อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

เสวนาภาษาไทย

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย admin » เสาร์ 13 มิ.ย. 2020 10:23 pm

คลิปแนะนำรายวิชา ท๓๐๒๑๑ การเขียน๑ สอนโดย ครูน้ำฝน ทะกลกิจ สอนออนไลน์ ตามหลักสูตรโควิด-๑๙

ช่วงนี้ "ครู" ทุกคนเหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่า สำหรับเรา สอนออนไลน์ แล้วต้องสอนออนแอร์ และสอนออนไซด์อีก แต่ก็สู้ เราเป็นครูนี่นา
79049_resize.jpg
79049_resize.jpg (41.88 KiB) เปิดดู 1672 ครั้ง

การลงทะเบียนนักเรียน ม.๑ เข้าใหม่ วันนี้ทำหน้าที่เป็นผู้จ่ายเงินเรียนฟรีให้แก่ผู้ปกครอง
79201_resize.jpg
79201_resize.jpg (115.11 KiB) เปิดดู 1672 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย admin » พุธ 17 มิ.ย. 2020 5:37 am


รายการ “วันนี้ประเทศไทย What happened Thailand ”
ครั้งที่ ๒๑ / ๒๕๖๓ ออกอากาศ : วันเสาร์ที่ ๑๓ เดือน มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓
ประเด็น: การศึกษาเดินหน้า – ถอยหลัง
แขกสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์: อาจารย์น้ำฝน ทะกลกิจ
การสอนหลักสูตรโคคิด-๑๙ ต้องทำคลิปสอนออนไลน์ลงในเว็บไซต์เพื่อให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติม สอนออนแอร์โดยใช้โปรแกรมกูเกิ้ลคลาสรูมและกูเกิ้ลมีท สลับกับการสอนในห้องเรียน(ออนไซด์)เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เต็มศักยภาพและมีการเว้นระยะห่างไปพร้อมๆกัน
10257451_resize.jpg
10257451_resize.jpg (38.26 KiB) เปิดดู 1622 ครั้ง

ขณะสอนออนแอร์พร้อมกับนายวสินท์ ภู่ระหงษ์ นักศึกษาฝึกสอน จาก มรภ.พระนคร สาขาวิชาภาษาไทย
ไฟล์แนป
80927_resize.jpg
80927_resize.jpg (77.65 KiB) เปิดดู 1622 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 09 ก.ค. 2020 6:40 am

เข้าพรรษา๒๕๖๓ ไปพักผ่อนที่บ้านน้า "มุมหนึ่งของพัทยา" จังหวัดชลบุรี
92906_resize.jpg
92906_resize.jpg (69.84 KiB) เปิดดู 1051 ครั้ง

เบียร์ เพื่อนสมัยเรียน ม.๑/๑ ไม่เจอกันนานมาก เมื่อไปพัทยาจึงได้มาพบกัน
20200704_215915_resize.jpg
20200704_215915_resize.jpg (81.47 KiB) เปิดดู 1051 ครั้ง

อยากเล่าให้ฟังมานานแล้ว เหตุใดจึงอยากทำสวนเกษตรผสมผสานบ้านเพียงพอ
ไม่ใช่เพราะตามเทรนด์ ไม่ใช่เพราะสร้างจุดขาย แต่เริ่มต้นจาก...
52499_resize.jpg
52499_resize.jpg (82.88 KiB) เปิดดู 632 ครั้ง

๑.เริ่มจากลูกเห็บตก สวนดอกไม้ที่ครอบครัวเราทำพังหมด จึงหันกลับมาปรึกษากันในครอบครัว ว่าเรากลับมาทำสวนในพื้นที่ดั้งเดิมเราดีไหม บ่อเก็บน้ำก็มีแล้ว สรุปว่าทำ แต่พ่อแม่ไม่คุ้นกับเกษตรผสมผสาน ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจพอสมควร

๒.ทำไมต้องเพียงพอ..พอเพียง เราต้องการให้เป็นเครื่องเตือนสติ ว่าให้ตั้งมั่นในความพอดี อย่าทำอะไรเกินตัว อย่าเห่อเหิมตามสังคมรอบข้าง รู้จักแยกแยะตามความพอเหมาะพอควร ไม่อวดวัตถุว่าเป็นสิ่งสูงค่ากว่าจิตใจ

๓.เราอยู่ในสังคมที่มีคนรู้จักมากมาย หลายระดับ แต่เราอยากวางตนให้เสมอพื้น..ไม่ว่าชีวิตจะก้าวหน้าไปแค่ไหน อยากให้ยึดพื้นฐานรากเหง้า ความสมถะเป็นหลัก การมีผู้ใหญ่หลายท่านปกป้องอุ้มชู..อย่าได้หลงระเริง ให้มีแนวคิดที่พอเหมาะ พอดี พองาม

ยกตัวอย่าง ตอนที่จะแต่งงาน เราคุยกับในครอบครัวว่า เรามีหน้าตาในสังคมก็ควรจัดงานแต่ง เพื่อให้เกียรติพ่อแม่ และญาติผู้ใหญ่ แต่เราจะยึดประเพณีดั้งเดิมเป็นหลัก ไม่เอาเงินมากองอวดคน แล้วต้องมาเครียดทะเลาะกันเพราะเป็นหนี้ งานเราจึงออกแบบมาแบบล้านนา ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆนั้นไม่เกินงบ ส่วนหนึ่งมาจากการวางแผนที่ดี และความเมตตาจากคนรอบข้าง เราไม่สนว่าใครจะเอาไปเปรียบเทียบกับลูกบ้านไหน เพราะพ่อแม่บอกว่า 'ไม่ได้ขายลูกกิน' และที่สำคัญตัวเราเองนั้น การวางตัว หน้าที่การงาน และการสร้างชื่อในวงสังคม เป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพอวดใคร อยู่กับภาพจริงดีที่สุด

๔.เราอยากรักษาภูมิปัญญา รักษาความเป็นธรรมชาติ และพันธุ์พืชเอาไว้ ที่สำคัญคือการทำงานที่แสนยุ่งนั้น เมื่อได้เห็นภาพหรือไปพักในสวนมันหายเหนื่อย มันคือความสุข ไม่ต้องแกล้งชอบเพื่อเป็นจุดขาย เพราะมันฝังลึกในจิตวิญญาณมานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องตอแหล ถึงจะมีคนไม่เข้าใจว่าทำอะไรของมันวะ ไม่เห็นเป็นรายได้จริงจังเข้ามาสักที อยากบอกว่า "เรื่องของกู" ถ้าอยากรู้ก็รอดูไป..ไม่แคร์คำพูดใครทั้งนั้น

เกิดเป็นคนต้องเป็นตัวของตัวเอง มีภูมิคุ้มกันจากสังคมรอบข้าง รู้จักใช้คุณธรรมมาคุมใจ และเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต..นั่นแหละคือความสุขที่ยั่งยืน
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย admin » พุธ 22 ก.ค. 2020 8:47 pm

สพม.๓ มาตรวจเยี่ยมการเตรียมประเมินเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง วันจันทร์ ที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓
97566.jpg
97566.jpg (76.6 KiB) เปิดดู 632 ครั้ง

97570_resize.jpg
97570_resize.jpg (83.96 KiB) เปิดดู 632 ครั้ง

ฐานศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น กลิ่นอายปากเกร็ด กับครูพงศ์พันธ์ แย้มเผือก
97567.jpg
97567.jpg (41.57 KiB) เปิดดู 632 ครั้ง
ภาษาสยาม "งดงามความเป็นไทย"
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
Administrator
Administrator
 
โพสต์: 249
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 06 ก.ค. 2008 9:28 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 28 ก.ค. 2020 6:24 pm

หยุด ๔ วัน ไปทำงานที่โรงเรียน ๑ วัน ทำงานที่บ้าน ๒ วัน วันนี้ไปไหว้พระสักหน่อย
100501_resize.jpg
100501_resize.jpg (72.22 KiB) เปิดดู 373 ครั้ง

วัดอรุณราชวราราม” มีชื่อเดิมว่า “วัดมะกอกนอก” แต่ต่อมาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เปลี่ยนชื่อจากวัดมะกอกนอกมาเป็น “วัดแจ้ง” เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าพระองค์ได้เสด็จมาถึงที่นี่ในยามแจ้ง ในสมัยกรุงธนบุรี วัดอรุณฯ หรือวัดแจ้งในขณะนั้นถือเป็นวัดประจำวัง เพราะอยู่ในเขตของพระราชวังเดิม จึงไม่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา และในรัชกาลของสมเด็จพระเจ้าตากสินนั้น วัดแจ้งแห่งนี้ยังเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกตและพระบางอีกด้วย โดยได้อัญเชิญมายังประเทศไทยเมื่อครั้งที่เราไปตีเมืองเวียงจันทน์ในปี พ.ศ.๒๓๒๒ในครั้งนั้นได้มีการจัดงานสมโภชพระแก้วและพระบางถึง ๓ วัน ๓ คืนด้วยกัน
1595838858760_resize.jpg
1595838858760_resize.jpg (116.15 KiB) เปิดดู 373 ครั้ง

วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๒ เนื่องจากในขณะที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นวังหน้าในรัชกาลที่ ๑ นั้น พระองค์ได้ประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมแห่งนี้ และได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้เป็นการใหญ่ มีการจัดงานสมโภชใหญ่ถึง ๗ วัน ๗ คืน และพระองค์ยังได้เปลี่ยนชื่อวัดจากวัดแจ้งมาเป็น "วัดอรุณราชธาราม" และเปลี่ยนเป็น "วัดอรุณราชวราราม" ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๔
100500_resize.jpg
100500_resize.jpg (99.36 KiB) เปิดดู 373 ครั้ง

กราบพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งราชวงศ์จักรี ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเขียนนิยาย 'ม่านรักนรมิต' อิงประวัติศาสตร์ในรัชกาลของพระองค์ #ได้ลอดใต้พระแท่นพระเจ้าตากสินมาแล้วด้วยจ้าาา
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 883
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อังคาร 28 ก.ค. 2020 6:33 pm

ลอดใต้พระแท่นพระเจ้าตากสิน เป็นความเชื่อเรื่องล้างอาถรรพ์ และให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
1595840594951_resize.jpg
1595840594951_resize.jpg (72.67 KiB) เปิดดู 372 ครั้ง

วันเดียวกัน เดินทางไปเที่ยวบางสเร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
100498.jpg
100498.jpg (52.46 KiB) เปิดดู 372 ครั้ง

เลี้ยงส่งป้าโส ครูโสภณ ชุมรักษ์ เนื่องในวาระลาออกจากราชการก่อนเกษียณ ณ ร้านไก่ย่างโคราช
103315_resize.jpg
103315_resize.jpg (190.02 KiB) เปิดดู 77 ครั้ง
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 883
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: อัลบั้มรูปและบันทึกของ น้ำฝน ทะกลกิจ (น้ำฟ้า)

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » อาทิตย์ 02 ส.ค. 2020 6:00 pm

ความทรงจำวันเก่าเล่าเรื่องวันวิวาห์
103417_resize.jpg
103417_resize.jpg (71.09 KiB) เปิดดู 77 ครั้ง

วันนั้นได้เซ็ตงานให้เป็นแบบโบราณ ตัดพิธีการวุ่นวาย ฟุ่มเฟือยออก นับตั้งแต่การถ่ายพรีเวดดิง พิธีหมั้น การแต่งงานของเราเริ่มจากตอนเช้าไปทำบุญตักบาตร ถวายเจ้าที่ การเรียกขวัญ งานเลี้ยง และปิดท้ายด้วยการเข้าหอ โดยในพิธีเรียกขวัญเราใส่ชุดแบบล้านนาก่อนจึงไปเปลี่ยนชุดราตรีสีขาวมาตอนงานเลี้ยง

ปัจจุบันชุดทั้งหมดยังเก็บไว้ เพราะไม่ได้เช่า ไม่เช่า..แพงไหม..ชุดล้านนามีพี่ที่รู้จักกันตัดให้ในราคาหนึ่งพันบาทรวมค่าผ้า มีผ้าซิ่นทอมือที่แพงหน่อยผืนละสองพัน ส่วนชุดราตรีสั่งซื้อออนไลน์ เป็นชุดที่ลดราคาจากสามพันกว่าบาทเหลือ ๙๙๙ บาท เพราะเหลือแค่ไซส์ S และมีเพียงตัวเดียว เราใส่ได้ ชุดเจ้าบ่าวนั้น ชุดแบบล้านนา..งบไม่เกินห้าร้อย ส่วนสูทมีผู้ใหญ่ที่นับถือมอบให้ เครื่องประดับทั้งหมดต้องแบบล้านนาๆ ช่างแต่งหน้าเอาของใหม่แกะกล่องให้ยืม รักจัง

วันงานเราปิดรีสอร์ตให้แขกเข้าพัก เนื่องจากแขกเหมารถมาจาก กทม. บ้างก็ขึ้นเครื่องมา เยอะมาก แต่ปิดรีสอร์ตไม่ได้แพงนะคะ บ้านหนึ่งหลังราคาเพียง ๔๐๐ บาท อาหารเป็นโต๊ะจีน ไม่คิดค่าเช่าสถานที่คิดแค่ค่าอาหารรวมๆค่าอาหารเครื่องดื่มตกไม่เกินเจ็ดหมื่น รสมือพ่อครัวเป็นที่ถูกใจแขกมาก สั่งโต๊ะจีนแต่ให้ลงอาหารพร้อมกันหมด ชอบอะไรเลือกได้เลย แขกชมว่าอร่อยเด็ด

ซุ้มถ่ายรูป มาลัย บายศรี ป้ายฉากงานแต่ง มีพี่ที่เคารพนับถือพ่อทำให้ในราคาเพียงเจ็ดพันบาท ทุกอย่าง..ทุกคน..ทุกฝ่าย เมตตาเรามาก จนไม่ทำให้ราคาบานปลาย

อย่างที่บอกว่าตอนคุยกันเรื่องสินสอดพ่อแม่พูดว่า ไม่ได้ขายลูกกิน เราภูมิใจในตัวพ่อแม่มากๆที่มองอนาคตมากกว่าหน้าตา ไม่มัวนั่งอวดสินสอดกัน ทั้งๆที่บางงานวางสินสอดมหาศาล..เสร็จงานต้องคืนเจ้าของ บ้านเราเลือกที่จะทำตามจริง เจ้าบ่าวนั้นใช้เงินไปกับการดูแลครอบครัวเรา รวมไปถึงเรื่องที่ทางก่อนหน้านี้หลายแสน เราจึงซื้อสร้อยไว้เป็นที่ระลึกก็พอ ส่วนเงินที่เตรียมมาก็เก็บไว้ดูแลพ่อแม่ และเป็นเงินสำรอง ดีกว่าละลายแม่น้ำ

งานแต่งของเรามีผู้ใหญ่ให้ความเมตตามาร่วมงานอย่างอบอุ่น รวมถึงครูบาอาจารย์ที่เคยสอน ท่านมาเป็นเกียรติ และอยู่จนงานเลิก จำนวนแขกบานปลายจนต้องเอาการ์ดไปถ่ายเอกสารเพิ่ม ในวันงานที่เซ็ตที่นั่งไว้ในอาคารหลังใหม่ของรีสอร์ตซึ่งมี ๒ ชั้น ปรากฏว่าคนเต็ม ต้องจัดโต๊ะในอาคารหลังเก่าเพิ่มก็เต็มเช่นกัน

ซองงานแต่ง ด้วยความที่เราจัดในอำเภอบ้านเกิด คนแถวบ้านจึงใส่ซองไม่มากนัก ต่ำสุด ๖๐ บาท ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ ๑๐๐ บาท แต่ไม่ว่ากี่บาทเราก็ไม่ซีเรียส แสนจะดีใจที่เขามาเป็นเกียรติ เงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ มิตรภาพในวันต่อไปสิสำคัญ ถามว่ารวมๆแล้วเข้าเนื้อไหม ไม่เลย ผู้ใหญ่ที่นับถือหลายท่านใส่ซองหลักพัน มีหลักหมื่นด้วย

เราจัดงานตามสไตล์เรา..ไม่สนความคิด สายตาใคร เราเอาความสบายใจ และพอผ่านไปนานๆจึงรู้ว่า 'คิดถูก' เพราะไม่เดือดร้อนต้องมาใช้หนี้มหาศาล ญาติผู้ใหญ่สองฝ่ายก็รักและดูแลกันดี

ส่วนการวางแผนมีลูกนั้น แรกๆเรายังไม่มีความคิดที่จะมีลูก เพราะต้องออกงาน ทั้งเป็นวิทยากร ให้สัมภาษณ์โน่นนี่ จะมาท้อง..โอย..ไหนจะท้องโย้ไปทำงาน สภาพจะเป็นไง ท้องจะลายไหม น้ำหนักจะลดได้ไหม

จนวันหนึ่งที่มันอิ่มตัว เราพร้อม พอใจในความสำเร็จของตนเองแล้วจึงอยากมีลูกขึ้นมาเพื่อเติมเต็มครอบครัว น้องคำแก้วก็มาในช่วงเวลาที่เหมาะสม แพ้หนักมาก..อาเจียนวันละหลายรอบ บางวันถึงกับปวดต้นคอ เลือดกำเดาไหล เพื่อนเป็นเภสัชบอกว่า หมอทำวิจัยพบว่า คนแพ้หนักๆรกจะแข็งแรง ลูกไอคิวดี คำแก้วแข็งแรงมาก ไม่เคยมีภาวะแท้งคุกคาม ผลเลือดก็ไม่ทำให้หมอหนักใจ ติดเรื่องเดียวคือกินไม่ค่อยได้..ตอนนี้ห้าเดือนกว่าดีขึ้นแล้ว ยังไม่หาย แต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ๘๐%

เล่างานแต่งงานของเราไปแล้ว..มาดูพิธีล้านนาแท้ๆกันบ้าง..ทำอย่างไร..ตามลำดับ

การจ๋าเติง คือการสู่ขอ พูดคุยตกลงในเรื่องพิธีการ โดยทั่วไปจะหมั้นกันตอนอู้จ๋า ของหมั้นมักจะเป็นสร้อย เงิน ดาบยศ ตามสมควร

การใส่ผี เจ้าบ่าวต้องนำเงินค่าเสียผีใส่ขันพร้อมข้าวตอกดอกไม้ไปไหว้สาญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวเรียกว่าเงินเสียผีหรือเงินใส่ผี เป็นเงื่อนไขว่าได้เป็นผีในครัวเรือนเดียวกันแล้ว ภาษาล้านนาว่า" ผีตั๋วเดียวกั๋น" คือต้องเป็นญาติเครือเดียวกันนั่นเอง

เช้าวันแต่งงานจะต้องมีพิธีขึ้นท้าวทั้งสี่ (จตุโลกบาล) ซึ่งเป็นพิธีสำคัญของชาวล้านนาในการคุ้มครองบ้านเรือน โดยปู่อาจารย์ซึ่งอาจเป็นผู้อาวุโสที่คนในหมู่บ้านเคารพเป็นผู้ประกอบพิธี ส่วนเครื่องพลีกรรมในพิธี ปู่อาจารย์ผู้ประกอบพิธีเป็นผู้จัดเตรียม

พิธีแต่งงานล้านนา เริ่มจากการขอเขย ฝ่ายเจ้าสาวจะนำคณะไปขอเจ้าบ่าวที่บ้านเจ้าบ่าว เรียกว่า ไปขอเขย ซึ่งการขอเจ้าบ่าวจะต้องมีพานดอกไม้ธูปเทียน ไปพูดเชิญพ่อแม่เจ้าบ่าวด้วยถ้อยคำอันเป็นมงคล เพื่อเชิญผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวแห่ขบวนขันหมากไปยังบ้านเจ้าสาวให้ทันตามฤกษ์ที่กำหนด

เรียกขวัญ ผูกข้อมือคู่บ่าวสาว
การเรียกขวัญแต่งงาน เป็นการสร้างกำลังใจและเตือนสติให้ผู้ได้รับการเรียกขวัญด้วยว่า ในวาระนั้น ๆ ผู้ได้รับการเรียกขวัญกำลังจะย่างเข้าสู่ชีวิตอีกแบบหนึ่งคือ ทั้งคู่กำลังจะเป็นพ่อเรือนแม่เรือน จะต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับชีวิต ชาวล้านนามีความเชื่อว่า คนเรามีขวัญอยู่ ๓๒ ขวัญ อยู่ประจำอวัยวะต่าง ๆ ประจำตัว เพื่อปกปักรักษาผู้เป็นเจ้าของขวัญให้มีความสุข ไม่เจ็บป่วย แต่ถ้าขวัญออกจากร่างกาย จะมีผลทำให้ผู้นั้นเจ็บป่วย มีความทุกข์หรือเกิดเรื่องร้ายต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อให้ขวัญอยู่ที่เดิม จึงจำเป็นต้องจัดพิธีเรียกขวัญหรือผูกข้อไม้ข้อมือกันนั่นเอง

การส่งตัวเข้าหอ ก่อนส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอ จะต้องมีการมัดมือคู่เจ้าบ่าวสาวให้ติดกันก่อน โดยมีพ่อแม่หรือบุคคลที่เคารพนับถือ บุคคลที่มีชื่อเป็นมงคลเป็นผู้จูงคู่บ่าวสาวเข้าห้อง โดยต้องถือบายศรีนำหน้า ตามด้วยน้ำบ่อแก้ว คือสลุงที่ใส่เงินทองที่แขกผู้มาร่วมงานได้มอบให้ตอนผูกข้อมือคู่บ่าวสาว การจูงเข้าห้องโดยญาติฝ่ายเจ้าสาวจูงมือเจ้าสาว ญาติฝ่ายเจ้าบ่าวจูงมือเจ้าบ่าว ซึ่งบนเตียงนอนมีกลีบดอกไม้โปรยไว้

พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่แต่งงานครั้งเดียวจะนอนให้ดูเป็นตัวอย่างก่อน แล้วให้คู่บ่าวสาวนอนด้วยกันเป็นพิธี และมีการให้โอวาทในการครองเรือน เรียกว่า สอนบ่าว สอนสาว เช่น ให้ผัวเป็นแก้ว เมียเป็นแสง บ่ดีหื้อเป็นผัวเผต เมียยักษ์ หื้อมีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง หื้อฮักกั๋นแพงกั๋นอยู่ตราบเสี้ยงชีวิต ถ้าผัวเป็นไฟ หื้อเมียเป็นน้ำ หื้อพ่อชายเป็นหิง แม่ญิงเป็นข้อง (สรุปสั้น ๆ คือ ขอให้ผู้ชายเป็นคนหาเงินทอง ส่วนผู้หญิงเป็นผู้เก็บรักษาทรัพย์สมบัติ)

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการ้ข้ามาประเมินศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
103313.jpg
103313.jpg (54.8 KiB) เปิดดู 77 ครั้ง

ครูน้ำฝน ทะกลกิจ รับหน้าที่ดูแลฐานศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น กลิ่นอายปากเกร็ด ร่วมกับเพื่อนครู
วันศุกร์ ที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๓
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 883
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง สนทนากับคนภาษาไทย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 10 ท่าน

cron