อดีตกาลล้านนา

เรื่องราวของอาณาจักรล้านนา

Re: อดีตกาลล้านนา

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 02 ก.ย. 2019 9:22 pm

ภาพเจดีย์และพระประธานวัดอาทิต้นแก้ว เมืองเชียงแสน
5633.jpg
5633.jpg (104.11 KiB) เปิดดู 1518 ครั้ง

รูปแบบศิลปกรรมของเจดีย์องค์นี้เป็นการสร้างทับซ้อนกัน เจดีย์องค์ในเป็นเจดีย์เหลี่ยมยอดระฆังตี่มีอายุไม่เกินไปกว่าพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ส่วนเจดีย์องค์นอกเป็นเจดีย์ทรงกลมที่มีฐานบัวลูกแก้วอกไก่ในฝังแปดเหลี่ยมซ้อนกันสามชั้นรองรับองค์ระฆัง สถาปัตยกรรมรูปแบบนี้เป็นที่นิยมในรัชสมัยพระเมืองแก้ว กษัตริย์องค์ที่ ๑๑ แห่งราชวงค์มังราย พระองค์ทรงครองเมืองเชียงใหม่

อายุของเจดีย์องค์นอกสร้างในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ วัดอาทิต้นแก้วเป็นโบราณสถานขึ้นทะเบียน ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗ ตอนที่๑๐ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๒๓


ส่งสการล้านนา (งานศพ)
งานศพ.jpg
งานศพ.jpg (43.48 KiB) เปิดดู 1727 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 892
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อดีตกาลล้านนา

โพสต์โดย admin » พุธ 30 ต.ค. 2019 2:43 pm

วัดกู่เต้า จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๐๗
#ภาพเก่าเล่าเรื่อง
16995.jpg
16995.jpg (23.28 KiB) เปิดดู 1638 ครั้ง


ซอยยาสูบ(ยาขื่น)
16998.jpg
16998.jpg (35.46 KiB) เปิดดู 1638 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 279
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: อดีตกาลล้านนา

โพสต์โดย admin » พุธ 30 ต.ค. 2019 2:44 pm

เจดีย์ขาว ด้านหน้าเยื้องๆเทศบาลนครเชียงใหม่
FB_IMG_1566294617006.jpg
FB_IMG_1566294617006.jpg (32.72 KiB) เปิดดู 1638 ครั้ง


FB_IMG_1566294620602.jpg
FB_IMG_1566294620602.jpg (47.79 KiB) เปิดดู 1638 ครั้ง


FB_IMG_1566294635771.jpg
FB_IMG_1566294635771.jpg (13.84 KiB) เปิดดู 1638 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 279
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: อดีตกาลล้านนา

โพสต์โดย admin » เสาร์ 23 พ.ย. 2019 7:05 am

“ขุนกัน ชนะนนท์” กับถนนโค้งสุดท้ายสู่พระธาตุดอยสุเทพวันนี้ บริเวณถนนโค้งสุดท้ายที่จะขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ มีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า “โค้งขุนกันชนะนนท์” ใครกันคือขุนกัน ชนะนนท์ เหตุใดจึงตั้งชื่อโค้งถนนตามชื่อของท่าน
32425.jpg
32425.jpg (69.62 KiB) เปิดดู 1579 ครั้ง


ย้อนกลับไปเมื่อครั้งพ.ศ. ๒๔๗๗ ท่านครูบาศรีวิชัยได้นำราษฎรผู้มีจิตศรัทธาหลายหมื่นคนมาร่วมสร้างถนนขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ การก่อสร้างดำเนินมาจนถึงเส้นทางช่วงสุดท้ายก่อนจะถึงหัวบันไดนาคประมาณ ๑ กิโลเมตร ซึ่งบริเวณนี้เป็นภูเขาหินสูงชัน คณะสำรวจได้มีความเห็นว่าควรจะตัดถนนอ้อมไปทางม่อนสนที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับดอยสุเทพ (บ้านนิมมานนรดีปัจจุบัน) แต่ครูบาเถิ้มเห็นสมควรที่จะตัดตรงไปบรรจบทางเดินเท้าเก่าที่มีอยู่เดิม ซึ่งครูบาศรีวิชัยก็เห็นด้วยกับคำแนะนำนี้ แต่ด้วยบริเวณนี้เป็นภูเขาหินสูงชัน การตัดถนนตรงขึ้นดอยจึงยากลำบากมาก อีกทั้งผู้ร่วมสร้างทางทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า

“ขุนกัน” คหบดีชาวไทใหญ่ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและต่อครูบาศรีวิชัย จึงอาสาสร้างถนนช่วงโค้งหักศอกนี้ ซึ่งท่านมีประสบการณ์ในการสร้างทางลากขอนไม้ซุงที่ อ.พร้าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ขุนกันได้ระดมกำลังคนของท่านมาสร้างถนนเต็มกำลัง อีกทั้งยังใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวของท่านในการสร้างอีกด้วย ถนนโค้งสุดท้ายสู่พระธาตุดอยสุเทพจึงสำเร็จลงได้ในที่สุด ท่านครูบาศรีวิชัย จึงตั้งชื่อโค้งนี้ว่า “โค้งขุนกัน” เพื่อเป็นที่ระลึกถึง “ขุนกัน” ผู้เป็นกำลังสำคัญในการโค้งสุดท้ายที่แสนยากลำบากนี้

“ขุนกันชนะนนท์” เดิมชื่อ “ส่างกันนะ” เป็นชาวไทใหญ่ ถือกำเนิดที่บ้านหมอกใหม่ รัฐฉาน ต่อมาบิดามารดาของท่านได้อพยพมาตั้งบ้านที่ จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อท่านเติบโตเป็นหนุ่มได้ทำการค้าขายผ้าไหม-ยา โดยซื้อจากพม่าและแม่ฮ่องสอนแล้วนำมาขายต่อที่เชียงใหม่

การเดินทางไปมาเชียงใหม่อยู่บ่อยครั้งนี่เอง ท่านจึงได้พบกับ “แม่วันดี” บุตรีของพญานาวา จนได้สมรสครองเรือนกันในที่สุด และมีบุตรธิดาสืบต่อมาเป็นตระกูล “ชนะนนท์” ตามชื่อของท่าน (พญานาวาได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าชีวิตอ้าว “เจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์” ให้เป็นผู้ควบคุมดูแลกระบวนเรือของท่าน ทั้งยังได้แต่งตั้งให้เป็นแก่บ้านดูแลบ้านสันทรายหลวง บ้านวังสิงห์คำ บ้านป่าตัน บ้านเมืองลัง บ้านเชียงยืน ราวปี พ.ศ. ๒๔๔๔ )

ภาพถ่ายของพ่อขุนกันแทบทุกภาพ จะเห็นท่านเคียนหัวแบบชาวไทใหญ่เสมอ จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ในรัฐสมัย “ตามผู้นำชาติพ้นภัย” พ่อขุนกันผู้มีวิสัยทัศน์ไกล จึงยินดีที่จะตัดมวยผมทิ้งแล้วเปลี่ยนมาสวมหมวกกะโล่แทนการเคียนหัว เพื่อให้สอดคล้องต่อความเปลี่ยนแปลงของประเทศชาติบ้านเมืองตามยุคสมัย ซึ่งท่านยอมรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างเข้าใจด้วยชีวิตนั้นได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเนิ่นนาน

ที่มา : เรียบเรียงจากหนังสือ “โค้งขุนกัน ต้นตระกูลชนะนนท์” โดย ทองอินทร์ ชนะนนท์, ศิรินวล จีระมณีมัย, คำจันทร์ ชนะนนท์ • ภาพถ่าย จากหนังสือ “โค้งขุนกัน ต้นตระกูลชนะนนท์”

32424.jpg
32424.jpg (41.53 KiB) เปิดดู 1579 ครั้ง

พ่อขุนกัน และแม่วันดี ชนะนนท์ ถ่ายรูปกับเชี่ยนหมากเงินและหีบบุหรี่เงิน ที่พระราชชายาดารารัศมีประทานมาให้ ภายหลังลูกหลานได้มอบของทั้งสองชิ้นกลับคืนไปยังพิพิธภัณฑ์พระราชชายาเจ้าดารารัศมี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 279
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: อดีตกาลล้านนา

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 01 มี.ค. 2020 12:28 pm

ที่ทำการบริษัทบอร์เนียว กิจการสัมปทานไม้แห่งแรกของสยาม ซึ่งมีนายหลุยส์ ที. ลีโอโนเวนส์ ลูกชายของแอนนา ลีโอโนเวนส์ หรือแหม่มแอนนา พระอาจารย์สอนภาษาอังกฤษของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผู้จัดการคนแรก
137_pillars_house_3.jpg
137_pillars_house_3.jpg (196.01 KiB) เปิดดู 1358 ครั้ง

ปัจจุบันกลายเป็น 137 Pillars Houseโรงแรมย่านวัดเกตการาม จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความพิเศษหลายประการ

ความพิเศษประการสำคัญ คือการบูรณะบ้านบอร์เนียวที่ก่อสร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลล้านนา ซึ่งเคยถูกใช้เป็นอาคารสำนักงานเมื่อกว่า ๑๓๐ ปีก่อน

บ้านบอร์เนียวที่เคยทรุดโทรมตามกาลเวลา ทุกวันนี้กลับมามีชีวิตเพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติศาสตร์ของบ้านและพื้นที่ เลานจ์ ฟิตเนส และห้องอาหารระดับหรูของโรงแรม โดยยังคงเก็บคุณค่าและร่องรอยทางประวัติศาสตร์เอาไว้อย่างครบถ้วน จนได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์
137_pillars_house_27.jpg
137_pillars_house_27.jpg (241.22 KiB) เปิดดู 1358 ครั้ง


ภาพและข้อมูล : readthecloud
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 892
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อดีตกาลล้านนา

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 01 มี.ค. 2020 12:33 pm

ประวัติศาสตร์ดินแดนล้านนา
137-pillars-38.jpg
137-pillars-38.jpg (48.63 KiB) เปิดดู 1358 ครั้ง

จุดเริ่มต้นของ 137 Pillars House มาจากความสนใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เชียงใหม่ของคุณนิพันธ์ วงศ์พันเลิศ เจ้าของกังวาลเท็กซ์ไทล์ อุตสาหกรรมด้ายอันดับ ๑ ของไทย ทำให้ต้องการหาเรือนแถวเรียบง่ายไว้พักอาศัยเป็นบ้านตากอากาศที่เมืองเหนือ จนได้มาพบกับที่ดินร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ในซอยวัดเกตผืนนี้
137-pillars-37.jpg
137-pillars-37.jpg (201.7 KiB) เปิดดู 1358 ครั้ง

สิ่งที่ติดมากับที่ดินคือบ้านไม้สักเก่าสีดำซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหมู่ต้นไม้ เมื่อสืบค้นอย่างละเอียด ปรากฏว่าบ้านหลังนี้ชื่อบ้านบอร์เนียว มีประวัติศาสตร์คู่เมืองเชียงใหม่มายาวนานนับร้อยปี
137-pillars-35.jpg
137-pillars-35.jpg (227.92 KiB) เปิดดู 1358 ครั้ง

บ้านหลังนี้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๒ ในสมัยดินแดนล้านนาหรือจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน ยังเป็นหัวเมืองประเทศราชของสยาม เพื่อเป็นสำนักงานทำการของบริษัทบอร์เนียว ซึ่งมาทำกิจการสัมปทานไม้สักที่ภาคเหนือของประเทศไทย
ภาพและข้อมูล : readthecloud
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 892
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อดีตกาลล้านนา

โพสต์โดย บ้านเพียงพอ » อังคาร 17 พ.ย. 2020 11:30 am

ถนนสายลำปาง - เชียงราย ถ่ายเมื่อปีค.ศ.๑๙๒๐ (พ.ศ.๒๔๖๓)
Image Source: Changton Natee, Thailand
94129.jpg
94129.jpg (35.32 KiB) เปิดดู 61 ครั้ง
โลกใบเก่าเหงาเหมือนเคย
ภาพประจำตัวสมาชิก
บ้านเพียงพอ
นักเขียน VIP
นักเขียน VIP
 
โพสต์: 132
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 20 ก.ค. 2008 8:47 am

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง ร้อยเรื่องเมืองล้านนา

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot] และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน

cron