ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

นวนิยาย เรื่องยาว ต่างๆ

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » อาทิตย์ 09 พ.ย. 2008 7:13 am

ตอน 10
การกลับมาของ? (2)


Kira :say
ผมกำลังอยู่ในห้องเรียนกับซากุระครับ เธออายุแค่สิบสองแต่เธอก็กระโดดมาเรียนชั้นม.2ซะแล้ว

-_-เก่งบรรลัย

ซึ่งผมก็มีสิทธิ์มาเรียนเหมือนกันเพราะอะไรนะเหรอ ก็ผมเก่งนะสิถามได้-_-

(ผมอายุสิบสามฮับ^_^)

ปีนี้ผมก็สิบสี่ตอนเดือนตุลาคมนี้แหละครับ

“ภาพนี้จะได้เป็นด้านมุมด้าน และภาพที่สองจะเป็นภาพอะไร”อาจารย์คณิตที่สอนอยู่

ที่มีหน้าเป็นอาวุธป้องกันตัวและแถมฆ่าคนได้อีกด้วย คงไม่ต้องอธิบายหน้าอาจารย์นะ

ว่าหน้าตาน่ากลัวแค่ไหน

ระหว่างที่ทุกคนตั้งใจกันเต็มที่แต่....ซากุระ กลับ ฮัมเพลงไปเรื่อยและอ่านหนังสือการ์ตูนใต้โต๊ะขอรับ

-_-ช่างกล้าดีแท้

“ซากุระเธอไม่ได้ฟังที่ฉันสอนรึไง!” อาจารย์สอนคณิตตวาดลั่น

“ฟังอยู่เจ้าค่ะ=O=”เธอพูดแล้วพลิกหนังการ์ตูนหน้าต่อไปเพื่ออ่านต่อ

ใครบอกว่าเธอฟังละ เธอแถบจะหลับในห้องเรียนอยู่แล้วต่างหาก

“ถ้าเธอฟังไหนบอกคำตอบทั้งหมดของแบบฝึกหัดนี้ซิ”รู้สึกว่าอาจารย์จะหมันไส้มากเลย

ให้ซากุระทำแบบฝึกหัดที่พวกเรายังเรียนไม่ถึง

ซวยแล้ว-_-

แต่ซากุระไม่มีท่าทีกลัวแม้แต่น้อย เธอหยิบหนังสือแบบฝึกหัดขึ้นมาแล้วบรรเลง วิทยายุธทันที

“ข้อหนึ่งเป็นด้านมุมด้าน ข้อสอง มุมด้านมุม.........ข้อสิบด้านด้านด้าน ค่ะอาจารย์”

แล้วทุกคนก็อึ้งไปทั้งห้องครับ รวมทั้งอาจารย์หน้าขีประนาวุธด้วย แต่ตอนนี้หน้าอาจารย์

เริ่มเหมือนอะไรซักอย่างที่กำลังเขียวขึ้น

“มีอะไรจะให้เฉลยอีกมั้ยคะ หนูจะได้ยืนรอ-_-”ซากุระทำหน้าท้าทาย

“นั่งลงไป!”อาจารย์ตอบเสียงเขียว ซากุระโค้งคำนับแบบกวนๆแล้วนั่งลงกับที่เหมือนเดิม

ดุท่าทางเธอจะไม่กลัวอะไรซักอย่างเลยนะนั่น

หลังที่ผมกับเธอเรียนด้วยกันหลายวันทำให้ได้คุยและรู้จักมากขึ้นสนิทสนมกัน

เธอรู้สึกเหมือนเด็กมากเวลาอยู่กับผม นาเสะ ซีโร่ ชีบะ และยามาดะ

และมันยิ่งทำให้ผมชอบในตัวเธอมากขึ้น

“ใครมันสูบบุหรี่แถวนี้ฟระ-_-*”เธอบ่นพึมพำขณะที่เดินกับผมผ่านห้องน้ำตึกศิลปะ

แล้วสายตาเรดาร์ของเธอก็จับจ้องไปที่ห้องน้ำชาย แล้วเท้าของเธอก็ค่อยๆย่างก้าวไปตรงห้องน้ำชาย

หะเฮ้ย O_o เธอจะเข้าจริงเหรอนั่น ห้องน้ำชายนี่นะ

สายไปแล้วครับ เธอเดินเข้าไปแล้ว>_<

แล้วเสียงที่ตามมาคือ

“พวกเมิงทำอะไรกาน.........>O<”เสียงซันไม่ผิดแน่ๆ

“เฮ้ย!”แล้วก็เสียงผู้ชายอีกหลายๆคน

“พวกเมิงออกมาที่หน้าห้องน้ำเดี๋ยวนี้ใครหนีพวกเมิงตายทั้งหมด-_-”

ตอนนี้ผมก็ยังงงกับเหตุการณ์อยู่แหละครับ

แล้วผู้ชายที่เดินออกมา ราวสิบคนก็เดินออกมาที่ละคนอย่างหงอยๆ

แล้วทุกคนก็ใส่ชุดนักเรียนประมาณปีสามปีสี่เสียด้วย

แล้วเธอก็ออกมาเป็นคนสุดท้ายพร้อมกับไม้กวาดทางมะพร้าวออกมา

ด้วยแล้วเธอมายืนข้างกระผมขอรับ ตัวเธอสูงชะมัด ประมาณร้อยหกสิบกว่าๆได้มั้ง

“ทุกคนนั่ง”เธอพูดเสียงเข้ม ทุกคนก็ทำตาม ไม่น่าเชื่อว่าคนตัวเล็กอย่างเธอ

เวลาแบบนี้ดูมีอำนาจมากขนาดนี้

“เฮ้อฉันจะทำอย่างไงกับพวกแกดีเนี่ย”เธอพูดแล้วเดินไปมองหน้าคนที่นั่งทุกคน

อย่างเอาเรื่อง

“ส่งห้องปกครองดีมั้ย-_-”

“ไม่นะครับTOT”รู้สึกเสียงจะพร้อมเพรียงกันเปะด้วยความกลัว

“แล้วใครใช้แกมาสูบบุหรี่แถวนี้เล่า เข้าห้องเรียนก็ไม่เข้า ไอ้พวกเวรนี่”เธอพูดใส่ปาวๆ

แถมเหวี่ยงไม้กวาดทางมะพร้าวร่อนผ่านหัวพวกนั้น แบบเฉียดๆ เห็นแล้วเสียวแทน-_-;;

หน้ากลัวแฮะ

“ฉันบอกแล้วว่าให้ไปสูบที่อื่นอย่ามาสูบที่โรงเรียน –O- ถ้าเมิงไปสูบใต้ต้นไม้กรูจะไม่ว่าเลย

โลกจะได้ไม่ค่อยร้อน เพราะต้นไม้ซึมซับ-_-”

น่าน...มีสอน-_-

“ฮานาเบะไอ้นี่นี่ตัวนำ เดี๋ยวแม่ตีพุงแตก”เธอใช่ไม้ชี้ไปที่คนที่ท่าทางจะอ้วนมากที่สุด

และรู้สึกจะกลัวเธอมากี่สุดเพราะสังเกตจากลักษณะตัวของมันสั่นอย่างกับแผ่นดินไหว

ป๊อก! แล้วเธอก็เคาะหัวฮานาเบะหนึ่งที

“ไปได้แล้ว เหม็นขี้หน้า”

“คร้าบ”แล้วมันก็วิ่งหนีไปราวกับพายุ

แล้วเธอก็จบลงด้วยการตีหัวทีละคนแล้วเธอปล่อยตัวไป

“เธอไม่กลัวมันจะมาทำอีกเหรอ”ผมถามเธอ

“ช่างเถอะฝ่ายปกครองเขารู้หมดแหละ เพราะในโรงเรียนมีกล้องทุกตัว”เธอว่าแล้วเดินนำหน้าผมไป

O_Oงั้นห้องน้ำที่ผมเพิ่ง เข้าไปเมื่อเช้าเขาก็รู้หมดนะสิ

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก o>O<o

“เอ๊ะ เดี๋ยวสิ”เธอดึงแขนผมมาชิดกับตัวเธอ เพราะอะไรไม่รู้ มันทำให้ผมเขินขึ้นมากะทันหัน

เธอหยิบอะไรมาไม่รู้แล้วใช้แขนคล้องจากข้างหลังของผมทำให้ผมได้กลิ่นโคโลญอ่อนๆของเธอ

ขณะที่ผมมัวแต่ดมโคโลญจากมือเธอ(แบบแอบๆ) เธอก็ใส่อะไรบางอย่างที่คอผม

มันเป็นสร้อยที่คล้องแหวนสองวง เป็นลายที่แปลกมากจนผมผมคิดว่าเป็นลายโบราณแต่ก็ดูมีสมัยเหมือนกัน

“นี่สร้อย ^^ ฉันให้พวกนายที่ละคนจนเหลือนายแล้วล่ะ”เธอว่า

ให้ตาย ผมเพิ่งเห็นเธอยิ้มก็วันนี้แหละ เธอยิ้มสวยกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก

ยิ้มที่สดใส.......จน........

ผมไม่อยากเผื่อแผ่ให้ใครเลยละ

“แค่นี่พวกนายก็เป็นเพื่อนฉันเต็มตัวแล้วนะ”พอเธอพูดเสร็จเราก็เดินกลับบ้านด้วยกัน

โดยมีผมเธอนาเสะ ชีบะ ยามาดะ ซีโร่ และรุ่นพี่โซระ

“เอ่อ ซันถามอะไรหน่อยได้มั้ยนะ”นาเสะพูดชื่อเล่นของซากุระได้อย่างสนิทสนม

เพราะเธอเป็นคนบอกพวกเราอย่างนี้ ดูไปชื่อเธอเหมือนผู้ชายเลยแฮะ-_-

“ว่า”

“ถ้าเรามีแฟนจะต้องทำอย่างไง”นาเสะว่า

“นอนกับแฟน-_-”

“O_Oเฮือก”นี่คือสีหน้าของเราเหล่าผู้ชายที่เดินรอบตัวเธอรวมถึงรุ่นพี่โซระด้วย

คำตอบสั้น ได้ใจความมาก คุณเธอ-_-

“มะไม่ใช่หมายถึงเธอจะตัดสิทธิ์ออกจากกลุ่มรึเปล่า”

“ไม่หรอกแต่ต้องขอให้เรารู้หน่อยว่าใครเป็นแฟนพวกนาย เพื่อง่ายต่อการสอบสวนเรื่องแต่ละเรื่อง

เพียงแค่นายให้แหวนที่คู่กันนั้นให้เอาแหวน หนึ่งวงมาให้แฟนพวกนายใส่ซะจะได้รู้ว่าใครเป็นสัตว์เลี้ยงใคร-_-”

ดูเธอพูด ทำอย่างกับแฟนเป็นหมา-*-

“ง่ะ-_-งั้นเธอก็ต้องให้แหวนกับแฟนเหมือนกันนะสิ”นาเสะว่า

“จำไว้มันเป็นสัญลักษณ์ประจำกลุ่มถ้ามีแฟนอยู่กลุ่มเดียวกัน ก็แลกแหวนกันคนละวง

ถ้าจะเลิกกันก็เอาแหวนคืน หวังว่าพวกนายคงจะไม่เป็นแฟนกันเองหรอกนะ-_-”

-_-ดูความคิดเธอ อยากโดดลงจากเก้าอี้นักเรียนเหลือเกิน-*-พวกผมแมนทั้งแท่งนะ

“ปากดีนะเธอ นี่เดี๋ยวปั๊ด -_-^จับจูบ”ซีโร่พูดแล้วกอดคอซันที่หัวเราะร่า

“แล้วหลังจากนั้นฉันก็จะทำนายเป็นอาหารเย็นคอยดูสิ-_-”แต่การตอบของเธอน้ำเสียงมันน่ากลัวแฮะ

“เฮือกO_O”หน้าของซีโร่

“งั้นเธอก็ให้แหวนกับผู้ชายไว้เยอะแล้วละสิ”นาเสะพูด

“ไม่หรอก.........”คำพูดของเธอทำให้เราทั้งสี่หยุดนิ่ง

“ทำไมล่ะ”ทุกคนแทบจะหยุดเดินและถามพร้อมกัน

“ก็เพราะซันไม่เคยมีความรักอย่างนั้นนะสิ”พี่โซระเดินมาโอบไหล่น้องสาวแล้วพาเดินต่อ

“และพวกนั้นรู้ดีว่าใครทำน้องสาวฉันเสียใจมันคิดผิดแล้วละ”พี่โซระพูดเหมือนเป็นเรื่องตลก

แต่บรรยากาศมันช่างตรงข้ามกับความเป็นจริง




1ปีผ่านไป

“ตรงนี้มันต้องได้สอง นายทำผิดตั้งแต่ต้นแล้วนะ เอ นายเป็นพี่ฉันนะแค่นี้ทำไมยังไม่รู้เรื่องละคิระ”

เธอทำหน้ามุ่ยขณะที่เธอกำลังสอนการบ้านให้ผมที่ห้องทำงานละครับ

ผมแทบจะไม่รู้เรื่องเสียด้วยซ้ำ ทำไมนะเหรอก็ผมมัวแต่มองหน้าเธอจนไม่ได้ฟังเลยนะสิ^^

ตอนนี้ผมย้ายมาอยู่ที่บ้านแล้วละครับแต่ผมอยากเห็นเธอทั้งวันเลยอ้อนพ่อของเธอให้มาสอนพิเศษซะเลย

ได้อยู่กับเธออย่างนี้มีความสุขจัง

“นายทำไม่อีกครั้งทั้งหมด -_- ถ้าผิดแม้แต่ข้อเดียว ก็ทำใหม่”

“อ่า.....” ทำไมโหดจังฟระT_T

“เร็ว เดือนหน้าก็จะสอบปลายภาคมอต้นแล้วตั้งใจหน่อยสิ-_-”เธอหยิบสตรอเบอร์รี่ขึ้นมากิน

นี่กะกินยั่วผมนี่นา-_- หิวด้วย

“ซากุระจ๋า+_+”

“อะไรคิระ-_-”

“*_*อยากกินสตรอเบอร์รี่อะ”

“ทำให้ถูกหมดเสียก่อนแล้วจะให้กิน-_-แล้วแถมของขวัญอีกด้วย”

“จริงนะ@_@”

“เร็ว-_-”

“คร้าบ^^V”

ผมเริ่มต้นทำด้วยความตั้งใจ ทันที


สิบนาทีผ่านไป

โอ้ยทำไมมันยากอย่างนี้นะ สมองผมจะระเบิดอยู่แล้วนะเนี่ย-_-

ยี่สิบนาที

อ้ากกกกกกกกกกก ยากโว้ย>O< แถมโดนซันเขกหัวโทษฐานแอบอู้อีกต่างหากTOT

สามสิบนาที

ทำไมยิ่งคิดยิ่งงงฟระ สมองผมนี่มันสับปะรดเน่าจริงๆ -*-

สี่สิบนาที

แล้วผมก็เสร็จ อ้ากกกกกกกกมั่วแหลก>_<

“เสร็จแล้วไหนเอามาดูซิ”เธอว่าแล้วหยิบสมุดขึ้นมาดูแล้วเธอก็ทำหน้านิ่งไปเลย

จนผมกลัว.....กลัวจะผิดเลยอะT_T

“เป็นไงบ้าง”ผมถามเธอเมื่อเธอวางสมุดลง

“ก็ดี ถูกหมด”เธอหยิบสตรอเบอร์รี่ใส่ปากแล้วพูด

จริงดิO_O

“งั้นขอของขวัญนะ”

“บอกมาสิเดี๋ยวหาให้”เธอว่า

“เหรอ...”ผมพูดแล้วหยิบสตรอเบอร์รี่ขึ้นมากิน

“อืม”เธอพยักหน้า

“งั้นเธอไม่ต้องหาหรอกมันอยู่ที่ตัวเธอแล้วละ”

ผมพูดแล้วบรรจงริมฝีปากของเธออย่างนุ่มนวล หัวใจผมเต้นโครมครามดังกึกก้องเต็มหัวไปหมด

ผมกอดเธอจนแน่น แน่นจนจนผมได้ยินเสียงหัวใจเต้น...... ของเธอ เธอก็ใจเต้นเหมือนกับผมเลย

แล้วเวลาผ่านไปหลายนาทีจนผมละจากริมฝีปากเธอไป

“นายทำอะไรของนาย-*-”

“ของขวัญไง”

“รู้มั้ยนาย......”เมื่อฟังจากน้ำเสียงที่จริงจังของเธอทำให้ผมต้องเหลียวมอง

“นั่นมันจูบแรกในชีวิต และจูบแรกของฉันกับนาย”

“งั้นเธอเป็นแฟนกับฉันได้มั้ย”ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมไปกระซิบที่ข้างหูเธอ

แล้วผมก็ได้คำตอบของเธอในวันนั้น

แล้วผมกับเธอก็ได้เป็นแฟนกันผมทะนุถนอมเธอยิ่งกว่าไข่ในหินเสียอีก

ทำไมไม่รู้ผมถึงรักเธอมากขนาดนี้ เพราะเธอคงเป็นคนเดียวในชีวิตของผมแล้วละมั้ง

ตอนนี้เราก็คบกันได้สองปีมาแล้ว แล้วตอนนี้ผมอายุสิบเจ็ดแล้วละ

พ่อของผมเริ่มให้ผมดูแลกิจการที่ร้านบาร์ในย่านของโรงเรียนฟุโรคินเพื่อฝึกงาน

“จ๋าจ๊ะ ตอนนี้ฉันอยู่ในห้างข้างโรงเรียนนะ จ๋า จ๊ะ”

และผมก็ต้องปิดเรื่องนี้ไว้เงียบๆเธอเพราะผมกลัวเธอเกลียดผมนะสิ

แล้วตอนนี้เราก็เปิดร้านแล้วมีวัยรุ่นเข้ามามาก ทำให้ผมต้องมาดูแลร้าน

อย่างเงียบโดยมานั่งจิบเบียร์ดูร้านอยู่เงียบๆ

“ท่านคิระครับเอ่อผู้หญิงโต๊ะนั้นเธอส่งจดหมายมาให้ครับ”

บ๋อยที่อายุแก่กว่าผมพูดแล้วส่งจดหมายมาให้ผม ผมก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะ

ที่เขาเรียกผมแบบนั้นแต่มันช่วยไม่ได้นี่

“ขอบคุณครับ”ผมขอบคุณเขาแล้วผมให้เขาไปทำงานตามสบาย ผมจึงเปิดการ์ดขึ้นมาอ่าน

ก็แค่การ์ดยั่วผู้ชาย ‘ชวนไปนั่งที่โต๊ะ’เรื่องอะไรที่เขาต้องไปตามเอเธอต่างหากที่ต้องตามผม

ผมมองไปที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามที่ออกไปสองสามโต๊ะ ผมได้แต่ยิ้มแล้วยกแก้วเบียร์ทักทาย

รู้สึกผู้หญิงคนนั้จะมากับเพื่อนสินะ จัดได้ว่าน่ารักทีเดียว แต่สู้ซากุระของผมไม่ได้หรอก

ผู้หญิงคนนั้นมองมาทางผม ผมก็มองเอกลับแล้วไม่นานเธอก็เดินมาที่โต๊ะของผม

“ขอนั่งด้วยได้มั้ย”

“ได้สิ”

ผู้หญิง ที่เสนอตัวให้ผมแบบนี้มีเยอะไป ถึงพวกเธอจะเคยยุ่งกับผม

แต่ผมไม่เคยเอาพวกเธอมาเก็บในสมองซักครั้ง

“เธอมีแฟนรึยัง”

“แล้วเธอคิดว่ามีมั้ยละ”

“มีสินายออกจะดูดี”

ท่าเพิ่มคามว่าหล่อจะ ยินดีเป็นอันมาก-.,-

ผมยิ้มให้เธอ หน้าที่แสนจะดื้อรั้นของเธอ ทำให้ผมนึกขำ ไม่มีใครเหมือนเธอเลยซักคนเลย

แล้วเราก็จบลงด้วยการมีอะไรกัน

วันรุ่งขึ้นผมก็มาดูแลร้านเหมือนอย่างเก่าแต่วันนี้ผู้หญิงคนนั้นก็มาอีกครั้ง

“คิดถึงคุณจัง”อยู่เธอก็มากอดแขนผมแล้วก็จูบปาก รสชาติของเธอ

มันจืดชืดจริงๆ--_
--
“วันนี้ต่ออีกมั้ย”เธอพูดออกมาแล้วคลอเคลียกับผม เหมือนแมวชะมัด

“ต่อที่โรงฆ่ามั้ยล่ะฉันแนะนำ”เสียงคุ้นๆมันทำให้ผมต้องหันไปมอง

“ซัน!” ผมร้องออกมาเมื่อเห็นร่างสูงระหง สีหน้าบูดบึ้งตลอดเวลาแต่เธอก็ยังสวย

“แปลกใจมากนักหรือไงจ๊ะคิระจ๋า-_-”ถึงคำพูดจะไม่หน้ากลัวแต่สีหน้าเธอตอนนี้หน้ากลัวมากกว่า


---___________---^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

กกกกกกกกกกกกกกก หน้าเธอนิ่งสงบสยบทุกสิ่งที่เคลื่อนไหวจริงๆTOT

“ไม่ยักรู้ว่านายจะมีคู่นอนกะเขาด้วย เมนูนี้น่าสนใจนะเดี๋ยวฉันลองเอาไปใช้บ้าง-_-”

เธอพูดประมาณว่า

ถ้าลุกหนีมึงตาย!

“นังนี่มันใครค่ะ”ผู้หญิงที่นั่งข้างผมพูดอย่างถือดี แต่คุณเธอไม่รู้อะไรเสียบ้างเลยเธอกำลังคุยกับปีศาจชัดๆ

“นังคู่นอนของนายนี่ปากกล้าจริงนะ”เธอพูดยิ้มๆ แต่สำหรับผมในตอนนี้มันเหมือนยิ้มพิฆาตตายไม่เป็นศพแน่ๆ-*-

“ใครบอกเธอว่าซินดี้เป็นคู่นอนของคิระ ซินดี้เป็นแฟนของคิระ”

ผมเพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าผู้หญิงก็โมเมเก่งเหมือนกัน แต่เอ๊ะเธอชื่อซินดี้เหรอ

(โธ่ นอนกับเขาทั้งคืนดันไม่รู้ชื่อเขาซะงั้น)

“ถ้าเธอเป็นแฟนของคิระฉันก็เป็นคู่หมั้นของคิระแล้วนะสิ”เธอพูดเหมือนจะเบื่อๆแล้วนั่งข้างผม

“อะไรนะ ไหนว่าคิระบอกว่าไม่มีแฟนไงคะ”เธอเริ่มสาวเรื่องมาถึงผมแล้วไงละ

“ใครบอกว่าคุณว่าผมไม่มีแฟน คุณคิดไปเองมากกว่า”

“กรี๊ดดดดดดดดดดด”

“จะกรี๊ดหาไส้เดือนอะไรยะ!”ซันตวาดใส่ยัยซินดี้

“แก...เรื่องมันไม่จบแค่นี้หรอกอยู่ดีๆแกจะมาเอาคนของฉันไปได้ไง”

ซินดี้รู้สึกจะเสียงเหมือนนกหวีดเลยนะขี้หูผมจะเป็นไส้เดือนเต้นแทงโก้อยู่แล้ว-*-

“นายเมคยาใส่ยัยลิ้นปี่นี่รึเปล่าคิระคุง-*-ดูแปลกๆนะ”(เขาชื่อซินดี้:ผู้แต่ง)

“อีร่าน เที่ยวจับผู้ชายไปทั่ว อย่ามายุ่งกับผัวของฉัน”

เอาแล้วไงละครับยัยซินดี้หาว่าผมเป็นสามีเฉยเลย ทั้งๆที่ผมเพิ่งหมั้นกับซันเมื่อสองเดือนก่อนนี่นะ

ซ่า!

ซันสาดน้ำใส่ยัยซินดี้จนเปียกปอนเต็มไปหมด

รู้สึกว่าซันจะรู้สึกตงิดมานิดๆแล้ว ดีนะที่เธอแค่สาดน้ำ เพราะถ้าเป็นผู้ชายเธอคงเอาแก้วลอยไปด้วยแน่ๆ-*-

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

“กรี๊ดทำแรดอะไร- -”ซันพูดแล้วโยนแก้วน้ำพันช์มาที่ตักผมแล้วเท้าสะเอวท้าทายยัยสินเชื่อ

เอ๊ยเธอชื่ออะไรหว่า-_-a (กรรมจำไม่ได้ทั้งคู่)

“แกกับฉันต้องเจอดีแน่”

“มาที่บ้านฉันได้เดี๋ยวฉันจะรอ ย่านฟุโรคิน แล้วบอกว่าจะพบคนชื่อซันเพราะที่นั่นมีบ้านฉันบ้านเดียว”

ก็แหงสินั่นมันย่านแก๊งของเธอนี่-*-

“แกได้เจอดีแน่”ซินดี้พูดทิ้งท้ายแล้วเดินออกไป

“เดี๋ยวเธอก็ได้เจอตีนฉันเหมือนกัน-_-”

ซันพูดทิ้งท้าย

คราวนี้ซันเปลี่ยนจุดมาที่ผมแล้วละครับ

บรึ๋ย-_-;

“ถ้านายทำแบบนี้อีกนายเตรียมตัวยกเลิกเป็นคู่หมั้นกับฉันได้เลย”เธอพูดแล้วไม่มองหน้าผมอีก

“ซันฉันก็แค่เล่นๆนะเธออย่าโกรธฉันเลยนะ”ผมเข้าไปโอบกอดเธอแต่เธอก็แกะมือผมออก

“ถ้ายัยซินดี้อะไรนั่นทำครอบครัวฉันไปอะไรไปนายอย่าได้มายุ่งกับฉันเชียว”เธอพูดอย่างเคร่งเครียด

“ถ้านายปล่อยผู้หญิงของนายมายุ่งกับครอบครัวของฉันนายอย่าได้คุยกับฉันอีกต่อไป”

สองวันผ่านไปเสียงโทรศัพท์ก็ปลุกผมแต่เช้าผมรับโทรศัพท์อย่างช้าๆ

“ฮัลโหล”

“นี่คิระมาที่บ้านฟุโรคินเดี๋ยวนี้ซันมันจะฆ่าคนแล้ว”เสียงของพี่โซระดูเหมือนจะร้อนใจมากมันทำให้ผมตกใจ

จนกระเด้งตัวออกมาไม่ต้องคิดชีวิตเลยทีเดียว

“แกรู้มั้ยว่าฉันเป็นลูกของใคร ฮะนี่แม่เหรอ สวยดีนี่แต่แม่แกจะต้องเสียดโฉมแน่ๆ”

“ทำไมเรื่องแค่นี้ทำเหมือนคนที่ขาดผู้ชายไม่ได้เสียจริง-*-”

ซันกำลังพูดเมื่อพูดคุยกันธรรมดา กับซินดี้ที่วันนี้บุกมากับพวกผู้หญิงอีกหลายคนถึงบ้านฟุโรคิน

“อย่ามาโย้เย้ถ้าเธอยอมกราบเท้าฉันแล้วยกคิระมาให้ฉันฉันจะปล่อยแม่แก”

“แก๊งกรรไกรเขาใช้วิธีนี้แย่งผู้ชายกันเหรอเนี่ยช่างน่าสมเพช”

แก๊งกรรไกร นั่นมันแก๊งของโรงเรียนตรงข้ามของโรงเรียนเราและเป็นคู่อริกับซันนี่

“เหรอ”

“แต่บ้านแกใหญ่ดีนะแสดงโกงคนอื่นเยอะละสิ”

“อย่ามาว่าครอบครัวฉัน และอย่าทำฉันโมโห”

“หรือมันไม่จริง”

“ก็ไม่ใช่นะเซ่!” อยุ่ดีเธอก็ใช่ความเร็วในการกระโดดเตะมีดทำให้ท่านญารินพ้นจากคมมีดออก

แต่ในขณะนั้นเธอก็เตะหน้ายัยซินดี้ด้วย

“แกต้องการอะไร”

“ต้องการเห็นแก๊งในโรงเรียนของแกเป็นทาสโรงเรียนฉันนะสิ”

“ฝัน”ซันพูดแล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้อง

ปัง!

“ซันระวัง”นั่นคือเสียงของแม่ซัน

“กรี๊ดดดดดดดดดดดด”เสียงนั่นต้องทำให้เธอหันไปมอง

แม่ของซากุระตาเบิกโพลง ร่างกายค้างเติ่งในอากาศท่ามกลางเสียงร้องกรี๊ดจากพวกแก๊งกรรไกร

เลือดไหลรินที่หน้าอกด้านซ้ายอย่างเหมาะเจาะ และมมันจะปลิดชิวิตเธอเพียงไม่กี่วินาทีนี้แล้ว

ซันรีบไปรับแม่ของเธอที่ทรุดตัวลงมา

“แม่ขอโทษ…ที่บังคับ…”คำพูดที่แผ่วเบาเหมือนอากาศรอบตัวไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป ผ่านไม่ถึงวิ

ร่างของเธอก็แน่นิ่งเหมือนละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง

“แม่!”ถึงเสียงของซันจะดังมากเท่าไหร่ เธอก็ไม่สามารถเรียกชีวิตแม่ของเธอกลับสู่ร่างได้

“หึๆๆ”เสียงหัวเราะอันหน้ากลัวของเธอทำให้ทุกคนในแก๊งกรรไกรต้องชะงัก

“ล้อมมันไว้ค่ะ”เธอพูดเบาราวกับเสกคาถา

พรึบเดียวบอดี้การ์ดหลายสิบคนเล็งไซเฟิลมาที่แก๊งกรรไกรจนหมด

“ไม่นึกนะว่าเธอจะใช้ปืน ทำไมไม่บอกละฉันจะได้เล่นด้วย”ซันพูดแววตาเหมือนคนไม่มีชีวิต

ไม่ใช่สิ ไม่ใช่คนมากกว่า

“กะ แกเป็นยากูซ่างั้น ระ หรอ”ซินดี้ที่ถือปืนสั่นงกๆถามอย่างกลัวๆ

“ใช่แล้ว แกฆ่าภรรยาหัวหน้าแก๊งนี่รู้มั้ยมันจะมีโทษแค่ไหน”

ซันดึงไม้จากโต๊ะขึ้นมาแล้วยืดยาวออกเป็นไม้กระบองสีดำ

ไม่ทันได้พูดซันเหวี่ยงไม้ไปโดนที่ท้องของซินดี้จนจุกแล้วจัดการกับทุกคนทีละคน

ไม่นานก็มีผู้หญิงนอนหมอบใต้แทบเท้ากันเป็นสิบ เธอเดินมาที่ซินดี้แล้วจิกหัวขึ้นมา

“แกมันสำคัญตัวผิดไป แต่แกก็ไปเคลียร์กับคิระให้จบก็แล้วกัน เพราะฉันจะไม่ยุ่งกับตานั่นเป็นอันขาด

สืบเนื่องก็เพราะเธอ! เธอทำแม่ฉันตาย ”ซันตะคอกใส่ซินดี้ที่ไหว้มือของโอกาส

แต่ซันไม่ฟังใครอีกแล้ว ซันลากเธอไปที่กำแพง ดึงหัวซินดี้ให้ไปชนกับกำแพงอย่างแรง


ปั่ก

“เป็นไงรู้สึกเข้ากะโหลกของแกบ้างมั้ย!”พูดเสียงเย็นเยียบเหมือนคนบ้าของซันนั้นมันทำซินดี้กลัวจับใจ

ปั่ก

“รสชาติของความตายของแกยังไม่มาถึงหรอก แกต้องมาทดแทนชีวิตแม่ของฉัน”

ซันพูดเบาๆที่หูของซินดี้ที่ร้องไห้อย่างเจ็บปวดที่หน้าผากของเธอเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน

ปั่ก ปั่ก!

เลือดไหลติดกำแพงเหมือนกับหน้าและเสียงร้องระงมของซินดี้ไม่สามารถกระทบจิตใจของซันได้เลย

ถึงเสียงจะเจ็บปวดรวดร้าวมากเพียงใดแต่มันก็สู้ความรู้สึกของซันตอนนี้ไปไม่ได้เลย เมื่อเทียบกันแล้ว

เพี๊ยะ!
“พอแล้วซัน พอแล้ว เลิกบ้าเสียทีนี่เธอกลังจะฆ่าคนอยู่แล้วนะ!”คิระที่เพิ่งมาถึงก็ดึงตัวซันไว้แต่ซันก็สะบัดตัวออก


“ไปไกลๆจากฉัน!”เธอพูดแล้วเดินไปนั่งอยู่ใกล้ๆแม่ของเธอ

“แม่จ๋าแม่ตื่นขึ้นมาสิ แม่ไม่ได้โดนยิงซะหน่อย แม่ใครทำแม่เลือดออกนะ คนนั้นใช่มั้ย

หนูอาเลือดมันมาแล้วนะแม่ แต่มันไม่ตายอะแม่ แต่ทำไมแม่ต้องไปด้วยละ แม่กลับมาลูบหัวหนูสิ แม่

แม่กลับมาสิ แม่!”
ซันใคร่ครวญน้ำตาคลอแล้วโยนข้าวของใส่พวกแก๊งกรรไกรอย่างบ้าคลั่ง

“แม่! ถ้าแม่ไม่ตื่นหนูจะไม่แต่งงานนะ หนูจะยกเลิกหมั้น สัญญาเป็นอันว่าขาดนะแม่

หนูจะหนีออกจากบ้าน แม่ ตื่นสิ!”

ถึงเสียงจะสั่นแต่เธอก็ไม่เล็ดลอดน้ำตาออกมาแม้แต่น้อยเธอกอดแม่ของเธอไว้อย่างนั้น

“มาสิแม่ตื่นขึ้นมา แม่ถ้าแม่ไม่ตื่นหนูไม่ทำตามสัญญานะ หนูทำจริงนะแม่”

ร่างอันไร้วิญญาณ นอนอย่างเงียบสงบและไม่มีสิ่งตอบรับใดๆจากท่านญาริน

ท่ามกลางเสียงร้องระงมของแก๊งกรรไกร

แต่แล้วโซระพี่ชายของเธอก็วิ่งเข้ามาแต่เมื่อเห็นสภาพของแม่ตัวเองถึงกับนิ่งแล้วเดินมาหาแม่ของเขาทันที

“แม่เราเป็นอะไรซัน แม่”โซระพูดเหมือนคนใจลอย น้ำตาลูกผู้ชายรินไหลออกมาเป็นสายเมื่อเห็นร่างอันแน่นิ่ง
ของผู้เป็นมารดา
“แม่ของเราตายแล้วพี่โซระ ลูกของแก๊งกรรไกรมันยิงแม่ของเรา”น้ำเสียงนิ่งสงบของซัน

มันทำให้ความโกรธของโซระครุกกรุ่นดั่งเพลิงเผาผลาญ

“มันเป็นใคร!”เสียงดังของโซระทำให้ผู้หญิงของพวกแก๊งกรรไกรยิ่งร้องไห้หนักของไปอีก

ซันค่อยๆเดินไปที่ซินดี้ที่นอนร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด จากบาดแผลตามร่างกายที่บอบช้ำ

“โอ๊ย ฮึก ฮือซากุระ”

“ไม่ต้องบอก ฉันรู้ชื่อตัวเองดีว่าฉันเป็นใคร ก็ดีกว่าคนที่ไม่เจียมแล้ว ทำตัวก่อเรื่อง”

ซันพูดที่ข้างหูของซินดี้นั้นเยียบเย็บจับใจ

“พ่อ....”แต่เสียงก็แข็งกระด้างอย่างพยาบาทเมื่อคิดว่าพ่อจะช่วยเธอได้

“อ๋อจะให้พ่อมาเคลียร์ ไม่ต้องกลัวฉันเรียกแน่ แกโทรหาพ่อแกเลยมั้ย โทรสิ แล้วฉันจะคุยให้”

ตรงกันข้ามเธอไม่กลัวเลยซักนิด คำพูดที่เหมือนปีศาจของเธอทำให้ซินดี้ที่ยืนสั่นอยู่ต้องรีบติดต่อทันที

“ฮัลโหล.........ฉันเป็นใครนะเหรอ ฉันซากุระ ฟุโรคิน แกน่าจะรู้ว่าฉันเป็นใคร

และแกคงไม่อยากยุ่งกับฉันใช่ม้า แต่ความสงบสุขของแกมันคงไม่มีอีกแล้วละ

ลูกแก อยู่ในโรงเรียนตรงข้ามกับโรงเรียนฉันใช่มั้ย ลูกแกตั้งแก๊งเหมือนแก๊งพ่อมันด้วยแหละ

น่าสมเพช ตอนนี้ลูกแกจะตายแหล่ไม่ตายแหล่ในบ้านของฉันแล้ว รีบมานะหัวหน้าแก๊งกรรไกร หึ”

แล้วซันก็เขวี้ยงโทรศัพท์ของซินดี้ใส่คนที่พยายามจะหนีออกไปจากบ้านฟุโรคินอย่างแรง

“ไม่ดี ไม่ดีทิ้งเพื่อนของเธอกันได้อย่างไรเนี่ย ซิดี้เหงาแย่”ซันพูดหัวเราะเหมือนคนบ้า

แล้วเธอก็ลากซินดี้มาที่โซระและร่างอันแน่นิ่งที่นอนอยู่บนพื้น

ปั่ก

ซันเหวี่ยงหัวซินดี้กระทบกับพื้นกระเบื้องอย่างแรงและพอดีที่เท้าแม่ของเธอก็อยู่ตรงนั้น

“นี่แม่ฉัน แกจำไว้ด้วยเนี่ยแหละภรรยาหัวหน้าแก๊งฟุโรคินที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น หึ รู้ไหม

แกทำอะไรลงไป ฉันฟันหัวแกออกมาอยู่กับแม่ของฉันดีมั้ย ฉันจะได้ขวักมันสมองของแกออกมา

ว่าแกคิดบ้างรึเปล่าว่าการใช้ปืนมันรุนแรงแค่ไหน”

พลั่ก!

แล้วเธอก็เตะเสยข้างซินดี้ที่ร้องไห้อย่างดังจนมันสลบไป

“รำคาญ ร้องอยู่ได้-_-พี่แจซุคะไปเรียกรถพยาบาลแล้วกักตัวยัยพวกนี้ไว้ด้วยโดยเฉพาะยัยสิ้นคิด

พ่อฉันจะมาพรุ่งนี้พร้อมกับพ่อของมัน แล้วคิดบัญชีทีเดียว ใครยึกยักซ้อมให้สลบแล้วหมายหัว

รุมโทรมได้เลย”ซันพูดแล้วเธอผ่านคิระไปเหมือนกับเขาที่ไม่มีตัวตน

“ซัน”คิระพยายามดึงตัวซันไว้
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » อาทิตย์ 09 พ.ย. 2008 7:24 am

ตอน ๑๑ อวสาน


“ฉันขอนะคิระ ฉันทำตามสัญญาไม่ได้แล้ว ผู้หญิงที่นอนกับนายมันฆ่าแม่ฉัน ฉันรับไม่ได้”

ซันแกะมือผมออก

ทำไมทั้งๆที่เรารักกันแต่ทำไมยังมีมารมาขัดขวางเรา

“ซันให้โอกาสฉันซักครั้งซันเธอรักฉันไม่ใช่เหรอ”

ซันหันหน้ามาอย่างกับรู้เหตุนั้นดี

“รัก มันหมายความว่าอย่างไรเหรอคิระ”

คำพูดของเธอทำผมแทบหมดเรี่ยวแรง และไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด

“ฉันไม่รู้เลยว่าความรักเป็นอย่างไร เพราะฉันไม่เคยรักใคร......นอกจากครอบครัวตัวเอง”

“เธอ ที่เธอพูดหมายความว่าอย่างไร”ผมรู้ตื้อไปหมด เหมือนมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งกำลัง คืบคลานเข้ามา

“ฉันไม่เคยรักนาย ไม่เคยคิด”เธอพูดอย่างนิ่งสงบ

“ทำไมเธอรักฉันไม่ใช่เหรอ”

“ที่ผ่านมาฉันเคยบอกว่ารักหรือไง” เมื่อได้ฟังคำนี้ทำผมพูดไม่ออก เธอไม่เคยบอกรักผมจริงๆซักครั้ง

“แล้วเธอคบกับฉันเพื่ออะไร”

“พ่อของนายขอฉันให้เป็นคู่หมั้นตั้งแต่เด็กแล้ว ซึ่งแม่ฉันก็ขอให้ฉันหมั้น เพราะแม่ฉันชอบนาย
ฉันทำตามสัญญาเพราะแม่อยากเห็นฉันในชุดงานหมั้นและงานแต่งในอีกสองเดือนเพราะแม่ฉัน

เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่แม่ฉันไม่อยู่แล้ว ไม่จำเป็น ที่จะต้องทำตามสัญญา”

“มันไม่เกี่ยวกันนะ”

“ฉันถือว่าสัญญาเมื่อสูญสลายไปแล้วสัญญาก็ไม่เป็นผลอีกต่อไป..........................

ฉันขอโทษนะ...........ที่ฉันรักนายไม่ได้................และไม่ได้รักนาย”

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เงียบงัน หัวใจมันแน่นเหมือนโดนบิดเป็นเกลียว และเหมือนจะสลายให้ได้

เมื่อเธอถอดแหวนที่นิ้วออก มันเป็นแหวนหมั้นของผมกับเธอตอนวันหมั้น

เธอวางไว้กับโต๊ะรับแขกแล้วเดินจากไป

ปั่ก พลั่ก ตุ้บ

อั่ก!

“พอได้แล้วซันลูกพ่อ ลูกอย่าเอามือมาเปื้อนเลือดจากการฆ่าคนตายเลย มันยังไม่ถึงเวลา”

ท่านเซกิจับไหล่ของซันที่สั่นเทาด้วยความโกรธลงนั่งกับเก้าอี้ลูกฟูกในห้องโถงบ้านฟุโรคิน

ซิ้นดี้ที่นอนสลบแน่นิ่ง และ ทาซะงาวะผู้เป็นพ่อของซินดี้ที่ได้แต่นั่งมองลูกจนแทบจะร้องไห้

“ว่าไงทาซะงาวะลูกเป็นอย่างนี้ควรทำอย่างไร จะโดนยุบแก๊งหรือฆ่าเมียของแก”

แต่มันหน้าซีดเป็นไก่ต้ม และสั่นงักๆเหมือนปลิงโดนขี้เถ้า

“ว่าไงเล่า!”ท่านเซกิตะคอกจนทาซะงาวะสดุ้ง

“ยะ ยุบขอรับ”ชายวัยกลางคนมองลูกสาวที่นอนราบกับพื้นและหายใจรวยรินอย่างเจ็บปวด

“มันหน้าจะฆ่าแม่ของมัน -_- มันจะได้รู้ว่าแม่โดนฆ่ามันเป็นอย่างไร”ซันพูดขึ้นมา

“อย่าเลยครับผมกราบเถอะ”

“อย่ามากราบ คุณแก่กว่าฉัน”ซันพูดเมื่อทาซะงาวะคลานเข้ามาจะกราบที่เท้าของเธอ

“คราวนี้ฉันจะปล่อยแกไป ถ้าเมิงยังไม่ยุบแก๊งฉันจะไปถล่มให้ราบคาบ”ท่านเซกิพูดน้ำเสียงเด็ดขาด

“ไปเลยทั้งพ่อทั้งลูก เห็นแล้วรำคาญ”ซันพูด ทาซะงาวะแทบจะอุ้มลูกของตัวเองวิ่งไปทันที

“พ่อคะหนูไม่ทำตามสัญญาแล้วนะคะ หนูตีหน้าสดใสเพื่อแม่ไม่ได้อีกแล้วขอหนูออกไปอยู่คนเดียวได้มั้ยคะพ่อ”

“พ่อเป็นห่วงลูกนะ”

“พ่อจะรู้ข่าวสารหนูได้ทางอีเมล์เดี๋ยวหนูส่งไปให้นะคะ แต่พ่ออย่าบอกใครนอกจากครอบครัวของเรานะคะ”

“หนูไปละคะ”

“เดี๋ยวลูก”

“อะไรคะ”

“สุขสันต์วันเกิดนะลูก”

“ค่ะ”

แล้วเธอก็เดินจากบ้านฟุโรคินไป ทำให้ท่านเซกิใจหายไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ซากุระลูกของเขาจะได้อยู่กับเขาอีก

เมื่อไหร่.....

“พวกผมมาหาซากุระครับ”นาเสะ ซีโร่ ยามาดะ ชีบะมาที่บ้านของซากุระเมื่อสองชั่วโมงหลัง

จากที่ซากุระไปแล้ว และมีคนที่สำคัญ คิระที่มาเหมือนคนที่ไม่มีชีวิตจิตใจเดินเข้ามาเจอท่านเซกิพ่อของซากุระและโซระ

“ซากุระไม่อยู่แล้ว”

“ทำไมละครับ”คิระพูดขึ้น

“ซากุระออกไปอยู่คนเดียวแล้ว”

“รู้มั้ยครับที่ไหน”

“นั่นเป็นเรื่องของซากุระเขา อยากรู้ตามหาเอาเอง”

คิระแถบจะหยุดหายใจ คนที่เขารักจากไปแล้ว

ไม่บอกลา แม้แต่คำพูดซักคำ

หมดความหมาย Blue dock

ต้องอยู่คนเดียวอีกครั้งไม่อยากจะฟัง เรื่องราว....ใดๆ

เฝ้าบอกกับใจที่อ่อนล้าว่าจบกันที ความรักที่ฉันทุ่มเทไป

ไม่มีเหลือ.....ไม่มีแล้ว ความหวังเป็นเพียงดั่งลมที่พัดไป

ผ่านเลยไปเพียงชั่วคราว

ได้แต่ฝัน ตื่นลืมตาไม่พบเธอ

เมื่อเธอไม่รัก ก็หมดความหมาย จะให้ฉันนั้นรอเธอคงไม่ไหว

ในเมื่อความรัก ไม่อาจจะบังคับใคร

นอกจากตัวฉันที่หลงรักเธอเพียงผู้เดียว

ไม่มีเหลือ.....ไม่มีแล้ว ความหวังเป็นเพียงดั่งลมที่พัดไป

ผ่านเลยไปเพียงชั่วคราว

ได้แต่ฝัน ตื่นขึ้นมาไม่พบเธอ

เมื่อเธอไม่รัก ก็หมดความหมาย จะให้ฉันนั้นรอเธอคงไม่ไหว

ในเมื่อความรัก ไม่อาจจะบังคับใคร

นอกจากตัวฉันที่หลงรักเธอเพียงผู้เดียว

เมื่อเธอไม่รัก ก็หมดความหมาย จะให้ฉันนั้นรอเธอคงไม่ไหว

ในเมื่อความรัก ไม่อาจจะบังคับใคร

นอกจากตัวฉันที่หลงรักเธอเพียงผู้เดียว

เธอจะรักใครก็ไม่ผิดไม่รักฉันก็ไม่ผิด

แต่ผิดที่ฉันนั้นรักเธอ

ผมผิดเองที่ผมไปรักเธอ ทำให้ผมกลับมาเจ็บเอง



Sun:say

แล้วฉันก็มีคนเลี้ยงหนังสือฉันแล้ว โฮ่ๆๆฉันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ของฟรี*O*(ตาแพรวพราว)

“ขอบใจนะไอ้น้องชาย”

“รู้สึกว่าฉันจะเป็นพี่เธอนะในเมื่อเธอเกิดวันที่17ธันวา ฉันเกิดวัน 26เมษา”

“นั่นมันก็เรื่องของนายฉันจะเรียกอย่างนี้มีไรมั้ย”

“อ่าT_Tไม่มี”

“ไปต่อเถิดชาวโลก”แล้วฉันก็เดินออกจากร้านหนังสือกับลาวาระหว่างทางที่ฉันเดินผ่านร้านไอศกรีมชื่อดัง

ที่มีหนุ่มสาวมาเดตกันที่นี่ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้ตั้งใจหันไปมองหรอกแต่มันมิ่งหนึ่งทำให้ฉันสะดุดตา

“นั่นคิมนี่”ฉันพูดขึ้นเมื่อเห็นคิมกำลังพูดคุยกับเด็กผู้หญิงประมาณมัธยมต้นอย่างสนิทสนม

“ไหน.....อ้อนั่นยัยเชอร์รี่นี่นาเห็นว่าตามจีบคิมอยู่นี่ จีบติดแล้วเรอะ”

“หน้าอย่างตาคิม มันมีคนชอบด้วยเรอะ-*-”

“ฮะเธอเป็นคนแรกที่ฉันได้ยินผู้หญิงว่าคนหล่อๆอย่างนี้นะ”

“ธรรมดาฉันเห็นคนหล่อกว่านี้ตั้งเยอะ”ฉันพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่ใจมันรู้สึกหวิวแปลกๆ

แล้วแก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วโทรออกทันที

“ฮัลโหลซันเหรอ”

“อืม”

“ตอนนี้เธออยู่ไหนละ”

“อยู่ที่ห้าง”

“อยู่กับใครเหรอ”

“อยู่กับลาวา”

“ไอ้หน้าตุ๊ดนั่นนะเหรอ”

“หยั่งกะหน้าของนายดีตายละ-*-”

“เธออยู่ห่างๆกับมันไว้เลยนะ”

“ไม่เรื่องลาวาอุตส่าห์เลี้ยงหนังสือฉันตั้งหลายเล่มฉันต้องเลี้ยงของตอบแทนหน่อยสิ- -”

“ไม่นะ>_<”

“ไม่รู้ละวันนี้ฉันต้องไปเที่ยวกับลาวา ทีนายยังเที่ยวกับเด็กได้เลย ฉันก็เที่ยวกับเด็กอื่นบ้าง”

“ไม่”

“หึๆอย่านึกว่าฉันโง่นะ ฉันรู้ ฉันเห็น”

“หมายความว่าอย่างไรอะ”

“หันมาดูหน้าร้านสิ”

ฉันยิ้มกับตัวเองพร้อมกับวางโทรศัพท์แล้วควงแขนลาวาเดินออกไปทันที

“ลาวาวันนี้นายอยากกินอะไร วันนี้ฉันเลี้ยง”

“จริงเหรอ”

“อืม”

“ฉันว่าไปกินพิชซ่าที่ทำเองแล้วถูกๆแถมอร่อยมากด้วยเธออยากลองมั้ยละ”

“ดีสิฉันไม่ค่อยได้กินพิซซ่าเลย”

แล้วเราทั้งสองก็เดินเข้ามาในซอยแคบที่คนออกจะพลุ่กพล่าน กินเครื่องเทศหอมอ่อนลอยมาตลอดทางเดิน

ในซอยข้างห้างที่เราเพิ่งเดินออกมา ลาวาพาฉันมาที่ร้านเล็กๆซอมซ่อแต่มีคนมากมายนั่งกันเต็มตรงหน้า

หน้าทุกคนก็มีพิซซ่าหลากหลายเต็มไปหมด

“ซันจะเอาอะไรละ”

“แล้วแต่ลาวาก็แล้วกัน”ฉันพูดยิ้มให้กับลาวาแล้วนั่งโต๊ะรอระหว่างที่ลาวากำลังยืนสั่งพิซซ่าที่หน้าร้าน

“ซัน มีอะไรที่เก็บไว้ในใจรึเปล่า”ลาวาพูดกับฉันเมื่อนั่งโต๊ะตรงข้ามกับฉัน

ทำไมฉันต้องมีอะไรด้วยละ”

“ฉันไม่เคยเห็นใครจะดูสุขุมเกินตัวแบบเธอมาก่อนเลยนะ”

“ฉันก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วนี่”

“ซันเธอเป็นเพื่อนฉันนะมีอะไรต้องบอกกันสิ”

“นายไม่จำเป็นต้องรู้”

“นี่เธอทำแบบนี้กับเพื่อนงั้นเหรอ”

“.......”

“ฉันขอบอกเลยนะ ไม่ว่ายังไงเธอยังมีเพื่อน ยังมีคนที่อยู่ข้างเธอเสมอนะ”

“อืม”

“ถ้าเธอทุกใจอะไรเธอบอกกับเพื่อนคนนี้ได้เสมอนะ”

“ขอบใจนะ”ฉันยิ้มให้กับลาวา

ความรู้ว่าเพื่อนนี่ มันพิเศษจริงๆ

แล้วคืนนี้ลาวาก็มาส่งฉันหน้าคอนโด และฉันเดินมาถึงหน้าห้องแล้วเปิดประตูห้องเข้าไป

ท่ามกลางแสงไฟสลัว จากแสงไฟยามราตรีจากข้างนอกสาดส่องเข้ามาภายในฉันเดินเข้ามาแล้วเอื้อมมือจะเปิดไฟ

หมับ!

ความรู้สึกมืออุ่นๆและหนากุมมือฉันไว้แน่นจากข้างหลัง และลมหายใจพ่นรดที่ปลายนิ้วของฉัน

ทำให้ฉันรู้สึกถึงคนๆนั้นได้ง่ายดาย

“นายมาที่นี่ทำไม”

“คิดถึง”สิ้นคำพูดของเขา เขาก็ดึงตัวฉันไปติดกำแพงแล้วโอบกอดอย่างโหยหา

ป๊อก! มันทำให้หลังของฉันไปสัมผัสกับสวิตซ์ไฟพอดี

แสงสว่างจากดวงไฟส่องพรึบ ส่องมาที่เราทั้งสองคน ซึ่งมีฉันและหนุ่มผมซอยไสลด์แบบแฟนชั่น

หน้าตาคมสันเกยที่ไหล่ของฉันแล้วโอบกอดฉันไว้

มันทำให้ให้ฉันกัดริมฝีปาก อย่างรู้สึกผิด..........

ผิดที่ไม่น่าทำลายความรู้สึกผู้ชายคนนี้เลย

“ปล่อยฉัน”

“.....”ไร้สิ้นเสียงคำตอบจากเขา

“คิระ”

“เรื่องราวที่ผ่านมามันเป็นแค่ฝันใช่มั้ย ฉันตื่นขึ้นมา ฉันยังรักกับเธออยู่ใช่มั้ย”

น้ำเสียงคาดหวังของเขาเหมือนทิ่มแทงฉันอยู่ตลอดเวลา มันเจ็บมาก ที่เห็นคนต้องมาเสียใจเพราะฉัน

“ไม่ใช่หรอกคิระ มันเป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว คิระนายปล่อยฉัน”

“ไม่จริงเธอหลอกฉันเล่นใช่มั้ย”

“ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานาน นายยังพิสูจน์ไม่ได้รึไง”

คิระคลายกอดฉันแล้วมองหน้าฉัน แววตาที่สั่นไหวของเขา มองฉันอย่างเสียใจ

“นายมีธุระอะไร”ฉันพูดแล้วนั่งลงกับโซฟา

“เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ”เสียงคิระพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“กลับไปรักนายแบบหลอกๆนะเหรอ”

“เธอโกรธที่ฉันไปนอนกับผู้หญิงอื่นเหรอ”

“เปล่า”

“เธอยังรักฉันอยู่ใช่มั้ย”

“ที่นายเห็นอยู่นี่มันเป็นความรักรึเปล่าละ”ฉันหันไปถามคิระเรามองตากันอยู่นาน

“...........”

“ฉันขอโทษนะคิระ”

“.......”

“ที่ฉันหลอกนาย”

“........”

“ทั้งๆที่ฉันเคยคิดว่าซักวันฉันคงจะรักนาย เหมือนที่แม่หวังไว้”

“...........”

“แต่ฉันไม่มีความหวังจากแม่ มันคงเป็นไปไม่ได้”

“เธอนี่ใจดำเนอะ”เสียงคิระราบเรียบและดูเย็นชา

“ฉันขอโทษ”

“แต่ในที่สุดยังไงเธอก็ต้องเป็นของฉันด้วยความเต็มใจให้ได้”

“......”แววตาของคิระทำให้ฉันตกตะลึง เขาไม่เหมือนคิระคนเก่าอีกแล้ว

คิระที่ร่าเริง ไม่มีอีกแล้ว เขามีแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง

ไม่มีอีกแล้ว แววตา.................ที่อ่อนโยน

“ฉันรักเธอนะ รักเธอเสมอ”คิระลงมาจุมพิตที่ริมฝีปากของฉันอย่างนุ่มนวลก่อนที่จะเดินออกไป

มันไม่มีทางหรอกคิระ ถึงนายจะทำยังไงนายก็ไม่สามรถทำให้ฉันเปลี่ยนใจได้

ขอโทษจริงๆคิระ ฉันขอโทษ

ติ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ

“ฮัลโหล”ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ

“ยัยงั่งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง>O<”

“-*-”ผู้อ่านน่าจะรู้นะว่าเป็นใคร

“เธอกล้าไปเที่ยวกับคนอื่นนอกจากฉันงั้นเหรอ- -”คิมพูดเสียงเคืองๆในโทรศัพท์


“แล้วไง- -”ถึงน้ำเสียงฉันจะเย็นชา แต่ถ้าทุกคนมาเห็นฉันในตอนนี้นะ ^^ ฉันนั่งยิ้มเป็นบ้าอยู่คนเดียวล่ะ

“ฉันจะไปมีกิ๊ก”น้ำเสียงนุ่มๆตวัดเสียงเสียงสั้นๆแบบงอนๆ


“-*-เชิญฉันจะได้ไปหาบ้าง”^O^ทำไมแกล้งคนถึงสนุกอย่างนี้นะ คิกๆ

“ไม่ได้- -^”

อ้าว - -*นี่มันเข้าข่าย เห็นแก่ตัวรึเปล่านี่ ไอ้พระเอกกร๊วกกกกกกกกกกกก

“ซันฉันขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

“ได้สิ”

“เธอชอบฉันมั้ย”

-_-;; แล้วฉันจะตอบยังไงเนี่ย ขอไปคิดที่ทางช้างเผือกได้มั้ยเนี่ย-*-

“เอ่อ”

“ว่าไงละ”

“ก็นิดๆนะ”

“งั้นเหรอ”

“....”

“ซัน เธอคบกับฉันมั้ย”

O_Oq(ท่าถือโทรศัพท์ค้าง)

อึ้ง ทึ่ง ตะลึง O_O เสียว อันหลังท่าทางจะไม่ใช่แฮะ-*-

“......”

“ว่าไงละ”

“อืม....”

ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ฉันตอบอย่างนั้นไป
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: ยัยตัวร้ายปะทะนายแบดบอย..โดย กันย์นิกา

โพสต์โดย ภาษาสยาม » อาทิตย์ 09 พ.ย. 2008 7:27 am

ผู้แต่ง

กันย์นิกา



ชื่อจริง กมลวรรณ ศรีคำทา ( กันย์ )


เกิด ๒๐ กันยายน ๒๕๓๖

สาวม.ต้น ผู้มีความตั้งใจจริง สู้ๆนะคะ

E -mai kukan_0981@hotmail.com

เรื่องนี้เขียนตอนหนูกันต์อยู่ม.๒ ค่ะ
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง นวนิยาย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน

cron