เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

เรื่องราวของอาณาจักรล้านนา

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 12 ม.ค. 2020 6:52 pm

บันทึกการเดินทางของ Holt Samuel Hallett เมืองจอมทอง เชียงใหม่
img032_resize.jpg
img032_resize.jpg (210.22 KiB) เปิดดู 239 ครั้ง


"ตอนนี้เราเดินทางมาถึงเมืองจอมทอง ซึ่งเป็นเส้นทางไปยังเมืองเชียงใหม่แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชโองการ ให้จัดเรือนรับรองไว้ต้อนรับ เรือนยกพื้นสูง ปูฟาก มีชานใหญ่ ไม่ว่าจะไปแห่งไหนก็มีคนต้อนรับเราเป็นอย่างดี มีข้าว ผัก ผลไม้และฟืนมาให้ระหว่างการเดินทางไม่ขาด

เรารู้ภายหลังว่าอาหารเหล่านี้เรี่ยไรเงินจากชาวบ้านซื้อหามา เป็นธรรมเนียมต้อนรับเจ้าบ้านผ่านเมืองของพวกเขา แต่เรายืนยันว่าจะจ่ายเงินทุกบาททุกสตางค์สำหรับค่าอาหารของคณะ ผู้ติดตามชาวพม่าหัวเราะเยาะ หาว่าผมทำตัวดีเกินไป ในอนาคตจะลำบาก

เมืองจอมทองนั้นกว้างใหญ่ มีบ้านเรือน ๓๐๐ หลังและมั่งคั่งดี อยู่ใกล้ป่าไผ่ สามารถตัดมาใช้ปลูกเรือนและต่อแพ ดังเห็นสัญจรไปมาในแม่น้ำหลายลำ สำหรับเรือนั้นทำจากไม้ต้นเดียว สุมไฟแล้วขุดจนเกือบแบน ทั้งสองข้างต่อด้วยไม้กระดาน ใช้ลิ่มตอกหรือหวายมัดให้แน่นแทนการใช้ตะปู เมื่อเสร็จแล้วก็ทาน้ำมันกันน้ำ เรือยาวประมาณ ๖๐ ฟุต กว้าง ๖ ฟุต

ที่เมืองเชียงใหม่เราเห็นเรือหลายลำ คงต่อเรือกันเป็นล่ำเป็นสันทีเดียว มีแต่ผู้หญิงที่ถ่อเรือขึ้นล่องในแม่น้ำ ในเมืองจอมทองเราเห็นเรือหลายลำแต่ไม่เห็นผู้ชายถ่อเรือเลย มีแต่ถือหางเสืออยู่ท้ายเรือเท่านั้น

เมื่อมาถึง พญาเมืองจอมทองก็มาพบ ท่านเป็นชายชราหน้าเเป้น ดวงตาเป็นประกายสดใส และเป็นมิตรดีมาก พญาเมืองจอมทองนำมะพร้าวอ่อนมาให้ น้ำมะพร้าวอ่อนดื่มแล้วชื่นใจ หายเหนื่อยจากการเดินทางที่แสนยาวนาน
ตอนค่ำเราไปอาบน้ำในแม่น้ำที่อยู่ใกล้ๆ ถอดเสื้อผ้าออก ว่ายน้ำอย่างสำราญใจ

เมื่อหันหลังมาดูบนฝั่งก็รู้สึกอับอายมาก เพราะมีหญิงชาวบ้าน ทั้งสาวและออกเรือนแล้ว มุงดูเสื้อผ้าของเราอยู่ด้วยความสนใจและสนุกสนาน พวกเธอไม่อายหรือกลัวชาวต่างชาติเลย แต่พวกเราสิกลับเขินอาย และคิดว่าหากเราว่ายเข้าไปใกล้ฝั่งพวกเธออาจนึกอายขึ้นมาก็ได้ แต่พอไปถึงพวกเธอไม่อายแม้แต่น้อย และไม่ยอมหนีไปไหนด้วย

เราแช่อยู่ในน้ำนานจนหนาว จึงแสร้งทำทีจะเดินขึ้นฝั่ง แต่พวกเธอก็ร้องวี้ดว้ายและหัวเราะกันครื้นเครงเท่านั้น ผมตกใจที่หัวหน้านางไม้ผู้ซุกซนเหล่านี้คือเมียของเจ้าคนหนึ่งที่เป็นมัคคุเทศก์นำทางนั่นเอง

เราทนความหนาวเหน็บไม่ไหวแล้ว ร่างกายสั่นระริก คิดว่าจะขึ้นฝั่งแล้ววิ่งไปยังกองเสื้อผ้าของเราทันที ถึงแม้ว่าจะโดนหัวเราะเยาะอย่างไรก็ตาม เราข่มขู่พวกเธออย่างไรก็ไม่ได้ผล ไม่ขยับตัวไปไหนแม้แต่น้อย ใกล้ค่ำแล้ว พวกเธอก็แยกย้ายกลับเรือนไปกินข้าวเย็น เราจึงขึ้นฝั่งมาสวมใส่เสื้อผ้าได้

จอมทองเป็นเมืองของพระสงฆ์ ชาวเมืองเป็น พญายูน (เป็นภาษาพม่า พญา—เจดีย์ /ยูน—ข้าทาส..ผู้แปล )หรือข้าวัด พวกข้าวัดนั้นส่วนใหญ่เป็นผู้ร้ายหนีความผิดมาพึ่งวัด เหมือนกับเมืองของพวกยิวอพยพ หรือไม่ก็เป็นเชลยศึก ที่เจ้าเมืองแบ่งมาไว้ให้เป็นข้าวัดนั่นเอง ข้าวัดในเมืองเชียงใหม่มีอยู่สองสามหมู่บ้าน มีหน้าที่บำรุงรักษาวัดหรือเจดีย์ และปรนนิบัติพระสงฆ์ ซึ่งเป็นงานที่ไม่หนักหนาเลย สุทธิศักดิ์ถอดความ

Amongst the Shans

Colquhoun, Archibald Ross, 1848-1914; Terrien de Lacouperie, Albert Étienne Jean Baptiste, d. 1894; Hallett, Holt Samuel
Published 1885
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 12 ม.ค. 2020 6:59 pm

การประชุม PATA ครั้งที่ ๙ ที่จ.เชียงใหม่ เดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๑๒
27558.jpg
27558.jpg (22.71 KiB) เปิดดู 239 ครั้ง

สถานที่จัดงานที่เห็นในภาพคือหอประชุมของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยู่ด้านตะวันตกของตึกผู้ป่วย ๗ ชั้น(อาคารบุญสม มาร์ติน) โรงพยาบาลสวนดอก หอประชุมนี้ถูกรื้อไปหลายแล้ว ปัจจุบันบริเวณนี้คืออาคารเรียนรวมราชนครินทร์
จาก...หนังสือ"ชุมชนรอบวัดในเชียงใหม่ ประวัติศาสตร์ชุมชน"ของ ร.ศ.สมโชติ อ๋องสกุล
(ที่มาของภาพ : ICON SIAM)

พระธาตุเจดีย์วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจดีย์ทรงปราสาท ภาพน่าจะก่อน พ.ศ.๒๔๖๐
หลวงอนุสารสุนทร ผู้ถ่ายภาพ
27560.jpg
27560.jpg (39 KiB) เปิดดู 239 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 21 ม.ค. 2020 5:39 pm

กองมูขุนหอคำ เมืองหาง คือพระสถูปเจดีย์ที่ชาวไทยใหญ่เรียก
สถูปพระองค์หนึ่งซึ่งเชื่อว่าจะเป็นสถูปที่บรรจุพระอัฐิของพระองค์ดำ(สมเด็จพระนเรศวรมหาราช)ซึ่งชาวไทใหญ่จะบูชาทุกครั้งก่อนออกรบกับพม่า ปัจจุบันทหารพม่าได้ทำลายพระสถูปแห่งนี้ไปเสียแล้ว เหลือแต่ซากและความทรงจำ
#ภาพเก่าเล่าเรื่อง
31295.jpg
31295.jpg (50.42 KiB) เปิดดู 216 ครั้ง

พระสงฆ์บริเวณหน้าถ้ำเชียงดาว ไม่ทราบ พ.ศ.
ภาพ : ตั๊ก รัษฎา
31299.jpg
31299.jpg (45.92 KiB) เปิดดู 216 ครั้ง

สตรีล้านนา
ขอบคุณเจ้าของภาพ
31301.jpg
31301.jpg (46.84 KiB) เปิดดู 216 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 26 ม.ค. 2020 4:35 pm

วัดพระธาตุดอยสุเทพ ไม่ทราบ ปี พ.ศ.
ภาพ : อูฐ เชียงใหม่
36038.jpg
36038.jpg (62.28 KiB) เปิดดู 193 ครั้ง

วัดเชียงยืน​ ถนนมณีนพรัตน์​ พ.ศ.๒๔๔๓
ขอบคุณเจ้าของภาพ
36824.jpg
36824.jpg (33.8 KiB) เปิดดู 193 ครั้ง

เมื่อ ๖๐ ปีกว่ามานี้ เมืองเชียงใหม่ยังมีกําแพงเมือง สูงรายรอบด้าน ผู้เขียน เกิด และ โตที่บ้านถนนราชวงษ์ตรงที่ที่เป็นโรงแรมมิตรภาพในปัจจุบันนี้ บ้านนั้นเป็นบ้าน ของคุณปู่ ก่อนสมัยที่ผู้เขียนเกิด ถนนราชวงษ์ตอนเหนือ เป็นตลาดสดที่คับคั่งทั้งผู้ซื้อ และผู้ขาย แต่เมื่อเกิดแล้วตลาดสด ก็เคลื่อนย้ายมาตั้งใหม่ ที่ ตลาดวโรรส ซึ่งเคยเป็นที่ ถวายพระเพลิงเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ซึ่งมีชื่อว่า “ข่วงเมรุ”

กําแพงเมืองเชียงใหม่ สมัยนั้นยังสมบูรณ์เป็นส่วนมาก แต่ได้เคยเห็นส่วนที่ชํารุดจะเป็นเพราะคนเดินผ่านจนกร่อนไป หรือ ผุพังไปตามสภาพแล้วคนเดินผ่านซ้ำเติมให้ทลายเร็ว ก็เป็นได้ เพราะผู้เขียนเคยติดตามเพื่อนในกําแพงเมืองที่สึกกร่อน ตอนถนนโรงแรมปรินส์ ใน ปัจจุบันนี้เพื่อจะเดินข้ามไปโรงเรียนสตรีประจํามณฑลพายัพ คือ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ในปัจจุบันนี้ ได้เห็นอิฐก้อนโต หนากว้าง ยาวกว่าที่เห็นในการสร้างประตูท่าแพในปี ๒๕๒๘ นี้มาก มีคนงัดเอาไปเรื่อยๆ จึงเกิดเป็นช่องกําแพงขาดจนเด็กๆ ก็เดินผ่านได้เช่นนี้ ภายหลัง จึงเกิดคนหัวใสคิดจะซื้อกําแพงเมือง เพื่อจะสร้างอาคารพาณิชย์

ดังที่ผู้เขียนเห็นการทลายกําแพงเมืองตอนหน้าโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ หลังจากที่ผู้เขียนย้ายไปรับราชการ อยู่ที่นครพนม และ มาเยี่ยมบ้านเชียงใหม่ ตกใจมากที่ได้ทราบว่ามีการทลายกําแพงเมืองเชียงใหม่หลายตอนแล้ว เมื่อครั้งนั้นแถมได้ทราบว่า มีการออกโฉนดให้แก่เอกชนเข้าเป็นเจ้าของที่ดินกําแพงเมืองที่ถูกทลายลงได้ด้วย ทําไมจึงเป็นเช่นนั้นได้?

ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ที่ผู้เขียน ย้ายมาดํารงตําแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนสตรีวัฒโนทัยพายัพจึงร่วมร้องเอะอะคัดค้านการซื้อ กําแพงเมืองที่เหลือ มุมแจ่งหัวริน ไว้ขายนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศบ้าง น่าประหลาดนักที่ จังหวัดเชียงใหม่ก็มี “หัวนอก” เยอะแยะ ท่านเหล่านี้ทําไมลืมว่าประเทศอิตาลีเขาได้เงิน รายได้มหาศาลจากการ “ขายกรุงโรมให้นักท่องเที่ยวปีละหลายแสนล้านลีร์”เพียงแต่อิฐ หัก ๆ และไกด์เก่งเท่านั้นก็ทําเงินให้ประเทศได้แล้ว แต่นี่เรามีอิฐหักเพราะถูกปล่อยปละละเลย หรือสึกกร่อนตามธรรมชาติ ถูกทําลายอย่างจงใจ เช่นนี้ ไม่เสียดาย ไม่เสียใจได้อย่างไร?

กําแพงเมืองเชียงใหม่ด้านตะวันตกนั้นเมื่อเข้าไปชิดฐานกําแพง จําได้ว่าสูงถึงแหงนคอตั้งบ่า ข้าพเจ้าได้ไปถึงฐานกําแพงเมืองด้านตะวันตกบ่อย เพราะมีพี่ชายซึ่งเป็นลูกพี่คนหนึ่งซื้อที่ดินหลายไร่แถบนั้นทําสวน ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้เอาอาหารแปลกๆ ที่ทํากัน ที่บ้านไปส่งพี่ชาย และเมื่อเข้าไปในบริเวณท้ายสวนของพี่ชายซึ่งอยู่ค่อนข้างลึกไปทางตะวันออก มองยังไม่เห็นยอดดอยสุเทพ แสดงว่ากําแพงเมืองตอนนั้นสูงมาก มีลักษณะทึบ แข็งแรง ใบเสมายังคงมีอยู่บ้าง ในตอนนั้นประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๒
[ตัดตอนจาก บทความเล็กๆน้อยๆจากเชียงใหม่ในอดีต โดย คุณหญิงสวาท รัตนวราห อดีตผู้อำนวยการ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ]


วัดพระเจ้าเม็งราย(วัดกาละก้อด) ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๑๗
ภาพ : เหนือฟ้า ปัญญาดี
36826.jpg
36826.jpg (40.38 KiB) เปิดดู 193 ครั้ง

ขบวนแห่ลูกแก้ว ที่ถนนท่าแพ จ.เชียงใหม่ ประมาณ พ.ศ.๒๔๕๐ - ๒๔๖๐ เห็นต้นมะฮอกกานีตลอดข้างทาง
เพจ : เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น
39175.jpg
39175.jpg (30.72 KiB) เปิดดู 193 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » ศุกร์ 31 ม.ค. 2020 11:37 pm

ขัวเหล็กเชียงใหม่
ขอบคุณเจ้าของภาพ
40290.jpg
40290.jpg (23.65 KiB) เปิดดู 162 ครั้ง

"พิงคนาครเซ็นเตอร์" สถานที่แห่งความทรงจำบนถนนห้วยแก้ว พิงคนาครเซ็นเตอร์ปิดกิจการไปน่าจะเกิน ๓๕ ปีแล้ว ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้คือโรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ รูปนี้น่าจะถ่ายก่อน พ.ศ.๒๕๒๐
#ภาพเก่าเล่าเรื่อง
40297.jpg
40297.jpg (23.26 KiB) เปิดดู 162 ครั้ง

รถถีบเฒ่า
ขอบคุณเจ้าของภาพ
41838.jpg
41838.jpg (43.17 KiB) เปิดดู 162 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » ศุกร์ 31 ม.ค. 2020 11:43 pm

งานส่งสการ พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือหลวงพ่อพันเทวาเพ่งตะวัน อายุ ๘๑ ปี พรรษา ๕๒ อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๒ พิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุชั่วคราว ปราสาทนกหัสดีลิงค์ วัดศรีบุญเรือง ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓



ขบวนแห่ครัวตาน ถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึก ณ วัดหมื่นล้าน จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ พ.ศ.๒๕๐๕
ภาพ : เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น
40977.jpg
40977.jpg (41.16 KiB) เปิดดู 162 ครั้ง

บรรยากาศร่มรื่นริมคูเมืองเชียงใหม่ ช่วงประมาณปี พ.ศ.๒๕๑๒ - ๒๕๑๓
ที่มา จากคอมเมนต์เพจ cm108
41840.jpg
41840.jpg (100.89 KiB) เปิดดู 162 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 09 ก.พ. 2020 4:26 pm

ภาพพระเมรุของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๗ ผู้ถ่ายคือหลวงอนุสารสุนทร เรือนที่มุงด้วยตองตึงที่เห็นในด้านซ้ายของภาพคือโรงครัวสำหรับเตรียมอาหารแก่ผู้มาร่วมงาน สถานที่คือข่วงเมรุซึ่งปัจจุบันคือตลาดวโรรส พระเจ้าอินทวิชยานนท์ถึงแก่พิราลัยวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๐ มีพิธีออกพระเมรุเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๔๔
ภาพ : หนังสือ "ภาพถ่ายฟิล์มกระจกเมืองเชียงใหม่ โดย หลวงอนุสารสุนทร"
4242.jpg
4242.jpg (36.16 KiB) เปิดดู 110 ครั้ง

อุโบสถวัดเกตการาม จ.เชียงใหม่ มีกิเลน ๒ ตัวที่ผนังอุโบสถโดยฝีมือช่างชาวจีน ภาพนี้คาดว่าน่าจะถ่ายก่อนปี ๒๔๖๐
หลวงอนุสารสุนทร ผู้ถ่ายภาพ ภาพจากหนังสือ "ภาพถ่ายฟิล์มกระจกเมืองเชียงใหม่ โดย หลวงอนุสารสุนทร"
4237.jpg
4237.jpg (52.14 KiB) เปิดดู 110 ครั้ง

เบญจวรรณ วรรณประกาย นางสาวเชียงใหม่ ๒๕๑๓
รับการสวมมงกุฎบนเวทีประกวดในงานฤดูหนาว จ.เชียงใหม่
จาก...หนังสือ "สาวงาม สาวมงกุฎ"ของ คุณประเสริฐ เจิมจุติธรรม
5782.jpg
5782.jpg (41.58 KiB) เปิดดู 84 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: เชียงใหม่ในอดีต..ภาพเก่าเล่าความหลัง โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 24 ก.พ. 2020 4:50 pm

พระเจดีย์ วัดหมื่นกอง
วัดหมื่นกองหรือวัดหมื่นคองสร้างประมาณ พ.ศ.๑๙๘๕-๒๐๓๐ หมื่นกองหรือหมื่นคองเป็นผู้สร้าง หมื่นกองเป็นข้าราชการของพระเจ้าติโลกราชและเป็นเจ้าเมืองนครเขลางค์ พ.ศ.๒๐๑๗(คำว่าหมื่นเป็นบรรดาศักดิ์ของล้านนาไทยในสมัยก่อนถ้าเป็นทหารก็เป็นแม่ทัพ)
สำหรับพระเจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะแบบพม่าคงสร้างในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒๒-๒๓ ในสมัยที่พม่าเข้ามาปกครองล้านนาไทย โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยบูรณะเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑
ข้อมูลและภาพ : โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
12283.jpg
12283.jpg (95.94 KiB) เปิดดู 28 ครั้ง


เรื่องเล่า"เปรตวัดหลวงจ๋อมตอง"
12290.jpg
12290.jpg (41.46 KiB) เปิดดู 28 ครั้ง

เมื่อครั้งในอดีตเมื่อบ้านเมืองยังไม่เจริญ ยามค่ำคืนยังคงมืดสลัว แสงไฟยามค่ำคืนยังมีน้อย ยิ่งกลางคืนมีแสงวูบวาบ มองลางๆตะคุ่มตะคุ่มดูหลอนๆน่ากลัว

ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวจอมทองได้เล่าถึงความลี้ลับน่ากลัวของอาถรรพ์ของวัดหลวงจ๋อมตองที่มีอายุเกิน ๕๐๐ ปี ว่ามีสิ่งลี้ลับคอยปกปักรักษาเอาไว้ สิ่งสำคัญคือมีผีบ้านผีเรือน ผีเสื้อวัด เทวา ยักษา นาค คนธรรพ์ คอยดูแลองค์พระบรมธาตุเจ้าจอมทอง ซึ่งวัดหลวงจ๋อมตองตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ใต้วิหารหลวงจะมีถ้ำอยู่ ในถ้ำจะมีสิ่งของมีค่าต่างๆมากมาย ปัจจุบันปากถ้ำถูกปิดตายเนื่องจากมีคนเคยเดินหลงเข้าไปมาแล้ว

กลางคืนบริเวณวัดในสมัยก่อนดูน่ากลัว ต้นยางสูงใหญ่ ต้นตาลสูงชะลูด ต้นโพธิ์และต้นไม้ใหญ่อื่นๆเวลาลมพัดสั่นไหว เสียงไม้เสียดกัน ดูวังเวงน่ากลัว

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่าถึงวันพระมีคนเคยเห็น สิ่งลี้ลับที่เรียกว่า"เปรต" ร่างกายสูงใหญ่ สูงเท่าต้นตาล ปากเล็กเท่ารูเข็ม ส่งเสียงร้องขอส่วนบุญ ดูหวนโหยน่ากลัว เล่ากันว่าเปรตพวกนี้มาขอส่วนบุญ เนื่องจากชาติก่อนเกิดเป็นคนมักจะนำเงินบริจาค,เงินของวัดข้าวของของวัดมาใช้ส่วนตัว ทำให้เมื่อเสียชีวิตลงต้องมาใช้กรรมกลายเป็นเปรต ร้องขอส่วนบุญ เพื่อให้ผู้คนมาทำบุญอุทิศหลุดพ้นจากบาปกรรมที่ทำเอาไว้....

ข้อมูล : ข่าวด่วนจอมทอง รักคุณ
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 848
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง ร้อยเรื่องเมืองล้านนา

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot] และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน

cron