เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

เรื่องราวของอาณาจักรล้านนา

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 06 เม.ย. 2016 5:46 pm

957518-img.rrkhh6.25p.jpg
957518-img.rrkhh6.25p.jpg (113.75 KiB) เปิดดู 643 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 06 เม.ย. 2016 5:49 pm

957518-img.rrkhh7.26p.jpg
957518-img.rrkhh7.26p.jpg (120.84 KiB) เปิดดู 643 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 06 เม.ย. 2016 5:50 pm

957518-img.rrkhh7.27p.jpg
957518-img.rrkhh7.27p.jpg (214.3 KiB) เปิดดู 643 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 06 เม.ย. 2016 5:52 pm

957518-img.rrkhh7.29p.jpg
957518-img.rrkhh7.29p.jpg (81.83 KiB) เปิดดู 643 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 06 เม.ย. 2016 6:00 pm

สะพานนวรัฐ พ.ศ ๒๕๑๐
957518-img.rrkhh5.14.jpg
957518-img.rrkhh5.14.jpg (103.97 KiB) เปิดดู 643 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 06 เม.ย. 2016 6:20 pm

2503.jpg
2503.jpg (33.47 KiB) เปิดดู 642 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » พุธ 06 เม.ย. 2016 6:23 pm

คนถือป้าย คุณเล็กไพลิน ชุ่มศิริ รองนางสาวถิ่นไทยงาม ๒๕๐๕ ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ ขวาสุดถือขันเงิน คุณรุ่งทิพย์ ภิญโญ นางสาวเชียงใหม่๒๕๐๙, รองนางสาวไทยอันดับหนึ่งปี ๒๕๑๐ คุณอภัณตรี ประยุทธเสนี เป็น นางสาวไทยปีนั้น ทั้งขบวนในภาพเป็นชาวสันกำแพง ที่มาร่วมงานรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการเชียงใหม่ ในวันสงกรานต์

ภาพ : อ้ายบอมเวียงโกศัย

12923213_1059298014117435_7670922670155090240_n.jpg
12923213_1059298014117435_7670922670155090240_n.jpg (75.92 KiB) เปิดดู 642 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » จันทร์ 11 ก.ค. 2016 6:29 pm

วันนี้มาแนวลี้ลับกับ ๕ ตำนานสยองขวัญ มหาลัยเชียงใหม่

untitled.png
untitled.png (103.49 KiB) เปิดดู 590 ครั้ง


หอสามหญิง…อาคารรูปแปดเหลี่ยม!

หากสังเกตดีๆจาก Google Map !! เพื่อนๆจะเห็นหอสามหญิงเด่นเป็นสง่าในทุ่งหญ้าสีเขียว . . .ลักษณะหอนั้นเป็นรูปทรง ๘ เหลี่ยมคล้ายๆกับกระจกยันต์ที่ชาวจีน นิยมติดไว้หน้าบ้านเพื่อป้องกันภูตผีปีศาจ เพราะหอสามหญิงถูกสร้างให้เป็นรูปเเปดเหลี่ยม เพื่อเเก้เคล็ด จากหอสองหญิงซึ่งอยู่ตรงข้างๆ โดยหอสองหญิงนั้นก็เป็นรูปสายฟ้าฟาด เชื่อกันว่า เมื่อสายฟ้าจากหอสองหญิงเกิดผ่าลงมายังหอสามหญิงเเล้ว ยันต์เเปดเหลี่ยมนี้ก็จะสะท้อนสายฟ้าฟาดกลับไปนั่นเอง หึหึ มีเรื่องเล่าว่าเมื่อเวลากลางดึก. . นักศึกษาที่พักในหอสามหญิงมองออกนอกหน้าต่างไปทางฝั่งตรงข้ามนั่นก็คือหอ สองหญิง ก็จะเห็นเงาตะคุ่มรูปร่างสูงๆก็เริ่มปรากฏขึ้นมา แน่นอนเมื่อขยี้ตาและโฟกัสชัดเจนแล้ว มันคือเปรตตต!!!!!ที่ยืนคร่อมอยู่ระหว่างหอนั้นแบบจริงจัง

เปรตวงเวียนหอนาฬิกา

หอนาฬิกาเป็นสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวม.ช. มันตั้งตระหง่านโดดเด่นตรงสี่แยกคณะวิศวกรรมศาสตร์ แม้หอนาฬิกานี้จะทาสีใหม่แล้ว ทว่า เรื่องราวลี้ลับเก่าๆก็ยังคงถูกเล่าขานเรื่อยมา…ว่ากันว่าบริเวณกลางวงเวียนนี้..มีเปรตตนหนึ่งอาศัยอยู่ เเละเมื่อพูดเรื่องเปรต…ก็หนีไม่พ้นการ ‘ลองของ’ ของเหล่านักศึกษา เชื่อกันว่าหากอยากพบเปรตตนนี้ จะต้องรอจนเสียงนาฬิกาตีครบ ๑๒ ครั้ง นั่นก็คือเวลาเที่ยงคืนนั้นเอง จากนั้น ให้ขับรถทวนเข็มนาฬิกาทั้งสิ้นสามรอบ!! ว่ากันว่า เมื่อขับวนรอบแรกๆนั้น จะรู้สึกคล้ายมีลมเย็นหวิวๆผิดปกติ ทันใดนั้นเมื่อขับวนจะครบรอบที่สามเราก็ต้องหักหลบเสาต้นหนึ่ง ที่จู่ๆก็มาตั้งกลางถนนที่มาจากไหนไม่รู้!! เเละนั่นก็คือ…ผีเปรตที่มาปรากฏตัวให้เห็นเด่นชัดกลางถนน หากผีเปรตยังไม่มาที่ถนนอีก ก็อย่าเพิ่งน้อยใจไป…ให้ลองแหงนหน้ามองขึ้นไปข้างบนหอนาฬิกา …เเล้วเพื่อนๆจะพบกับเปรตที่นั่งแกว่งขาห้อยลงมาและแสร้งยิ้มอย่างมีความสุขที่มีคนอุตส่าห์ลองของเข้ามาแวะทักทายกันซะถึงที่ !!!

วิญญาณสาวในห้องสีชมพู

หอสีชมพู เป็นอีกตำนานสุดสยองของหอหญิงที่เกิดจากคดีการทำแท้งของนักศึกษาคนหนึ่ง ที่พลาดพลั้งไปมีอะไรกับผู้ชายแล้วเกิดตั้งท้องขึ้นมา รู้อีกทีก็ปาเข้าเดือนที่ ๔ แล้ว แต่ไม่อยากให้พ่อแม่และเพื่อนๆรู้เพราะกลัวเสียอนาคต รวมถึงตัวเองก็ไม่มีเงิน เเละแฟนก็ไม่รับผิดชอบ เธอจึงตัดสินใจทำแท้งด้วยตัวเองในคืนหนึ่ง…ว่ากันว่าเลือดของเธอ สาดกระเด็นไปตามผนังห้อง สุดท้ายเธอตกเลือดตายคาห้องพัก!! เพื่อนที่เข้ามาเห็นถึงกับช็อกแล้วย้ายหนีไป ผู้ดูแลหอพักอยู่ในตอนนั้นได้สั่งช่างให้เข้ามาทาสีขาวทับรอยเลือด แต่พอเช้ารุ่ง รอยเลือดสีจางๆนั้นก็ได้โผล่มาให้เห็นอีก ทางหอพักจึงตัดสินใจนำสีชมพูไปทาทั่วทั้งห้องแทน จนกลายเป็นชื่อเรียกห้องสีชมพูตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันห้องนี้ เป็นห้องที่ปิดตายมีเพียงซอกประตูเท่านั้นที่พอส่องเข้าไปข้างในได้ เล่ากันว่า เคยมีคนอยากรู้อยากเห็นว่าทำไมห้องนั้นถึงปิดล็อก จึงลองสอดสายตามองเข้าไป…เเละก็ได้พบกับหญิงสาวที่ร้องไห้อยู่บนเตียงคนเดียว !! ว่ากันว่าจนถึงทุกวันนี้ ยังคงมีคนได้ยินเสียงเปิดปิดประตูจากห้องนั้นและได้ยินเสียงอาบน้ำในห้องน้ำรวม แต่เมื่อเข้าไปอาบน้ำต่อกลับไม่พบร่องรอยของน้ำในห้องน้ำห้องไหนเลย สร้างความตื่นกลัวขนหัวลุกของชาวหอนั้นอย่างสุดๆ
จนถึงทุกวันนี้ ห้องนั้นก็ยังคงปิดตาย…สร้างบรรยากาศเย็นเยียบ จนใครๆ…ก็หวาดกลัวที่จะเยื้องกรายผ่านไป

ขบวนเจ้านาง…วงเวียนมนุษย์

ในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลเข้าพรรษา ชาวหอในต่างเก็บข้าวของเพื่อกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว…ห้องหลายๆห้องปิดล็อก โถงทางเดินมืดสนิท เเละห้องน้ำเงียบเชียบวังเวง… เหลือนักศึกษาไม่กี่คนที่ติดงาน หรือจำเป็นต้องอยู่อ่านหนังสือต่อเพราะยังสอบไม่ครบทุกวิชา เเละในช่วงวันหยุดนั้นเอง…ชาวหอในต่างรู้กันดีว่ามันเป็นคืนต้องห้าม ที่ทุกคนไม่ควรย่างก้าวออกจากหอพักเด็ดขาด!! นี่ไม่ใช่ระเบียบหอพัก แต่มันคือคืนปล่อยผีนั่นเอง บรรดาผีต่างๆจะออกมาเดินในค่ำคืนนั้นเป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าพวกเขา…เดินขบวนแห่เทียนพรรษาใหญ่โต … เหล่าผีจะค่อยปรากฏเลือนรางตั้งแต่กลางวงเวียนมนุษย์ ระหว่างนั้นก็จะมีการร้องรำครื้นเครงกันทั้งขบวนแห่ ล้วนเเต่งกายงดงาม…เหล่าหญิงสาวสวมชุดล้านนาออกมาฟ้อนรำกรีดกรายสวยงาม แต่พวกเขา…กลับไม่มีหัว…ขบวนอันน่าสะพรึงกลัวนั้น จะไปสิ้นสุดที่หอ ๘ เหลี่ยม บ้างก็ว่าเป็นขบวนเหล่านี้เป็นขบวนของเจ้านางฝ่ายเหนือท่านหนึ่งที่เคยถูกตัดสินโทษ ตัดศีรษะตรงหอเเปดเหลี่ยม…หากใครสงสัยว่ามีผีประเภทไหนออกมาเดินขบวนกันบ้าง ก็คงไม่พลาดที่จะไปแอบส่องตามพุ่มหญ้าในช่วงคืนก่อนเข้าพรรษาของทุกปี ซึ่งรับรองได้เลยว่า เด็ดจริง

ป๊อกป๊อก ครืด

ตำนานสยองขวัญของชาวมอชอที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ จนผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องมหา’ลัยสยองขวัญจับไปยำอยู่ในภาพยนตร์สั้นซะ ป๊อก ป๊อก ครืด ถูกเล่าต่อกันมายาวนานส่งผลให้ข้อมูลผิดเพี้ยนไปมาก จนไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดที่หอพักแห่งใดกันแน่ ทีมงานมอโพลได้ออกไปขุดค้นเรื่อง ได้ความว่า ป๊อก ป๊อก ครืด เป็นเรื่องราวของรูมเมทหญิงสองคน ในช่วงสอบซัมเมอร์ เมื่อตกหัวค่ำเพื่อนคนหนึ่งเกิดไม่สบายขึ้นมา เพื่อนอีกคนหวังดี จึงอาสาจะออกไปซื้ออาหารมาดูเเล เมื่อเวลาผ่านไป… เพื่อนที่รออยู่ในห้องตื่นและลุกขึ้นมาอ่านหนังสือในอาการสลึมสลือ …ฝนเริ่มตกลงมาโปรยปราย รูมเมทที่ออกไปซื้ออาหารยังไม่กลับมา ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียง ป๊อก…ป๊อก..…ป๊อก ครืดดดด มา จากทางบันได เสียงนั้นเหมือนกับคนกำลังแบกของหนักๆแล้วลากเข้ามาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าห้องพักของเธอ และมีเสียง ป๊อกๆ ๆ เคาะประตูตามมา เธอจึงเดินกล้าๆกลัวๆไปเปิดประตู ก็พบเพียงถุงราดหน้าแขวนอยู่ที่ประตูและเห็นรอยน้ำเป็นทางจากบันไดมาที่ห้อง เธอได้เเต่มองถุงราดหน้าอย่างประหลาดใจ นึกสงสัยว่าเหตุใดเพื่อนจึงยังไม่กลับมา…ครุ่นคิดอยู่เช่นนั้นทั้งคืน ก็ผล็อยหลับไปด้วยพิษไข้ที่ยังไม่หายดี จนกระทั่งรุ่งเช้า ก็มีคนมาเคาะประตูบอกว่า “รูมเมทของเธอเสียชีวิตแล้ว!!” บ้างก็ว่าถูกข่มขืน บ้างก็ว่าก็ถูกรถชน แต่ที่แน่ๆแขนขาทั้งสองข้างขาดออกจากกันจากอุบัติเหตุข้างต้น…เชื่อกันว่าเสียงประหลาดเมื่อคืนนั้น เป็นเพราะความหวังดีของเพื่อน ที่พยายามพยุงตัวเองทั้งที่แขนขาใช้การไม่ได้ เพียรใช้ส่วนหัวที่ค่อยๆลากตัวเข้ามา


Credit:http://morpoll.nmmass.com/?p=522
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย pasasiam » เสาร์ 19 พ.ย. 2016 7:17 am

AAkr1bW.jpg
AAkr1bW.jpg (61.83 KiB) เปิดดู 483 ครั้ง


เปิดภาพสถานที่พบ ”พระแก้วมรกต” หลังฟ้าผ่าเจดีย์ที่เชียงราย ร.๔ ทรงเล่าเหตุการณ์ ๖๐๐ ปีก่อน
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) เป็นพระพุทธรูปสำคัญของไทย มีเรื่องเล่าถึงการพบพระพุทธรูปดังกล่าว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชนิพนธ์ไว้ มีเนื้อหาโดยสรุปว่า เมื่อเกิดฟ้าผ่าที่เมืองเชียงราย เจดีย์องค์หนึ่งถูกฟ้าผ่าจนพังทลาย ชาวเมืองจึงพบพระพุทธรูปปิดทองคำทั่วทั้งพระองค์ ต่อมา เกิดมีการกะเทาะออกที่ปลายพระนาสิก กระทั่งเผยออกมาเป็นแก้วสีเขียวงดงาม จึงทราบว่า เป็นพระพุทธรูปแก้วบริสุทธิ์

ข้อความตอนหนึ่ง มีดังนี้


“พระแก้วมรกตองค์นี้อยู่ในพระสถูปใหญ่เก่าองค์หนึ่ง ณ เมืองเชียงราย ครั้นพระสถูปเจดีย์นั้นต้องอสนีบาตพังลงมาแล้ว ชาวเมืองเชียงรายได้เห็นเป็นองค์พระพุทธรูปปิดทองคำทึบทั่วทั้งองค์ ก็สำคัญว่าพระพุทธรูปศิลาสามัญ จึงเชิญไปไว้ในวิหารที่ไว้พระพุทธรูปในวัดแห่งหนึ่ง แต่นั้นไป ๒ เดือน ๓ เดือน ปูนที่ลงรักปิดทองหุ้มทั่วพระองค์นั้น กะเทาะออกที่ปลายพระนาสิก เจ้าอธิการในอารามนั้นได้เห็นเป็นแก้วสีเขียวงาม จึงแกะต่อออกไปทั้งพระองค์ คนทั้งปวงจึงได้เห็น และทราบว่าเป็นพระพุทธรูปแก้วแท่งทึบทั้งแท่งบริสุทธิ์ดีไม่บุบสลาย คนชาวเชียงรายและเมืองลาวอื่นๆ ก็ตื่นกันไปบูชานมัสการมากมาย”

ที่มา : มติชน


AAkqrxn.jpg
AAkqrxn.jpg (41.85 KiB) เปิดดู 483 ครั้ง
pasasiam
นักเขียนอาชีพ
นักเขียนอาชีพ
 
โพสต์: 153
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:59 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย Namfar » จันทร์ 10 ก.ค. 2017 4:42 pm

เชียงใหม่ยกยอพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๖

ยกยออนุสวรีย์สามกษัติรย์ 23 กันยา 2526.jpg
ยกยออนุสวรีย์สามกษัติรย์ 23 กันยา 2526.jpg (15.02 KiB) เปิดดู 211 ครั้ง
Namfar
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 455
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 20 พ.ย. 2013 5:56 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง ร้อยเรื่องเมืองล้านนา

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน

cron