เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

เรื่องราวของอาณาจักรล้านนา

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » ศุกร์ 25 ต.ค. 2019 1:14 pm

แม่ค้าขายมะพร้าว บริเวณอำเภอแม่ริม เชียงใหม่ ใน พ.ศ.๒๕๐๕ น่าจะเป็นน้ำตกแม่สา
12338.jpg
12338.jpg (72.57 KiB) เปิดดู 1689 ครั้ง


แยกโรงแรมรินคำ เชียงใหม่ ตอนยังเป็นถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สองเลน ประมาณพ.ศ.๒๕๑๒-๒๕๑๓
12341.jpg
12341.jpg (38.22 KiB) เปิดดู 1689 ครั้ง



คำก๋อด โจรชื่อดังแห่งเมืองเชียงใหม่ที่ทางใครๆได้ยินชื่อก็ต้องผวา (พ.ศ.๒๔๙๐ – ๒๕๑๘)
13345074.jpg
13345074.jpg (94.07 KiB) เปิดดู 1637 ครั้ง

(ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

ผู้สูงวัยในเชียงใหม่ไม่มีใครไม่รู้จัก “คำก๋อด” เล่ากันว่า ในสมัยก่อนหากบอกว่าคำก๋อดมา ผู้ที่ได้ยินต้องวิ่งหนี นี่เป็นเรื่องจริง คราวหนึ่งใกล้ค่ำมีผู้มาตะโกนบอกที่ตลาดสันป่าข่อยว่า “เห็นคำก๋อดกำลังมาที่นี่” เท่านั้นเอง “กระจุย” กลุ่มแม่ค้าและลูกค้าที่กำลังซื้อขายของกันอยู่ร้องวี้ดว้ายวิ่งหนีกันสุดชีวิต แบบตัวใครตัวมัน หรือที่เรียกว่า“หุยต๋ายหุยวาย” ชั่วครู่เมื่อเห็นว่า คำก๋อดไม่ได้มาเหมือนที่มีผู้ตะโกนบอก จึงกลับมาทำมาหากินตามปกติ แต่ก็ไม่วาย ระแวงอย่างอกสั่นขวัญแขวน คำก๋อดจึงได้ชื่อว่ามีอิทธิพลต่อจิตใจของผู้คนในช่วงนั้นอย่างมาก การออกอาละวาดมักเป็นเวลากลางคืน ชาวบ้านจึงไม่กล้าออกจากบ้านเนื่องจากกลัวคำก๋อด ไม่ใช่เฉพาะเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็หวาดกลัวไม่น้อยไปกว่า

คำก๋อด เป็นชื่อของฆาตรกรคนหนึ่งที่โหดเหี้ยม มีประวัติเรื่องการทำร้ายคนอย่างทารุณ บ้างว่าเป็นเสือร้ายที่ตำรวจต้องหนักใจ และปวดหัวกับการติดตามตัว บ้างก็ว่าเป็นโจรโรคจิตที่ชื่นชอบการทำร้ายและการฆ่าคน แม้ตำรวจเองก็หวั่นเกรงไม่น้อย ที่พำนักนั้นบ้างว่า เป็นคนอยู่บ้านแถวศาลาย่านวัดเกตุ บ้างก็ว่าอยู่ถัดไปแถวบ้านเด่นหรือสนามม้ายิมคานา (ข้อมูลจาก คุณลุงบุญช่วย โพทยะ อายุ ๗๗ ปี ชาวช้างม่อย)

คำว่า “ก๋อด” เป็นคำเมือง แปลว่ามือหรือนิ้วด้วน จึงเชื่อว่าฆาตรกรนี้คงชื่อว่า “คำ” แต่นิ้วอาจด้วนหรือกุดไป จึงเรียกว่า “คำก๋อด” เหมือนกับชื่อ พัน แต่ซนอย่างมหาวายร้าย จึงเรียกว่า “พันยักษ์” เป็นต้น หรือ “อั๋นควาย” แห่งอำเภอพร้าว ที่ชื่อ อั๋น แต่ตัวใหญ่ผิดเพื่อนวัยเดียวกัน จึงเรียกว่า อั๋นควายนั้นมีภรรยาตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี


ตามประวัติ คำก๋อด เป็นผู้ร้ายบุกเดี่ยว ไม่ออกปล้นเป็นแก๊งเหมือนแก๊งอื่นๆ แม้ปล้นคนเดียวแต่ก็มีชาวบ้านในละแวกนั้นคอยเป็นหูเป็นตาเป็นพรรคพวกคุ้มกันคำก๋อดยามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามจับกุม ช่วงสร้างความหวาดผวาของคำก๋อดต่อชาวเมืองเชียงใหม่ คือ ประมาณเลย พ.ศ.๒๔๙๐ มาเล็กน้อย ขณะนั้นสังคมเมืองเชียงใหม่ การติดต่อสื่อสาร และการคมนาคมยังล้าหลัง เรื่องราวข่าวสารจึงใช้วิธี “พูดต่อ” เล่ากันต่อๆกันไป การบิดเบือนข่าวสารจึงมีมาก เหตุนี้เองทำให้ความ เหี้ยมโหดของคำก๋อดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี ชาวเมืองเชียงใหม่ที่ได้ยินได้ฟัง เรื่องราวจึงเพิ่มความหวาดกลัวขยายวงกว้างไปทั่ว


ความจริงมีผู้รู้ยืนยัน มีว่า “คำก๋อด” นั้น เป็นชาวบ้านสันคือ เขตอำเภอสารภี เลยบ้านสันป่าเลียงไปเล็กน้อย เรียนจบป.๔ จากวัดพระนอนหนองผึ้ง เข้าเป็นเด็กวัดสันคือ และบวชเป็นสามเณรอยู่ ๓ – ๔ พรรษา จึงสึกมาช่วยพ่อแม่ทำไร่ ปลูกกะหล่ำปลี พ่อชื่อนายนวล ด้วยนิ้วมือขวาด้วน ๔ นิ้ว ชาวบ้านจึงเรียกว่า “นวลก๋อด” ฉายานี้ส่งผลมาถึงรุ่นลูกรวม ๗ คน แต่ละคนมีสมญาต่อท้ายว่า “ก๋อด” ทั้งสิ้น ที่ชื่อ คำ จึงเรียก คำก๋อด พี่ชายอีกคนชื่อ จัน จึงเรียกกันว่า จันก๋อด ด้านคำก๋อดนั้น รูปร่างเล็ก ค่อนข้างเตี้ย ผิวขาว หน้าตาออกซีดเซียวเหมือนกะเทย ขรึมพูดน้อย ไม่ชอบคบเพื่อนฝูง ด้านจิตใจถือว่าเด็ดขาด สู้คน ไปไหนไปคนเดียว ไม่มีกลุ่มเพื่อนสนิท


จุดที่ทำให้ คำก๋อด เป็นที่หวาดกลัวของชาวบ้าน เริ่มเมื่อตอนเป็ยวันรุ่น คำก๋อด ไปเที่ยวงานวัดที่อำเภอสารภี ดันเกิดเรื่องวิวาทกับวัยรุ่นกลุ่มอื่นเป็นการชุลมุน คำก๋อด มีจิตใจสู้คน ไล่ติดตามหมู่วัยรุ่นคู่อริเข้าไปในซอยมืด บริเวณโรงเรียนเวฬุวัน ใช้มีดเล่มยาวที่ติดตัวมาจ้วงแทงโดยคิดว่าเป็นคู่อริ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นหญิงท้องแก่ที่บังเอิญเดินผ่านมา บ้างก็ว่าเป็นหญิงอุ้มลูกเล็กผ่านมาทำให้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุคำก๋อดก็หลบหนีไป กว่าที่จะมีผู้ไปแจ้งความที่ อ.สารภี คำก๋อดก็หนีไปไกลแล้ว


พ.ต.ท. ศิริ ไชยศิริ (อดีตตำรวจสารภี อายุ ๘๙ ปี ข้าราชการบำนาญ) เล่าว่า หลังจากได้รับแจ้ง ได้นำกำลังออกติดตามคำก๋อดที่บ้านและที่ต่างๆ แต่ก็ไม่พบและติดตามคำก๋อดเรื่อยมา


นับแต่นั้น คำก๋อดจึงกลับกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีฆ่าคนตาย ข่าวเรื่องนี้แพร่กระจายเล่าลือต่อกันไปในยามนั้น ด้วยว่าในยามนั้น บ้านเมืองสงบ ผู้คนมีจิตใจดีงาม น้อยคนที่จะมีจิตใจเหี้ยมโหดถึงขนาดฆ่าคน การทะเลาะวิวาทก็มีเพียงชกต่อยกันเป็นหลัก ยิ่งหญิงที่กำลังท้องกำลังไส้ถูกแทงด้วยมีดบาดแผลน่ากลัว ทำให้ชื่อเสียงแห่งความโหดร้ายของคำก๋อดแพร่ไปอย่างรวดเร็ว เป็นที่หวาดกลัวของผู้คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.สารภี ติดตามเพื่อจับกุมคำก๋อดหลายครั้ง แต่ละครั้งต้องคว้าน้ำเหลว คราวหนึ่งตำรวจเกือบสิบนายล้อมจับคำก๋อด กระโดดลงเหมืองท้ายหมู่บ้าน หลบหนีไปได้อย่างอัศจรรย์ และว่ากันว่าคราวหนึ่ง เห็นวิ่งซ่อนในโอ่ง ตำรวจล้อมทุกด้าน แต่ก็อันตรธานหายไป ถึงขนาดคุยกันไปทั่วว่า คำก๋อดมีวิชาอาคมหายตัวได้


การฆาตรกรรมรายที่สอง ฝีมือของคำก๋อดเกิดขึ้นหลังจากแทงหญิงท้องไม่นาน วันหนึ่งบ่ายเกือบเย็น ตำรวจประจำ สภ.อ.สารภีนายหนึ่ง กลับไปกินข้าวกลางวันที่บ้าน ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของคำก๋อด วันนั้นคำก๋อดแอบกลับมาเยี่ยมแม่อยู่พอดี เมื่อเห็นตำรวจก็เกิดความกลัว จึงวิ่งหลบหนีออกจากบ้านมาทางถนนเชียงใหม่ – ลำพูน พบชายผู้หนึ่งเป็นทหารค่ายกาวิละแต่ไม่ได้แต่งชุดทหารกำลังขี่รถจักรยาน ๒ ล้อ จากสารภี เดินทางเพื่อกลับเข้าค่าย คำก๋อดดักใช้มีดแทงอย่างทารุณจนเสียชีวิต และชิงรถจักรยานหลบหนีไป การฆ่าคนตายสองรายในระยะเวลาไม่ห่างกันเช่นนี้ สร้างความหวาดกลัวให้คนเมืองเชียงใหม่ไปทั่ว ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้านตอนกลางคืน เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่เคยพบเห็นตัวจริงของคำก๋อด เมื่อเจอคนแปลกหน้าแปลกตาก็มักทึกทักว่าเป็นคำก๋อด พาลวิ่งหนีตะโกนบอกกันอื้ออึงอลหม่าน ไม่เว้นแม้บ้านสันคือ ภูมิลำเนาของคำก๋อดเอง ผู้คนรีบทำภารกิจกันตั้งแต่เย็นและรีบปิดบ้านเข้านอนกันตั้งแต่ก่อนมืดค่ำ ด้านคำก๋อดนั้นก็หลบหนีเจ้าหน้าที่ตามบ้านญาติและเพื่อนฝูง จะออกมาปรากฏตัวบ้างเฉพาะเวลากลางคืน


การตามล่าคำก๋อด จากปากคำของ พ.ต.ท.ศิริ เมื่อครั้งยศ จ.ส.ต.ที่สภ.อ.สารภี บอกว่า ล่าตัวคำก๋อดกันน่าดู ครั้งหนึ่ง ตำรวจ สภ.อ. หางดง แจ้งมาว่าคำก๋อดหนีไปอยู่บ้านสาวที่ตัวเองติดพันอยู่ จึงนำกำลังตำรวจไปทันที รวม ๔ คน ยานพาหนะ คือ รถจักรยาน ไปร่วมกับตำรวจหางดง ไปยังบ้านที่หมาย ขณะนั้นประมาณ ๓ ทุ่ม ทางเข้าเป็นทุ่งนาและทางโค้งเข้าหมู่บ้าน จากแสงไฟหน้ารถจักรยาน ทำให้คำก๋อดรู้ตัวและหลบออกจากบ้านก่อน เมื่อไปถึงจึงไม่พบ จึงพากันรีบขี่จักรยานย้อนออกมา เห็นคำก๋อดซ่อนอยู่ข้างทาง เท้าโผล่ออกมา จ.ส.ต.ศิริ ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงไป ๓ นัด แต่เนื่องจากมืดและระยะไกลพอดู กระสุนไม่ถูกคำก๋อด วิ่งหลบหนีไปได้ นั่นเป็นเหตุการณ์การไล่จับกุมคำก๋อด คนร้ายรายนี้ หลังจากนั้นได้ย้ายไปที่อื่น


นอกเหนือจากคดีฆาตรกรรมแล้ว ด้านคดีปล้นทรัพย์ ลักทรัพย์ ยืนยันกันว่าไม่อยู่ในนิสัยที่คำก๋อดจะทำ ยกเว้น “จันก๋อด” พี่ชายที่ติดนิสัยลักวัวควายจากสันกำแพงมาชำแหละขายที่เขตสารภี สุดท้ายถูกรุมตีและแทงตายที่ป่าช้า เขตติดต่อเมืองเชียงใหม่ พูดกันอย่างไม่น่าเชื่อว่า คดีฆาตรกรรมที่คำก๋อดก่อไว้มีถึง ๒๓ คดี หลังจากนั้นประมาณ ๓ ปีเศษ ญาติพี่น้องทราบข่าวว่า คำก๋อดหนีไปได้ภรรยา มีบุตรอยู่ที่เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เหตุเพราะไปมีเพื่อนที่เป็นลูกพ่อเลี้ยงและพ่อเลี้ยงก็รับคำก๋อดเป็นบุตรบุญธรรมช่วยทำงานในสวน ต่อมาชาวบ้านเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้านและกำนัน แต่ความสุขในชีวิตของโจรร้ายยากที่จะยืนยาวเช่นคนทั่วไป ตำรวจยังติดตามสืบหาคำก๋อดอยู่เสมอและประสบความสำเร็จ ราว ๒๕ ปีย้อนไป (ประมาณ พ.ศ.๒๕๑๘) ตำรวจสืบตามพบคำก๋อด จึงระดมกำลังล้อมจับคำก๋อดซึ่งขัดขืนการจับกุมและใช้ปืนยิงต่อสู้จนสิ้นกระสุน ผลสุดท้ายถูกกระสุนปืนตำรวจเสียชีวิตที่เวียงป่าเป้า


ชีวิตโจรร้ายที่ก่อกรรมกับประชาชน ผลกรรมตามทันเสมอไม่ว่าจะนานเพียงใด ดังเช่นคำก๋อด เป็นการปิดฉากละครชีวิตโจรคำก๋อด เหลือเพียงตำนานเล่าขานยุคนั้นสู่ยุคนี้
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » ศุกร์ 25 ต.ค. 2019 5:08 pm

วงดนตรีผู้ป่วยเด็กของโรงพยาบาลโรคเรื้อนเชียงใหม่(แมคเคน) จากหนังสือ The Land Of The White Elephant
ภาพน่าจะถ่ายประมาณ พ.ศ.๒๔๖๐ - ๒๔๗๐

คำบรรยายประกอบภาพในหนังสือ...Leper school boys,trained in the use of stringed instruments and the cornet,their music affords much pleasure to other patients.

จาก... เพจ ห้องวิจัยประวัติศาสตร์
12630.jpg
12630.jpg (42.86 KiB) เปิดดู 1688 ครั้ง


น้ำท่วมสถานีรถไฟเจียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๒
#ภาพเก่าเล่าเรื่อง
12836.jpg
12836.jpg (19.45 KiB) เปิดดู 1688 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » ศุกร์ 25 ต.ค. 2019 5:10 pm

จังหวัดเชียงใหม่มีการเรียกร้องให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๙๙
กว่าจะบรรลุการจัดตั้งและเปิดการเรียนการสอนใด้ก็ล่วงมาถึงปี พ.ศ.๒๕๐๗
12828.jpg
12828.jpg (55.43 KiB) เปิดดู 1688 ครั้ง


12829.jpg
12829.jpg (61.2 KiB) เปิดดู 1688 ครั้ง


12830.jpg
12830.jpg (39.88 KiB) เปิดดู 1688 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » พุธ 30 ต.ค. 2019 9:37 am

นักเรียนโรงเรียนดาราวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.๒๔๙๓
#ภาพเก่าเล่าเรื่อง
15972.jpg
15972.jpg (29.73 KiB) เปิดดู 1673 ครั้ง



ชาวต่างชาติในเมืองเชียงใหม่ไปเที่ยวน้ำตกห้วยแก้ว เมื่อปีพ.ศ.๒๔๔๔ ผู้ที่นั่งบนด้านขวาสุดคือ ศาสนาจารย์ ดร. วิลเลียม แฮรีส อดีตอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
ภาพ : Nheurfarr Punyadee
15974.jpg
15974.jpg (73.53 KiB) เปิดดู 1673 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 31 ต.ค. 2019 11:57 am

สารคดี กับกิ๋นคนยอง
สัมผัสวิถีการกินตามเเบบฉบับชาวยอง เเละมาทําความรู้จักกับ "อาหารยอง" ที่ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถันและคงความดั้งเดิมสะท้อนความเป็นตัวตน ที่บ้านป่าตาล จังหวัดเชียงใหม่

สื่อสารนิพนธ์
จัดทำโดย นางสาวไอลดา สุนทรวรพจน์
นิสิตสาขาวิชาการสื่อสารสื่อใหม่
มหาวิทยาลัยพะเยา

ที่ปรึกษา
ผศ.ดร.ภัทรา บุรารักษ์



School girl Chiangmai
โรงเรียนแรกก่อนที่จะเป็นโรงเรียนพระราชชายาและโรงเรียนดาราวิทยาลัยในปัจจุบัน
เดิมตั้งอยู่ที่โบสถ์คริสตจักรที่ ๑ ในปัจจุบัน
ภาพอ: Nheurfarr Punyadee''
19327.jpg
19327.jpg (46.77 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง


งามหวานอย่างแม่ญิงล้านนา
FB_IMG_1562043512421.jpg
FB_IMG_1562043512421.jpg (80.64 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 31 ต.ค. 2019 12:00 pm

เครื่องเขินเป็นงานศิลปกรรมอีกอย่างหนึ่งของล้านนาและเป็นสิ่งของเครื่องใช้ ที่เกี่ยวข้องอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวล้านนาในอดีต จนกล่าวได้ว่าเครื่องเขินนั้นเป็นผลิตผลทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและแสดงถึงคุณลักษณะของชาวล้านนาได้เป็นอย่างดี

ร่วมเรียนรู้ วิธีการทำ "เครื่องเขิน" ตามแบบฉบับชาวล้านนา ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น..โดย แม่ครู ดวงกมล ใจคำปัน บ้านนันทาราม

จัดทำโดย : Sens Natthawut



นายเอ็ม ทานากะ เจ้าของร้านถ่ายรูปทานาคา นางสาวคำปุ่น ลูกสาว นายฮาตาโน ลูกเขยและหลานๆ
17813.jpg
17813.jpg (76.51 KiB) เปิดดู 1663 ครั้ง


ภาพถ่ายฝีมือนายเอ็ม ทานากะ
17815.jpg
17815.jpg (74.21 KiB) เปิดดู 1663 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 03 พ.ย. 2019 6:51 pm

"โรงแรมรถไฟ ๓ สาขา" โฆษณาในหนังสือ ไม่ทราบปี พ.ศ.
19309.jpg
19309.jpg (70.77 KiB) เปิดดู 1643 ครั้ง


หมอคอร์ต ในพิธีการส่งอำลาหมอคอร์ตเดินทางกลับอเมริกา ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓
ภาพ : Presbyterian Historical Society
ไฟล์แนป
19311.jpg
19311.jpg (40.21 KiB) เปิดดู 1643 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 03 พ.ย. 2019 6:53 pm

"โรงแรมรถไฟ ๓ สาขา" โฆษณาในหนังสือ ไม่ทราบปี พ.ศ.
โรงแรมรถไฟจังหวัดเชียงใหม่เดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว หันหน้าเข้าหาอาคารสถานีรถไฟ
เปิดในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ คาดว่าเป็นโรงแรมแห่งแรกของจังหวัด
19309.jpg
19309.jpg (70.77 KiB) เปิดดู 1643 ครั้ง


โรงแรมรถไฟเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๓
ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเชียงใหม่ถนนเจริญเมือง ทิ้งอาคารร้างนานอยู่กว่าจะทุบทิ้ง
ภาพ : Tom Lehman
12358.jpg
12358.jpg (81.87 KiB) เปิดดู 1643 ครั้ง


โรงแรมรถไฟจังหวัดเชียงใหม่
หลังแรกเดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว หันหน้าเข้าหาอาคารสถานีรถไฟ เรียกว่าอาคารที่พักรถไฟ เปิดในปี พ.ศ. ๒๔๖๔ คาดว่าเป็นโรงแรมแห่งแรกของจังหวัด อาคารหลังแรกที่สร้างในปี ๒๔๖๔ นั้น ถูกรื้อเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๑ ส่วนอาคารโรงแรมรถไฟเชียงใหม่ที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๘ สร้างคนละจุดกับที่พักรถไฟซึ่งเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว อาคารคอนกรีตซึ่งสร้าง พ.ศ.๒๕๐๘ ทุบทิ้งไปเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๖
BS-CM-HT004big.jpg
BS-CM-HT004big.jpg (285.95 KiB) เปิดดู 1643 ครั้ง

ภาพ : บุญเสริม สาตราภัย

สามล้อรับจ้างที่มารับ-ส่งคนที่โรงแรมรถไฟ
12359.jpg
12359.jpg (82.93 KiB) เปิดดู 1642 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 03 พ.ย. 2019 8:05 pm

หมอคอร์ต ในพิธีการส่งอำลาหมอคอร์ตเดินทางกลับอเมริกา ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓
หญิงอาวุโสในภาพคือ นางจันทร์เป็ง อินทราวุธ(แม่เลี่ยงจันทร์เป็ง สกุลเดิมไชยวัณณ์) ภรรยาพ่อเลี้ยงจันทร์ตา หมอชาวเชียงใหม่ที่ทำงานกับมิชชันนารี ชื่อของท่านและสามี ทางคริสตจักรที่ ๑ เชียงใหม่ได้ใช้เป็นชื่อห้องนมัสการ ๒ แห่งของคริสตจักร
19311.jpg
19311.jpg (40.21 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง


รถแห่บรรทุกศพของนางคำป้อ วิชัย ภรรยาของอาจารย์ศรีโหม้ วิชัย(คนเชียงใหม่คนแรกที่ไปอเมริกา) คนที่นั่งอยู่ตอนหน้ารถที่เห็นเต็มตัวนั้นคือครูไหว ไชยวัณณ์ บิดาของคุณวิจิตร ไชยวัณณ์ บ.ก.หนังสือพิมพ์คนเมือง ในภาพกำลังแห่ศพน้างคำป้อไปสุสานบ้านเด่น ภาพนี้เข้าใจว่าถ่ายบริเวณหน้าค่ายกาวิละ ตรงที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละในปัจจุบัน ภาพถ่าย พ.ศ.๒๔๗๓
จาก...หนังสือ "อดีตลานนา"ของ คุณลุงบุญเสริม สาตราภัย และ คุณสังคีต จันทนะโพธิ
19313.jpg
19313.jpg (32.14 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง


งานศพอุ๊ยหม่อน ของอุ้ยปัน กันทะวง ถนนสันป่าตอง - บ้านเปียง พ.ศ.๒๔๙๘
19316.jpg
19316.jpg (60.67 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง


งานศพพ่อขุนกำแพงพิสิษฐ์ อิธรรมะ พ่อขุนสันกำแพง ท่านเสียชีวิตเมื่ออายุได้ ๙๓ ปี พ.ศ.๒๕๐๙
19319.jpg
19319.jpg (112.06 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย admin » อาทิตย์ 03 พ.ย. 2019 8:12 pm

"โรงเรียนสตรีเจ้าหลวงเชียงใหม่" “วัฒโนทัยพายัพ”
19325.jpg
19325.jpg (43.46 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง

๑. โรงเรียนสตรีแม่ข่า โรงเรียนสตรีเชลยศักดิ์ ก่อตั้งโดยเจ้าอินทวโรรส เจ้าหลวงเชียงใหม่ องค์ที่ ๘ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม รศ. ๑๒๕ (พ.ศ. ๒๔๔๙) บริเวณบ้านเจ้าเรือนคำ คลองแม่ข่า หน้าสโมสรนวรัฐ มีครูเชย เป็นครูใหญ่

๒. พ.ศ. ๒๔๕๗ ย้ายไปบ้านพักธรรมการจังหวัด ข้างวัดดอกเอื้อง ต่อจากนั้นหลวงอนุภาณสิษยานุสรรค์ ธรรมการมณฑล เป็นผู้รับดำเนินการต่อโดยมี นางจำรัส หงสกุล เป็นครูใหญ่

19324.jpg
19324.jpg (59.79 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง


๓. พ.ศ. ๒๔๕๘ โรงเรียนสตรีนี้จึงได้ย้ายไปทำการสอนแทนที่โรงเรียนชายเดิม คือที่ข้างวัดดวงดี ใช้ชื่อว่า “สตรียุพราชวิทยาลัย” เปิดสอนวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๕๙

๔. พ.ศ. ๒๔๖๑ โรงเรียนสตรียุพราชวิทยาลัย ย้ายไป ณ สถานที่ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ (โรงเรียนอาชีวศึกษาปัจจุบัน)

๕. พ.ศ. ๒๔๖๔ โรงเรียนได้รับการยกฐานะเป็น โรงเรียนสตรีประจำมณฑลพายัพ หลวงวิสณฑ์ดรุณการ ธรรมการมณฑลพายัพ ให้ยกฐานะโรงเรียนสตรียุพราชวิทยาลัย ขึ้นเป็น “โรงเรียนสตรีประจำมณฑลพายัพ” ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๔ และได้กำหนดให้มีโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด คือ โรงเรียนสตรีคำเที่ยงอนุสสรณ์ สอนในระดับประถม

19322.jpg
19322.jpg (50.73 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง


๖. ปี พ.ศ.๒๔๗๐ พระราชชายา เจ้าดารารัศมี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดอาคารเรียน “เรือนวัฒนา” และป้ายนาม โรงเรียนสตรีประจำมณฑลพายัพ “ยุพราชวิทยาลัย” ในการนี้ ทรงรับโรงเรียนไว้ในพระอุปถัมภ์

๗. สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าประทานนามโรงเรียนว่า “วัฒโนทัย” ซึ่งมาจากพระนามเดิมของพระองค์ คือ “วัฒนา” มีความหมายอันเป็นศิริมงคลว่า “มีความเจริญรุ่งเรือง วัฒนา สถาพรตลอดกาล” ต่อมาได้เติมคำว่า “พายัพ” ต่อท้ายเป็น “วัฒโนทัยพายัพ” เพราะเป็นโรงเรียนสตรีประจำมณฑลพายัพ เสด็จพระราชดำเนินเปิดป้ายนามโรงเรียน เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๔๗๑

๘.พ.ศ. ๒๔๗๔ รวมโรงเรียนสตรีประจำมณฑลพายัพและโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด “คำเที่ยงอนุสสรณ์”

๙. ได้เริ่มการก่อสร้างโรงเรียนสตรีวัฒโนทัยพายัพ ขึ้นบริเวณวัดสีเสียด (วัดร้าง) บ้านสวนดอก ตำบลสุเทพ (ปัจจุบัน คือ ถนนบุญเรืองฤทธิ์ ตำบลหายยา) ตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๑

19323.jpg
19323.jpg (37.56 KiB) เปิดดู 1641 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ร้อยเรื่องเมืองล้านนา

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน

cron