อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

เสวนาภาษาไทย

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฟ้า » อังคาร 08 ม.ค. 2019 8:45 pm

เรื่องของเด็กหญิงน้ำฝน ทะกลกิจ

13245469_1160794443972590_2087744714388807799_n.jpg
13245469_1160794443972590_2087744714388807799_n.jpg (10.72 KiB) เปิดดู 34695 ครั้ง


๑. ไม่เคยเรียนโรงเรียนอนุบาล เข้าเรียนครั้งแรกในชั้น ป.๑

๒. การประกวดแข่งขันครั้งแรก คือ การประกวดร้องเพลงไทยเดิม ตอน ป.๑ โดยครูผ่องใสเลือกให้เป็นตัวแทนโรงเรียนบ้านสันทราย ไปแข่งขันระดับตำบล ตอนนั้นอ่านหนังสือยังไม่ออก ครูต้องอัดเทปมาให้ฝึกร้องตาม ครั้งนั้นแข่งกับพี่โตๆ กลัวมาก แต่ก็ได้ที่ ๓ รางวัลคือ ลูกอมถุงใหญ่ ๑ ถุง อมกันจนปวดแก้ม เพลงที่ร้อง คือ "โยสลัม"

๓. เป็นคนที่ถนัดวิชาภาษาไทยมาตั้งแต่เด็ก มักจะถูกส่งไปประกวดทักษะภาษาไทยอยู่เสมอ

๔. ตอน ป.๔ เคยประกวดเรียงความวันแม่ของโรงเรียนได้รางวัลชนะเลิศ ครูนำไปอ่านตอนวันแม่ก็มีคนมาแขวะแม่ว่า “มีผู้ใหญ่เขียนให้แน่นอน”

๕. เป็นคนที่ชอบวาดรูปมาก เพื่อนๆ และรุ่นพี่มักจะเอากระดาษมาให้วาดการ์ตูนสาวสวยให้อยู่เสมอ

๖. เพื่อนที่เรียนชั้นเดียวกันจะเรียกเขาว่าพี่เกือบหมด เพราะเกิดคนละ พ.ศ.

๗. เมื่อก่อนชั้นประถมมี ๓ ภาคเรียน เข้าเรียนป.๑ เทอมแรกสอบได้ที่ ๑๒ จากห้องเรียนที่มีนักเรียนสามสิบกว่าคน เทอมสองได้ที่ ๘ เทอมสามได้ที่ ๓ พอขึ้นป.๒ เทอมแรกก็สอบได้ที่ ๑ ส่วนเทอมสุดท้ายตอน ป.๖ สอบได้ที่ ๓

๘. แอบหนีเรียนตั้งแต่ ป.๑ โดยแกล้งป่วย นอนห้องพยาบาล แล้วปีนลงจากระเบียงแอบไปหลังโรงเรียน เดินลัดคันนากลับบ้าน

๙. ตอนเด็กต่อยกับผู้ชายบ่อยมาก เคยต่อยปากเพื่อนที่มาแย่งดูรูปที่ครูสั่งว่าห้ามให้ใครดูจนปากแตก เคยต่อยรุ่นน้องผู้หญิงจนป่วยไป
๓ วัน และเคยเอาก้อนหินปาหัวเพื่อนผู้ชายจนหัวแตก เพราะเขาทำหัวชนโต๊ะแล้วไม่ขอโทษ

๑๐. ไม่เคยเล่นกระโดดหนังยาง แต่ชอบเล่นหมากฮอส เพราะแถวบ้านมีแต่เด็กผู้ชาย

๑๑. ชอบจับปลา โดยการจับปลามือเปล่า จนโดนงูกัดนิ้วจึงเลิก (โชคดีที่เป็นงูไซเลยไม่ตาย ถ้าเป็นงูชนิดอื่นคงตายไปแล้ว เพราะไม่ยอมบอกใครว่างูกัด)

๑๒. เคยเป็นช่างฟ้อนฟ้อนเล็บของโรงเรียน

๑๓. ตอนป.๖ เคยโกรธครูวิชา สปช.ไม่คุยด้วยเป็นเดือนๆเพราะครูหาว่าคุยกับเพื่อนตอนทำแบบฝึกหัดทั้งๆที่ไม่ได้คุย

๑๔. ครูให้แสดงบทบาทสมมติตอน ป.๖ เป็นคนเขียนบทละครเอง

๑๕. ชอบอ่านหนังสือในห้องสมุดมาตั้งแต่ประถม ตอนป.๖ มีหนังสือที่ยืมห้องสมุดไปอ่านแล้วติดใจ คือ นิทานแปลเรื่อง แม่มดแสงจันทร์ ผลงานของ มากาเร็ต โรเจอร์ส

๑๖. เวลามีงานประถมศึกษาจะได้ของรางวัลกลับบ้านไปเยอะมาก เพราะครูชอบแกล้งเสนอชื่อให้ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที

๑๗. ทุกๆเช้าวันสังขานต์ล่อง จะรีบตื่นมาเพื่อรอดูสังขานต์ แต่ไม่เคยเห็นเลยสักปี

๑๘. เป็นคนที่ชอบความแตกต่าง เช่น ตอนป.๖ ครูสมพรให้ถนอมอาหารประเภทกล้วย ด้วยความที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจึงเลือกทำกล้วยกวน ทั้งๆที่กลุ่มอื่นทำกล้วยฉาบกันหมด สรุปกวนกันจนปวดแขน

๑๙. ตอนเด็กๆจะรับจ้างปักผ้า โดยรับเอาเสื้อโหลมาปักเป็นรูปต่างๆ ตัวนึงก็ ๓ - ๕ บาท

๒๐. เป็นคนที่ไม่ยอมใครมาตั้งแต่เด็ก มีครั้งหนึ่งซื้อไอติมไปกินในโรงเรียน ระหว่างเข้าไปในห้องครัว มีเพื่อนผู้ชายมาดักอยู่หน้าประตูบอกว่าขอกินคำหนึ่ง ไม่งั้นไม่ให้ผ่าน ก็ตัดสินใจโยนไอติมทิ้ง ไม่ยอมให้กิน

๒๑. ไม่เคยขอให้ใครเลี้ยงขนม หรือจ่ายอะไรให้ เพราะพ่อสอนไว้ว่าอยากได้อะไรให้บอกพ่อ

๒๒. เป็นคนขี้อายมาก พ่อจึงต้องเขียนความเห็นของผู้ปกครองว่า ขอให้แสดงออกบ่อยๆ

๒๓. ตอนป.๑ ไปงานคริสต์มาสที่โบสถ์สันต้นปุย ถูกจับให้ขึ้นร้องเพลง ตอนนั้นร้องเพลงแก้วรอพี่ ของพุ่มพวง

๒๔. อยากเป็นครูมาตั้งแต่ประถม เพราะเห็นครูที่สอนแล้วชอบ

๒๕. เป็นคนฟอร์มจัดมาก เวลาหมอมาฉีดวัคซีนที่โรงเรียนไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยบ่นว่าเจ็บ แต่พอถึงบ้านมักจะไข้รับประทานทุกที

ทั้งหมดคือเรื่องของเด็กหญิงน้ำฝน ทะกลกิจ...ที่ผ่านวัน ผ่านเวลา และผ่านประสบการณ์หล่อหลอมจนมาถึงวันนี้ วันที่เป็นฉัน
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 878
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฟ้า » เสาร์ 12 ม.ค. 2019 3:42 pm

การประเมินวิทยฐานะ ด้านที่ ๑ และ ๒ ของครูน้ำฝน ทะกลกิจ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๒ ณ ห้องสมุด โรงเรียนปากเกร็ด
โดยกรรมการผู้ประเมิน ๓ ท่าน คือ นางสาววิณัฐธพัชร์ โพธิ์เพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนปากเกร็ด ประธานกรรมการ และกรรมการ ๒ ท่าน คือ นางสุรีย์ ศิริปัญญาวงศ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และนางกนกวรรณ ตุรงคินานนท์ โรงเรียนรัตนาธิเบศร์

751898_resize.jpg
751898_resize.jpg (77.82 KiB) เปิดดู 34659 ครั้ง



751896_resize.jpg
751896_resize.jpg (115.78 KiB) เปิดดู 34659 ครั้ง
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 878
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฟ้า » ศุกร์ 18 ม.ค. 2019 8:27 pm

นางสาวจิราวรรณ ชัยสมิต และนายกิตติพันธ์ บุบผานนท์ ได้รับรางวัลชมเชย การแข่งขันความเป็นเลิศทางภาษาไทย ด้านการแต่งคำประพันธ์ ระดับ มัธยมศึกษา ในงานครบรอบ ๑๔ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

50452769_2214431445275546_4443091067247525888_n_resize.jpg
50452769_2214431445275546_4443091067247525888_n_resize.jpg (46.95 KiB) เปิดดู 34601 ครั้ง


จากซ้าย เด็กหญิงฐิติพร สาระคุณ เด็กหญิงมานิตา ปะวันโน ครูน้ำฝน ทะกลกิจ เด็กหญิงพศิกา ล้อนพรัตน์ นางสาวจิราวรรณ ชัยสมิต และนายกิตติพันธ์ บุบผานนท์

50108051_1444141052386559_1628665922359132160_n_resize.jpg
50108051_1444141052386559_1628665922359132160_n_resize.jpg (92.45 KiB) เปิดดู 34538 ครั้ง
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 878
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฟ้า » ศุกร์ 25 ม.ค. 2019 6:32 am

โล่ราชสีห์ เชิดชูเกียรติ ครูผู้สร้างสรรค์ระดับประเทศ การแข่งขันสารานุกรมไทย ครบรอบ ๖๐ ปี สโมสรไลออนส์ไทย จัดโดย สโมสรไลออนส์ไทย ร่วมกับ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ
9164_resize.jpg
9164_resize.jpg (73.21 KiB) เปิดดู 34459 ครั้ง
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 878
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฟ้า » พฤหัสฯ. 07 ก.พ. 2019 7:27 pm

S__34734083_resize.jpg
S__34734083_resize.jpg (76.34 KiB) เปิดดู 34239 ครั้ง


นางสาวจิราวรรณ ชัยสมิต และนายกิตติพันธ์ บุบผานนท์ นักกลอนทีมโรงเรียนปากเกร็ด ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ๒ ในการร่วมประชันกลอนสด งานปิ่นมาลาวิชาการ ม.ศิลปากร สนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม โครงการ วันเวลาภาษาไทย 'หลีกหนีความจริงอิงนิยายพาฝัน' ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

19358_resize.jpg
19358_resize.jpg (61.76 KiB) เปิดดู 34239 ครั้ง
ผู้หญิงธรรมดา..แต่ใจมันด้านชาผู้ชาย
ภาพประจำตัวสมาชิก
น้ำฟ้า
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 878
ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 11 ก.ค. 2008 10:19 am

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 31 มี.ค. 2019 12:49 pm

เกียรติบัตร ครูดี ศรี สพฐ. ครูน้ำฝน ทะกลกิจ
krudee.jpg
krudee.jpg (173.8 KiB) เปิดดู 33427 ครั้ง


ทีมงานร้อยฝันวรรณศิลป์ ๒๕๖๒
20190221_194543.jpg
20190221_194543.jpg (136.5 KiB) เปิดดู 33427 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1102
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 31 มี.ค. 2019 1:41 pm

เที่ยวอยุธยา

52855228_2497886403572677_4306817939698352128_n_resize.jpg
52855228_2497886403572677_4306817939698352128_n_resize.jpg (133.87 KiB) เปิดดู 33425 ครั้ง


20190224_๑๙๐๒๒๗_0006_resize.jpg
20190224_๑๙๐๒๒๗_0006_resize.jpg (223.64 KiB) เปิดดู 33425 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1102
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 31 มี.ค. 2019 1:46 pm

ขอเดชะพระเจดีย์คีรีมาศ
บรรจุธาตุที่ตั้งนรังสรรค์
ข้าอุตส่าห์มาเคารพอภิวันท์
เป็นอนันต์อานิสงส์ดำรงกาย
[นิราศภูเขาทอง]
20190224_๑๙๐๒๒๗_0101_resize.jpg
20190224_๑๙๐๒๒๗_0101_resize.jpg (45.17 KiB) เปิดดู 33425 ครั้ง


20190224_๑๙๐๒๒๗_0081_resize.jpg
20190224_๑๙๐๒๒๗_0081_resize.jpg (160.14 KiB) เปิดดู 33425 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1102
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 31 มี.ค. 2019 2:01 pm

กับสองสาวเน็ตไอดอล ที่ดังด้วยความสามารถล้วนๆ ในวันที่เธอจบ ม.๖ กล่อมขวัญพี่ร้อยไมตรีดำ-แดง
ฝ้าย (แต่งหน้าด้วยเท้า) นางสาวบุญธิดา ชินวงษ์ และนางสาวพลอยสวย สกุลเทวาสถิตย์ แชมป์หลายสมัยจาก "ศึกวันดวลเพลง"

20190228_081021_resize.jpg
20190228_081021_resize.jpg (70.98 KiB) เปิดดู 33417 ครั้ง


ครูน้ำฝน ทะกลกิจ นำเสนอโครงการครูคุณธรรม ใน ฐานะครูคุณธรรมโรงเรียนปากเกร็ด

52351658_1697436287025588_1450342127224487936_n_resize.jpg
52351658_1697436287025588_1450342127224487936_n_resize.jpg (103.1 KiB) เปิดดู 33425 ครั้ง


เด็กหญิงพศิกา ล้อนพรัตน์ และนางสาวจิราวรรณ ชัยสมิต รายงานการทำงานในโครงการร้อยฝันวรรณศิลป์ แก่นางภษพอน ประภา และดร.ทอฝัน เมธีปฏิภาน ศึกษานิเทศก์ จาก สพม.๓ กรรมการประเมินโครงการโรงเรียนคุณธรรม

52698833_1697465147022702_3474545503566299136_n_resize.jpg
52698833_1697465147022702_3474545503566299136_n_resize.jpg (122.81 KiB) เปิดดู 33425 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1102
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 06 พ.ค. 2019 5:04 pm

เชียงใหม่ คิมหันต์๒๕๖๒

ทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนในสวนสาธารณะกาดต้นลำไยซึ่งตั้งอยู่ถัดจากถนนทิศตะวันออกของกาดติดลำน้ำปิง สายลมเย็นโชยมาเบาๆพร้อมกับกลีบดอกลมแล้งที่ปลิดปลิวลงมาเป็นสายราวกับภาพฝัน เราใช้เวลารำลึกอดีตอยู่ที่นี่ราวยี่สิบนาที..

BeautyPlus_20190504102810833_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190504102810833_save_resize.jpg (129.3 KiB) เปิดดู 32047 ครั้ง


กาดหลวง..เป็นตลาดของฝากที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศรู้จักกันดี แต่สำหรับเรานั้นตอนเป็นวัยรุ่นเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่พักใหญ่ ด้วยการเป็นพนักงานขายรองเท้าอยู่ใน'ร้านเทเลอร์'บริเวณทางลงจากสะพานลอยจุดที่ใช้ข้ามไปมาระหว่างกาดต้นลำไยและกาดวโรรส ทุกวัน..ช่วงสายๆเราจะขึ้นรถเมล์เหลืองจากทุ่งโฮเต็ลมาลงที่กาดหลวง หากยังไม่ถึงเวลางานก็จะเดินเล่นแถวๆริมน้ำปิงรอ

เราทำงานสิบโมงครึ่งถึงห้าโมงเย็น แล้วจึงพากันเดินเรียงแถวไปทำงานสาขาไนท์บาซาร์ต่อจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง ถ้าลูกค้ายังออกจากร้านไม่หมดก็ต้องรอ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากเรียนต่อ เพราะอยู่ดีๆก็ฉุกคิดขึ้นมาว่า ไม่ชอบชีวิตแบบนี้เลย จึงสะกดจิตตนเองว่า 'ฉันจะต้องทำงานเช้าเลิกเย็นเหมือนคนอื่นๆให้ได้' ตอนนั้นมองว่าเป็นแค่ความคิดเฉยๆ แต่พอเวลาผ่านไปดันเป็นตามนั้นจริงๆ ในชีวิตมักเกิดเหตุการณ์ตามความตั้งใจบ่อยๆ ไม่รู้ว่าเดินถูกทางหรือเพราะความบังเอิญ

วันนี้กลับมาถิ่นเก่าอีกครั้ง เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ได้ไปเดินชิลๆในเวลาเดิมๆ สิ่งแวดล้อมรอบตัวเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือน้ำปิงสายเดิม ที่ยังคงไหลจากเหนือลงใต้เป็นเวลานับพันปี เราก็คงเหมือนน้ำปิง ที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เหมือนดังที่ผู้ใหญ่แถวบ้านคุยกัน บอกว่าเด็กรุ่นใหม่พอโตเขาจะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก มีแต่เรานี่แหละ ทั้งหน้าตา บุคลิก การพูดจา ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนก็ยังเหมือนเดิม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกที่มีคนวิจารณ์ทำนองนี้ แน่นอน..ยามอยู่ในสังคมคนย่อมต้องเปลี่ยนไปตามหัวโขนที่สวมใส่ แต่ยามเป็นตัวของตัวเองเราเชื่อว่าหากไม่ติดกับหน้ากากจนเกินไปนัก..ตัวตนของทุกคนย่อมคงอยู่ตลอดชีวิต

๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒

20190504_103019_resize.jpg
20190504_103019_resize.jpg (363.57 KiB) เปิดดู 32047 ครั้ง



วันก่อนโพสต์ในเพจเล่าถึงว่า ตอนวัยรุ่นเคยทำงานอยู่ร้านรองเท้าแถวๆกาดหลวง จึงชอบไปเดินเล่นริมน้ำปิง และเกิดความตั้งใจว่าวันหนึ่งจะทำงานเช้าเลิกเย็นเพื่อให้มีเวลาตรงกับคนอื่นๆในครอบครัว โดยไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด จึงทำให้มีคอมเมนต์แนะนำให้อ่านหนังสือคู่มือการเป็นมนุษย์ ด้วยเหตุผลว่าจะได้รู้จักหน้าที่ของตนเองมากขึ้น จึงอยากเล่าให้ฟังว่า ที่ตอนแรกเราไม่เรียนต่อ ไม่ใช่เพราะไม่รู้หน้าที่ของตนเอง แต่เป็นเพราะบ้านอยู่อำเภอไกลๆ เขาก็ไม่ค่อยเรียนหนังสือกัน อีกประการคือเราเป็นครอบครัวชาวนาไม่ได้ร่ำรวย พอเพื่อนชวนไปทำงาน เราก็คิดว่าจะได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่ แต่พอทำงานแล้วเกิดข้อคิดดังกล่าว เราจึงเรียนไปและทำงานไปด้วย


ในส่วนของการใช้ชีวิต หากจะให้หนังสือฮาวทูนำทางก็ใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ทางที่ดีที่สุดมนุษย์ทุกคนต้องรู้จักตนเองด้วยการสังเกต ศึกษาตัวตน ไม่ใช่ทำตามหนังสือ เพราะหนังสือมันก็แค่พูดกว้างๆไม่ได้ตรงกับชีวิตใคร ๑๐๐ % คำแนะนำจากคนที่ไม่รู้จักบางทีเป็นความหวังดี แต่ถ้าพูดโดยไม่ตรองดีๆ ฟังแล้วมันอาจจะกลายเป็นการเหยียด หรือการตำหนิได้ เพราะคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนั้น มักจะมองเจตนากันไม่ออก อยู่ดีๆบอกให้อ่านหนังสือสอนความเป็นมนุษย์ จะได้รู้จักหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น มันแปร่งๆเหมือนตำหนิว่าไม่มีความเป็นคน ไม่รู้หน้าที่ของตนเอง จริงๆไม่ได้ถือสาหาความแต่คิดว่าเพราะเราไม่รู้จักกัน จึงทำให้เกิดการมโน ตีความผิดๆ แนะนำตัวเลยดีกว่า


ชีวิตของเราก็ผ่านทางเดินหลายสายนะ เดินทางเข้ากรุงเทพฯโดยไม่มีใครคอยพยุง เข้าไปสมัครทำงานโดยไม่มีใครแนะนำ ไม่มีคนรู้จัก จนมาถึงวันนี้ที่เราสามารถอยู่ด้วยตนเองได้ คงจะเป็นเครื่องยืนยันความรู้จักตัวตนได้ในระดับหนึ่ง
ตามลิงก์คือประวัติของแอดมินในปัจจุบัน บางทีการที่เราเรียนรู้กันคงทำให้มีข้อมูลการสนทนามากขึ้น จะได้ไม่หมางใจกันในลำดับต่อไป คลิกที่ลิงก์ได้เลยค่ะ กว่าจะมาเป็นแอดมินน้ำฟ้า...เราผ่านอะไรมาบ้าง เชิญทัศนา

http://www.pasasiam.com/home/index.php/ ... 9-00-41-11
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1102
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 06 พ.ค. 2019 5:17 pm

สะพานขาวทาชมภู อำเภอแม่ทา ลำพูน

20190504_140156_resize.jpg
20190504_140156_resize.jpg (93.61 KiB) เปิดดู 33748 ครั้ง


ทุกครั้งที่กลับบ้านช่วงปิดเทอมมักจะไปไหว้พระตามวัดต่างๆอยู่เสมอ วันนี้ก็เช่นกัน ไหว้พระ ๓ วัด วัดโลกโมฬี วัดเกตการาม และวัดมหาวัน จากนั้นจึงแวะมาลำพูนเพื่อชมความงามของสะพานขาวทาชมภู หรือสะพานขาวชาวลำพูน เป็นสะพานที่เป็นทางรถไฟอันสัญลักษณ์ให้ผู้โดยสารทราบว่าได้ลงจากดอยขุนตานมายังพื้นราบใกล้ถคงสถานีทาชมภูแล้ว
ไฟล์แนป
20190504_135054_resize.jpg
20190504_135054_resize.jpg (169.72 KiB) เปิดดู 33748 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1102
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 06 พ.ค. 2019 5:24 pm

วัดโลกโมฬี อำเภอเมือง เชียงใหม่
ยุคที่ ๑ ตำนานวัดพระธาตุดอยสุเทพ บันทึกไว้ว่า ปีพุทธศักราช ๑๙๑๐ ในสมัยพญากือนาธรรมิกราช กษัตริย์ในราชวงศ์มังราย ลำดับที่ ๖ เสวยราชสมบัติในเมืองเชียงใหม่ พระองค์ทรงเสื่อมในศรัทธาในพระพุทธศาสนา ปรารภได้พระภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎกพระพุทธพจน์สามารถทำสังฆกรรมใหญ่น้อยได้ทุกประการมาไว้ในอาณาจักร เมื่อได้ทรงทราบสุปฏิปันตาทิคุณแห่งพระอุทุมพรบุปผามหาสวามีเจ้า ซึ่งอยู่ที่เมืองพัน จึงให้ราชทูตไปอาราธนาพระมหาสวามีเจ้า แต่พระสวามีเจ้ารับนิมนต์ไม่ได้ จึงให้ภิกษุลูกศิษย์ ๑๐ รูป มีพระอานนท์เถรเป็นประธานมาสู่เมืองเชียงใหม่แทนท่านพญากือนา ก็ให้พระเถระเจ้าทั้งหลายพำนักอยู่ ณ วัดโลกโมฬี กำแพงเวียงชั้นนอก บ้านหัวเวียง

20190504_094932_resize_resize.jpg
20190504_094932_resize_resize.jpg (106.72 KiB) เปิดดู 33748 ครั้ง


จากหลักฐานที่ปรากฏนี้พอจะอนุมานได้ว่า วัดโลกโมฬี น่าจะสร้างขึ้นในสมัยพญากือนาประมาณปีพุทธศักราช ๑๙๑๐ หรือก่อนหน้านั้น

ยุคที่ ๒ ๑๖๐ ปีต่อมา หนังสือตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่หน้า ๘๗-๘๘ บันทึกไว้ว่า ปีพุทธศักราช ๒๐๗๐ ในสมัยของพระเมืองเกศเกล้า กษัตริย์ราชวงศ์มังรายลำดับที่ ๑๒ (พระเมืองเกศเกล้าเมืองครั้งที่ ๑ ปี พ.ศ ๒๐๖๘-๒๐๘๑ ) หลักฐานบันทึกไว้ว่า “พญาเกศได้ถวายบ้านหัวเวียงให้เป็นอารามวัดโลกโมฬี ) ปีพุทธศักราช ๒๐๗๑ พญาเกศ เมื่อได้บูรณะฟื้นฟูวัดโลกโมฬีและได้ทำบุญฉลองถวายให้เป็นอารามวัดโลกโมฬีแล้ว ก็ได้ทรงสร้างพระเจดีย์ ขนาดองค์ใหญ่ (มหาเจดีย์) ขึ้น พร้อมกันนั้นก็ได้สร้าง พระวิหาร เพื่อใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน พระเมืองเกศเกล้า หรือพญาเกศ ครองราชย์ครั้งที่ ๒ เป็นลำดับที่ ๑๔ พ.ศ ๒๐๘๖-๒๐๘๘ พญาเกศฯ ทรงออกผนวชมีพระสิริมังคลาจารย์เป็นพระอุปัชฌาจารย์ พระองค์ยังได้โปรดเกล้าแต่งตั้ง พระมหาสรภังค์เถระเป็นพระมหาสังฆราชนครพิงค์เชียงใหม่พญาเกศเสด็จสวรรคตถูกขุนนางลอบปลงพระชนม์ในปีพุทธศักราช ๒๐๘๘

หลังจากสวรรคตแล้ว ข้าราชการขุนนาง ได้ทำพิธีปลงศพที่วัดแสนพอก กำแพงเมืองชั้นในหลังจากได้ถวายพระเพลิงแล้วก็ได้นำพระอัฐิของพระองค์มาบรรจุไว้ ณ วัดโลกโมฬี เอากระดูกไปบรรจุไว้ยังวัดโลกโมฬี ฝ่ายแจ่งหนเหนือทางนอกนั้น”
ปีพุทธศักราช ๒๐๘๘ หลังจากที่พญาเกศ ได้สวรรคตแล้ว พระนางจิระประภา ราชธิดาของพญาเกศ ก็ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาเป็นกษัตริย์ ในราชวงศ์มังรายลำดับที่ ๑๕

ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ครั้งนั้นเมืองเชียงใหม่มีเหตุการณ์ไม่สงบ เนื่องจากขุนนางทั้งหลายไม่สามัคคีกัน สมเด็จพระไชยราชาธิราช กษัตริย์อยุธยาได้ยกทัพขึ้นมาหมายจะตีเมืองเชียงใหม่ พระนางจิระประภาทรงทราบว่า กำลังทัพหลวงของพระไชยราชาธิราช และเมืองเชียงใหม่ไม่พร้อมที่จะรับศึกได้ เมื่อกองทัพพระไชยราชาธิราช ยกทัพมาถึงนอกเมือง พระนางจึงได้แต่งเครื่องราชบรรณาการออกปถวายและทูลเชิญเสด็จพระไชยราชาธิราช ได้นำเสด็จมาทำบุญที่กู่เฝ่า พระเมืองเกศเกล้า ที่วัดโลกโมฬี สมเด็จพระไชยราชาธิราชได้พระราชทานพระราชทรัพย์ทำบุญไว้กับกู่พญาเกศเกล้าอีก ๕,๐๐๐ เงิน กับผ้าทรง ๑ ผืน นอกจากนั้นยังได้รับพระราชทานรางวัลให้กับเจ้านาย ขุนนางที่รับเสด็จด้วย

ยุคที่ ๓ ๖๐ ปี ต่อมาหลังจากที่เมืองเชียงใหม่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าหลักฐานพงศาวดารโยนกและตามรอยโครงมังทรารบเชียงใหม่ ในปีพุทธศักราช ๒๑๔๙ กษัตริย์ที่ครองเชียงใหม่ชื่อ มังนราช่อ (สาวัตถีนรถามังคะยอ)ซึ่งเป็นราชบุตรของพระเจ้าบุเรงนอง (ครองราชย์ พ.ศ ๒๑๒๒-๒๑๕๐) ได้มีเมตตาธรรมให้พระมหาสมเด็จวัดโลกโมฬี ไว้กับวัดวิสุทธาราม ให้คนบ้านแปะและพวกยางบนดอยเป็นข้าวัดดูแลห้ามฝ่ายบ้านเมืองนำไปใช้แม้จะมีศึกสงคราม (วัดบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ปัจจุบัน)

ปีพุทธศักราช ๒๑๘๒ หลักฐานตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ บันทึกไว้ว่า พระเจ้าสุทโธธรรมราชา ได้มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาและได้อาราธนาพระสวามี ถวายทานในพระบาทสมเด็จพระสังฆราชโมฬีเจ้า วัดทุกวัดเป็นราชฐาน ทำบุญเดือนยี่เป็ง บูชาพระพุทธรูป พระธาตุเจ้าและพระภิกษุ สามเณร ตามพระราชประเพณีแห่งเมืองเชียงใหม่

ยุคที่ ๔ ยุคกาวิละวงศ์ หลักฐานรายชื่อวัดในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่
ในปีพุทธศักราช ๒๔๔๐ สมัยของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ และสมัยของเจ้าอินทวโรรส เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำดับที่ ๗ และ ๘ มีบันทึกไว้ว่า “ วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่แขวงบ้านทับม่านขึ้นกับแคว้นเจ็ดยอด เจ้าอธิการชื่อ ตุ๊พวง นิกายเชียงใหม่ ยังไม่ได้เป็นอุปัชฌาย์ รองอธิการชื่อ ตุ๊คำ และในปีพุทธศักราช ๒๔๕๒-๒๔๘๒ พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าครองนครเชียงใหม่ลำดับที่ ๙ ได้ บูรณะวัดโลกโมฬี เหนือเวียงและสร้างพระพุทธรูปพร้อมทั้งธรรมมาสน์
หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏหลักฐานใด ๆ ที่จะบอกถึงความเป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาต่อเนื่องมาอีก นับแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒

ประมาณปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ วัดโลกโมฬี ก็ตกอยู่ในสภาพเป็นวัดที่ว่างเว้นจากผู้ปกครองสงฆ์นาน ๖๐ ปี ที่ดินของวัดในอดีตก่อนหน้านั้นมีเนื้อที่กว้างขวางหลายสิบไร่ ได้ถูกถือครองโดยเอกชนและต่อมามีการออกโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหลายแปลง จึงเหลือเนื้อที่ตามที่ปรากฏในหลักฐานขึ้นทะเบียนเป็นวัดร้าง ในความดูแลของกรมศาสนา จำนวนเนื้อที่ ๔-๑-๓๗ ไร่ พื้นที่ด้านหน้าของพระเจดีย์ ซึ่งติดถนนมณีนพรัตน์ กองศาสนาสมบัติกลางกรมการศาสนาได้ให้กรมปศุสัตว์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เช่าเป็นที่ทำการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปี อีกส่วนด้านทิศตะวันออกได้ให้สมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือเช่า เป็นที่ทำการของสมาคม ฯ เป็นระยะเวลาหลายสิบปีเช่นกัน และต่อมาสมาคมธรรมศาสตร์ภาคเหนือได้ให้บริษัทโคโนโก้เช่าต่อ ถือสัญญาเช่ามีระยะเวลา ๓๐ ปี (๒๕๓๕) มีการปรับปรุงเป็นสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

ยุคที่ ๕ ตั้งแต่ปี พุทธศักราช ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน
พระญาณสมโพธิ “ปัจจุบันได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระเทพวรสิทธาจารย์” เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เจ้าคณะอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอ จังหวัดเชียงใหม่ และได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ในปี ๒๕๔๗ และเป็นรองเจ้าคณะภาค ๗ ในปัจจุบัน ได้พิจารณาสถานที่วัดร้างในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่มีเนื้อที่กว้างพอประมาณหลายแห่ง ดังนี้

วัดเจ็ดลิน (ร้าง) ถนนพระปกเกล้า ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม่ (หลังตลาดประตูเชียงใหม่) ซึ่งเป็นวัดร้างมีเนื้อที่ ๗-๐-๙๖ ไร่ เพียงพอที่จะสร้างสำนักงานได้ จึงทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับที่ ๑ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ ๒๕๔๓ เพื่อเช่าพื้นที่ตามระเบียบของกรรมการศาสนา แต่มีปัญหาพื้นที่มีผู้บุกรุกอยู่จำนวนมาก จึงได้ทำหนังขอยกเลิกไป

วัดโลกโมฬี (ร้าง) พระญาณสมโพธิ (พระราชสิทธาจารย์) ได้ทำหนังสือลงวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ ๒๕๔๔ เพื่อขอเช่าวัดโลกโมฬี ตั้งอยู่ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดร้างเช่นกัน มีเนื้อที่ ๒-๓-๐๙ ไร่ แทนวัดเจ็ดลินที่ยกเลิกไป ขณะที่กำลังรอคำตอบจากกรรมการศาสนานั้น ก็ทราบว่ามีปัญหาคล้ายกัน ทั้งยังมีผู้ยื่นคำร้องขอเช่าที่ดินวัดร้างเพื่อทำประโยชน์ทางธุรกิจ สวนสาธารณะและอื่น ๆ ดังนั้นจึงได้มีหนังสือลงวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ ๒๕๔๔ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่ ๖ เชียงใหม่ เพื่อขออนุญาติให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมประเพณีปี๋ใหม่เมืองประจำปี ๒๕๔๔ มีกำหนด ๔ วัน คือ วันที่ ๑๒-๑๕ เมษายน พ.ศ ๒๕๔๔ และได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการได้

พระญาณสมโพธิจึงได้สั่งการให้มีการปรับพื้นที่ซึ่งรกร้างมานาน และกำหนดกิจกรรมงานประเพณีปี๋ใหม่เมือง โดยได้รับความร่วมมือจาก นายบุญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์ (สื่อมวลชน) ได้ประชาสัมพันธ์ข่าวเผยแพร่เป็นระยะ ๆ จนเกิดกระแสจากพุทธศาสนิกชน พระมหาเถระผู้ใหญ่ เช่น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ วัดปากน้ำภาษีเจริญ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก วัดสระเกศ ได้เดินทางมาตรวจสถานที่เห็นว่าเหมาะสมที่จะยกให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาตลอดไป มหาเถระทั้งสองมีเมตตาที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ต่อมาพระญาณสมโพธิ (พระราชสิทธาจารย์) มอบหมายให้นายบุญธรรม ยศบุตร เลขานุการมูลนิธิพระบรมธาติดอยสุเทพ ทำหนังสือเรียนเชิญ ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในขณะนั้น (ปัจจุบันได้โปรดเกล้าฯ ดำรงตำแหน่งองคมมนตรี) มาเป็นประธานเปิดงานในวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ ๒๕๔๔ โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน ๗๐๕ รูป ซึ่งเท่าอายุเมืองเชียงใหม่ในขณะนั้น มาเจริญพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล พร้อมกันนั้นพระสงฆ์ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ได้กระทำปทักษิณรอบพระเจดีย์รวม ๓ รอบ เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก

BeautyPlus_20190504095750514_save_resize.jpg
BeautyPlus_20190504095750514_save_resize.jpg (115.44 KiB) เปิดดู 33748 ครั้ง


ต่อมา พระราชพุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือลงวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๔ เพื่อขอยับยั้งการพิจารณาเช่าที่วัดร้างของกรรมการศาสนา และขอให้ยกวัดโลกโมฬี (ร้าง) เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาตลอดไปแทน ซึ่งก็ได้รับอนุมัติจากกรรมการศาสนา ตามประกาศวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ พร้อมหนังสือแต่งตั้งให้ พระญาณสมโพธิ เป็นรักษาการเจ้าอาวาส คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการฟื้นฟูวัดโลกโมฬี จึงได้จัดพิธีเฉลิมฉลองตราตั้งวัดโลกโมฬี ในช่วงเช้า พระญาณสมโพธฺ (พระราชสิทราจารย์) ได้ประกอบพิธีหล่อพระพุทธรูป พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ ขนาดหน้าตักกว้าง ๘๐ นิ้วขึ้น เพื่อเป็นองค์ประธานประจำวิหารหลังใหม่ เนื่องจากตรงกับเทศกาลยี่เป็งจึงได้มอบหมายให้อาจารย์ยุพิน เข็มมุกด์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่) จัดกิจกรรมเทศน์มหาชาติในเทศกาลยี่เป็งขึ้นเป็นครั้งแรกของวัดโลกโมฬีประจำปี พ.ศ. ๒๕๔๔

กิจกรรมนี้ได้จัดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเพื่อสืบสานและส่งเสริมประเพณีการตั้งธรรมหลวง ประกอบกับในช่วงนั้นมีภาพยนตร์เรื่องสุริโยทัย กำลังโด่งดังมาก ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเนื้อเรื่องกล่าวถึงวัดโลกโมฬีและพระมหาเทวีจิระประภา ทางคณะกรรมการฟื้นฟูวัดจึงได้นำมาฉายให้ประชาชนได้ชม ปรากฏว่าประชาชนนับหมื่นให้ความสนใจ

ที่มา http://www.watlokmolee.com/
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1102
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง สนทนากับคนภาษาไทย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

cron