เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

เรื่องราวของอาณาจักรล้านนา

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » เสาร์ 13 เม.ย. 2019 12:26 pm

ภาพแม่ค้ามานั่งของกาดหมั้ว ยามเช้า ณ ลานดินหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง เมื่อราว พ.ศ.๒๕๓๐ -๒๕๔๐ ปีก่อน
คำว่า "กาดหมั้ว" มักเขียนผิดเป็น "กาดมั่ว"
62781.jpg
62781.jpg (128.89 KiB) เปิดดู 16 ครั้ง


วัดพระแก้ว จ.เชียงราย ในอดีต
วัดพระแก้ว แต่เดิมชื่อวัดป่าเยี้ยะ(ป่าไผ่) เมื่อ พ.ศ. ๑๙๗๗ (ค.ศ.๑๔๓๔) ฟ้าผ่าพระเจดีย์จึงได้พบพระแก้วมรกต(ปัจจุบันประดิษฐาน
ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง) ชาวเมืองเชียงรายจึงได้เรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดพระแก้ว" จนกระทั่งปัจจุบัน
62783.jpg
62783.jpg (111.9 KiB) เปิดดู 16 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » เสาร์ 13 เม.ย. 2019 2:37 pm

วิหารโถงวัดปงสนุก จังหวัดลำปาง หลังเก่า ที่มีหน้าบันงดงามมาก อาคารไม่สูง และ มีหลังคาซด ใส่คันทวยแกะสลัก ติดเสาสวยงาม
น่าเสียดาย ที่ วิหารอันมีเอกลักษณ์ แบบเบ้าสล่าล้านนา ลักษณะนี้ แทบไม่มีให้พบเห็นกันแล้ว ในปัจจุบัน จะหาชมวิหารที่มีลักษณะต่อปีกนกยาวออกมาอีกหนึ่งตับ แบบนี้ได้ที่ไหน นึกไม่ออก...
62779.jpg
62779.jpg (83.88 KiB) เปิดดู 15 ครั้ง

ภาพจาก ศูนย์การเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมชุมชนบ้านปงสนุก

บ้านหม่อน ของคุณสุมาลี อายุ ๖๕ ปี ปลูกที่ป่าซาง จ.ลำพูน
62721.jpg
62721.jpg (54.45 KiB) เปิดดู 15 ครั้ง

บ้านไม้โบราณที่มีลายลูกไม้แปลกตามาก มีกอโกสน หม้อโซ่ยตีน ก่อนขึ้นคันได มีฮ้านน้ำหม้อ ตรงระเบียงแบบเบ้าล้านนายุคบ้านหม่อน ปัจจุบันรื้อออกไปแล้วเพราะทรุดโทรมมาก
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » เสาร์ 13 เม.ย. 2019 2:42 pm

เมืองพม่า ในอดีต (คาดว่า พ.ศ.๒๓๐๘)
62758.jpg
62758.jpg (46.53 KiB) เปิดดู 15 ครั้ง


62761.jpg
62761.jpg (35.33 KiB) เปิดดู 15 ครั้ง


62760.jpg
62760.jpg (48.66 KiB) เปิดดู 15 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » เสาร์ 13 เม.ย. 2019 2:44 pm

อาถรรพ์น้ำสาบานกบฏเงี้ยวเมืองแพร่

62714.jpg
62714.jpg (59.62 KiB) เปิดดู 15 ครั้ง


"เจ้าหลวงพิริฯท่านเป็นคนทันสมัย ท่านอยากพัฒนาเมืองแพร่ให้เจริญ ตอนแรกท่านไม่รู้หนังสือภาษาไทย เขียนได้แต่ภาษาพื้นเมือง แต่ท่านคุ้นเคยใกล้ชิดกับสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ ท่านก็พาเจ้าหลวงไปเรียนภาษาไทยที่พระนคร เรียนรู้ระบบการปกครองแบบใหม่จนท่านเห็นดีงาม สมัยนั้นรัชกาลที่ ๕ เริ่มเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาล เลิกระบบเจ้าหลวง มีแต่ข้าหลวงไปทำงาน เจ้าหลวงท่านเต็มใจทำตามรับสั่งนี้ ยอมสละยศ ตำแหน่งทุกอย่างเพื่อความเจริญของบ้านเมือง"

"เรื่องกบฏเงี้ยวเกิดเพราะอังกฤษกับฝรั่งเศสต้องการเฉือนแผ่นดินสยาม อังกฤษเฉือนภาคใต้กับอีสาน แล้วสมคบจะมาเอาทางเหนือจากเชียงรายไปสุดเขตแดนพม่า ภาคอีสานก็ข้ามโขงมาสมคบตั้งกองบัญชาการที่หลวงพระบาง สองชาตินี้หาเรื่อง ใช้วิธีหมาป่ากับลูกแกะ"

"หลังเจ้าหลวงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัชกาลที่ ๕ ก็ส่งเจ้าหน้าที่จากบางกอก คือพระยาไชยบูรณ์ ในนามข้าหลวงประจำจังหวัดมาฝึกงานให้ แล้วในปีหนึ่งๆ จะมีการตรวจเงินแผ่นดิน วันหนึ่งปรากฏว่าเขาเปิดประตูเซฟบนศาลากลางจังหวัดปรากฏว่าเงินขาดไป ๕๕,๐๐๐ บาท คนตรวจก็สั่งอายัดตัวเจ้าหลวงไปขัง เป็นเหตุให้อังกฤษเห็นเป็นช่องทางจะมาบังคับเรา ตอนหลังลูกหลานก็หาเงินมาใช้ให้ เจ้าหลวงจึงถูกปล่อยตัว คนแพร่โกรธกันมากเพราะเป็นการลงโทษโดยไม่ฟังความใดๆ"

"อังกฤษเอาปมนี้เป็นเหตุทำให้คนแตกสามัคคี เพราะคนเมืองแพร่ทั้งหมดเกลียดคนกรุงเทพฯ อังกฤษส่งเงี้ยวชื่อพะกาหม่องมาเกลี้ยกล่อมเจ้าหลวงว่าท่านโดนรังแก อังกฤษจะช่วยยึดแผ่นดินคืนให้ จะให้เงี้ยวมาก่อการกบฏ สมัยนั้นเงี้ยวอยู่ในความปกครองของอังกฤษ เพราะเป็นลูกจ้างทำไม้ให้ มีการตกลงกันว่าจะไม่ให้เจ้าหลวงเดือดร้อน เสบียง อาวุธ จะหามาเองทั้งหมด แผนของอังกฤษคือจะให้เราฆ่าเงี้ยวแล้วเรียกค่าเสียหาย"

"แต่เจ้าหลวงรายงานให้รัชกาลที่ 5 ทรงทราบ ท่านก็เรียกเจ้าหลวงไปพบ แล้วท่านก็สั่งเจ้าหลวงให้ยอมรับเงื่อนไขของอังกฤษ เป็นแผนซ้อนแผน บอกให้เจ้าหลวงยอมเป็นกบฏ เพื่อที่จะเป็นข้ออ้างปราบเงี้ยว เพราะถ้าไม่ยอมรับเป็นกบฏก็ไม่มีเหตุปราบ"

"พอตกลงกันดีแล้ว เจ้าหลวงกลับมาบอกอังกฤษขอเวลาสามเดือน อ้างว่าจะต้องตรวจสอบกำลัง ที่จริงก็เพื่อในหลวงจะได้เตรียมจัดกำลังสำรอง"

"ข้อตกลงร่วมกันในการก่อกบฏ อังกฤษมีข้อแม้ว่าจะไม่ทำอันตรายชีวิตและทรัพย์สินของคนเมือง จะทำเฉพาะคนไทยจากเมืองใต้ เจ้าหลวงเสนอกลับไปว่าตกลง แต่เพิ่มอีกข้อว่าห้ามฆ่าผู้หญิงกับเด็กไทยที่มาฝึกงาน ห้ามฆ่าตำรวจ ก่อนเงี้ยวปล้น คืนนั้นไม่ได้นอนกันทั้งคืนเพราะเตรียมรับมือ เจ้าหลวงก็วางแผนจัดกำลังไปซ่อนในป่า แล้วรัชกาลที่ ๕ ท่านบอกให้จัดคนที่ไว้ใจได้ประมาณ ๕-๖ คนมาร่วมงาน ให้ปิดเป็นความลับ หากความลับรั่วไหล เหตุจะอ้างว่าปราบเงี้ยวเพราะเป็นกบฏจะไม่เป็นผล"

"เจ้าหลวงท่านรับเป็นกบฏ แต่รัชกาลที่ ๕ ไม่ค่อยไว้ใจ ท่านให้เจ้าหลวงดื่มน้ำสาบานว่าไม่คิดคดทรยศ และให้นำน้ำสาบานนี้ติดตัวมาเมืองแพร่ด้วย ให้ทุกคนที่รู้เรื่องร่วมดื่ม แล้วกำชับว่าถ้าหากคนเหล่านี้ถูกจับไปข่มขู่ถึงตายก็ให้ยอมตาย ถ้าไม่ทำตามนี้หรือไปบอกใคร ขอให้ตายด้วยคมหอกคมดาบ คมเขี้ยวคมงา"

มีข้อความหนึ่งจากบันทึกของ คุณลุงรัตน์(เจ้าบุญรัตน์ วังซ้าย) ผู้เป็นบุญของ เจ้าน้อยหมวก และเจ้าแสงแก้ว วังซ้าย (ตระกูลวังซ้าย สืบสายมาจากพระยาวังซ้ายเมืองแพร่ผู้ดำรงตำแหน่งคล้ายกับ เจ้าวังหน้าวังหลังของกรุงเทพ แต่ทางแพร่มีเจ้าวังซ้ายและวังขวา ถือเป็นตระกูลเจ้านายร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหลกับเจ้าหลวงเมืองแพร่มาช้าน่าน) ซึ่งลุงรัตน์ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า

"อังกฤษบอกให้เจ้าหลวงอยู่เฉยๆ ไม่เอาอาวุธด้วย แต่ขอกำลังคนเมืองแพร่ เจ้าหลวงเลยหารือว่าให้เอาชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธไปซ่อนในป่า ป้องกันไม่ให้เงี้ยวมาขอกำลังเสริม ท่านก็หารือกันว่าต้องมีคนคุมกำลังในป่า เจ้าวังซ้ายเสนอชื่อไปว่ามีสองคนคือไม่ลูกก็เมีย ในที่สุดท่านเลือกลูก คือเจ้าน้อยหมวกมาคุมกำลังรบ เจ้าน้อยหมวกนี้คือพ่อของผมเอง ท่านก็เรียกเจ้าน้อยหมวกไปดื่มน้ำสาบาน"

"เจ้าน้อยหมวกคิดเรื่องคนดูแลเสบียง เลยเลือกเมียคือเจ้าแสงแก้ว ก็กลับมาบอกสามคนแรกว่าได้ปรึกษาเมียแล้ว เขายอม ทางนี้จะยอมไหม เลยเรียกเจ้าแสงแก้วมาดื่มน้ำสาบานอีกที ตอนนี้มีคนรู้ความลับทั้งหมด ๘ คน"

"แต่การบอกเมียถือเป็นการเปิดเผยความลับแม้จะไม่ตั้งใจ พ่อผมเลยโดนอาถรรพณ์เป็นคนแรก คือเจ้าน้อยหมวก พอเจ้าแสงแก้วคลอดบุตรได้เพียง ๘ เดือน เจ้าน้อยหมวกก็ถูกช้างเหยียบตาย ทั้งที่ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญการจับช้างตกมัน และยังเคยบอกว่ากลัวควายมากกว่าช้าง"

"เจ้าแสงแก้วรวบรวมลูกเมียข้าราชการไทยมาไว้ที่คุ้มของเจ้าวังซ้าย ซ่อนไว้บนเพดาน คืนนั้นก็เกณฑ์คนกับอาวุธมาเก็บไว้ในคุ้ม ป้องกันไม่ให้ทั้งสู้เงี้ยวและสู้ไทย ประมาณตีสองตีสาม เจ้าแสงแก้วจัดคนไปบ้านข้าราชการไทย เอาผู้หญิงที่เคยรับใช้บ้านข้าราชการมาเพื่อให้คนไทยเมืองใต้ไว้ใจ แต่มีจำนวนหนึ่งไม่มาเพราะพวกนี้ไม่ค่อยชอบเจ้าหลวง พวกที่มาก็เป็นห่วงสามียอมตายด้วยกัน"

"พอเงี้ยวปล้นโรงพัก ปล้นไปรษณีย์ ยึดศาลากลางจังหวัด ก็ยึดได้สบายเพราะไม่มีการต่อต้าน พวกเงี้ยวออกสำรวจทุกบ้านว่ามีคนไทยเท่าไร จะจับมาฆ่าให้หมด"

"จนไปถึงคุ้มเจ้าวังซ้าย ซึ่งเจ้าแสงแก้วกำลังทำกับข้าวให้คนไทยที่หลบซ่อนตัวอยู่ มันก็ถามว่าทำให้ใครกินมากมาย เจ้าแสงแก้วบอกว่าตอนแรกก็ตกใจ แต่ทำใจดีสู้เสือ เพราะมันจะขอค้นว่ามีคนไทยไหม แม่บอกค้นไม่ได้ เจ้าหลวงกับเจ้าวังซ้ายสั่งห้ามค้น แล้วแม่ก็พูดไปว่าทำอาหารให้พวกสูกินนั่นละ เจ้าหลวงให้ทำ ถ้าพวกสูเสร็จธุระให้ไปรอที่ศาลากลางเดี๋ยวเอาไปให้ แล้วแม่ก็เรียกกำลังออกมา แกล้งพูดว่าจะเลี้ยงอาหารแล้วมันยังมาข่มขู่ ถ้าจะค้นบ้านก็ให้จัดการสู้กัน เงี้ยวฟังแล้วจึงยอมไป เจ้าแสงแก้วรีบส่งคนไปบอกเจ้าหลวง ท่านบอกให้ทำอาหารเพิ่มแล้วเอาไปเลี้ยงมันอย่างที่บอก"

"ในเอกสารจดหมายเหตุที่ว่ามีการส่งเสบียงให้พวกเงี้ยว สาเหตุที่แท้จริงเป็นอย่างนี้"

"ปรากฏว่าพวกเงี้ยวฆ่าผู้หญิงกับเด็กคนไทยที่ไม่ได้มาอยู่กับเจ้าแสงแก้ว เจ้าหลวงโกรธมาก เรียกหัวหน้าเงี้ยวมาคุย ชื่อพะกาหม่อง มาบอกว่าผิดสัญญา ท่านก็มีกำลังอยู่นะ พะกาหม่องขอโทษขอโพย พอรู้ว่าเจ้าหลวงพูดว่ามีกำลังก็เริ่มกลัว มันเลยเรียกเจ้าหลวงกับเจ้าวังซ้ายไปทำสัญญาร่วมรบกัน บอกเจ้าหลวงว่าถ้าเราทำตามที่ตกลงก็จะไม่มีอะไร แต่ถ้าเจ้าหลวงเอากำลังมาสู้เมื่อไร เงี้ยวจะเอาสัญญานี้ไปแฉให้รัชกาลที่ ๕ ทรงทราบ ซึ่งเจ้าหลวงได้บอกกับรัชกาลที่ 5 ว่าเงี้ยวบังคับทำ จำเป็นต้องทำ รัชกาลที่ ๕ ก็รู้"

"หลายวันต่อมากรุงเทพฯ ส่งกำลังมาปราบกบฏ โดยที่ได้เตรียมกำลังแถวอุตรดิตถ์ พิษณุโลก ไว้แล้ว จึงปราบได้ภายใน ๓-๔ วัน"

ชายชราวัย ๗๘ ปี ผู้คงบุคลิกกระฉับกระเฉงและมีความทรงจำแจ่มชัด นั่งอยู่เบื้องหน้าคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ซึ่งแกเชื่อเหลือเกินว่าคนเหล่านี้ 'ถูกเลือก' ให้เป็นผู้เปิดเผยความลับสำคัญของตระกูล และเป็นความลับสำคัญของแผ่นดิน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นความลับที่คุณลุงรัตน์ วังซ้าย ทายาทคนสุดท้องในบรรดา ๑๒ คนของเจ้าน้อยหมวก (บุตรของเจ้าวังซ้าย) และเจ้าแสงแก้ว เก็บงำมาตลอดเพราะหวั่นอาถรรพณ์น้ำสาบานที่พระมหากษัตริย์รับสั่งให้ผู้รู้ความดื่มร่วมกัน สยามประเทศยุคนั้นมีผู้ร่วมดื่มน้ำสาบานและรู้ความลับนี้เพียง ๘ คน ยังสัญญาใจที่มารดากำชับไม่ให้บอกใคร จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม แม้แกไม่ใช่ผู้ร่วมดื่มน้ำสาบานโดยตรง แต่อาถรรพณ์ที่เกิดกับบุพการีเป็นประจักษ์ อย่างไรก็ตามในวัยขนาดนี้แกไม่กลัวความตายอีกแล้ว ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๖ คือเวลาเหมาะสมที่ชายชราเมืองแพร่ตัดสินใจเผยความลับนั้น ก่อนที่สังขารจะพรากความทรงจำไป

จากข้อมูลที่คุณลุงรัตน์ วังซ้ายได้ทิ้งไว้ให้เมื่อหลาย 10 ปีก่อน ถือเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักอย่างมาก ที่พอจะช่วยปลดแอกล้างมลทินให้กับ เจ้าหลวง และเจ้านายเมืองแพร่ทุกองค์ที่ถูกตราหน้าด้วยความเต็มใจ เหมือนพร้อมกายใจเอาชีวิตเข้าแลกบ้านเมืองให้ลูกหลานได้ดำรงคำว่า จังหวัดแพร่ไว้จนถึงปัจจุบัน กับคำพูดที่ได้ยินมาหลายศตวรรษว่า " เจ้าเมืองแพร่เป็น กบฏ "


นัฏฐ์ ณัฏฐพัฒน์ (Nuttapon Chalouy) ผู้นำเสนอ

ปล. ภาพที่นำมาประกอบ คือ ภาพเจ้าแสงแก้ว วังซ้าย และบุตรชายสองคนสุดท้อง คือ เจ้าบุญรบ และเจ้าบุญรัตน์(ลุงรัตน์ วังซ้าย) ผู้ที่ได้รับบาดแผลรอยร้าวลึกกับสภาพจิตใจในเหตุการณ์ กบฏเงี้ยว

ข้อมูลอ้างอิงจาก หนังสือเจ้าหลวงเมืองแพร่ ๔ สมัย/อนุสรณ์งานศพเจ้าแสงแก้ว/บันทึกของพ่อดวงแก้ว รัตนวงศ์/ เสรี ชมพูมิ่ง. “เจ้าพิริยะเทพวงศ์ ผู้นิราศเมืองแพร่ท่ามกลางทหารกองเกียรติยศ,” ใน ศิลปวัฒนธรรม, สิงหาคม ๒๕๓๔.

จริงแท้ประการใดในการบันทึกและคำบอกเล่าของบทความนี้ ทั้งอ้างอิงจากเอกสารและคำบอกเล่าสืบต่อกันมา ถือ เป็นวิทยาทาน และการต่อยอดสำหรับหลายๆท่านที่ชื่นชอบศึกษาประวัติศาตร์ ให้ไปสืบค้นเพิ่มเติมคับ
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » พฤหัสฯ. 18 เม.ย. 2019 9:32 pm

โรงเรียนประชาบาล ต.ปอน๑ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน พ.ศ.๑๔๘๑ - ๒๔๘๒

65420.jpg
65420.jpg (46.43 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง


พระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน

65427.jpg
65427.jpg (38.12 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » พฤหัสฯ. 18 เม.ย. 2019 9:35 pm

ระแทะของพม่า

65447.jpg
65447.jpg (62.91 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง


ป่าซาง พ.ศ.๒๕๒๐

65468.jpg
65468.jpg (41.85 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » พฤหัสฯ. 18 เม.ย. 2019 9:38 pm

พิธีบวงสรวงผีนาค เมืองเชียงราย พ.ศ.๒๔๖๐
มณฑลพิธีจัดบริเวณดอยจอมทอง เรียกในเวลาปกติว่า "ดอยหัวเวียง" ในช่วงพิธีการเรียกว่า "ดอยหัวนาค"

65473.jpg
65473.jpg (67.31 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง


อุโบสถวัดกลางมิ่งเมือง ร้อยปีก่อน

65478.jpg
65478.jpg (73.94 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » พฤหัสฯ. 18 เม.ย. 2019 9:40 pm

สะพานท่าสิงห์ ลำพูน พ.ศ.๒๕๒๐

65481.jpg
65481.jpg (56.12 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง


ช่างซองานบุญหนองหลวง เชียงราย พ.ศ.๒๕๑๔ สนับสนุนโดย ยาผงแดงก๋าหอเจ้าตี้

65495.jpg
65495.jpg (70.54 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เกร็ดล้านนาและภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเหนือ โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » พฤหัสฯ. 18 เม.ย. 2019 9:43 pm

กาดเชียงคำ ประมาณ พ.ศ.๒๔๘๐

65514.jpg
65514.jpg (86.56 KiB) เปิดดู 5 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนสมัครเล่น
นักเขียนสมัครเล่น
 
โพสต์: 147
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง ร้อยเรื่องเมืองล้านนา

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: น้ำฝน ทะกลกิจ และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน