อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

เสวนาภาษาไทย

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ น้ำฟ้า แม่หญิงล้านน

โพสต์โดย ภาษาสยาม » อังคาร 11 ก.ย. 2018 1:43 pm



ครูดี ศรี สพฐ. ตอน คุณครูที่รัก นางสาวน้ำฝน ทะกลกิจ ครูภาษาไทย โรงเรียนปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓ (จังหวัดนนทบุรี,พระนครศรีอยุธยา)

ขอขอบพระคุณพ่อแม่ ญาติๆ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน อาจารย์อำไพพรรณ และทุกๆท่านที่ส่งเสริมทุกๆเรื่องในชีวิตจนมาถึงวันนี้
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ น้ำฟ้า แม่หญิงล้านน

โพสต์โดย ภาษาสยาม » เสาร์ 22 ก.ย. 2018 8:32 am

พื้นดวงของเราปีนี้ (๒๕๖๑) จะมีสิ่งใหม่ๆประสบการณ์ใหม่ๆพีคๆเกิดขึ้น

ด้านวิชาชีพครูก่อนก็แล้วกัน สิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น นั่นคือ การเป็นตัวแทนเสนอผลงานเข้ารับการพิจารณารางวัลเชิดชูเกียรติ ๓ รายการ ซึ่งประสบความสำเร็จทุกรายการ ดังนี้

๑. งานวันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๖๑ รับรางวัลเชิดชูเกียรติ ประเภท ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระฯภาษาไทย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓ รางวัลด้านครูผู้สอนดีเด่นนั้นเพิ่งมีขึ้นเป็นปีแรก จากที่ทุกปีจะมีเพียงครูดีเด่นซึ่งโรงเรียนคัดชื่อเสนอเขตไปโรงเรียนละ ๑ คน (ไม่นับผู้บริหาร) แต่ครูผู้สอนดีเด่นนั้น ส่งรายชื่อได้ทุกกลุ่มสาระฯ กลุ่มสาระฯละ ๑ คน คณะกรรมการของเขตพื้นที่ฯจะคัดจากตัวแทนทุกๆโรงเรียนให้เหลือกลุ่มสาระฯ ละ ๓ คน



CCI09202018_0002_resize.jpg
CCI09202018_0002_resize.jpg (171.98 KiB) เปิดดู 1337 ครั้ง


CCI09202018_0001_resize.jpg
CCI09202018_0001_resize.jpg (219.85 KiB) เปิดดู 1337 ครั้ง
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ น้ำฟ้า แม่หญิงล้านน

โพสต์โดย ภาษาสยาม » เสาร์ 22 ก.ย. 2018 8:38 am

๒. รางวัล "ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น” จังหวัดนนทบุรี ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๑ จัดโดย สำนักวัฒนธรรมจังหวัด ทางจังหวัดจะสรรหาผู้ที่มีความดีเด่นทางด้านภาษาไทยจังหวัดละ ๑ คน เพื่อเสนอชื่อพิจารณาระดับประเทศต่อไป

๓. รางวัลเชิดชูเกียรติ ‘ครูดี ศรี สพฐ.’ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓ (จังหวัดนนทบุรี,พระนครศรีอยุธยา) งานนี้จัดปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นปีแรก โดยมีเป้าประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติครูสายผู้สอนที่จัดการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นที่ศรัทธายกย่อง ยอมรับ จากนักเรียน เพื่อนครู และชุมชน เป็นแบบอย่างของผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครู และได้ทุ่มเทเสียสละเพื่อนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ทุกโรงเรียนในทุกๆเขตพื้นที่การศึกษาจะคัดเลือกครู ๑ คน(มาจากครูผู้สอนทุกๆกลุ่มสาระฯ) เป็นตัวแทนไปคัดเลือกระดับเขตพื้นที่การศึกษา ให้ได้เขตละ ๑ คน ดังนั้นการคัดเลือกนี้จึงมาจากทุกสายวิชา

ทั้ง ๓ รางวัลที่ได้มา เป็นผลจากคำแนะนำของรองดาราณีย์ โกพลรัตน์ และครูสายพิณ ศรีเพ็ง ที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้เสนอผลงานเพื่อพิจารณา บอกเลยว่าถ้าไม่มีสองท่านนี้อิฉันคงไม่ส่ง เพราะการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลต่างๆไม่เคยอยู่ในหัวมาก่อน แต่กว่าจะประสบความสำเร็จได้นั้น มีทั้งนักเรียน เพื่อนครู และบุคลากรในโรงเรียนคอยช่วยเหลือคนละนิดละหน่อย แต่ลืมไม่ได้จริงๆ เพราะทุกคนต่างมีส่วนร่วม จึงขอแสดงความขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ คนเราทำอะไรคนเดียวไม่สำเร็จหรอก มันต้องมีทีมงาน มีความปรารถนาดีจากคนรอบข้างด้วย อิฉันเป็นคนโชคดีที่ได้มาอยู่โรงเรียนแห่งนี้ Pakkred Secondary School บ้านหลังที่สอง..ที่เราไม่มีวันลืม

CCI09202018_0003_resize.jpg
CCI09202018_0003_resize.jpg (148.37 KiB) เปิดดู 1337 ครั้ง


CCI09202018_0004_resize.jpg
CCI09202018_0004_resize.jpg (98.44 KiB) เปิดดู 1337 ครั้ง


นางสาวน้ำฝน ทะกลกิจ
บาดแผลเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้
ภาพประจำตัวสมาชิก
ภาษาสยาม
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 836
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:43 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ น้ำฟ้า แม่หญิงล้านน

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:32 pm

เลี้ยงส่งครูเกษียณ ภาษาไทย ปากเกร็ด ๒๕๖๑
อาจารย์เตือนใจ ขมิ้นเขียว และอาจารย์มุขสุดา(สุชาดา ถีระแก้ว)

กาญจนบุรี2018_180928_0203_resize.jpg
กาญจนบุรี2018_180928_0203_resize.jpg (77.19 KiB) เปิดดู 1279 ครั้ง





ณ สกายเลค วิว รีสอร์ท เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี
ไฟล์แนป
กาญจนบุรี2018_180928_0248_resize.jpg
กาญจนบุรี2018_180928_0248_resize.jpg (62.61 KiB) เปิดดู 1279 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเรียนหัดเขียน
นักเรียนหัดเขียน
 
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ น้ำฟ้า แม่หญิงล้านน

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:37 pm

1097871_resize.jpg
1097871_resize.jpg (71.13 KiB) เปิดดู 1279 ครั้ง


ณ สกายเลค วิว รีสอร์ท เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี

กาญจนบุรี_180928_0015_resize.jpg
กาญจนบุรี_180928_0015_resize.jpg (115.08 KiB) เปิดดู 1279 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเรียนหัดเขียน
นักเรียนหัดเขียน
 
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ น้ำฟ้า แม่หญิงล้านน

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:43 pm

รำพันพิลา กษิณานุสรณ์ ปากเกร็ด ๒๕๖๑

70130_resize.jpg
70130_resize.jpg (73.68 KiB) เปิดดู 1279 ครั้ง


71233_resize.jpg
71233_resize.jpg (72.51 KiB) เปิดดู 1279 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเรียนหัดเขียน
นักเรียนหัดเขียน
 
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 28 ต.ค. 2018 3:56 pm

ดอยม่อนล้าน
ดอยม่อนล้าน ตั้งอยู่ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูง ประมาณ ๑,๖๙๖ เมตร ถือว่าเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงของ อำเภอพร้าว บนยอดดอยสามารถเห็นทะเลหมอก โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น และ พระอาทิตย์ตกจะมีความสวยงามมาก สามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาว เขื่อนแม่งัด และตัวอำเภอพร้าวในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวยังจะได้ชมดาวบนดินได้อีกด้วย

20181019_181024_0023_resize.jpg
20181019_181024_0023_resize.jpg (127.16 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง


ดอยม่อนล้าน เป็นที่ตั้งของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ เพื่อให้ ชาวบ้านเข้ามามีส่วนในกิจกรรมต่างๆของสถานี บริเวณพระตำหนักที่ประทับมีดอกไม้เมืองหนาวสีสีนสวยงามนานาพันธุ์ให้ได้ ชื่นชมและถ่ายภาพ นอกจากนี้บนดอยม่อนล้าน ยังเป็นจุดติดตั้งกังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟ้า ตามโครงการศึกษาศักยภาพการ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็น ๑ ใน ๓ แหล่ง ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งกังหันลมซึ่งจะทำให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดใช้ได้ตลอด

20181019_181024_0034_resize.jpg
20181019_181024_0034_resize.jpg (185.5 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง


ดอยม่อนล้านมีที่พักของโครงการเกษตรที่สูงม่อนล้าน ให้บริการจำนวน ๗ หลัง พร้อมเครื่องนอน พักได้ ๔ – ๕ คน ภายในบ้านมี ไฟฟ้าใช้ตลอดวันไม่จำกัดเวลา ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ค่าบริการแล้วแต่จะให้เป็นค่าบำรุงสถานที่รวมถึงสถานที่กางเต็นท์สามารถ นำเต็นท์มาเองได้ ไม่มีร้านอาหารต้องเตรียมมาเอง แต่บริเวณที่ทำการมีร้านสวัสดิการขายเครื่องดื่ม ขนม มีบริการกาแฟ โอวัลติน
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเรียนหัดเขียน
นักเรียนหัดเขียน
 
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 28 ต.ค. 2018 4:08 pm

วัดพระสิงห์
วัดพระสิงห์ หรือมีชื่อเต็มว่า วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระสิงห์ (พระพุทธสิหิงค์) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเชียงใหม่และแผ่นดินล้านนา พระพุทธรูปเป็นศิลปะ เชียงแสนรู้จักกันในชื่อ "เชียงแสนสิงห์หนึ่ง วัดพระสิงห์ มีสถาปัตยกรรมล้านนาอันงดงามเป็นที่รู้จักและ คุ้นชื่อกันอย่างดี วัดพระสิงห์ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงใหม่ที่ให้ความศรัทธาและจะเดินทาง มาเคารพ สักการะกันอย่างเนื่องแน่นเป็นประจำ ทุกปีเมื่อถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์หรืองานประเพณีปี๋ใหม่เมือง ทางราชการ จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบกแห่ไปรอบเมืองเพื่อให้ศรัทธา ประชาชนได้พากันมา สรงน้ำเนื่อง ในเทศกาลปีใหม่ ตามคติล้านนา คนเกิดปีมะโรงต้องมาไหว้พระสิงห์ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต

20181022_181024_0076_resize.jpg
20181022_181024_0076_resize.jpg (134.73 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง


สิ่งที่น่าสนใจในวัดพระสิงห์

โบสถ์
เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุขโถงทั้งด้านหน้าด้านหลัง ลักษณะอาคารและการตกแต่งเป็น แบบศิลปะล้านนา โดยแท้ ด้านข้างแลเห็นหน้าต่างขนาดใหญ่ตีเป็นช่องแบบไม้ระแนง แต่ภายในเป็นหน้าต่างจริง มีลายปูนปั้นบริเวณ ซุ้มประตูทางเข้า หน้าบันมีลักษณะวงโค้งสองอันเหนือทางเข้าประกบกัน เรียกว่า คิ้วโก่ง เหนือคิ้วโก่งเป็น วงกลม สองวงคล้ายดวงตา ที่เสาและส่วนอื่นๆ มีปูนปั้นนูน มีรักปั้นปิดทอง วิจิตรพิสดารมาก

หอไตร
สร้างเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ผนังด้านนอกประดับด้วยทวยเทพปูนปั้น ทำเป็นรูปเทพพนมยืน บ้างก็เหาะประดับ อยู่โดยรอบ เป็นฝีมือช่างสมัยพระเมืองแก้ว ประมาณ พ.ศ.๒๔๗๖ เจ้าแก้วนวรัฐได้ซ่อมแซมขึ้น ใหม่ที่ฐาน หอไตรปั้นเป็นลายลูกฟักลดบัว ภายในประดับด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ เช่น นางเงือกมีปีก คชสีห์มีปีก กิเลน เป็นต้น และมีลายประจำยามลักษณะคล้ายลายสมัยราชวงศ์เหม็งของจีน

วิหารลายคำ
วิหารลายคำนี้มีลวดลายปูนปั้นที่สวยงามปราณีตบรรจงมากแสดงให้เห็นฝีมือของช่างในยุคนั้นว่าเจริญถึงที่สุด ตัววิหารลายคำสร้างตามแบบศิลปกรรมของภาคเหนือ มีรูปปั้นพญานาค ๒ ตัวอยู่บันไดหน้า และใกล้ ๆ พญานาค มีรูปปั้นสิงห์ ๒ ตัว บริเวณ ภายในเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธสิหิงค์” บนผนังด้านหลังพระประธาน เสาหลวง (เสากลม) เสาระเบียง (เสาสี่เหลี่ยม) มีภาพลายทองพื้นแดงเป็นลวดลายต่างๆ เต็มไปหมด ด้านหลังพระประธาน ยังมีรูปปราสาทแวดล้อมด้วยมังกรและหงส์ มีความงดงามน่าชมยิ่ง ผนังวิหารด้านเหนือมีภาพจิตรกรรม เขียน เรื่องสังข์ทอง ด้านใต้เรื่องสุวรรณหงส์ นับเป็นภาพที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องสังข์ทอง พบเพียงแห่ง เดียวที่นี่

20181022_181024_0095_resize.jpg
20181022_181024_0095_resize.jpg (212.1 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง


ประวัติพระพุทธสิหิงค์
พระพุทธสิหิงค์ หรือ พระสิงห์ เป็นพระพุทธรูปโบราณหล่อด้วยสำริดหุ้มทอง ปางสมาธิ สูง ๗๙เซนติเมตร หน้า ตักกว้าง ๖๓ เซนติเมตร เป็นศิลปะแบบลังกา ตามประวัติกล่าวว่า พระเจ้าสีหฬะ พระมหากษัตริย์แห่ง ลังกาทวีป ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๗๐๐ ต่อมา เจ้านครศรีธรรมราชได้ไปขอมาถวายพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย เมื่อสมเด็จ พระบรมราชาธิราชที่ ๑ แห่งกรุงศรีอยุธยาได้กรุงสุโขทัยเป็นเมืองขึ้น จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ที่ กรุงศรีอยุธยาต่อมาได้มีผู้นำไปไว้ที่เมืองกำแพงเพชรและเชียงราย เมื่อพระเจ้าแสนเมืองมา เจ้านครเชียงใหม่ ยกทัพไปตีเมืองเชียงรายได้ จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานที่เชียงใหม่พร้อมกับพระแก้วมรกต เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชตีเมืองเชียงใหม่ได้เมื่อ พ.ศ.๒๒๐๕ ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานที่ วัดพระศรีสรรเพชญ์กรุงศรีอยุธยาเป็นเวลานานถึง ๑๐๕ ปี เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ แก่พม่าใน พ.ศ. ๒๓๑๐ ชาวเชียงใหม่ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับไปที่เชียงใหม่ เมื่อมณฑลพายัพได้กลับมาเป็นของไทย ในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทโปรดให้อัญเชิญลงมา ยังกรุงเทพมหานครเมื่อปี พ.ศ.๒๓๓๘ ปัจจุบันพระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวัง บวรสถานมงคล โดยจะมีพิธีเชิญออกมาช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้ประชาชนไทยได้สักการะและสรงน้ำ ส่วนพระสิงห์ที่ประดิษฐานที่วัดแห่งนี้เป็นพระพุทธรูปจำลอง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเรียนหัดเขียน
นักเรียนหัดเขียน
 
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 28 ต.ค. 2018 4:26 pm

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ ราชกุฏาคาร,วัดโชติการาม สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ ๗ แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ. ๑๙๓๔ วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ มีการบูรณะมาหลายสมัย ปัจจุบันมีขนาดความกว้างด้านละ ๖๐ เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่

20181022_181024_0111_resize.jpg
20181022_181024_0111_resize.jpg (165.94 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง


วิหารหลวง
วิหารหลวงของวัดนี้เจ้าคุณอุบาลีคุณปรมาจารย์(สิริจันทะเถระ) และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๗๑ หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของมีพระอัฎฐารสเป็นพระประธานในพระวิหารหลวงหล่อด้วยทองสำริดปางห้ามญาติสูง ๑๘ ศอก พระนางติโลกะจุดาราชมารดาของพญาติโลกราชโปรดฯให้หล่อขึ้น เมื่อ พ.ศ.๑๙๕๔ สมัยรัชกาลที่ ๕ ใช้วิหารวัดเจดีย์หลวงเป็นที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัจจา แทนการใช้ที่วิหารวัดเชียงมั่น


พระเจดีย์หลวง
เริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.๑๙๓๔ สมัยพญาแสนเมืองมา สมัยพญาติโลกราช โปรดให้สร้างเสริมให้มีส่วนสูง ๘๐ เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ ๕๖ เมตรปรับรูปทรงเป็นแบบโลหะปราสาทของลังการูปลักษณ์ทรงเจดีย์แบบพุกาม ดัดแปลงซุ้มตรงสี่มุมของมหาเจดีย์ มีรูปปั้นช้างค้ำรายล้อมรอบองค์เจดีย์หลวงนั้นมี ๒๘ เชือก การสร้างรูปปั้นช้างนั้นเป็นการส่งเสริมกำลังเมืองในทางด้านไสยศาสตร์เพื่อให้เมืองมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีพิธีการสักการบูชาพญาช้างทั้ง ๘ เชือก เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดสวัสดิมงคล นำความสงบสุขมาสู่บ้านเมือง ศัตรูไม่กล้ามารุกรานย่ำยีเมืองได้ เพราะชื่อพญาช้างที่ตั้งขึ้นนั้นเป็นพลังอำนาจก่อเกิดเดชานุภาพ อิทธิฤทธิ์ ข่มขู่บดบัง ขวางกั้น กำจัด ปราบปรามอริราชศัตรูที่จะมารุกราน ให้แพ้ภัยแตกพ่ายหนีไปเอง ซึ่งแต่ละชื่อมีความหมายดังนี้

๑. เมื่อศัตรูยกพลเสนามารุกราน ล่วงล้ำเข้ามาในเขตพระราชอาณาจักร จะเกิดอาเพศ ท้องฟ้ามืดมิดด้วยเมฆหมอกปกคลุม ธรรมชาติวิปริตแปรปรวน น่ากลังยิ่งนัก ทำให้ผู้รุกราหวาดผวาภัยพิบัติ ตกใจกลัวแตกพ่ายหนีไป จึงได้ชื่อว่า “เมฆบังวัน”

๒. เมื่อผู้รุกรานยกทัพเข้ามาใกล้ แม้จะมีพลโยธาทหารกล้าเรือนแสน ก็จะเกิดอาการมึนเมาลืมหลง ไม่อาจครองสติยับยั้งอยู่ได้ ต้องระส่ำระส่าย แตกพ่ายหนีไป จึงได้ชื่อว่า “ข่มพลแสน”

๓. เมื่อข้าศึกศัตรูผู้รุกรานเข้ามา แม้จะมีกำลังพลมากมาย มีศาตรา มีด พร้า ด้ามคมเป็นแสนๆเล่ม ก็ไม่อาจเข้าใกล้ทำร้ายได้ มีแต่จะเกิดหวาดหวั่นขาดกลัวแตกหนีไป จึงได้ชื่อว่า “ดาบแสนด้าม”

๔. เมื่อข้าศึกศัตรูผู้รุกรานเข้ามารานรบ แม้จะมีกำลังพลกล้าหาญมากมาย มีศาสตราอันคมยาว หอกแหลนหลาวเป็นแสน ก็ไม่อาจเข้ามาราวีได้ จึงต้องแตกพ่ายหนีไป จึงได้ชื่อว่า “หอกแสนลำ”

๕. เมื่อข้าศึกศัตรูผู้รุกรานเข้ามา แม้จะมีกำลังพลจำนวนมาก มีอาวุธปืนเป็นแสนกระบอก ก็ไม่สามารถทำอันตรายได้ ต้องแตกพ่ายหนีไป จึงได้ชื่อว่า “ปืนแสนแหล้ง”

๖. เมื่อผู้รุกรานบุกรุกเข้ามา แม้จะมีกำลังพลมากมาย มีหน้าไม้คันธนูเป็นแสนๆ ไม่สามารถทำอันตรายได้ ต้องแตกพ่ายหนีไป จึงได้ชื่อว่า “หน้าไม้แสนเกี๋ยง”

๗. เมื่อข้าศึกอาจหาญล้ำแดนเข้ามา แม้ด้วยกำลังพลหัตถีนึก กองทัพช้างมีเป็นแสนเชือก ก็ไม่อาจหักหาญเข้ามาได้ มีแต่จะอลม่านแตกตื่นแกหนีไปสิ้น จึงได้ชื่อว่า “แสนเขื่อนกั้น” (บางแห่งเป็น แสนเขื่อนก๊าน)

๘. เมื่อข้าศึกเข้ามาหมายย่ำยี ก็จะเกิดอาการร้อนเร่าเหมือนเพลิงเผาผลาญรอบด้าน เลยแตกพ่ายหนีไปด้วยความทุกข์ทรมาน จึงได้ชื่อว่า “ไฟแสนเต๋า”



เสาอินทขิล
เสาอินทขิลเดิมตั้งอยู่ในบรเวณพื้นที่ซึ่งตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เรียกว่า"สายดือเมือง"(วัดอินทขิล) เมื่อพระเจ้ากาวิละย้ายออกจากเวียงป่าซางซึ่งอยู่นาน ๑๔ ปี ๔ เดือน ๒๐ วันเข้าสู่นครเชียงใหม่ เมื่อเดือน ๖ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ย้ายเข้าวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๓๙ เพื่อ"สร้างบ้านแปลงเมือง" นำเชียงใหม่สู่ยุคเก็บผักใส่ช้าเก็บข้าใส่เมืองฟื้นอำนาจเชียงใหม่จนประสบชัยใน พ.ศ.๒๓๔๓ จึงเรียกชื่อเมืองเชียงใหม่ว่า "เมืองรัตตนติงสาภินวปุปรี" พร้อมก่อรูป กุมภัณฑ์รูป สุเทวฤษไว้ใกล้หออินทขีล ที่วัดโชติอารามวิหาร ในเดือนมิถุนายน ๒๕๓๓ ถึงเดือน ธันวาคม ๒๕๓๕ กรมศิลปากรได้ว่าจ้างบริษัทศิวกรการช่างจำกัดบูรณปฎิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์หลวงด้วยงบประมาณ ๓๕ ล้าน บาท รักษารูปทรงที่เหลืออยู่จากครั้งแผ่นดินไหวให้มั่นคงยิ่งขึ้นโดยทำฐานกว้างด้านละ ๖๐ เมตรและเสริมเติมส่วนที่มีร่องรอยเช่น ช้างทั้ง ๘ เชือก รอบพระเจดีย์ แต่ได้รับการวิจารณ์หนัก และปัจจุบันมีความพยายามให้ ปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ให้เต็มองค์โดยนิมนต์สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน ราวกับจะให้ร่องรอยพังทลาย ที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หมดสิ้นไป
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเรียนหัดเขียน
นักเรียนหัดเขียน
 
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 28 ต.ค. 2018 4:46 pm

๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ ได้ยืนอยู่บนจุดชมวิวดอยสุเทพเชียงใหม่ เวลาหลังฝนตก นักท่องเที่ยวมีไม่มากนัก แต่ก็เกิน ๑๐ คน
เมื่อไปยืนตรงระเบียงจุดชมวิว ช่วงแรกๆหมอกสีขาวบดบังทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่จนขาวโพลน แต่พักเดียวหมอกก็ค่อยๆเลื่อนไปทางทิศใต้ ค่อยๆไหลไปเหมือนสายน้ำ อะเมซิ่งมาก ไม่เคยเห็นภาพแบบนี้เลย ชอบมาก

20181022_181024_0029_resize.jpg
20181022_181024_0029_resize.jpg (90.43 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง


2018-10-22 13.04.34_resize.jpg
2018-10-22 13.04.34_resize.jpg (97.7 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง
ไฟล์แนป
20181022_181024_0043_resize.jpg
20181022_181024_0043_resize.jpg (98.44 KiB) เปิดดู 674 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเรียนหัดเขียน
นักเรียนหัดเขียน
 
โพสต์: 38
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง สนทนากับคนภาษาไทย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน

cron