเก้าโมง”ฉันตอบทั้งที่หลับตาอยู่ รู้สึกถึงแรงกดทับ

ที่เตียงระยะไกล ทำให้รู้ว่าตานั่นขึ้นเตียงแล้ว

ฟึ่บ!

“เฮ้นายคิม นายคิดจะทำอะไร”ฉันร้องเมื่อตาคิมใช้แขนโอบเอวฉัน

“อือ”ทำเสียงมันดูง่วงๆฟระ

ตกลงที่มันไปอาบน้ำ มันละเมอถูสบู่รึเปล่า-_-*ชักไม่แน่ใจ

“นาย ปล่อย ฉันอึดอัด”เหมือนว่าตาคิมจะละเมอจริงๆนะ ฉันบอกปล่อยมันกอดแน่นกว่าเดิม

จนตัวของฉันไปอยู่กับตานั่นทั้งร่าง ผู้ชายอะไรตัวใหญ่ชะมัด>_<


“ปล่อย”
“อือ นอนทั้งอย่างนี้แหละ”

“นี่นาย”

“อืม................”

“.........”


“ขอเถอะ เป็นวันสุดท้ายแล้ว ที่ฉันจะได้อยู่กับเธอแบบนี้”

“......-///-”แล้วทำไมฉันต้องเขินด้วยละเนี่ย

จุ๊บ!

อ้ากกกกกกกกกกกกกกก>O< ตานั่นหอมแก้มฉัน มันไม่ได้ง่วงจริงนี่

ฉันดิ้นไปดิ้นมาแต่ตานั่นก็กอดแน่นมากกว่าเดิม ชาติก่อนนายเป็นงูเหลือมรึไง

กอดแน่นจนลิ้นฉันจะจุกตายอยู่แล้ว-_-

เมื่อฉันพูดเท่าไหร่ตานั่นก็ไม่ฟัง ความง่วงก็ประดังเข้ามาทำให้ฉันหลับไป

ในอ้อมกอดของตาคิมโดยไม่รู้ตัว



Kim:say

รู้สึกว่าเธอจะหลับไปแล้วนะ คิกๆตอนเธอหลับน่ารักจัง ผมจูบที่หน้าผากของเธอ

เธอก็ขยับตัวไปมาจนขยับมาซบอกผม

ผู้หญิงอะไรเหมือนเด็กชะมัด ^^

แต่รอยแดงที่ซอกคอของเธอเหมือนเป็นตราให้รู้ว่าเจ้าของของเธอได้มาทวงเธอคืนแล้ว

ซึ่งผมไม่สามารถทำอะไรได้

เมื่อเธอเป็นว่าที่คู่หมั้นของเขา แต่ผมไม่ได้เป็น

เขามีสิทธิที่จะทำอะไรเธอก็ได้

แต่ผมกลับช่วยเธอไม่ได้เลย

แล้วผมต้องเห็นเธอเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่

แต่แล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้.....

“บาย”ซันโบกลามืออยู่หน้าห้องของเธอให้ผม ผมยิ้มแล้วโบกมือให้เธอ

จะมีใครอีกมั้ยที่ทำให้ผมมีความสุขมากกว่าอยู่กับเธอ ไม่มีอีกแล้ว

“พ่อของผมอยู่ไหนฮะ”ผมถามป้าอ้นที่เป็นคนใช้ของบ้านที่เดินผ่านมาพอดี

“อยู่ที่ห้องทำงานค่ะคุณหนู”

“ขอบคุณครับ”ผมเดินมุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานเพื่อหาพ่อทันที พอผมเข้าไปก็พบ

พ่อนั่งอยู่กับกองหนังสือกองเบอเร่อ

“พ่อฮะ”
“อ้าวกลับมามาแล้วเหรอไอ้ลูกหมา ไหนไปเที่ยวงาบเด็กได้กี่คนลูกพ่อ”

พ่อแน่ใจนะว่าเป็นคำพูดที่ต้อนรับผมเนี่ย-_-;;

“พ่อ ผมมีเรื่องจะถาม”

“อะไรเหรอ”

ผมนั่งลงกับเก้าอี้โต๊ะทำงานตรงข้ามกับพ่อ ซึ่งพ่อก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ

“พ่อถ้าผมทำงานผ.อ.แล้วพ่อจะให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนและแก๊งของเรามั้ยครับ”

พ่อผมนิ่งไปซักพักแต่ก็พยักหน้าให้ผม

“ผมก็จะมีสิทธิรู้เรื่องในกิจการของเราใช่มั้ยครับ”


“ใช่”
“งั้นพ่อฮะพรุ่งนี้ผมจะไปซ้อมการต่อสู้พร้อมกับครูฝึกและเด็กเรียนพิเศษฮะ”

พ่อของผมตาโตทันที

‘วันนี้ไม่ต้องรอฉันนะ ฉันมีธุระกันทั้งหมดพวกเธอกลับบ้านกันไปก่อนก็ได้’

ฉันมองข้อความที่รับมาอย่างเหนื่อย เป็นวันที่สามแล้วที่เราไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน

พวกตาคิมไปทำอะไรกันทุกเย็นนะ

สามวันที่ผ่านมาฉันได้ยินเสียงของคิมจากโทรศัพท์เท่านั้น แต่ก็ตอนดึกแล้ว

เขามีเรื่องอะไรที่ต้องทำนักหนานะ
“พวกผู้ชายไม่อยู่กันใช่มั้ยวันนี้เราไปเที่ยวห้างกันดีกว่า”

“อือไปสิฉันจะได้ไปหลีชายเสียหน่อย”เบสกระโดดโลดเต้นอยู่รอบตัวเรา

นี่ยัยกิ๊กถ่ายทอดวิชาปอบพิชิตเทวดาให้เบสรึเปล่าฟระ-_-^ วิชาแรงกล้าชอบกล

“นี่แกสวยมั้ยอ่ะ”กิ๊กถามฉันแล้วโชว์สร้อยรูปสมอเรือขึ้นมาให้ดู

“ไม่สวย”

“ฉันว่าสร้อยนี่ก็สวยดีออกน้า แกมองยังไงเนี่ย”กิ๊กมองฉันอย่างสงสัย

“แกนั่นแหละไม่สวย=O=”

ป้าบ!

โดนอีกจนได้

“นี่ใช่มือตีหรือเบื้องล่างตีฟระ-_-”(ซัน)

“ไอ้ซันแกอยากมีเรื่องกับฉันเหรอไง”(กิ๊ก)

“ลานว่างมั้ยล่ะ-_- เดี๋ยวแม่ตบล้างน้ำ เจ็บนะเฟร้ย”(ซัน)

“เลิกทะเลาะกันเสียที ซันเธอว่าอันนี้สวยมั้ย”(ริต้า)

“ไม่รู้ฉันขอไปร้านหนังสือจะได้มั้ยอะ ฉันเลือกของไม่เป็น”แล้วฉันก็เดินออกไป

โดยไม่รอคำตอบ มันหน้าเบื่อมากที่ต้องมาดูแสงวิบวับกระเด็นเข้าตาแบบนี้ จะบ้าตาย-_-

หมับ!
ฉันตกใจเมื่อมีคนมาจับแขนฉัน ฉันบิดมือแล้วทุ่มคนๆนั้นลงกับพื้นทันที

“ดะ...เดี๋ยวซัน โอ๊ยฉันเอง ลาวา”ตาลาวายกมือขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นมา

ฉันจึงเปลี่ยนอิริยาบถเป็นดึงเขาขึ้นมาแทน

“แล้วใครใช้ให้นายมาจับมือคนเขาอย่างนี้เล่า”

“คิดถึงเธอแทบตายไม่ได้เจอเธอตั้งหลายวัน”

“แค่ห้าวันเองนะ”

“แต่ห้าวันเหมือนห้าปีเลยนะ*_*”

“อยากอ้วกจัง-_-”

“ซัน นี่เธอจะเข้าร้านหนังสือกันมั้ยไปหาอะไรอ่านกัน”

“อือ”
แล้วฉันกับตาลาวาสุดน่ารัก(แค่หน้าตา แต่นิสัยไม่แน่ใจว่าจะติงต๊องหรือเจ้าชู้กันแน่)

ก็ดูหนังสือด้วยกัน รู้สึกตานั่นจะชอบเรื่องวิทยาศาสตร์นะอ่านใหญ่เลยแฮะ

“นายอ่านเรื่องพวกวิทยาศาสตร์แบบนี้ ไม่เบื่อบ้างเหรอ”

“แล้วเธอละไม่เบื่อบ้างเหรอที่มัวอ่านกฎหมาย”ลาวาขยับแว่นนิดเพื่ออ่านหนังสือ

ตอนลาวาใส่แว่นก็น่ารักไม่เบาแฮะ

(-_- )( -_-)(-_- )ฉันส่ายหน้า

“ฉันก็เหมือนกับเธอนั่นแหละ”ลาวาส่งยิ้มมาให้

ซันหันกลับมามองหนังือตัวเองแต่ก็อ่านไม่รู้เรื่องเลยซักนิดเพราะ

เธอกำลังคิดถึงเรื่องบางอย่าง




ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในโตเกียว เด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบกว่าขวบ

นั่งเขี่ยพื้นดินเล่นข้างบ่อน้ำอย่างเหม่อลอย

“นี่เธอ”เสียงนั่นทำให้เธอหันไปมอง เด็กผู้ชายอายุประมาณสิบขวบกว่า

หน้าตาถึงขั้นว่าน่ารักมาก แต่ติดตรงที่การวางตัวของเด็กผู้ชายคนนี้

ออกจะผู้ใหญ่เกินตัว เธอมองเขาแล้วหันเหความสนใจมาเขี่ยดินเหมือนเดิม

โลกนี้มันน่าเบื่อไม่มีอะไรสนุกๆทำเอาเสียเลย-_-

“เธอชื่ออะไรนะ”เขาถามเธอที่นั่งเหมือนคนเบื่อโลก

เธอหันมาช้าๆแล้วทำหน้าเฉยชาแล้วตอบ

“ชื่อซากุระ”

“คิกๆชื่อเธอน่ารักจัง หน้าก็น่ารักด้วย”เด็กคนนั้นพูดซึ่งๆหน้า

ซึ่งเธอไม่รู้สึกเขินเลยซักนิด กลับไปเขี่ยดินบนพื้นต่อ แล้วทำหน้าตาประมาณว่า

ฉันเกิดมาเพื่ออะไร=_=

“ทำไมเธอไม่พูดเลยละ>_<ธรรมดาเด็กผู้หญิงจะร่าเริงนะ”

“พอดีธรรมดาของฉันมันไม่ชอบพูดนะ เมื่อยปาก”เธอตอบอย่างรำคาญ

แล้วลุกขึ้นเดินอย่างไม่ใส่ใจซึ่งแน่นอนเด็กผู้ชายคนนั้นก็เดินตามไปด้วย

“ทำไมเธอไม่ยิ้มบ้างล่ะ”

“ขี้เกียจ-_-”นั่นคือคำตอบสั้นๆของเธอ

“-_-”เด็กผู้ชายมองหน้าเธออย่างหมดอารมณ์ แต่ก็อยากจะคุยด้วย เพราะความน่ารักของเธอ

“ฉันชื่อคิระ นาโอกินะยินดีที่ได้รู้จัก”

“ลูกคุณน้า นาอาโอกิ นาโอกิใช่มั้ย”

“O_Oเธอรู้ได้ยังไงนะ”เด็กผู้หญิงนั้นหัวเราะหึๆแล้วหันมาพูดกับเขา

“ก็ฉันเป็นลูกสาวของหัวหน้าแก๊งฟุโรคิน พ่อฉันชื่อเซกิ ฟุโรคิน

มีเรื่องอะไรที่ฉันจะไม่รู้บ้างล่ะ”


เมื่อเขาได้ยินดังนั้นแทนที่เขาจะกลัวแต่ไม่เลยซักนิดมันมีแต่ที่เขาจะชอบเธอมากขึ้น



สองวันต่อมา

“คุณหนูซากุระคะ บอสเรียกคุณหนูนะคะ”คนรับใช้ในบ้านโผล่หัวเข้ามา

ในห้องฝึกซ้อมของเธอซึ่งเธอกำลังต่อสู้กับผู้ชายร่างล่ำบึกที่เป็นครูของเธอ

เมื่อเธอได้ยินเธอโค้งให้ครูฝึกแล้วเดินออกที่ห้องนั่งเล่นที่มีพ่อของเธอและพี่ชายนั่งอยู่

“วันนี้มีเพื่อนของเรามาอยู่กับเราซักอาทิตย์นึงนะซากุระต้อนรับเขาด้วยล่ะ”

“หนูเรียนทั้งวันนะค่ะพ่อ จะให้หนู ต้อนรับเขายังไงไม่ให้ พี่โซต้อนรับละคะ”

“ก็พวกนี้เขาอายุประมาณลูก ก็จะให้เรียนกับลูกนั่นแหละ”

“เหรอคะ อืม...แล้วหนูจะพยายามนะ”

“อะเดี๋ยวรู้จักกับห้าคนนี่นะ โซระแนะนำให้น้องหน่อยสิ”

แล้วพ่อของเธอก็เดินออกไปเพื่อให้เราคุยกันเอง
“นี่ซีโร่ ลูกชายหัวหน้าแก๊ง ซีเวอร์ฟลู ยามาดะ ลูกหัวหน้าแก๊งนาโอเซีย

ชีบะลูกหัวหน้ากีงมองแฟล และคิระกับนาสะสองคนนี้เป็นพี่น้องกันอยู่แก๊งนาโอกิ

เพื่อนสนิทของแก๊งเราไง พวกนี้จะมาเรียนที่โรงเรียนของเราละเขาฝากฝังมาละ”


“อ้อ=_+”

“นี่น้องพี่ อายุสิบสองอยู่นะทำหน้าเหมือนเด็กอายุยี่สิบสิ-_-”

“...+_+” หน้าของซากุระ

“หา!o_oนี่เหรออายุ สิบสอง ฉันนึกว่าสิบขวบเสียอีก”เด็กที่ชื่อชีบะพูด

“ทำไมหน้านิ่งจัง ผู้หญิงธรรมดาจะร่าเริงไม่ใช่เหรอ”ยามาดะที่หน้าหล่อแบบเด็กๆ

พูดแล้วยืนมาข้างๆเธอ

“พอดีน้องฉันมันเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่หรอก”

โซระว่าพลางโอบน้องสาวอย่างรักใคร่

“ถ้าเธอยิ้มคงจะน่ารักน่าดูเลยละ”คนที่ชื่อนาเสะพูดแล้วเข้ามาจับแก้มของเธอ

ซึ่งเธอก็มองหน้านิ่งเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระ


“ย้ากกกกกกกกกกกกก!-v-”

ซากุระที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับพี่ชายชองตัวเอง ทำให้เด็กทั้งห้ามองกันตาค้าง

ทั้งสองถือไม้กระบองเหมือนกัน โดยที่สาวน้อยถือกระบองอันเดียว

แต่พี่ชายของเธอกลับถือทั้งสองข้าง

ถึงจะดูโหดไปหน่อยที่ผู้ชายมีอาวุธมากกว่า แต่ความคิดของพี่ชาย นั้น ไม่

เพราะการต่อสู้ น้องสาวเธอร้ายยิ่งกว่าครูฝึกเสียอีก

ทั้งคู่วิ่งไล่ตีกันไปมาในห้องโถงใหญ่ที่ว่างเปล่า ซึ่งมีครูฝึกคอยมองอย่างภาคภูมิใจ

ในลูกศิษย์สุดที่รัก กับความตะลึงของเด็กผู้ชายทั้งห้าที่มองงงเป็นไก่ตาแตกไปเลย

ซากุระที่ตัวเล็กนิดเดียว ควงไม้หมุนไปรอบตัวเพื่อป้องกันไม้กระบองพี่ชายของเธอ

และใช้ความเร็วตีที่ขาอย่างแรง จนเด็กทั้งหาร้องตกใจ

“อั๊ก ...ฉันเป็นพี่เธอนะ เล่นแรงจังTOT”โซระทำหน้าเบี้ยวด้วยความเจ็บเธอจึงดึงพี่ชายของตัวขึ้นมา

“พี่แพ้แล้ว-_-”

“เธอนี่แรงเยอะกว่าพี่อีกนะY_Y”โซระเดินกระเผลกไปพักริมห้องโดยที่ซากุระพาไป

“แล้วก็มีความดีที่เธอต้องทำนะโซระ ในเมื่อแพ้ ก็เรียนเพิ่มอีกหนึ่งชั่วโมง โอเค”

“ง่า >{}<โอเคTOTคร้าบ”โซระทำหน้าประมาณว่า โดนอีกแล้วเหรอเรา

“เอ้าเด็กอีกห้าคนลองมาต่อสู้กับซากุระหน่อยซิ”

“หา>O<”ทั้งห้าคนร้อง

“เป็นช่วงทดลองจะได้รู้ว่าต้องฝึกระดับไหนบ้าง”

แล้วก็ผ่านไปสี่คน ที่เธอล้มได้สำเร็จแล้วต้องไปเรียนกับโซระตามระเบียบ

จนมาถึงคิระ

ตอนนี้เธอกำลังควงไม้ที่ คิระตีใส่ไม่ยั้ง ซึ่งเธอก็พยายามที่จะหาช่องว่างเพื่อบุก

“ฉันต้องชนะเธอให้ได้”

“ไม่มีทาง”
“ยังไงฉันก็ต้องได้เรียนกับเธอ”

แต่แรงเขามีมากกว่าเธอทำให้คิระตีไม้จนหลุดจากมือเธอ

ท่ามกลางเสียงกลืนน้ำลายดัง กรึ๊บของครูฝึก

มันทำให้ซากุระหน้านิ่งไปเลย ที่จริงหน้าเธอก็นิ่งตลอดเวลาอยู่แล้วละ-_-

คิมที่จะฟาดไม้ลงทั้งสองข้างที่ไหล่ของเธอเมื่อเห็นจังหวะ แต่เธอใช้แขนรับตั้งฉาก

แล้วหมุนควงเป็นวงอย่างรวดเร็ว แล้วบิดมืออย่างแรงทำให้ไม้กระเด็น

ออกจากมือของคิระ ด้วยความตกใจของคิมทำให้เธอใช้ช่องว่างเตะเสยคาง

แล้วกระโดดเตะคอของคิระซ้ำจนเซล้มไป

ซากุระยิ้มน้อยๆอย่างมีชัย

“ฉันชนะ-_-”ถึงจะดีใจไม่น้อย แต่เธอก็เผยเพียงสีหน้านิ่งๆออกมา กับคิระที่ทำหน้ามุ่ยด้วยความเจ็บ

“ใช้ได้ งั้นเรียนคลาสเดียวกับซากุระก็แล้วกัน เพราะเป็นคนแรกที่ทำให้อาวุธของซากุระหลุดมือ”

แต่เสียงครูฝึกทำให้เธอแทบจะเป็นลมคาที่O_O;;

เรียนการต่อสู้กับตานี้มีหวังจุ้นประสาทฉันกระเจิงแน่ๆ ซากุระคิด_*_

“ไงละ ยังไงฉันก็ได้เรียนกับเธอ”คิระพูดอย่างมีชัยเหนือกว่า

“รู้ อย่ามาย้ำ”ซากุระพูดอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเธอเดินเข้าห้องครัว

ซึ่งวิชาต่อไปที่เธอต้องเรียนคือการทำอาหาร

“วันนี้ครูจะให้ซากุระกับโซระโชว์ฝีมือก็แล้วกัน วันนี้อาจารย์เตรียมอุปกรณ์

มาสำหรับสองคน ซึ่งไม่รู้จะมีเด็กมาเพิ่มนะ”อาจารย์ที่สอนวิชานี้พูดกับเด็กๆ

“นี่เธอจะทำไอศกรีมมั้ย^^”คิระถามเธอ ขณะที่เธอกำลังหยิบของในตู้อุปกรณ์และเครื่องปรุง

“แล้วบ้านนายใช้ซอสมะเขือเทศทำไอศกรีมรึไง-_-”เธอยกขวดซอสจ่อที่หน้าคิระ

แป่ววว=_=;;

“แล้วเธอชอบเค้กรึเปล่า”

“ไม่-_-”

“ไอศกรีมละ”

“สองอย่างนี่เกลียดสุดๆ”คำๆนั้นทำให้คิระหน้าเบ้ไป เพราะทั้งหมดนั่นเป็นของชอบของเขาทั้งนั้น

เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง

“ว้าวซาซิมิ สปาเก็ตตี้ครีมซอส กับมักกะโรนี ว้าวโซระกับ ซากุระเก่งสุดยอด”

นาเสะพูดอย่างชื่นชมในตัวซากุระและยิ้มชื่นชมซากุระอย่างยิ่ง ซึ่งซากุระก็รับยิ้มน้อยๆ

“ซากุระชอบกินอะไรมากที่สุดละ”นาเสะพูดแก้มตุ่ยเพราะยัดสปาเก็ตตี้


เป็นจานที่สองและมากกว่าจานแรกเสียอีกซึ่งทำให้ซากุระยิ้มขำๆ

“ฉันชอบ ซาซิมิ คิกๆ”

“เธอขำอะไร”นาเสะมองอย่างสงสัยกับสิ่งที่เธอกระทำอยู่

“หน้านายเหมือนแมวเลย เปื้อนซอสนะ”เธอยิ้มแล้วชี้ที่แก้ม

“โธ่พี่สาว อาหารเก่ง ต่อสู้ก็ร้ายกาจ ท่านพี่นี่สุดยอดจริงๆ”

ซีโร่พูดอย่างชื่นชมโดยที่ข้าวห่อสาหร่ายยังเต็มปากอยู่

“พี่โซระไปเถอะ ไปเรียนต่อ”ซากุระแก้เขินโดยการดันพี่ตัวเองออกจากห้องครัว

ทำให้ทุกคนเดินตามกันไปด้วย




ณ ห้องเรียน

“เรียนก็เก่งนรก น่ารักไม่เกรงใจใครจริงๆ”ชีบะพึมพำตอนเวลาเรียนวิชาการเพิ่มเติม

ที่ซากุระสรุปใจความในหนังสือได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง


ณ สนามซ้อมยิงปืน

ปัง!ปัง!

เสียงปืนที่ดังลั่น มาจากซากุระที่กำลังจ่อปืนสำหรับผู้หญิงอย่างชำนาญ

ซึ่งถ้าเธอโตไปเธอคงเป็นนักฆ่าได้อย่างไม่มีใครสงสัย

นอกจากนี้เธอยังเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยา การปฐมพยาบาลเมื่อบาดเจ็บ

จนกระทั่งเรียนเรื่องเคมีที่เกินกว่าอายุสิบกว่าขวบด้วยซ้ำ

ถึงว่าทั้งห้าและพี่โซระจะมานั่งพักที่ห้องนั่งเล่นแล้ว แต่ว่าซากุระก็ยังไปทำงานต่ออยู่ดี



จนเวลาเวลาก็ผ่านไปสองชั่วโมง คนรับใช้เรียกพวกเขาเข้าไปรับประทานอาหาร

แต่ก็ไม่มีใครเห็นเธอ
จนมาถึงโต๊ะตัวใหญ่ที่มีคุณเซกิ ที่นั่งเด่นอยู่ ข้างๆก็มี

ท่านญารินคุณแม่ของซากุระและโซระที่นั่งยิ้มอยู่

ท่านสวยมากไม่แปลกเลยที่ซากุระที่น่ารักขนาดนี้

เมื่อพวกเขานั่งกันหมดแล้วคิระเอ่ยขึ้นทันที

“ซากุระล่ะฮะ”เขาถามพลางสอดส่องสายตาแต่ก็ไม่เจอเธอ

“น้องกำลังเตรียมอาหารอยู่นะจ๊ะ เดี๋ยวก็มาแล้ว”ท่านญารินพูด

“มาแล้วค่ะ-_-”น้ำเสียงใสไร้อารมณ์ตามฉบับของเธอพูดขึ้น

เมื่อมีรถเข็นอาหารนำมาก่อน

“แกงกระหรี่ไก่”เธอวางกับข้าวตรงหน้าชีบะที่นั่งตาลุกวาว

เพราะเป็นของชอบของเขานั่นเอง

“บุยยาเบส”เธอวางไว้ระหว่างยามาดะและซีโร่เพราะเป็นของชอบของพวกเขาเหมือนกัน

“สตูไก่”เธอวางกับข้าวระหว่างคิระกับนาเสะ นาเสะยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะก็เป็นของชอบเหมือนกัน

แต่คิระ เขาหน้านิ่งไปเลย

เธอไม่มีอะไรวางให้เขาทั้งๆที่เขาพยายามเสาะหาทั่วรถเข็นแล้วก็ตาม

เมื่ออาหารพร้อม คนพร้อมทุกคนจึงเริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย

เว้นแต่คิระที่กินได้ไปหน่อยเดียวเท่านั้น

ทำไมต้องแคร์เมื่อเธอไม่ได้ทำอาหารให้เขา ก็แค่นั้น

ไม่เห็นต้องเสียใจอะไรเลยนี่ คิระคิดในใจ

ทุกคนอิ่มกันเต็มที่ แต่แปลกที่คิระยังท้องร้องประสานเสียงกันอยู่

“คิระยังไม่อิ่มอีกเหรอ ท้องร้องเสียงดังเชียว”ท่านญารินพูดยิ้มๆเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคิระ

“เอ่อ-_-;;”

“ซากุระหนูไปเอาของหวานมาให้พี่กินหน่อยสิคะ^^แล้วพวกที่อิ่มแล้วเชิญตามสบาย”

ทุกคนลุกขึ้นโดยอัตโนมัติแต่เขาก็ยังแข็งทื่อเป็นตอไม้เหมือนเดิม

เขาอยากจะไปแต่เขาก็ไปไม่ได้ เขาอยากลองดูอีกสักครั้ง เธอน่าจะ....

“ไอศรีมช๊อกโกแลตชิพ และรสช๊อกโกแลตแท้กินคู่กับบราวนี่ และบัตเตอร์เค้ก”

เสียงใสดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้คิระหน้าเหวอเล็กน้อย ขณะที่ซากุระถือถ้วยไอศกรีม

ที่จัดคู่กับเค้กอย่างสวยงาม
เมื่อเธอวางที่ตรงหน้าของเขามันทำให้เขายิ้มได้แทบจะในทันที

“ไหนว่าเธอเกลียดขนมกับไอติมนี่ ทำไมเธอทำเป็น”เขาถามอย่างสงสัย

“แต่ฉันก็ไม่ได้บอกนี่ว่าฉันทำไม่เป็น-_-”

“กินละนะ^^”

“จะเททิ้งให้หมาก็ตามใจ-_-”เธอพูดแล้วเท้าคางนั่งมองเขากินเงียบๆ

เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่รู้ว่ามันทำให้คิระรู้สึกปลื้มเธอคนนี้มากขึ้น

“อร่อยจัง^^”

“ถ้วยที่สามแล้วนะ-_-”เธอมองเขาอย่างเบื่อๆ แต่การกระทำของเธอแตกต่างกันมาก

พอได้รู้จักเธอก็ได้รู้ว่าเธอก็อบอุ่นไม่หยอก

“ก็มันชอบนี่^^”เมื่อเธอได้ยินจึงส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์แล้ว

กวักมือเรียกคนรับใช้เอาไอศกรีมมาให้อีกถ้วย

“เธอเรียนก็เก่ง บู๊ก็เกินหน้าเกินตา สวยไม่บันยะบันยัง

แถมยังทำอาหารก็เทพชิงมาเกิด ถ้าได้เธอเป็นแฟนก็คงดี”

“อายุสิบสองขวบเอง--_-- คิดแบบนี้ตอแหลจัง”

“ นี่สมัยเขามีแฟนตั้งแต่เด็กกันทั้งนั้นแหละ แต่ฉันชอบเธอนะ

^^อยากขอเธอแต่งงานจัง”

“ดูหนังมากไปรึเปล่านาย”

“ฉันพูดจริงๆนะ”

“ไปขอแม่ฉันไป อย่ามาขอกับฉัน”

“เธอหมายความว่าเธออนุญาตเหรอ”

“นายกลับไปจูนสมองใหม่ไป-_- อายุแค่นี้แก่แดดจริงนะนาย”

ถึงแม้เธอจะไม่สนใจกับคำพูดของคิระ แต่คิระจะพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาทำจริง


เมื่อถึงเวลาที่ลูกมาเฟียทั้งหลายจะต้องนั่งรถออกจากบ้านเพื่อไปเรียน

ที่โรงเรียนฟุโรคิน โรงเรียนที่ดังในเรื่องการศึกษาและการต่อสู้

เหมาะสมกับการที่จะเรียนต่อตำรวจ บอดี้การ์ด เอฟบีไอ นักสืบ

และการทำงานให้กับมาเฟีย

ส่วนมากมีแต่ผู้ชายที่มาเรียนกันมาก แต่ผู้หญิงก็มีส่วนมากจะเป็น

บอดี้การ์ดเสียมากกว่าที่จะมาเรียนแต่พวกเธอก็มีแต่หน้าดุๆจนผู้ชายไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้

แต่เธอคนนี้ ซากุระเมื่อเธอเดินก้าวเข้ามากับพี่ชาย ทุกคนทักทายและรู้จักกันทุกคน

เธอใส่ชุดนักเรียนที่จัดได้ว่าเท่ที่สุดจากบรรดาโรงเรียนทั้งหลาย

เสื้อเชิ๊ตสีขาวแขนสั้นผูกเนกไทสีดำหลวมลายนกอินทรีสีขาว อยู่ใต้ตัวอักษรFK

ถุงมือหนังสีดำกระโปรงดำสั้นขึ้นมาจากเข่าหนึ่งคืบ และใส่ถุงน่องตาข่ายรูกว้าง

ที่มีที่เก็บมีประจำสัญลักษณ์โรงเรียนฟุโรคิน

ซึ่งพี่ชายเขาใส่ชุดคล้ายๆกับซากุระเพียงแต่เสื้อสีดำ เนกไทสีขาวลายนกอินทรีสีดำ

ถุงมือเป็นสีขาว ใส่กางเกงเสลกสีดำขาวคลุมข้อ

ทั้งสองได้เดินนำหน้าเด็กทั้งห้าคนที่เดินมาใหม่ มีแต่ผู้ชายที่มาทักทายกับเธอ

แต่เธอก็เฉยทุกครั้ง

“ซากุระ”

“อ่าหวัดดีคะอาจารย์O-O”ซากุระไหว้อาจารย์ ขณะที่อาจารย์กำลังเดินผ่านมา

แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึงเมื่ออาจารย์ที่พวกเขาเห็นคือ..................

พ่อซากุระO_O

ไม่หน้าเชื่อว่าพ่อของซากุระจะเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ และเป็นผ.อ.ของโรงเรียน

เสียด้วยแล้วเรื่องก็เริ่มมาจากโรงเรียนนั้น
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 870
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง นวนิยาย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน