อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

ทำสวนผสมผสานทั้งปลูกพืช ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และเลี้ยงสัตว์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม

อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย ภาษาสยาม » เสาร์ 12 ม.ค. 2013 7:35 am

N01_resize.jpg
N01_resize.jpg (17.03 KiB) เปิดดู 101308 ครั้ง


ประวัติ

ชื่อ น้ำฝน ทะกลกิจ

อาชีพ รับราชการครู - นักเขียนนวนิยาย

คำแหน่ง บรรจุเข้ารับราชการ วิชาชีพครู วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๐

เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นครู (คศ.๑) วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นครูชำนาญการ (คศ.๒) วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นครูขำนาญการพิเศษ (คศ.๓) วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔


น้ำฟ้า เป็นนามปากกา ชื่อจริง ใช้ ชื่อน้ำฝน ทะกลกิจ มาแต่กำเนิด
ตอนเรียนประถมฯคุณครูพิกุล ปันทา บอกว่า ทั้งห้องมีคนชื่อเป็นภาษาไทยแท้คนเดียว "อย่าเปลี่ยนนะ"ก็เลยไม่เปลี่ยนมาจนบัดนี้ ตอนเด็กๆเป็นคนที่ค่อนข้างดื้อ ซน ไม่ค่อยมีความเป็นผู้หญิงเลยละ ^^ ก็ท่าทางพ่อเขาจะอยากได้ลูกผู้ชาย พอมีลูกสาวคนแรกไม่เคยซื้อกระโปรงให้ใส่เลย แถมยังสอนต่อยกระสอบทรายอีก ชีวิตวัยเด็กของน้ำฟ้าก็เลยค่อนข้างมีสีสัน ชอบแอบหนีไปจับปลาในคลองบ่อยๆ และมีเรื่องชกต่อยประจำ ตอนนี้ไม่กล้าละ ฮ่าๆ สมัยเด็กไม่ค่อยอยากเรียนหนังสือค่ะ ติดบ้าน ติดแม่ ไม่ชอบไปโรงเรียน ก็เลยแอบหนีเรียนตั้งแต่ ป.๑ จำได้ว่าครูพิกุลขู่ว่าจะมัดมือติดกับเพื่อนชายชื่อสุชาติ เพราะไม่อยากมาโรงเรียนเหมือนกัน เลยกลับมาตั้งใจหนแรก

สมัยเด็กๆเค้าจะแบ่งภาคเรียนเป็น ๓ ภาคเรียน ป.๑เทอม ๑ สอบได้ที่ ๑๒ เทอม ๒ ได้ที่ ๘ เทอม๓ ได้ที่ ๓ แล้วพอป.๒ เทอม ๑ ก็สอบได้ที่ ๑ ดีใจมากๆ แต่ไม่ได้รางวัลหรอกนะ แค่ทำให้พ่อแม่ดีใจก็พอใจแล้ว หลังจากนั้นจำไม่ได้ละ แต่จำได้ว่าขึ้นๆลงๆตอนเรียนจบป.๖ สอบได้ที่ ๓ มั้งถ้าจำไม่ผิดนะคะ ตอนนี้โรงเรียนที่เคยเรียนปิดไปละ เพราะคนแถวบ้านไปเรียนในโรงเรียนประจำอำเภอกันหมด มันคงเป็นค่านิยมมั้ง จริงๆเราอยากบอกว่า เรียนโรงเรียนเล็กๆ ครูไม่เด่นไม่ดังก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ถ้าเรามีความรักดีมากพอ ภูมิใจที่ได้เรียนโรงเรียนแห่งนั้น ครูคนแรกที่ไม่ใช่พ่อแม่ ชื่อพิกุล ปันทา เป็นครูประจำชั้นป.๑ ,๓,๖ ครูใหญ่คนแรกชื่อ สุเธียร ปัญญาโจง ครูของเรามีเยอะที่เคยสอนก็ ครูนงเยาว์ แก้วเจ๊ก ครูประจำชั้น ป.๒ ครูสมศักดิ์ เวียงเงิน ครูประจำชั้นป.๔ ครูสุวิทย์ใจแปง ครูประจำชั้นป.๕ นอกจากนี้ก็ยังมีครูประจำวิชาที่ไม่ได้ประจำชั้น คือ ครูสมพร สวนต๊ะ,ครูผ่องใส(ตอนนี้ไม่ทราบครูใช้นามสกุลอะไร เพราะจำแต่นามสกุลเดิม),ครูบุญช่วย วิชัยรัตน์ ครูสอนเต็มที่ ไม่ตั้งใจก็ตี ถึงได้ดีมาจนทุกวันนี้ไงคะ กราบขอบกระคุณครูทุกท่านจากใจค่ะ ศิษย์คนนี้ได้ดีเพราะไม้เรียว แหะๆแต่ไม่ค่อยโดนหรอก ถึงจะดื้อแต่เราก็เอาถ่าน

ตอนเด็กเป็นคนชอบวาดรูปมากๆ แต่ไม่วาดในสมุดที่ใช้เรียนนะ ซื้อสมุดวาดเอา พื้นฐานการเขียนนี่มาจากไหนไม่รู้ แต่จำได้ว่าตอนป.๓ หรือป.๔ นี่ละ เคยประกวดเรียงความวันแม่ได้ที่ ๑ ของโรงเรียน ที่โรงเรียนเขาจะจัดงานกลางคืนค่ะ ให้ลูกได้กราบแม่ทีละชั้นๆ เขาเอางานของเราไปอ่านในงานด้วย พอกลับบ้านแม่บอกว่า มีคนพูดลอยมาว่า "ไม่ได้แต่งเองหรอก ผู้ใหญ่แต่งให้แน่ๆ" เรารู้ว่าแม่ไม่โกรธเขา คำพูดนั้นทำให้แม่ภูมิใจว่า ลูกสาวตัวเล็กๆเขียนแล้วคนคิดว่าผู้ใหญ่เขียนได้ จนบัดนี้ป้าคนนั้นคงจะรู้แล้วนะ ว่าเราเขียนเอง ชีวิตก็เป็นแบบนี้ละ ไม่โกรธหรอก..ทุกคนย่อมต้องผ่านจุดที่ต่ำก่อน ถึงจะมายืนที่สูงได้


เขียนถึงครู....


ในชีวิตการเป็นนักเรียน..

ตอนประถมไม่เคยถูกครูตี เพราะเป็นเด็กเรียนดี มาโดนตีเอาตอนเรียน ม.๑ เรียนอยู่ห้อง ม.๑/๑ โรงเรียนพร้าววิทยาคม ถูกครูวิโรจน์ เวชกิจ ตีเพราะไม่ได้ทำการบ้าน ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกเลยค่ะที่ไม่ได้ทำการบ้านมาส่ง ไม่ได้ขี้เกียจ ไม่ได้ไม่อยากทำ แต่ไม่รู้ว่าครูให้การบ้าน (สงสัยมัวแต่คุย หรือไม่ฟัง) ครูตีน่อง ๓ ที จนขึ้นแนวเลยค่ะ แต่ก็ทำให้เข็ด นั่นเป็นครั้งเดียวที่ไม่ได้ทำการบ้านมาส่ง ไม่เคยโกรธครูเลย แต่อายที่ถูกตี ละอายใจที่กลายเป็นคนไม่รับผิดชอบงาน หลังจากนั้นจึงพยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก

ครูวิโรจน์เป็นหัวหน้าฝ่ายปกครอง สอนวิชาคณิตศาสตร์ ท่านดุมาก ตีเจ็บ แต่ไม่เคยรู้สึกเกลียด ตอนนั้นนึกชมนะ ว่าท่านเป็นครูใกล้เกษียณที่เข้มแข็งและรับผิดชอบหน้าที่มาก (ท่านสอนเราแค่เทอม ๑ เพราะเราเข้าไปปีที่ท่านเกษียณพอดี)

ในชีวิตรู้สึกดีกับครูหลายท่านมาก ในตอนประถมก็ศรัทธาครูทุกท่าน เราเรียนอยู่โรงเรียนบ้านสันทราย ซึ่งมีครูอยู่ ๗ ท่าน

ครูสุเธียร ปัญญาโจง เป็นครูใหญ่ใจดี ท่านหวีผมเรียบแปล้ทุกวัน

ครูพิกุล ปันทา ใจดีพอๆกับดุ ท่านนี้มักจะสอนวิชาภาษาไทย เป็นครูประจำชั้นเราอยู่ ๓ ปี(ป.๑ ,๓ , ๖) จึงผูกพันมากกว่าท่านอื่นๆ แนวทางการสอนของเราจะคล้ายๆครูพิกุล คือ ชอบสอนแบบเฮฮา ไม่เคร่งเครียด จะดุก็ต่อเมื่อเด็กไม่ตั้งใจจริงๆเท่านั้น ตอนอยู่ป.๖ ทุกๆศุกร์ ครูพิกุลจะสละ ๑ คาบให้พวกเราได้แสดงออกหน้าห้อง ไม่ว่าจะเป็นแสดงบทบาทสมมติ เต้นประกอบเพลง และร้องเพลง ทำให้เด็กขี้อายอย่างเรากล้าแสดงออกมากขึ้น

ครูสุวิทย์ ใจแปง เป็นครูประจำชั้นตอนป.๕ เป็นครูอารณ์ดี ตลก ชอบเรียกเราว่า "เหมย" แปลว่า น้ำค้าง ป.๕. เป็นป.ที่อิฉันได้เรียนภาษาอังกฤษครั้งแรก โรงเรียนบ้านสันทรายสอนอังกฤษในขณะที่บางโรงเรียในตำบลไม่สอน โดยให้เหตุผลว่า ไม่เคยมีฝรั่งมา พอไปเรียนมัธยมอิฉันจึงพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง และสอบเข้าพร้าววิทยาคมได้เรียนห้อง ๑

ครูนงเยาว์ แก้วเจ๊ก เป็นครูประจำชั้น ป.๒ เป็นครูที่ใจดีที่สุดในโรงเรียน ครูเรียบร้อยอ่อนหวานมาก เราเคยได้ที่ ๑ ตอนครูเป็นครูประจำชั้นในเทอมแรกด้วย (เป็นคนที่ไม่เคยเรียนอนุบาล พอหกขวบก็เข้าป.๑ เลย ในขณะที่เพื่อนๆ ๗ ขวบกันแทบทุกคน ห้องเรามีสามสิบกว่าคน ป.๑ เทอม๑ สอบได้ที่ ๑๒ เทอม ๒ สอบได้ที่ ๘ เทอม๓ สอบได้ที่ ๓ พอขึ้นป.๒ เทอม ๑ ได้ที่ ๑ หลังจากนั้นก็จำไม่ได้ละ ไม่เข้าใจว่าทำไมจำได้แค่นี้ อ้อ มาจำอีกทีตอนจบ ป.๖ เราสอบได้ที่ ๓ )

ครูสมศักดิ์ เวียงเงิน เป็นครูประจำชั้น ป.๔ ครูชอบถามคำถามความรู้รอบตัว ถ้าใครได้คะแนนมากที่สุด ครูจะมีรางวัลให้ เราได้บ่อย เป็นสมุดที่มีปกเป็นรูปในหลวง ไม่ก็ดินสอ อุปกรณ์การเรียนต่างๆ

ครูสมพร สวนต๊ะ ครูสอน ก.พ.อ. ครูจะเป็นแม่ครัวใหญ่ ทุกวันเราจะห่อข้าวไปโรงเรียน ทางโรงเรียนจะทำอาหารเลี้ยง จ่ายค่าอาหารวันละ ๒ บาท โดยนักเรียนจะเปลี่ยนเวรกันไปช่วยครูสมพรทำ กินข้าวเสร็จก็จะมีเวรล้างจาน สนุกจะตาย

ครูผ่องใส ปัญญาเพ็ญ (นามสกุลท่านขณะนั้น) ดุมาก (มั้ง) แต่เราไม่เคยโดนดุ หรือถูกทำโทษเลย ครูผ่องใสสอน ส.ล.น. ไม่เคยเป็นครูประจำชั้นเรา แต่เราเป็นคนชอบวาดรูป จึงชอบวิชาที่ท่านสอน อ้อ แล้วท่านก็เป็นครูที่ฝึกเราร้องเพลงไทยเดิมไปประกวดวันประถมศึกษาด้วย เพลงแรกของเรา คือ ตอนเรียนอยู่ ป.๑ ร้องเพลงโยสลัม ครูสอนที่โรงเรียนแล้วก็อัดเทปให้ไปฟังที่บ้านอีก ตอนนั้นเราแข่งได้ที่ ๓ ได้ลูกอมมาถุงนึง ๕๕๕ ไม่รู้ครูคิดอะไร เอาเด็กป.๑ ไปแข่งกับเขา พอตอนป.๖ ครูผ่องใสเอาเราเป็นตัวแทน ส.ล.น.ไปแข่งระดับตำบลอีก จริงๆหลังๆครูพอจะมองออกละว่าเราถนัดภาษาไทย ครั้งก่อนๆไปภาษาไทยเรามักจะชนะเลิศกลับมา แต่ครูผ่องใสท่านบอกว่า เราไปภาษาไทยบ่อยแล้ว ควรไปให้ท่านบ้าง "น้ำฝนเนี่ยวาดรูปเก่ง แล้วก็ร้องเพลงเพราะ " กรี๊ด ครูคงลืมไปว่า ส.ล.น. มันมีวิชาพละด้วย อิฉันตกม้าตาย เพราะเขาให้ม้วนหน้าม้วนหลัง อิฉันไม่เคยเรียน

เคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่งว่า "ที่มาเรียนครู ไม่ใช่เพราะสอบคณะอื่นไม่ได้ แต่ตั้งใจมาตั้งแต่เด็ก" ครอบครัวไม่ใช่คนมั่งมี ไม่คิดว่าชีวิตจะมาถึงขั้นนี้ด้วยซ้ำ พอเติบโตมาจึงค่อนข้างศรัทธาครู เคารพและรำลึกพระคุณทุกท่านเสมอ ตั้งแต่ครูประถม -มหาวิทยาลัย ไม่มีท่านก็ไม่มีเราในวันนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าเป็นพลังลึกลับที่มาช่วยผลักดันเราก็คือ "อานุภาพของความกตัญญู" ด้วยคิดดีทำดี และมีจิตใจใฝ่ดีมาตลอด จึงทำให้ทำทุกอย่างประสบความสำเร็จ เราเหมือนปีศาจพอตั้งใจอะไรไว้ก็จะเป็นไปตามนั้นเสมอมา

อีกไม่นานทุกโรงเรียนก็จะมีการไหว้ครู เราจำได้ว่าตอนเด็กๆจะหาดอกมะเขือ หญ้าแพรก และดอกเข็มใส่สรวยไปไหว้ครู สองมือนี้ไม่ไหว้