นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

นวนิยาย เรื่องยาว ต่างๆ

Re: นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 27 ม.ค. 2016 6:18 am

บทที่ ๙

แสงแดดส่องลอดผ้าม่านสีครีมเข้ามาเป็นทางยาว ภายในห้องนอนริมทะเลจึงสว่างโร่และอบอ้าว ทำให้ผู้ที่หลับใหลอยู่บนเตียงสีขาวเริ่มมีการขยับตัว ครู่ใหญ่เปลือกตาอันปิดสนิทก็เปิดออก เผยให้เห็นดวงตาบวมเป่ง ค่อนข้างแดง จากนั้นเจ้าตัวจึงหันมองไปรอบตัว เมื่อรับรู้ว่าเป็นช่วงสายฟ้ารุ่งก็ยังไม่คิดจะลุกขึ้นจากที่นอน เนื่องจากความทรงจำที่ผุดขึ้นพานทำให้จิตใจอ่อนล้า ไม่เคยคิดเลยว่าปรัชญ์จะมีอิทธิพลต่อจิตใจเธอถึงขนาดนี้

ก่อนหน้าที่จะเผชิญหน้ากัน 3 คน คือ เธอ ปรัชญ์ และซันดา ฟ้ารุ่งคิดว่าการเปิดเผยความลับของซันดาต่อหน้าปรัชญ์ จะทำให้หญิงสาวอับอาย อีกทั้งยังทำให้ปรัชญ์เกิดความโกรธแค้นและรังเกียจศัตรูของเธอ ทว่าเหตุการณ์กลับเป็นตรงกันข้าม หลังจากที่ซันดาวิ่งจากไป ปรัชญ์ยืนแข็งทื่ออยู่ครู่เดียว ไม่ช้าเขาก็วิ่งตามไปอีกคน ฟ้ารุ่งพยายามเหนี่ยวรั้งเขาไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล เธอจึงวิ่งตามออกไปหมายจะแก้ปัญหาเอาภายหน้า แต่กลับพบว่าปรัชญ์กำลังตระกองกอดซันดาอยู่ ภาพที่เห็นทำเอาเธอแทบล้มทั้งยืน มันเป็นภาพของคนรักที่รักและทะนุถนอมกันอย่างที่สุด ซันดาซบหน้าอยู่ในอกกว้าง ฝ่ายชายหนุ่มก็โอบประคอง และปลอบประโลมอยู่เนิ่นนาน

ภาพที่เห็นทำให้ใจของฟ้ารุ่งปวดหนึบ ความรู้สึกเวลานั้นคล้ายจะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ เธอจึงวิ่งไปอีกทาง จนไปสิ้นสุดด้วยการวิ่งลงทะเลแล้วเตะถีบ หวีดร้องจนสาแก่ใจ แต่เมื่อเธอเดินกลับขึ้นมาก็พบว่ามีใครบางคนนั่งอยู่บนโขดหินใกล้ๆกัน คงเป็นเคราะห์ร้ายของเธอกระมังที่บุคคลดังกล่าว คือนายฐิติ นักเขียนปากเปราะที่เข้าข้างซันดาตะพึดคนนั้นนั่นเอง

“นายคงได้ยินหมดแล้วสินะ” เธอถามหลังจากหันมาเห็นเขานั่งอยู่

ฐิติไม่ตอบ เพียงแค่พยักหน้าตอบมา แต่อคติในใจกลับทำให้เธอรู้สึกว่าเขากำลังพยายามกวนประสาทเธออยู่ จึงย้อนกลับไปว่า “คงสะใจแล้วสินะ ที่บอกอของนายทำให้ฉันทุกข์ใจได้”

ชายหนุ่มลุกขึ้น กระโดดลงจากโขดหินก่อนตอบโต้มาด้วยท่าทียียวนเช่นเคย “ผมไม่คิดว่าบอกอซันจะเป็นคนทำอะไรคุณ คุณนั่นแหละที่หาเรื่องเขาตลอด ถ้าจะให้เดาก็คงเป็นอย่างเคย แต่คราวนี้ฟีตแบ็คมันตีกลับมาทำให้คุณเจ็บเสียเอง คุณถึงได้บ้าคลั่งขนาดนี้”

ฟ้ารุ่งเดินจ้ำๆเข้าไปหาคนที่กำลังตำหนิเธอด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ “นายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันนะ”

คราวนี้ฐิติพยักหน้าหงึกหงักและแสร้งทำหน้าตาเด๋อด๋า “เออจริง ผมไม่มีสิทธิ์ไปว่าคุณ แล้วคุณล่ะ ใช้สิทธิ์อะไรไปหาเรื่องบอกอซัน ผมเป็นคนนอกแต่ผมก็พอรู้นะว่าคุณคอยจิกกัดบอกอของผมอยู่บ่อยๆ บ่อยเสียจนน้องแพรเป็นห่วง ต้องโทร.มาฝากฝังให้ผมช่วยดูแลบอกอซันด้วย แสดงว่าคุณคงต้องร้ายกาจอย่างสุดขีดแน่นอน”

“พูดแค่นั้นนายก็เชื่อรึไง” ฟ้ารุ่งย้อนถาม ในใจยังกรุ่นๆอยู่

“เปล๊า ผมเองก็เคยเจอกับตัวที่ร้านอาหารแล้วไง หรือคุณจำไม่ได้ ที่คุณไปทานข้าวกับแฟนคุณที่ร้านแม่ผมน่ะ จำได้ป่ะ” พูดจบฐิติก็หัวเราะ

ฟ้ารุ่งมองคนร่างสูง ผมยาวมัดรวบลวกๆในชุดเสื้อเชิ้ตลายดอก กางเกงขาสั้นด้วยสายตาอาฆาต “นายพยายามดิสเครดิตฉัน”

“โอ้โหเจ๊ อย่างเจ๊น่ะ ไม่ต้องให้ใครมาดิสเครดิตหรอก เจ๊น่ะดิสเครดิตตัวเอง มีอย่างเหรอ เที่ยวไปแขวะคนอื่นเขายังกะนางร้ายในนิยายเล่มละสิบบาท”

“มันก็เรื่องของฉัน”เธอเชิดหน้าตอบ ใจสุดแสนจะเดือดปุดๆ ที่อยู่ดีๆก็ต้องมายืนให้คนอื่นถากถางแบบนี้ เอาละ เธอจะไม่ยอมถูกว่าข้างเดียว เตรียมตัวรับมือได้เลยนายฐิติ

“ถ้านายอยากจะทำดีเอาหน้ากับบอกอละก็ พอเถอะ ตอนนี้บอกอของนายเขาไม่ได้อยู่ที่นี่”

ฐิติหัวเราะอย่างขบขัน “นี่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า ผมเนี่ยน้องคนสนิทของพี่ปรัชญ์นะ ถ้าคิดจะใช้เส้นสายคงไม่ต้องเข้าทางบอกอหรอก เจ้าของสำนักพิมพ์เลยก็ได้ บอกอใหม่อย่างบอกอซันคงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก แต่ที่ผมต่อว่าคุณเนี่ย เพราะผมเห็นนิสัยคุณล้วนๆ คุณเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง เจ้าทิฐิ แถมยังไม่ค่อยจะซื่อสัตย์ด้วย”

คำปรามาสของเขาทำเอาความอดทนของฟ้ารุ่งขาดผึง เธอวิ่งโร่เข้าไปหาเขา ง้างแขนคล้ายจะตบ แต่ก็ต้องชะงักเพราะคำพูดของอีกฝ่าย

“ถ้าคุณคิดจะตบผมแบบในละครตบจูบละก็ คุณคิดผิดแล้วนะ ผมคงไม่จูบคุณหรอก นิสัยอย่างคุณน่ะผมจูบไม่ลง” พูดจบฐิติก็หันหลังเดินจากไป

ปล่อยให้เธอยืนนิ่ง ข่มอาการโมโหอยู่ลำพัง

‘แกมีดีอะไรนะซันดา ถึงได้โชคดีและมีคนปกป้องอยู่เสมอ แม้แต่ปรัชญ์เอง แทนที่จะโกรธที่ถูกทรยศ กลับวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง แต่อย่าคิดนะว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ฟ้ารุ่งท้อแท้ วันนี้เป็นวันของแก วันพรุ่งนี้ก็ต้องมีวันของฉันบ้าง’

คิดได้ดังนั้นบรรณาธิการสาวก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วหยิบผ้าขนหนูหอมกรุ่นเดินเข้าไปในห้องน้ำ เธอจะต้องเริ่มต้นวันนี้ด้วยความเข้มแข็ง และจะไม่ยอมให้ใครมองเห็นความอ่อนแอเป็นอันขาด

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ฟ้ารุ่งเดินเข้าไปในห้องประชุมด้วยท่าทางที่พยายามให้สดใสที่สุด มองไปในห้องประชุมที่มีการสัมมนานักเขียนอยู่ บรรยากาศรอบตัวจึงค่อนข้างเงียบ มีเพียงเสียงวิทยากรผู้บรรยายเท่านั้นที่ดังอยู่ตลอดเวลา เมื่อสอดส่ายสายตามองหาปรัชญ์แล้วไม่พบ เธอจึงเดินไปถามพนักงานคนหนึ่ง ก่อนจะเดินออกนอกประตูไป และพบว่าปรัชญ์กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่เพียงลำพังที่มุมนั่งเล่น เธอจึงเดินเข้าไปหาและนั่งลงฝั่งตรงข้าม

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธอแวบหนึ่ง แล้วหันมองไปทางอื่น ฟ้ารุ่งรับรู้ได้ถึงความเฉยเมย เนื่องจากปรัชญ์ไม่เคยมีกิริยาห่างเหินต่อเธอเช่นนี้

“ปรัชญ์โกรธฟ้าอยู่หรือคะ”

คำถามนั้นทำให้เขาหันมามองเธออีกครั้ง “ผมไม่มีสิทธิ์โกรธฟ้าหรอก ฟ้าไม่ได้ทำอะไรให้ผม เพียงแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมฟ้าถึงใจร้ายกับซัน คุณเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็น่าจะรู้ว่าเรื่องใดที่ทำร้ายจิตใจลูกผู้หญิงที่สุด โดยเฉพาะการพูดเรื่องนั้นต่อหน้าผู้ชายมันเป็นสิ่งไม่ควร”

ฟ้ารุ่งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม “การที่ฟ้าบอกคุณว่าซันเคยนอกใจนี่กลายเป็นว่าฟ้าเป็นคนใจร้ายอย่างนั้นหรือคะ ความรักทำให้คนลำเอียงจริงๆ พูดความจริงก็ผิด”

“ถ้าคุณมีเจตนาแค่อยากพูดความจริงก็คงไม่ผิด แต่เหตุการณ์นี้คุณจงใจทำให้ซันอับอาย มีคนมากมายที่บอกว่าตนเองเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ความตรงที่ว่าก็ต้องมีขอบเขตอยู่ในกาลเทศะด้วย ไม่ใช่อยากพูดอะไรก็พูด” ปรัชญ์ย้อนตรงๆ ทำเอาฟ้ารุ่งใจหายวูบ น้อยครั้งนักที่เขาจะตอกกลับคนอื่นแบบนี้ เธอจึงแก้ไขสถานการณ์ด้วยการผ่อนอารมณ์ให้เบาลง

“ฟ้ารู้ว่าเรื่องนั้นทำให้ปรัชญ์เสียความรู้สึก แต่ฟ้าทำไปเพราะรักและห่วงปรัชญ์นะคะ ความเห็นแก่ตัวทำให้ฟ้าเลือกที่จะแฉเรื่องของซันซึ่งปรัชญ์ควรจะได้รู้ จะได้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือเปล่า การกระทำของซันมองได้สองอย่าง คือทำเพราะนอกใจ กับทำโดยไม่ตั้งใจ แต่คุณก็เลือกมองว่าเป็นเรื่องของความผิดพลาด มันก็เลยกลายเป็นว่าฟ้าซ้ำเติมเขา ทุกอย่างอยู่ที่มุมที่ปรัชญ์มอง ฟ้ากลายเป็นมารร้ายไปแล้ว พูดอะไรก็คงดูแย่ไปหมด”

“ผมใช้หัวใจเลือกคนรัก ผมไม่ได้ต้องการคนรักที่ดีพร้อม แค่คนดีธรรมดาๆ ที่รักผมและผมก็รักเขาก็พอ”

“คุณใจกว้างมาก” น้ำเสียงผู้พูดติดจะแขวะ

ทว่าปรัชญ์ก็ไม่ถือสา เขาพูดต่อด้วยความมั่นใจ “ผมให้เกียรติผู้หญิงนะฟ้า ผู้หญิงก็เป็นมนุษย์เหมือนผู้ชายนี่แหละ ผู้ชายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เคยผ่านผู้หญิงมาก่อนแต่งงาน แต่พอเกิดขึ้นกับผู้หญิงบ้างเราก็ควรมองเป็นเรื่องธรรมดา ตลอดเวลาที่ผมคบกับซัน ความดีที่เธอทำมันมากกว่าข้อผิดพลาดนี้หลายเท่านัก ผมให้ความสำคัญกับความรักมากกว่าเรื่องอื่น การที่ผมตามหาซันมาหลายปีจนได้พบกันอีกครั้ง มันทำให้ผมดีใจมาก มากจนสามารถลืมสิ่งที่ผ่านมาได้ทั้งหมด ผมพร้อมจะอยู่ข้างซัน”

ฟ้ารุ่งถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วตอบรับด้วยสีหน้าสลด “ค่ะ ได้ฟังแบบนี้ฟ้าก็ยิ่งรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง ฟ้าขอโทษนะคะ แล้วเดี๋ยวฟ้าจะไปขอโทษซันด้วย จริงๆซันเป็นน้องสาวคนละแม่กับฟ้า ฟ้าทำลายเขาไม่ลงหรอกค่ะ อารมณ์ชั่ววูบทำให้ฟ้าตัดสินใจทำลงไป ปรัชญ์อภัยให้ฟ้านะคะ”

“ถ้าคุณยอมรับและแก้ไขให้ดีขึ้น ผมก็ไม่ติดใจอะไรหรอก ฟ้าเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ผมรัก”

คำว่าเพื่อนกระตุกความรู้สึกคนฟังเต็มแรง หญิงสาวเจ็บหนึบหนักหน่วงแต่ก็ต้องทน หากต้องการจะยืนอยู่ข้างเขาต่อไป เธอก็ต้องยอมผ่อนปรนบ้าง “ขอบคุณค่ะ แล้วนี่ซันไปไหนแล้วคะ มาร่วมงานหรือยัง”

“เห็นเด็กๆบอกว่าขอพักก่อน คงยังไม่ค่อยสบายใจ ต้องให้เวลาซันสักพัก เดี๋ยวคงดีขึ้น ผมเชื่อว่าซันเข้มแข็งพอ”

“แล้วนี่ปรัชญ์จะทำยังไงต่อไปคะ เมื่อคืนเห็นซันเขาก็ยอมรับปรัชญ์มากขึ้นแล้วนี่”เธอถามเพื่อสำทับความจริงใจลงไปอีกครั้ง

“ผมคงต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอีกสักพัก เพื่อให้ซันแน่ใจ” ปรัชญ์สรุปด้วยท่าทางอารมณ์ดีมากขึ้น

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ทำให้คู่สนทนาต้องหันไปมองพร้อมๆกัน และพบว่าผู้ที่เดินเข้ามาใหม่คือแพรวา หญิงสาวก้าวเข้ามาด้วยหน้าตาบอกบุญไม่รับ

“แพรอยากคุยกับพี่ปรัชญ์เรื่องพี่ซัน” เธอโพล่งขึ้นทันทีที่เผชิญหน้าเขา

ชายหนุ่มพยักหน้า มองอีกฝ่ายตรงๆรอดูปฏิกิริยา “พี่ปรัชญ์คงรู้นะว่าแพรกับพี่ซันอยู่ในสถานะไหน”

“สถานะไหนล่ะ พี่ก็เห็นแค่ว่าแพรติดพี่ซันเขาแจก็เท่านั้นเอง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา เราเป็นพี่รหัส น้องรหัสกันมาตั้งแต่เรียน”

“แพรรักพี่ซัน พี่ปรัชญ์อย่าแกล้งทำไม่รู้นะ แพรไม่ได้ต้องการเป็นแค่น้องสาว” เธอโต้กลับมาเสียงแข็ง

ฟ้ารุ่งมองคนทั้งคู่แล้วอมยิ้ม เธอเริ่มมองเห็นอะไรบางอย่างรางๆแล้ว

“แล้วซันเขาคิดแบบเดียวกับแพรไหมล่ะ ความรักไม่ใช่ความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มันต้องเป็นความรู้สึกของคนสองคน ถ้าเรารักแล้วไปบังคับอีกฝ่าย มันเป็นความเห็นแก่ตัวนะแพร"

แพรวาแค่นหัวเราะหึๆ “แล้วการที่พี่ปรัชญ์ไปจีบฟ้ารุ่งลับหลังพี่ซัน นั่นมันเป็นความรักใช่ไหม ทำให้พี่ซันดูเหมือนควายที่ถูกสวมเขามันใช่รักหรือคะ”

“ตอนนั้นพี่รู้ว่าพี่ผิด แต่มันเป็นแค่ความคึกคะนอง เพื่อนพี่จีบฟ้าไม่ติด พวกเราก็เลยพนันกันเท่านั้นเอง” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปทางฟ้ารุ่ง ดวงหน้าเธอเรียบเฉย ฟ้ารุ่งดูเข้มแข็งขึ้น แม้จะได้ยินเรื่องทำร้ายจิตใจก็ไม่ได้แสดงความอ่อนแอใดๆออกมา “ผมต้องขอโทษฟ้าด้วยนะ จริงๆแล้วฟ้าเป็นผู้หญิงแบบที่ผู้ชายทุกคนชอบ เพียงแต่ผมมีซันแล้ว และตอนนั้นผมโง่ เล่นสนุกกันประสาผู้ชายก็เลยทำให้ต้องเกิดปัญหา”

ฟ้ารุ่งฝืนยิ้มจางๆ “ไม่เปนไรค่ะปรัชญ์ ตอนนั้นเราต่างก็ยังเด็ก อาจจะทำอะไรบ้าๆบอๆไปบ้าง ก็ถือว่าหายกันนะ ทำผิดคนละที ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาดหรอกค่ะ”

แพรวาเหล่มองบรรณาธิการสาวอย่างไม่เชื่อถือ “ที่พูดนั่นช่างขัดกับการกระทำที่ผ่านมาเหลือเกินนะ”

ฟ้ารุ่งยังคงยิ้ม “แหม คนเราก็ต้องแก้ไขแนวคิดให้ดีขึ้นสิคะคุณแพร เอาเป็นเคลียร์กันไปก่อนนะปรัชญ์ ฟ้าขอตัวละ”

หลังชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ ฟ้ารุ่งจึงลุกขึ้น ก้าวจากไป ระหว่างเดินออกมาเธอพยายามเงี่ยหูฟังว่าสองหนุ่มสาวจะสนทนาเรื่องใดต่อ แล้วสิ่งที่ได้ยินก็ทำให้เธอเกิดไอเดียบางอย่าง เมื่อรู้ว่ายามนี้แพรวารู้สึกไม่ดีต่อคู่รักที่กำลังจะรีเทิร์นคู่นั้นแล้ว มันคงไม่ยากนักหรอกที่เธอจะชักใยสาวน้อยเจ้าอารมณ์คนนี้ แค่เข้าไปให้ถูกจังหวะก็พอ
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 27 ม.ค. 2016 6:18 am

กว่าซันดาจะลุกขึ้นจากที่นอนก็สายมากแล้ว เธอจึงรีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วโผล่หน้าไปดูสิยาพรที่ห้อง พบว่าภายในห้องของสาวน้อยเงียบเชียบ เธอจึงเดินตามไปยังห้องประชุมเนื่องจากรู้กำหนดการอยู่แล้วว่าวันนี้เป็นการอบรมเทคนิคให้แก่นักเขียนทั้งหลาย แต่เมื่อเดินไปถึงแค่เพียงด้านหน้าอาคารหญิงสาวกลับต้องชะงัก เพราะมีใครบางคนกำลังเดินปรี่เข้ามาหา

“ซันเพิ่งตื่นเหรอ ไปดื่มกาแฟกัน” ปรัชญ์ไม่พูดเปล่า ขยับเข้ามาดึงมือเธอให้เดินตามไปยังจุดที่มีแพรวานั่งรออยู่

ซันดาเดินตามชายหนุ่มมาอย่างเสียไม่ได้ เธอคิดเรื่องของเขาเกือบทั้งคืนแต่ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าควรวางตัวอย่างไรต่อกัน จริงอยู่...เมื่อคืนนี้ปรัชญ์พูดความในใจของเขาออกมาหมดแล้ว เขายินดีที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม และยอมรับทุกๆความพลาดพลั้งที่เคยเกิดขึ้น ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้ชายเพลย์บอยผู้หยิ่งทะนงอย่างเขาจะคิดแบบนี้ แต่ปรัชญ์ก็ทำให้เธอประหลาดใจมาแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าจะการผันตัวเองมาอยู่ในวงการนวนิยายทั้งๆที่เคยบ่นอยู่เสมอว่าไม่ชอบ รวมไปถึงการใช้ชีวิตควบคู่ไปกับงานทั้งๆที่ก่อนนี้เขาเคยเป็นผู้ชายรักสนุก กินเที่ยว ทำกิจกรรมโลดโผนต่างๆเช่นเดียวกับเพื่อนในกลุ่ม ที่ล้วนแต่เย่อหยิ่ง หลงตัวเองว่าหน้าตาดี ร่ำรวย และมีเสน่ห์จนมองไม่เห็นค่าของเพศตรงข้าม ปรัชญ์เปลี่ยนไปแล้วหรือเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เขาจงใจสร้างขึ้นกันล่ะ

“พี่ซันมานั่งด้วยกันค่ะ เดี๋ยวแพรสั่งกาแฟให้นะ” ผู้ที่นั่งอยู่ก่อนเอ่ยอย่างเอาใจ ด้วยรู้ดีว่าซันดายังไม่ค่อยสบายใจนัก เธอเห็นเหตุการณ์เมื่อคืนเกือบทั้งหมด แม้จะไม่ได้ยินว่าแต่ละคนพูดคุยอะไรกัน แต่การที่ซันดา ปรัชญ์ และฟ้ารุ่งยืนประจันหน้ากันคงไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ และยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อซันดาวิ่งหนีออกไป น่าเสียดายที่เธออยู่ไกลจึงแซงปรัชญ์ไปตามหาสาวรุ่นพี่ไม่ทัน ชายหนุ่มจึงกลายเป็นพระเอกไปในพริบตา ภาพที่ปรัชญ์โอบกอดซันดาทำให้เธอไม่สามารถก้าวตามเข้าไปสมทบได้ ความผูกพันระหว่างคนทั้งสองเป็นอย่างไรแพรวารู้ดี ตลอดเวลาสามปีที่ซันดาคบกับปรัชญ์คือช่วงเวลาดีๆของคนทั้งคู่ แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอเองก็ทุ่มเทใจให้พี่รหัสของตนไปจนหมดแล้ว ครั้นจะปล่อยมือง่ายๆก็คงทำไม่ได้ อีกทั้งยังไม่รู้สถานการณ์ระหว่างคนทั้งคู่ เพราะระหว่างซันดากับปรัชญ์มีฟ้ารุ่งแทรกอยู่ หากฟ้ารุ่งทำสำเร็จเธอก็คงจะมีซันดาอยู่เคียงข้างเช่นเดิม

“พี่ยังไม่หิวเลย แพรมานานแล้วเหรอ” ซันดาย้อนถามหลังจากที่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว

สาวรุ่นน้องพยักหน้า “ค่ะ แพรตั้งใจมาคุยกับพี่ปรัชญ์”

“อ้าว แล้วตามพี่มานั่งด้วยทำไม รบกวนหรือเปล่า”ซันดาถาม

“ไม่ค่ะ เราคุยกันจบแล้ว” แพรวารีบปฏิเสธทันควัน

“เราไม่ได้คุยเรื่องสำคัญอะไรหรอกซัน เรื่องงานทั่วๆไปน่ะ” เขากลบเกลื่อน ขณะที่ดวงตาคมจ้องมองซันดาอย่างพินิจ

หญิงสาวดูไม่สดใสเท่าใดนัก ดวงตากลมโตยังมีรอยบวมอยู่หน่อยๆ เช่นเดียวกับกิริยาเนือยๆที่เจ้าตัวแสดงออกมา เขาจึงถาม “ซันโอเคไหม”

“หมายถึงอะไร” ซันดาย้อนถามทันควัน

“ก็ เอ่อ เรื่องเมื่อคืน” เขาตอบขยักขย่อนเพราะเข้าใจว่าแพรวาไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น

“ไม่มีอะไร” ซันดาตอบสั้นๆ แววตาของหญิงสาวดูแน่วแน่ มองตรงไปข้างหน้า ทำให้ผู้ฟังไม่สามารถจับความรู้สึกของเธอได้

“ดีแล้ว ว่าแต่คืนนี้แต่งแฟนซี ใส่ชุดอะไรกันดี” ปรัชญ์ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องที่คิดว่าจะทำให้หญิงสาวสบายใจขึ้น

“ประกวดแฟนซีเหรอ แพรขอแจมด้วยนะคะ แพรเอารถขึ้นเรือมาด้วย เดี๋ยวหาชุดมาเผื่อพี่ซันด้วยดีกว่า”แพรวาเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง แล้วหันไปดึงมือซันดามากุมไว้ “เราแต่งเป็นเจ้าชายกับเจ้าหญิงกันนะคะ”

ปรัชญ์มองภาพตรงหน้าพลางสกัดกลั้นก้อนร้อนๆที่พุ่งพล่านขึ้นมาจากในช่องท้อง “ความหึง”นั่นเองที่ก่อหวอดอยู่ในอารมณ์ขณะนี้ ถึงแพรวาจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ แต่การวางตัวของซันดาเวลานี้ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าเธอจะยังเป็นซันดาคนเดิมของเขาหรือเปล่า

เพราะความรู้สึกดังกล่าวนั่นเอง ทำให้ตลอดช่วงเวลาที่นั่งอยู่ด้วยกันสามคนปรัชญ์จึง ปล่อยให้สองสาวพูดคุยกันไปโดยมีเขานั่งฟัง ยอมรับกับใจได้เลยว่าซันดากำลังทำให้เขาสับสน เขาตอบตนเองได้ว่ายังรักเธอ แล้วเธอเล่ายังรักเขาหรือเปล่า แววตาว่างเปล่าคู่นั้นไม่สามารถทำให้เขาคาดเดาสิ่งใดได้เลยจริงๆ

[จบตอน]
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » ศุกร์ 18 มี.ค. 2016 3:26 pm

บทที่ ๑๐ รื้อฟื้น

“พนักงานไปไหนหมดคะ ถึงปล่อยให้นางในวรรณคดีต้องออกมาตักอาหารเองแบบนี้” ฟ้ารุ่งเอ่ยขึ้นขณะเดินเข้าไปหยุดอยู่ข้างโต๊ะวางอาหารซึ่งจัดเป็นบุฟเฟ่ต์

นางในวรรณคดีหันมายิ้มพลางตอบด้วยความเอ็นดู “เรามาเที่ยวกันนี่จ๊ะ ป้าก็เลยห้ามคนอื่นมาดูแล ต่างคนต่างดูแลตัวเอง แม้แต่ปรัชญ์เองก็ห้ามมายุ่งเด็ดขาด ว่าแต่วันนี้หนูฟ้าสวยจังเลยนะ” ชมพลางคนพูดก็มองหญิงสาวรุ่นลูกซึ่งเวลานี้อยู่ในชุดสาวชาวจีนสีสันสดใส

“คุณป้าก็สวยมากเลยค่ะ ชุดอินเดียแบบนี้ ฟ้าเดาว่าน่าจะเป็นนางวาสิฏฐีใช่ไหมคะ”

“ใช้จ้ะ แล้วหนูล่ะ สวมชุดแบบจีนโบราณ มาจากเรื่องไหน”

ฟ้ารุ่งยิ้ม “มู่หลานค่ะ ฟ้าชอบ เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งดี”

นาถลดาพยักหน้า “มีแต่คนสวยๆ กรรมการคงตัดสินยากเลยทีนี้ อ้อ มัวแต่ตะลึงความสวยของหนูฟ้า ลืมแนะนำพี่รัมภา นามปากการัมภาลัยจ้ะ”

ฟ้ารุ่งรีบยกมือไหว้อีกฝ่ายเนื่องจากรู้กิตติศัพท์ความเจ้ายศเจ้าอย่างของนักเรียนคนนี้ดี “สวัสดีค่ะพี่รัมภา ฟ้าได้ยินชื่อเสียงมานาน ดีใจที่ได้เจอกันนะคะ”

“หนูฟ้าเป็นบอกอสำนักพิมพ์ลูกหว้าจ้ะรัมภา เป็นเพื่อนปรัชญ์ด้วยก็เลยสนิทสนมกับครอบครัวเรามานานแล้ว” นาถลดาแนะนำ

รัมภาลัยมองหญิงสาวในชุดชาวจีนอย่างประเมิน ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างออมคำว่า “สวัสดี”

“หนูฟ้าเขาเก่งนะ ไปเป็นบอกออยู่เมืองนอกเสียนาน เพิ่งจะกลับมาทำงานที่ไทยเราเมื่อไม่นานมานี้เอง ฝากฝีไม้ลายมือกับฝรั่งเขาไว้เยอะ ถึงอายุจะน้อยแต่ประสบการณ์ก็มาก”

“แหม คุณป้าก็อวยจนลอยฟ้าเลยนะคะ ฟ้าไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะพี่รัมภา แค่หาประสบการณ์” ฟ้ารุ่งถ่อมตัวแต่ก็ยิ้มแก้มแทบปริ

รัมภาค่อยรู้สึกดีกับอีกฝ่ายมากขึ้น เธอชอบคบคนโปรไฟล์ดี ต่างฝ่ายต่างส่งเสริมกัน หากเกื้อหนุนกันไม่ได้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคบ เธออยู่คนเดียวได้ ชีวิตของเธอพบกับคนไม่จริงใจมากพอแล้ว เธอจึงไม่อยากเสียใจซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมา

คนในวงการหนังสือต่างรู้ดีว่ารัมภามาจากตระกูลดัง และมีปู่เป็นถึงอดีตรัฐมนตรี เธอค่อนข้างเก็บตัวอีกทั้งมีเพื่อนน้อย คนทั่วไปจึงมองว่าเป็นคนเย่อหยิ่ง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เพราะรัมภาเคยถูกเพื่อนรักใช้ความเป็นหลานรัฐมนตรีของเธอเป็นสะพาน เมื่ออีกฝ่ายสำเร็จดังใจหวังก็เหินห่างไป มิหนำซ้ำยังบอกว่าเธอนิสัยแย่ไม่น่าคบ รัมภาจึงกลัวการคบคนต่างสถานะเหลือเกิน นานวันเข้าจึงดูเหมือนจะเหยียดคนที่ฐานะด้อยกว่าตนอีกด้วย

“ดีแล้ว ประสบการณ์เป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ พี่ว่าคุณคิดถูกที่ใช้โอกาสในการตักตวงประสบการณ์” รัมภาเอ่ยขึ้นอย่างเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น

ฟ้ารุ่งยิ้ม “ฟ้าก็คิดแบบนั้นค่ะ ถึงได้ทนอยู่เมืองนอกไปก่อนทั้งๆที่ใจคิดถึงเมืองไทยมากเลย แต่ก็ได้ประสบการณ์เยอะค่ะ”

“ป้าฝากพี่เขาด้วยนะฟ้า ขอไปคุยงานกับผู้ใหญ่หน่อย”นาถลดาฝากฝังพลางบุ้ยใบ้ไปยังโต๊ะวีไอพี

“ได้สิคะ ฟ้าจะได้ขอความรู้จากพี่รัมภา” บรรณาธิการสาวตอบพลางดึงมือนักเขียนชื่อดังเดินตามไปยังโต๊ะที่ได้จับจองเอาไว้ก่อนหน้า

จากนั้นทั้งสองจึงพูดคุยกันอย่างออกรส ราวกับรู้จักกันมาแรมปี ท่ามกลางเสียงเพลงที่ยังคงบรรเลงดังกระหึ่มและลมทะเลที่พัดเข้ามาไม่ขาดสาย

+++++++++++++++++++++++++++++++
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » ศุกร์ 18 มี.ค. 2016 3:28 pm

ฐิติวางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะเมื่อมองเห็นชายหนุ่มรุ่นพี่คนสนิทเดินเข้ามาในงาน จากนั้นจึงลุกขึ้นและเข้าไปทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “คารวะเจ้าชายอาหรับ”

หนุ่มในชุดเจ้าชายสีดำประดับเลื่อมทอง มีผ้าสีเดียวกันพันไว้รอบศีรษะหันขวับมาพลางหัวเราะ “ว่าไงโจรสลัด”
ฐิติก้มดูชุดโจรสลัดของตนเองแล้วหัวเราะบ้าง “ไหนว่าหาชุดแฟนซีใส่ตามมีตามเกิดไง ผมเห็นแต่ละคนจัดเต็มกันทั้งนั้นเลย แต่ที่อยากเห็นที่สุดคือบอกอซัน อยากรู้ว่าจะหล่อแค่ไหน”

“ได้ยินแพรบอกว่าจะใส่ชุดเจ้าชายเจ้าหญิง พี่ก็เลยหาที่โพกหัวซะหน่อย จะได้ไม่ใส่ชุดชนกัน”ปรัชญ์ตอบพร้อมกับมองไปยังบริเวณทางเข้างานซึ่งเวลานี้สิยาพรกับวิชกรกำลังควงคู่กันเข้ามาในชุดนักเรียนญี่ปุ่น ตามด้วยพงษ์พจน์กับนารินที่แต่งเป็นหนุ่มสาวสมัยร.5 ดูประดักประเดิดพิกล เนื่องจากท่าเดินของพงษ์พจน์นั้นดูตุ้งติ้งจึงไม่สง่างามเท่าที่ควร

“ว้า ผมนึกว่าจะได้เห็นบอกอซันแต่งตัวสวยๆ ที่แท้ก็เข้าอีหรอบเดิม เอ๊ะ คู่นั้นใคร” ว่าพลางฐิติก็เขม้นมองไปยังหนุ่มสาวในชุดเจ้าชายเจ้าหญิงที่กำลังเดินเข้างานมาพลางขมวดคิ้ว “รู้สึกคุ้นๆ”

ปรัชญ์มองตามแล้วจึงยืนอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ ความทรงจำเก่าๆไหลบ่าเข้ามาในหัว รวมไปถึงรอยยิ้มของใครบางคนที่แม้จะผ่านไปนานหลายปีก็ยังจำได้เสมอ

“ซันกับแพรไง”เขาตอบเบาๆคล้ายคนใจลอย

ฐิติหันมองคนพูดพลางเลิกคิ้ว “สลับขั้วกันซะงั้น แพรใส่ชุดเจ้าชาย แล้วบอกอซันใส่ชุดเจ้าหญิง ว่าแต่เวลาแต่งหญิงนี่บอกอซันสวยมากเลยนะฮะ”

ปรัชญ์พยักหน้า “สวยสิ ซันเป็นคนไม่ชอบแต่งตัวเวอร์ แต่แค่นั้นก็น่ามองละ”

“เดี๋ยวผมไปชวนสองคนนั้นมานั่งโต๊ะเดียวกับเราดีกว่า” ฐิติบอกแล้วเดินดุ่มๆไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากคู่สนทนา

ปรัชญ์ยังยืนอยู่ที่เดิม สายตาของเขามองไปยังร่างของซันดาที่แต่งกายด้วยชุดออโรร่าหรือเจ้าหญิงนิทราด้วยความชื่นชม ภาพที่เห็นทำให้เขาไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวจะเป็นทอมบอยอย่างที่แสดงออกได้เลย วันนี้ซันดาสวมวิกผมสีทอง มีมงกุฎเงินอันเล็กๆประดับอยู่ ส่วนชุดที่ใส่มานั้นเป็นชุดสีชมพูทรงสุ่มเปิดไหล่ทำให้หญิงสาวดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอม หลังฐิติเข้าไปชักชวน เธอจึงเดินตามเข้ามาพร้อมกับแพรวาซึ่งสวมชุดเจ้าชายสีขาว มองดูราวกับเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงในเทพนิยายจริงๆ

“เห็นซันแต่งตัวแบบนี้แล้วคิดถึงตอนงานมหา’ลัยนะ ตอนนั้นใครๆก็ตะลึงเพราะโดยปกติซันไม่ใช่คนชอบแต่งตัว” ปรัชญ์เปรยขึ้นมาลอยๆ

หลังได้ประโยคนั้น ผู้ที่นั่งร่วมโต๊ะต่างก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกันออกไป ฐิติมองคนนั้นทีคนนี้ทีพลางทำหน้าครุ่นคิดโดยไม่เอ่ยถามใดๆ แพรวาเหลือบมองผู้พูดพร้อมกับขมวดคิ้ว ส่วนซันดานั้นเธอนั่งนิ่งทำหูทวนลม ปรัชญ์จึงพูดต่อราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา “แต่ตอนซันใส่ชุดหนังสีดำไปเชียร์แข่งรถก็เท่นะ สวยไปคนละแบบ ผมชอบให้ซันแต่งหญิงมากกว่าทำตัวทอมบอยนะ มันดูไม่ใช่ซันที่ผมรู้จัก”

“พี่ซันเขาก็อยากให้พี่ปรัชญ์คิดแบบนั้นแหละค่ะ ไม่ต้องรู้จักกัน” แพรวาโพล่งขึ้น “พี่ซันอยู่กับแพรมีความสุขดีแล้ว พี่ปรัชญ์ก็อยู่กับบอกอฟ้าไปสิคะ จะมาฟื้นฝอยหาตะเข็บทำไม”

ปรัชญ์เลิกคิ้วขึ้นสูง “พี่ว่าแพรปล่อยให้ซันเขาเป็นตัวของตัวเองจะดีกว่า ให้ซันได้เลือกทำอย่างที่ตัวเองชอบ ไม่ว่าพี่หรือแพรก็ทำได้แค่แนะนำและแสดงความคิดเห็นเท่านั้นแหละ เราต่างก็รักซัน เราก็ควรมีความสุขถ้าซันได้ใช้ชีวิตแบบที่ชอบ”

คำว่า ‘เราต่างก็รักซัน’ ทำให้ซันดาหันมองหน้าปรัชญ์นิ่ง ขณะที่รู้สึกว่ามีบางอย่างวิ่งพล่านอยู่ในอก แต่ก็ต้องรักษากิริยาให้เป็นปกติ

“นี่พี่ปรัชญ์เคยรู้จักกับบอกอซันมาก่อนหรือฮะ” ฐิติอดรนทนไม่ได้จึงถามออกไปตรงๆ

ปรัชญ์พยักหน้า “ใช่ แล้วก็เคยคบกันด้วย”

“เคยคบ” เขาทวนคำพลางจ้องหน้าผู้ที่ถูกกล่าวถึงเขม็ง

“ฉันขอตัวไปทักทายเพื่อนๆที่สำนักพิมพ์เก่าก่อนนะ พวกคุณอยากจะคุยจะซักอะไรกันก็ตามสบาย ฝากแพรด้วยก็แล้วกัน ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว”ซันดาตัดบทแล้วลุกพรวดขึ้น เดินไปออกไปทันที

แพรวาจึงทำท่าจะลุกขึ้นตาม ทว่าถูกปรัชญ์ดึงมือเอาไว้ “ไม่ได้ยินหรือไงซันเขาให้แพรอยู่กับพี่”

หญิงสาวหันขวับพลางดึงมือตนเองออกก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งที่เดิม “นี่พี่ปรัชญ์กำลังเล่นอะไรคะ”

คำถามของแพรวาพลอยทำให้ฐิติสนใจรอฟังคำตอบไปด้วย แต่เขาก็เลือกที่จะนิ่งฟังมากกว่าร่วมวงสนทนาไปด้วย

“เกมรักมั้ง” ปรัชญ์ตอบสั้นๆไม่ขยายความ

“เกมรักของพี่คนเดียวน่ะสิ พี่ซันลืมอดีตหมดแล้ว ล้มเลิกความพยายามเถอะ”

ปรัชญ์ยืนขึ้น ก้มลงมองหญิงสาวรุ่นน้องด้วยแววตาแน่วแน่ “พี่จะให้โอกาสความรักได้ทำหน้าที่ของมัน ถ้าซันรักคนอื่นพี่จะไม่ยื้อ แต่ถ้าซันยังรักพี่ ความรักจะช่วยคลี่คลายทุกอย่างเอง”

แพรวาทำหน้าตึงขณะเงยขึ้นมองผู้พูด “โดยไม่สนใจเลยหรือคะว่าตอนนี้รสนิยมพี่ซันเป็นแบบไหน คบกับใครอยู่”
ปรัชญ์เหลือบมองฐิตินิดหนึ่งก่อนตอบ “ซันยังไม่ได้คบกับใคร”

“พี่ปรัชญ์!” แพรวาร้องเสียงหลง

“เดี๋ยวพี่ไปทักเพื่อนแป๊บนึงนะ” ปรัชญ์ไม่ตอบโต้ใดๆอีก เขาหันไปพยักหน้าให้ฐิติเป็นเชิงบอกกล่าว แล้วจึงเดินออกไปโต๊ะอื่นเป็นการตัดบทการสนทนา

เมื่อหนุ่มรุ่นพี่จากไปแล้วนักเขียนหนุ่มจึงเริ่มซัก “มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันแพร”

แพรวาหันมาตอบด้วยแววตาขวางๆราวกับปรัชญ์มานั่งอยู่ตรงหน้า “ก็ตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัยกันแล้วค่ะ”

“ตอนนั้นพี่ปรัชญ์ไม่ได้คบบอกอฟ้าหรอกรึ”

หญิงสาวสั่นหน้า “พี่ปรัชญ์คบกับพี่ซันจนเรียนจบ ส่วนยายฟ้าฟาดนั่นมาทีหลัง”

“ช่วงนั้นพี่ปรัชญ์เป็นนายแบบกำลังฮ็อตไม่ใช่เหรอ”

“อืม ก็ใช่ แต่คนอย่างพี่ปรัชญ์น่ะเขาไม่เคยแคร์อะไร ไม่สนใจว่ามีแฟนแล้วคนอื่นจะมองยังไง ถ้ายึดติดกับความเป็นไอดอลขนาดนั้นคงไม่ออกจากวงการไปเรียนต่อเมืองนอกหรอกมั้งคะ”

“แล้วทำไมถึงเลิกกันล่ะ”

แพรวานิ่งคิดอยู่ชั่วครู่จึงตัดสินใจบอกปัด “แพรก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าพอเรียนจบก็ต่างคนต่างอยู่”

ฐิติพยักหน้า “พี่ปรัชญ์คงยังฝังใจ น่าเห็นใจอยู่เหมือนกันนะ”


++++++++++++++++++
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » ศุกร์ 18 มี.ค. 2016 3:29 pm

เสียงดนตรีสงบลงเมื่อพิธีกรชายหญิงขึ้นประจำที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างนั้นซันดาแยกจากสาวๆกองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ลูกหว้าเดินออกไปหยิบแก้วพั้นซ์ตามลำพัง

“วันนี้ซันสวยมากนะ”

เธอจำเสียงเขาได้ กิริยาของซันดาขณะหันกลับไปมองจึงดูเมินเฉย “ขอบคุณนะที่ชม”

“คุยกับผมก่อนได้ไหม”

หญิงสาวระบายลมหายใจเบาๆก่อนถาม “ต้องการอะไร”

เมื่อเห็นว่าเธอถามออกมาตรงๆ เขาก็เลือกที่จะไม่อ้อมค้อม “ผมอยากขอโอกาส”

“ฉันไม่เข้าใจคุณ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าที่ฉันหายไปเป็นเพราะอะไร ทำไมยังไม่เลิกมายุ่งอีก”

“เพราะผมรู้จักซันดีพอไง” เขาตอบเสียงหนัก พยายามสบตาเธอให้เชื่อมั่นในคำพูดเขา “ทุกอย่างที่เกิดไม่ได้เป็นเพราะซัน ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆเราไม่จำเป็นที่จะต้องเอามาเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต ตอนนี้อาจจะยังคลุมเครือแต่ซันรู้ไว้นะว่าผมรอได้”

หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยแววตาสับสน “ฉัน...”

ทว่าระหว่างที่ซันดากำลังอ้ำอึ้งเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นก่อน “ปรัชญ์มาอยู่นี่เอง”

เสียงที่ดัดให้หวานจ๋อยนั้นมาพร้อมกับร่างระหงของหญิงสาวในชุดโบราณ และชายหนุ่มในชุดลำลองแต่กระนั้นก็ยังดูหล่อเหลาสะดุดตา “พี่บอมแวะมาเที่ยวน่ะค่ะ ฟ้าเลยชวนมาแจมกับพวกเราที่นี่”

“ไม่เจอกันนานเลยนะบอม งานที่บริษัทคงจะยุ่งล่ะสิ” ปรัชญ์ทักทาย

อธิปพยักหน้ายิ้มๆ “ใช่ บริษัทเปิดใหม่ก็แบบนี้แหละ ยังขาดเหลืออีกหลายอย่าง ถ้าบริษัทนายอยากเซ็ทระบบคอมพิวเตอร์ก็ติดต่อได้นะ”

ปรัชญ์หัวเราะเบาๆ “ได้สิ แต่ตอนนี้ไปนั่งด้วยกันก่อนนะ ไหนๆก็มาละ”

“ซันก็นั่งด้วยกันก่อนสิ พี่มีเรื่องจะคุยกับซันอยู่เหมือนกัน” ฟ้ารุ่งทำเสียงอ่อน ทอดสายตาเป็นมิตรมาให้

ซันดายืนนิ่ง รู้สึกงงงันกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย ท่าทางของฟ้ารุ่งบ่งบอกว่ามาดี แต่เธอจะไว้ใจได้หรือ แล้วผู้ชายหน้าตาดีที่ยืนอยู่ข้างฟ้ารุ่งอีกละ เหตุใดจึงคุ้นตาเธอเหลือเกิน เพียงแค่นึกไม่ออกเท่านั้นแหละว่าเคยพบเจอกันที่ไหน

ทว่าฟ้ารุ่งก็ไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัวทัน เธอเอื้อมมือไปดึงข้อมือซันดาให้ก้าวตามไปนั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งเก้าอี้ว่าง ไม่มีบุคคลอื่นนั่งอยู่เลยแม้แต่คนเดียว โดยฟ้ารุ่งนั่งตรงกลางระหว่างซันดาและปรัชญ์ โดยมีอธิปนั่งถัดจากปรัชญ์ไปอีกที
“ก่อนอื่นพี่ต้องขอโทษซันสำหรับทุกอย่างที่ทำไม่ดีกับน้องทั้งๆที่เราเป็นพี่น้องกันแท้ๆ” ฟ้ารุ่งเอี้ยวตัวไปพูดกับน้องสาวด้วยสีหน้าสลด หลังพูดจบก็ยังมองหน้าอีกฝ่ายเพื่อรอฟังคำตอบ

“ไม่เป็นไร” ซันดาตอบสั้นๆ ยอมรับกับตนเองว่ายังไม่ไว้ใจพี่สาวร่วมบิดาคนนี้เท่าใดนัก เหตุเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายทำไว้ช่างหนักหนาสาหัสในความรู้สึกของเธอ

“ผมดีใจนะที่ซันกับฟ้าเข้าใจกันเสียที” ปรัชญ์สำทับอย่างยินดีแล้วจึงเอ่ยต่อว่า “ผมก็ต้องขอโทษรุ้งและบอมอีกครั้งที่เคยจีบฟ้า ทั้งๆที่เป็นการจีบเพราะถูกเพื่อนยุ ไม่ใช่ความรู้สึกต้องการในใจจริงๆ ฟ้ายกโทษให้ผมนะ”

“นายพูดความจริงออกมาตรงๆแบบนี้ก็ดีแล้วปรัชญ์ ทุกฝ่ายจะได้สบายใจ” อธิปตอบขึ้นก่อนแล้วจึงเว้นช่วงให้ฟ้ารุ่งได้พูดบ้าง

“รุ้งเข้าใจปรัชญ์ค่ะ คงเป็นเพราะรุ้งที่ดึงดันขอคบปรัชญ์ต่อทั้งๆที่ปรัชญ์ก็บอกความในใจออกมาแล้ว ว่าคิดกับรุ้งแค่ไหน สุดท้ายเราจึงไปกันไม่รอด เพราะพื้นฐานมันไม่ได้มาจากความรัก” พูดจบฟ้ารุ่งก็ระบายยิ้มให้แก่ทุกคนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

“งั้นวันนี้เรามาฉลองมิตรภาพกันนะ” ปรัชญ์เสนอ

สองหนุ่มสาวพยักหน้า พร้อมกับที่พงษ์พจน์เดินเข้ามาหาปรัชญ์พลางบอกว่า “คุณนาถเชิญที่โต๊ะวีไอพีครับ มีผู้ใหญ่อยากพบคุณปรัชญ์”

ชายหนุ่มจึงเอ่ยขอตัวและเดินออกไปพร้อมบรรณาธิการสำนักพิมพ์ ปล่อยให้ซันดาอยู่กับฟ้ารุ่งและอธิปตามลำพัง หญิงสาวรู้สึกอึดอัดจึงขอแยกตัวไป ทว่าฟ้ารุ่งกลับรั้งไว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “อย่าเพิ่งไปสิจ๊ะซัน เรายังไม่ได้คุยเรื่องลึกๆกันเลย”

“เราคงมีเวลาคุยกันอีกนาน” ซันดายังคงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ฟ้ารุ่งหัวเราะเบาๆ “แต่พี่บอมคงไม่ว่างมาคุยกับพวกเราบ่อยๆหรอก”

ซันดาเลิกคิ้วมองอธิปและถามตรงๆว่า “คุณบอมมาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ”

ฟ้ารุ่งหันไปมองหน้าพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของตนก่อนเอ่ยตอบ “แหม ซันอย่าแกล้งจำพี่บอมไม่ได้สิ เดี๋ยวพี่เขาน้อยใจแย่”

“แสดงว่าเราเคยรู้จักกันหรือคะ” ซันดาหันไปถามอธิปตรงๆ

ชายหนุ่มพยักหน้า “ใช่ครับ”

ฟ้ารุ่งทำหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนจะขยายความด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “จริงๆซันน่าจะจำพี่บอมไว้ในก้นบึ้งของจิตใจเลยนะ”

ซันดารับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายเธอจึงลุกขึ้นยืน “ฉันขอตัวก่อนดีกว่า”

ฟ้ารุ่งมือไวกว่าที่คิด เธอคว้าแขนของน้องสาวร่วมบิดาเอาไว้พลางลุกขึ้นยืนขนาบข้าง “เธอมองหน้าพี่บอมให้ดีสิ แล้วนึกถึงคืนนั้น...คืนที่เธอไม่มีวันลืมได้”

เหมือนถูกสะกดจิต ซันดาทำตามในทันที แล้วหัวใจเธอก็เริ่มสั่นระรัว เมื่อความทรงจำเลวร้ายเริ่มออกมาปรากฏให้เธอได้รับรู้อีกครั้ง


...มันคือเหตุการณ์เลวร้ายที่พลิกชีวิตของเธอทั้งชีวิต


-จบตอน -
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » จันทร์ 28 มี.ค. 2016 6:29 am

บทที่ ๑๑

บทที่ ๑๑


นานมากแล้วที่ซันดาพยายามลืมภาพเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อน
ในคืนวันเกิดของฟ้ารุ่ง…

ด้วยความไว้ใจบวกกับถูกคะยั้นคะยอซันดาจึงไปร่วมงาน โดยให้น้องชายไปส่งไว้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน

คืนนั้นเธออยู่ในชุดเสื้อและกระโปรงสีขาวเข้าชุดกันดูน่ารักสมวัย ส่วนฟ้ารุ่งสวยสง่าอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำสั้นเหนือเข่าดูเปรี้ยวจนเข็ดฟัน เมื่อเห็นซันดาเข้ามาในงานฟ้ารุ่งก็ผละจากคนอื่นๆเดินมาจูงมือเธอเข้าไปแนะนำกับเพื่อนๆแล้วจึงหันมาคุยกับเธออย่างเป็นกันเอง “นึกว่าซันจะไม่มาเสียแล้ว เห็นบอกว่าพี่แซ็คกับปรัชญ์ไปแข่งรถต่างจังหวัด”

“ซันให้น้องชายมาส่งน่ะ” ซันดาตอบแทรกเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มอยู่

“งั้นขากลับฟ้าไปส่งเอง ไม่ต้องห่วงนะ” ฟ้ารุ่งบอกอย่างสดใส แล้วจึงหันไปดึงแขนชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านเธอทั้งสองไป “พี่บอมมารู้จักเพื่อนฟ้าก่อน”

ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนดูสบายๆหันกลับมายิ้มให้เพื่อนใหม่ แล้วจึงค้อมศีรษะเล็กน้อย “สวัสดีครับ”

“ซันเป็นเพื่อนต่างมหา’ลัยที่ฟ้าเจอตามงานบ่อยมากจนเราสนิทกัน ส่วนพี่บอมเป็นพี่ชายของฟ้านะซัน คุณพ่อของพี่บอมเป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่ แต่คุณลุงรับฟ้าเป็นลูกบุญธรรม เราสองคนก็เลยเหมือนพี่น้องแท้ๆ เออ คืนนี้พี่บอมไปส่งซันที่บ้านด้วยนะ”

“ได้สิ”ชายหนุ่มตอบรับอย่างใจดี

ซันดารีบยกมือไหว้ “ขอบคุณค่ะพี่บอม”

“จ้ะ”ชายหนุ่มค้อมศรีษะรับ

“ทีนี้ซันก็ไม่ต้องห่วงเรื่องขากลับแล้วละ ปะไปสนุกกับเพื่อนๆฟ้ากัน” ฟ้ารุ่งชวนก่อนดึงมือเพื่อนเบาๆ

ซันดาก้าวตามเจ้าของวันเกิดไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยมีบอมหรืออธิปเดินตามไปติดๆ รอบกายของเธอมีแต่คนแปลกหน้า แต่หญิงสาวก็ยังอุ่นใจที่มีฟ้ารุ่งอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

เมื่อได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายเจ้าของวันเกิดก็สั่งเครื่องดื่มประเภทค็อกเทลให้กับซันดา แต่กลับถูกปฏิเสธ หญิงสาวจึงตามใจโดยการเรียกบริกรให้จัดหาน้ำผลไม้มาแทน

ถึงซันดาไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย แต่หลังจากผ่านไปราว 2 ชั่วโมง เธอก็รู้สึกมึนศีรษะจึงบอกกับฟ้ารุ่งตรงๆ ซึ่งหญิงสาวก็ดูห่วงใยเธอนัก ทว่ายังไม่ทันไร สติสัมปชัญญะของซันดาก็ดับวูบลงไปโดยไม่ทันตั้งตัว จนตื่นขึ้นมาอีกทีเมื่อผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว

เธอลืมตาขึ้นและพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงสีขาว รอบกายเหมือนเป็นห้องพักในโรงแรม หัวของเธอยังปวดหนึบๆ แต่ซันดาก็พยายามเพ่งมองไปรอบตัวพลางคิดย้อนถึงเหตุการณ์สุดท้ายเมื่อคืนนี้...

ระหว่างนั้นประตูห้องถูกเปิดออก เธอจึงหันขวับไปมองอย่างฉงน

ฟ้ารุ่งในชุดเสื้อยืดสีเหลืองตัวสั้น ยาวลงมาถึงขอบกางเกงยีน กำลังเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่ซันดารู้สึกถึงรอยเยาะ แต่เธอคงจะคิดไปเอง คนอย่างฟ้ารุ่งไม่มีวันจะที่คิดไม่ดีกับคนอื่นได้

“เป็นไงบ้างจ๊ะซัน” ผู้มาใหม่ถามพลางนั่งแหมะลงข้างเตียง

ซันดาจึงขยับตัวขึ้นนั่งพิงพนักหัวเตียงด้วยท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน

“อุ๊ย!”ความเย็นวาบทำให้เธอต้องรีบตะปบชายผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ตนเองเอาไว้ เพราะรู้สึกด้วยสัญชาตญาณว่าร่างกายท่อนบนมีเพียงบราเซียร์ตัวเดียวสวมอยู่

“มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยฟ้า”ซันดาเอ่ยถาม สัญญาณอันตรายเริ่มเข้ามาสั่นคลอนความรู้สึก
ฟ้ารุ่งไม่ตอบ แต่กลับยกนิ้วชี้นิ้วไปข้างตัวผู้ถาม “ลองถามพี่บอมดูดีไหม”

หัวใจของซันดากระตุกวาบ เธอรีบก้มลงมองข้างตัว

สิ่งที่เห็นทำให้หญิงสาวแทบกรีดร้อง มีใครคนหนึ่งนอนอยู่จริงๆ และเวลานี้เขาเริ่มขยับตัวแล้ว เธอจึงลนลานถอยหนีราวกับชายหนุ่มเป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัวที่สุด

“นี่มันอะไรกันฟ้า” ซันดาถามเสียงสั่น เธออยากให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน แต่นี่มันคือความจริงอันแสนอัปยศ

ฟ้ารุ่งยักไหล่ “ไม่รู้สิ เมื่อคืนอยู่ดีๆซันหมดสติไป ฟ้าให้พี่บอมพามาพักที่นี่เพราะฟ้าไม่รู้ว่าบ้านซันอยู่ไหน ก็เลย...”

ซันดากัดริมฝีปากตนเองจนเจ็บ หลากหลายคำถามประดังเข้ามาในหัว

‘เป็นไปได้หรือที่คนห่วงใยกันจะทิ้งเพื่อนซึ่งไร้สติเอาไว้กับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันวันแรก แล้วเป็นไปได้หรือที่อยู่ดีๆเธอจะหมดสติไปราวกับสมองถูกกดปิดสวิตซ์ แต่หากจะมองว่าเป็นแผนของฟ้ารุ่งก็ดูจะเป็นการปรักปรำกันเกินไป เพราะไม่มีเหตุผลอันใดที่ฟ้ารุ่งจะต้องทำลายเธอ’

ห้องทั้งห้องเงียบสนิท ทุกคนต่างอยู่ในภวังค์ความคิดของตน

ฟ้ารุ่งเดินอ้อมไปยังมุมที่อธิปนอนอยู่ก่อนจะถาม “นี่พี่บอมปล้ำเพื่อนฟ้าหรือคะ”

อธิปขยับตัวขึ้นนั่ง ทำให้มองเห็นแผงอกล่ำสัน และไรขนจางๆ แล้วจึงเงยหน้าขึ้นตอบอย่างไม่ยี่หระ “ไม่รู้สิ พี่เมา”

ซันดาหันไปมองผู้พูดเขม็ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความขยะแขยงและเกรี้ยวกราด แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากนั้นเลย

“จะทำยังไงต่อไปล่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว”ฟ้ารุ่งถามเสียงเรียบ

คำถามนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบสงัดอีกครั้ง

ครู่ใหญ่ซันดาจึงดึงผ้าห่มมาพันตัวเอาไว้ แล้วก้าวลงจากเตียง ก้มเก็บเสื้อผ้าที่ตกระเกะระกะอยู่ขึ้นมาถือเอาไว้ในมือ ก่อนจะก้าวลิ่วๆเข้าไปขังตนเองในห้องน้ำ

เมื่อประตูห้องปิดลง น้ำตาของหญิงสาวก็พรั่งพรูออกมาราวกับทำนบพัง เธอพิงร่างกับผนังเพื่อปลดปล่อยความรู้สึก ทว่าความเจ็บปวด สับสนยังคงโถมเข้ามาไม่ขาดสาย จนซันดาต้องกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่น กระนั้นก็ยังเทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวของความทุกข์ใจที่มีอยู่ในเวลานี้


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


“เงียบทำไมจ๊ะซัน คิดถึงอดีตเหรอ” ฟ้ารุ่งแกล้งถาม

น้ำเสียงเยาะหยันนั้นปลุกให้ซันดาหลุดออกห้วงความทรงจำอันเจ็บปวด เธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงและกำมือแน่น ก่อนหันไปมองสองหนุ่มสาวด้วยแววตาเอาเรื่อง “ฉันไม่เคยมีอดีตกับพวกเธอ”

ฟังคำตอบของอีกฝ่ายแล้วฟ้ารุ่งก็แสร้งหัวเราะเบาๆ “เหรอ ไม่เคยมีอดีตต่อกันเลยงั้นสิ ถ้างั้นคงต้องรื้อฟื้นความทรงจำให้น้องสาวของฟ้าเสียหน่อยแล้ว”

พูดพลางฟ้ารุ่งก็ล้วงมือลงไปในกระเป๋าถือ เพื่อหยิบรูปขนาดโปสการ์ดขึ้นมาปึกหนึ่ง และวางมันลงตรงหน้าซันดา “ดูซะ จะได้ชัดขึ้น”

สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นภาพที่เธอนอนอยู่บนเตียงคู่กับอธิป มันคือภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อ 6 ปีก่อน แค่เพียงภาพแรกบนสุดก็ทำให้หญิงสาวร้อนผ่าวบริเวณขอบตา แต่ซันดาก็ทนฝืนกลืนน้ำตาที่รื้นอยู่เข้าไปในอกขณะหันขวับไปทางคู่กรณี ก่อนจะยกมืออันเย็นเฉียบขึ้นมา ง้างจนสุด แล้วซัดโครมลงไปบนใบหน้าคนใจโสมม “เลว! ทุกอย่างมันเป็นแผนของแก ฟ้ารุ่ง”

ใบหน้าของฟ้ารุ่งชาหนึบด้วยพิษจากแรงตบ ทว่าเธอก็ทำหน้าเยาะ หันมามองมือตบด้วยสายตาของผู้ชนะ “ใช่ ฉันตั้งใจจะทำลายแกไง นังโง่”

“หยุดนะฟ้า ซัน” ปรัชญ์พุ่งตัวเข้ามาแทรกระหว่างหญิงสาวทั้งสองเอาไว้ เห็นดังนั้นซันดาจึงมัวพะวงกับการเก็บภาพเจ้าปัญหาไปซ่อนไว้ทางด้านหลัง ถือเป็นโอกาสดีให้ฟ้ารุ่งได้ใส่ไคล้เต็มที่ “ซันเขายังโกรธฟ้าค่ะปรัชญ์ แต่ไม่เป็นไร ฟ้าทำผิดจริง ฟ้ายอมรับได้”

ปรัชญ์ได้ฟังก็หันไปตำหนิซันดาเสียงเครียด “อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียบรรยากาศงานสิซัน ฟ้าเขาสำนึกผิดแล้ว ใจเย็นๆค่อยคุยกันก็ได้”

ถ้อยคำของเขาทำให้ซันดาหันกลับมาสบตาผู้พูดอย่างเจ็บช้ำ “ไหนคุณบอกว่าจะอยู่ข้างฉันไง นี่อะไร ฟังความข้างเดียวแล้วมากล่าวหากันฉอดๆ พอกันที ฉันจะไม่เชื่อใครอีก”

ปรัชญ์ถอนใจแรงๆ “ผมอยู่ข้างคุณตลอดแหละ แต่วันนี้คุณทำไม่ถูกนะ คุณจะมาตบคนอื่นกลางงานเลี้ยงแบบนี้ไม่ได้”

“แต่ฉัน....” พูดได้แค่นั้น ซันดาก็นิ่งเงียบ ไม่ต่อปากต่อคำ เธอรู้ดีว่าป่วยการที่จะอธิบายต่อ เพราะหากเธอพูดความจริงบางอย่างออกไปก็รังแต่จะเป็นที่อับอาย “เอาเถอะ ใครจะมองฉันยังไง เชิญ ขอแค่ต่อจากนี้ต่างคนต่างอยู่ก็พอ”

พูดจบหญิงสาวจึงก้าวลิ่วๆออกจากบริเวณงาน กลับไปยังห้องพักด้วยอารมณ์ที่กำลังสับสนเต็มที่

เมื่อเห็นกิริยาของซันดา แพรวาซึ่งนั่งอยู่กับฐิติก็ผุดลุกขึ้นพลางเรียก “พี่ซัน!”

นักเขียนหนุ่มดึงแขนแพรวาเอาไว้ เพราะเห็นปรัชญ์วิ่งตามไปก่อนแล้ว“รอก่อนเถอะแพร”

“แต่พี่ปรัชญ์ทำให้พี่ซันโกรธนะ ถึงเราอยู่ตรงนี้แต่แพรก็มองสีหน้าออก” สาวน้อยบอกอย่างหงุดหงิดใจ

“ให้เขาเคลียร์กันก่อนดีกว่า เชื่อพี่เถอะ”ฐิติยืนกราน

แพรวาทรุดตัวลงนั่งที่เดิมด้วยสีหน้าบึ้งตึง หันมองคนห้ามด้วยแววตาวาววาม “พี่เอเธ็นส์เข้าข้างพี่ชายตัวเองดีนัก แล้วแพรล่ะ”

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆก่อนตอบ “พี่ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ตอนนี้บอกอซันกำลังสับสนนะ ถ้าทั้งแพรและพี่ปรัชญ์เข้าไปพร้อมกันคงปวดหัวน่าดู”

แพรวาทุบอกอีกฝ่ายเสียงดัง อั้ก! “ว่าแพรเป็นตัวปัญหาหรือไง”

ฐิติรวบมือน้อยนั้นไว้พลางส่ายหน้า “คิดมากอีกแล้วนะเรา เชื่อพี่เถอะ อย่าดื้อ เดี๋ยวไม่น่ารักนะ”

แพรวาทำหน้ามุ่ย “ก็ได้”

ฐิติมองหน้าสาวน้อยในชุดเจ้าชายพลางหัวเราะเบาๆ ‘จะว่าไปแพรวานี่ก็น่ารักเหมือนกันแฮะ’

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: นวนิยาย "ริษยาซ่อนรัก" เขียนโดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » จันทร์ 28 มี.ค. 2016 6:31 am

ปัง!

ประตูบ้านพักหลังย่อมปิดลงทันทีที่ปรัชญ์เดินไปถึง ชายหนุ่มจึงรัวเคาะประตูพลางส่งเสียงเรียก “ซัน เปิดประตูให้ผมหน่อย”

ไม่มีเสียงตอบจากผู้อยู่ด้านใน แต่เขาก็ไม่ละความพยายามยังคงทั้งเคาะทั้งเรียกด้วยความร้อนใจ จวบจนมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาจับแขนเขาไว้นั่นแหละ ปรัชญ์จึงหยุดแล้วหันกลับมามอง

“บอกอซันคงยังไม่พร้อมที่จะคุยกับพี่ปรัชญ์ ให้เธอพักก่อนเถอะ” ฐิติแนะนำ “เดี๋ยวให้แพรเข้าไปปลอบน่าจะดีกว่า ส่วนเราไปนั่งคุยกันในงานกันเถอะ เมื่อกี้พิธีกรเพิ่งประกาศผู้ชนะเลิศชุดแฟนซีไป ตอนนี้เพลงกำลังเพราะเลยนะฮะ”

ปรัชญ์หันไปมองแพรวาที่เพิ่งตามเข้ามาสมทบ “ฝากซันด้วยนะแพร”

แพรวาพยักหน้า “ค่ะ ยังไงก็ไม่มีใครเข้าใจพี่ซันเท่าแพรอีกแล้ว”

พูดจบเธอก็เคาะประตูพลางเรียกซันดา ไม่ช้าประตูห้องจึงเปิดออก แพรวาหันมาพยักพเยิดให้ฐิติหลังจากก้าวผ่านกรอบประตูเข้าไปด้านในแล้ว จากนั้นประตูจึงถูกดึงให้ปิดสนิทลงอีกครั้ง

“ใจเย็นๆนะคะพี่ซัน” แพรวาดึงมือเรียวของซันดามากุมไว้ ก่อนจะจูงมือกันเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว

เวลานี้ห้องทั้งห้องเงียบสงัดและค่อนข้างมืด เนื่องจากแพรวาไม่ได้เปิดไฟ จึงมีเพียงแสงไฟที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาเท่านั้นที่ทำให้พอมองเห็นสิ่งรอบตัวได้อย่างรางๆ

หญิงสาวทั้งสองนั่งลงที่ปลายเตียงซึ่งเห็นเป็นสีขาวในความสลัว

แพรวาหันไปกอดร่างของสาวรุ่นพี่พลางเอียงศีรษะลงบนไหล่ของอีกฝ่าย “แพรเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่รู้รายละเอียด มันเกิดอะไรขึ้นคะ”

ซันดานิ่งไปเป็นครู่จึงยอมปริปากเล่า “ฟ้ารุ่งพาผู้ชายคนนั้นมาหาพี่”

แพรวายกศรีษะขึ้นมองคู่สนทนาก่อนถาม “หมายถึงใครคะ”

“ก็ผู้ชายคนที่...”คราวนี้เสียงของซันดาเริ่มสั่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านหัวใจ เธอเกลียดและขยะแขยงตัวเองเหลือเกินในเวลานี้

“เลว!” แพรวาบริภาษเสียงต่ำ

น้ำอุ่นๆที่คลอคลองอยู่บริเวณหัวตาของซันดาเริ่มหยาดหยดเมื่อเธอเล่าต่อ “สองคนนั้นถ่ายรูปพี่เก็บไว้ด้วย แล้ววันนี้เขาก็เอารูปพวกนั้นมาให้พี่ดู พี่ทั้งโกรธทั้งอายก็เลยตบฟ้ารุ่งไปทีนึง”

อ้อมแขนของแพรวากระชับแน่นเข้า “มันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ พี่ซันไม่ต้องกลัวนะคะ แพรจะหาทางเอาไฟล์ภาพพวกนั้นมาทำลายให้ได้ พวกมันคงไม่กล้าเผยแพร่หรอกค่ะ เดี๋ยวนี้กฎหมายค่อนข้างแรง”

ซันดาหันมองหญิงสาวรุ่นน้องผ่านม่านน้ำตาแล้วจึงพยักหน้า “ขอบใจมากนะแพร มีแค่แพรคนเดียวที่อยู่ข้างพี่มาตลอด”

แพรวาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่วาววามอยู่ในความมืดพลางเปิดเผยความในใจ “แพรรักพี่ซันนี่คะ ถึงพี่ซันจะยังไม่ยอมคบกัน แต่แพรก็รอได้”

ซันดามองตอบอีกฝ่ายนิ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอและแพรวาผ่านทุกข์สุขร่วมกันมามากมาย ทุกครั้งแพรวาจะคอยใส่ใจและไม่เคยทอดทิ้ง แต่ในช่วงหลังๆแพรวาแปลกไป เริ่มปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคู่รัก ก่อนที่จะบอกความในใจในวันวาเลนไทน์ปีก่อนว่าความรู้สึกที่มีต่อเธอได้เปลี่ยนจากพี่น้องเป็นคนรัก ซันดามิได้ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆ แพรวาจึงไม่กล้าแสดงออกในเรื่องนี้นัก เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่เธอวกกลับมายังเรื่องเดิมอีกครั้ง


“พี่ซันคะ แพรจะไม่ทำให้พี่ซันผิดหวัง เรามาคบกันนะคะ” สาวรุ่นน้องเอ่ยถามก่อนจะปล่อยซันดาออกจากอ้อมกอดแล้วกุมมือทั้งสองของเธอเอาไว้หลวมๆ “แพรรู้ว่าพี่ซันไม่สบายใจเรื่องนั้น พี่ซันกลัวว่ามันจะเป็นตะกอนในใจของพี่ปรัชญ์เลยหนีจากมา แต่ถ้ากับแพร พี่ซันไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนั้นมันเรื่องเล็ก ผู้หญิงด้วยกันจะเข้าใจกันมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว”

“พี่...”ซันดานิ่งเงียบไปอีกครั้ง ทว่าตาคู่สวยยังสบตาสาวรุ่นน้องอยู่ไม่หลบ

แพรวายิ้มจางๆในความมืด เธอปล่อยมือสาวรุ่นพี่ให้เป็นอิสระ แล้วจึงใช้มือตนเองจับไหล่ของฝ่ายให้หันมา ซันดาขยับร่างมานั่งประจัญหน้ากันก่อนจะพูดต่อ “พี่ยังให้คำตอบแพรตอนนี้ไม่ได้ เพราะพี่ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าพี่จะสามารถรักแพรแบบนั้นได้หรือเปล่า”

แพรวาพยักหน้าเบาๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องพิสูจน์”

“ยังไง” ซันดาถาม

ผู้ถูกถามจึงโน้มตัวเข้าไปกอดสาวรุ่นพี่และลูบหลังอีกฝ่ายแผ่วเบา “พี่ซันกอดแพรหน่อยสิคะ”

ซันดาทำตามอย่างว่าง่าย เธอยกมือขึ้นโอบร่างระหงที่แนบชิดอยู่ตรงหน้า

“ถ้าเราคบกัน อ้อมกอดของแพรจะมีให้พี่ซันคนเดียวตลอดไป”แพรวาให้คำสัญญาขณะซบหน้าลงบนไหล่ขวาของซันดานิ่ง

“ขอบใจมากนะแพรที่รู้สึกดีๆกับพี่” ซันดาตอบพลางก้มมองใบหน้าที่คลอเคลียไหล่ตนอยู่เวลานี้ เธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดพวงแก้มบางเบา

แพรวาค่อยๆขยับศีรษะของตนเองขึ้น แล้วใช้ริมฝีปากพรมจูบดวงหน้าหอมกรุ่นของสาวรุ่นพี่ ก่อนจะหยุดที่เรียวปากบางเย็นเฉียบซึ่งยังคงปิดไม่สนิท ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง

ซันดาตกตะลึงพรึงเพริศ เอผุดลุกขึ้นยืนแล้วละล่ำละลักบอก “แพร...พี่ขอโทษ พี่ยังไม่พร้อม”

แพรวาเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนค้ำหัว พลางระงับความรู้สึกน้อยใจก่อนเอ่ยตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ แพรบอกแล้วว่ารอพี่ซันได้เสมอ”


[จบตอน]


อ่านต่อได้ตามลิงค์ http://my.dek-d.com/kawakuk/writer/view.php?id=883626
Namfar
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 486
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง นวนิยาย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

cron