คืนรัก[Night to Love you] โดย น้ำฟ้า

นวนิยาย เรื่องยาว ต่างๆ

คืนรัก[Night to Love you] โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 30 ส.ค. 2021 5:25 am

นิยายเรื่องแรกหลังจากไม่ได้เขียนมา ๘ ปี เรื่องนี้ใช้นามปากกา ปัณณ์รัก นะคะ

-1-
รูปโปรโมต_210829_2.jpg
รูปโปรโมต_210829_2.jpg (40 KiB) เปิดดู 284 ครั้ง


“เฮ้ย!” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากปากของชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทที่เพิ่งก้าวลงจากรถหรูซึ่งพนักงานรับรถของโรงแรมขับออกไปได้ครู่ใหญ่

ดวงหน้าคมสันก้มต่ำ มองดูขากางเกงที่เปื้อนเป็นรอยด่างเหนียวเหนอะก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังเด็กหญิงวัย 4 ขวบผู้มีดวงตากลมโต แก้มใส และปากเล็กๆรูปกระจับเป็นจุดเด่นบนใบหน้า

“หนูขอโทษ” หนูน้อยยกมืออูมๆขึ้นมาพนมแต้ พลางกล่าวขออภัยด้วยความตกใจที่ทำขวดยาในมือหกใส่กางเกงของผู้ใหญ่หน้าดุ หลังจากที่เธอวิ่งมาสะดุดใกล้ๆทางเข้าประตูโรงแรม

“หนูเช็ดให้นะ”ว่าแล้วเจ้าตัวก็เอื้อมมือเล็กๆของตนไปเช็ดรอยเปื้อนด้วยความสำนึกผิด

ทว่ากลับถูกผลักมือออกพร้อมตำหนิเสียงดุ “เล่นอะไร ทำไมไม่ดูตาม้าตาเรือ ไปไกลๆเลยนะ ที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นของเด็ก”

เด็กหญิงตัวสั่น เงยหน้าขึ้นมองคนดุด้วยดวงตาพราวพร่างด้วยหยดน้ำตา ก่อนจะมีหญิงกลางคนร่างท้วมวิ่งตามเข้ามา พลางย่อตัวลงดึงร่างเล็กเข้าไปในอ้อมกอด “เกิดอะไรขึ้นคะหนูคำแก้ว”

ชวิศมองผู้มาใหม่ตาขวาง “เธอเป็นแม่ของเด็กคนนี้ใช่มั้ย ทำไมถึงปล่อยลูกออกมาวิ่งเล่นเพ่นพ่าน ที่นี่เป็นโรงแรมห้าดาวนะ ไม่ใช่สวนสาธารณะที่ใครจะเข้ามาก็ได้”

“เอ่อ..คือ” ขณะที่คนตอบอยู่ในอาการอึกอัก น้ำเสียงของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นแทน “นี่ลูกสาวฉันเอง ต้องขอโทษด้วยที่คำแก้ววิ่งมาชนคุณ”

ชวิศหันขวับมาตามเสียง เขานิ่งไปครู่ใหญ่เมื่อเห็นดวงหน้าคุ้นตานั้นดูนิ่งเฉยไร้ความเป็นมิตร ท่าทางของเธอประหนึ่งแม่เสือที่กำลังปกป้องลูก

“เธอเองหรือรินแก้ว” เขาถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ

ถึงจะไม่ได้พบกันมานานถึง 5 ปีเขาก็จำหญิงสาวได้ดี แทบไม่น่าเชื่อ จากสาวน้อยเรียนจบใหม่ ดูเชย แต่งตัวไม่เป็น กลายเป็นสาวสวยคม รูปร่างสมส่วนตามมาตรฐานสาวไทย ยิ่งอยู่ในชุดสูทสีเลือดหมูก็ยิ่งดูดีจนผิดตา

“สวัสดีค่ะคุณ ชวิศ” รินแก้วทักทายตามมารยาท แต่ทำเอาชวิศถึงกับชะงักเมื่อ “พี่หนึ่ง”ในอดีตในวันนี้เธอเรียกว่า “คุณชวิศ”ทว่าเขามิได้แสดงท่าทีใดๆออกไป ยังคงยืนมองหญิงสาวยื่นแขนไปจับมือเล็กๆของลูกสาวเอาไว้ “คำแก้ววิ่งมาตามแม่ทำไมลูก ทำไมไม่อยู่กับป้าเพ็ญ”

หนูน้อยสั่นหน้า “หนูจะให้แม่ป้อนยานี่”

“หนูคำแก้วเธอไม่ยอมกินยาเลยค่ะ บอกแต่จะให้คุณแม่ป้อน”นางเพ็ญบอกพร้อมกับขยับตัวถอยออกมา

รินแก้วหัวเราะเบาๆ แววตาอ่อนโยนที่มองลูกสาวแตกต่างจากมองชวิศลิบลับ “กินยายากนะเรา จะกินยาทีไรก็อ้างจะต้องให้แม่ป้อนทุกทีเลย ปะ เดี๋ยวแม่ไปส่ง หนูกลับบ้านเลยดีกว่านะ”

“เดี๋ยว” ชวิศรีบเบรกแล้วกล่าวตำหนิเสียงแข็ง“คุณเป็นพนักงานในโรงแรมของผมแต่แอบเอาลูกมาเลี้ยงด้วยแบบนี้มันใช้ไม่ได้นะ ทำงานบริการแต่ลูกของคุณกลับทำความเดือดร้อนให้คนอื่น แล้วถ้าเกิดวิ่งไปชนแขก ทำเสื้อผ้าเขาเปื้อนเลอะเทอะจะทำยังไง”

“ทำไมหลานฉันจะมาที่นี่ไม่ได้”ก่อนที่รินแก้วจะตอบน้ำเสียงเข้มกังวานก็ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงปรากฏตัว

ทุกคนหันขวับไปมองหญิงวัยห้าสิบกว่าปีที่เดินมาหยุดอยู่ด้านหลังเด็กหญิงคำแก้ว

“แม่ว่าไงนะครับ หลานของแม่หมายถึงใคร” ชวิศทำหน้าสงสัยสุดขีด หันไปมองรินแก้ว เธอก็ทำหน้าเรียบเฉยไม่สนใจความใคร่รู้ของเขา

“คำแก้วนี่ไงหลานฉัน พอแกไปอยู่เมืองนอกฉันก็นึกว่าจะไม่กลับมาแล้วก็เลยรับรินแก้วเป็นลูกบุญธรรม ทีนี้เข้าใจหรือยัง”ผู้เป็นมารดาตอบขณะจ้องหน้าลูกชายคนเดียวเขม็ง

“แม่ครับ ผมไม่เคยพูดนะว่าจะไม่กลับมา” ชวิศแย้ง

“แต่แกก็ไม่เคยสนใจครอบครัวเลยนะตาหนึ่ง ไม่เคยดูดำดูดีกิจการต่างๆของแม่ โน่นไปทำตัวบ้าบออยู่เมืองนอกอยู่เป็นนานสองนาน พอบทจะกลับก็กลับดื้อๆ”กัญญาโต้กลับลูกชายด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก

“เดี๋ยวหนูไปส่งลูกที่บ้านก่อนนะคะแม่ คำแก้วไม่สบายแต่ไม่ยอมกินยา ป้าเพ็ญเลยต้องพามาที่นี่ค่ะ” รินแก้วบอกแม่บุญธรรมแล้วจึงย่อตัวลงนั่ง ดึงร่างลูกสาวเข้ามาแนบอก โดยใช้มืออีกข้างอังศีรษะน้อยนั้นเบาๆ

ด้วยความอยากโอ๋หลานสาวกัญญาจึงใช้หลังมือแตะแก้มใสแผ่วเบา “กินยาซะลูก เดี๋ยวตอนเย็นยายไปกินข้าวด้วยนะ”

คำแก้วยิ้มกริ่มและพยักหน้าหงึกหงัก “หนูจะรอคุณยายนะคะ”

“ไปลูก”รินแก้วลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือให้ลูกน้อยจับ ก่อนจะพากันเดินออกไปทางด้านหน้าโรงแรม

เมื่อทั้งสามคนเดินลับสายตาไปแล้วกัญญาก็ลุกขึ้นหันมาสบตาลูกชายโทนของตนเองที่ยืนรออยู่ “ไหนแกบอกแม่ว่าจะมาศึกษางาน ทำไมมายืนทะเลาะกับเด็กตรงนี้”

“ผมไม่ได้ทะเลาะแต่เด็กนั่นทำยาหกใส่กางเกงผม”

“แกก็เลยโวยวายใหญ่โต”ผู้เป็นแม่ต่อให้เสียเอง

“แต่แม่ครับ แม่ก็รู้ว่ามันไม่ถูกที่รินแก้วจะพาลูกมาที่ทำงาน เกิดอะไรขึ้นมาที่เสียหายคือโรงแรมของเรานะ” ชวิศยังท้วงไม่หยุด

ทว่าผู้เป็นแม่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน “คำแก้วอยู่ที่นี่ตลอด แล้วแม่ก็กำลังจะให้หลานมาถ่ายป้ายโฆษณาคู่กับหนูเพลงพรีเซนเตอร์โรงแรมเรา เรื่องพวกนี้แกคงยังไม่รู้เพราะเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่น่าเชื่อนะว่าจะยอมมาเรียนรู้งานที่เชียงใหม่นี่ นึกว่าจะหลงระเริงกับสาวๆที่กรุงเทพฯต่อ”

ชวิศมุ่นคิ้วพลางถอนหายใจ “ดูแม่ใช้คำนะ หลงระเริง ทำยังกะผมเป็นคนบ้าผู้หญิง ผมบอกแล้วไงว่าตั้งใจจะมาช่วยงานจริงๆ ผมเบื่อชีวิตแบบเดิมๆแล้ว”

“ก็ดี รู้จักเบื่อชีวิตพ่อพวงมาลัยได้สักที เดี๋ยวแกขึ้นไปรอแม่ที่ห้องทำงานนะ ขอแวะไปดูห้องจัดเลี้ยงก่อน” กล่าวจบผู้เป็นมารดาก็เดินแยกออกไปทันที

ชวิศมองตามด้วยความแปลกใจ เขาไปอยู่ต่างประเทศเพียง 5 ปี มารดาก็รับลูกสาวเพื่อนมาเป็นลูกบุญธรรมโดยไม่บอกให้เขารู้สักคำ แถมยายเด็กหัวฟูในวันเก่าก็กลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ใครจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังได้
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1035
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: คืนรัก[Night to Love you] โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 30 ส.ค. 2021 5:29 am

ประตูกระจกสีทึมเปิดออกก่อนที่ร่างสูงของชวิศจะแทรกตัวผ่านไป ห้องทำงานของมารดาของเขาเป็นห้องขนาดใหญ่ที่แบ่งเป็น 3 โซน คือ โซนในสุดเป็นโต๊ะทำงานและตู้เอกสาร โซนกลางเป็นห้องประชุมขนาดเล็กนั่งได้ประมาณ 20 คน และโซนนอกสุดเป็นห้องรับแขก

ชวิศทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาชุดรับแขกก่อนจะหยิบนิตยสารที่วางอยู่บนโต๊ะมาเปิดอ่านรอ จนเสียงประตูห้องเปิดออกเขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง คิดว่าเป็นมารดาเดินเข้ามา

“อ้าว! คุณอยู่ที่นี่หรอกหรือ แม่ให้เลขาฯโทร.ตามฉันมาคุยเรื่องงาน ถ้าท่านไม่อยู่เดี๋ยวฉันค่อยมาใหม่ก็ได้” รินแก้วออกตัวก่อนรีบหันหลังกลับ

“แล้วทำไมไม่นั่งรอ หรือว่าคุณกลัวผม” ชวิศถามจี้ใจดำ

เขาแปลกใจในท่าทีของรินแก้วมาก ตอนเรียนหญิงสาวได้เข้ามาอาศัยอยู่กับครอบครัวเขาและติดเขาแจ รินแก้วในวันนั้นเป็นเด็กสาวร่างผอมขาดความมั่นใจในตนเอง แต่เธอก็มีความเป็นมิตรต่อเขาเสมอ

หญิงสาวยิ้ม เขาคงไม่อคติเกินไปนักที่เห็นรอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะหยัน “คุณไม่ใช่คนร้ายไม่ใช่หรือคะ ฉันคงไม่ต้องกลัว เพียงแต่คิดว่าคุณคงอยากจะได้ความเป็นส่วนตัวเท่านั้นเอง”

“แต่เธอดูไม่เป็นมิตรเลยนะ” เขาตั้งข้อสังเกต

“สถานะตอนนี้คุณเป็นพี่ชายฉัน แล้วทำไมถึงคิดว่าไม่เป็นมิตร”น้ำเสียงรินแก้วเข้มขึ้น

ชวิศฟังแล้วนิ่ง เขาไม่สามารถถกเถียงอะไรได้เพราะมันคือความรู้สึกในใจของหญิงสาวซึ่งเจ้าตัวมีสิทธิ์ยอมรับหรือปฏิเสธก็ได้

แอ๊ด! เสียงประตูเปิดอีกครั้งตามด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้น กัญญาเดินเข้ามาหยุดยืนบริเวณโถงโล่งกว้างก่อนจะนัดหมาย “ไปคุยกันในห้องประชุมเล็กก็แล้วกัน”

ว่าแล้วผู้สูงวัยก็เดินเข้าไปก่อนและนั่งลงบนเก้าอี้หัวโต๊ะ

สองหนุ่มสาวนั่งตามด้วยท่าทางปกติทั้งๆที่ในใจสงสัยใคร่รู้อย่างหนักว่าเหตุใดผู้เป็นมารดาจึงเรียกเข้ามาคุยพร้อมกัน

กัญญาเองก็ไม่รอช้ารีบเปิดประเด็นในทันที “รินคงรู้แล้วว่าพี่เขาจะมาช่วยงานเรา”

“ค่ะ”รินแก้วพยักหน้า เธอพยายามไม่แสดงความรู้สึกออกไปทางสีหน้า เพื่อไม่ให้ใครจับทางความคิดได้ เธอมีหน้าที่ทำงานเพื่อลูกก็ต้องทำให้ดีที่สุด

“นอกจากโรงแรมที่แม่ริมนี่ เรามีรีสอร์ตที่เพิ่งสร้างเสร็จอยู่ในอำเภอพร้าว แม่จะเปิดบริการนำเที่ยวด้วย การท่องเที่ยวในอำเภอนี้ยังใหม่ ที่เที่ยวยังไม่บอบช้ำ มีความหลากหลายทั้งสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ตามวิถีชาวบ้าน มีพระธาตุสำคัญๆ และมีวัดของพระสงฆ์องค์เจ้าซึ่งเป็นที่เคารพนับถืออยู่หลายวัด แม่อยากให้ตาหนึ่งกับหนูรินไปช่วยกันดูแล ตัวหนูรินเองน่าจะชำนาญอยู่แล้วเพราะเป็นคนพื้นที่ ส่วนตาหนึ่งแกจบบริหารมา ก็ไปลองบริหารรีสอร์ตดูสักตั้ง”กัญญาแจกแจงแล้วมองหน้าลูกชายและลูกสาวบุญธรรมสลับกันไปมา “ไหวไหมหนูริน”

รินแก้วยิ้มให้ผู้สูงวัยพลางพยักหน้า “ไหวค่ะ”

“แกล่ะตาหนึ่ง” หันไปถามลูกชายบ้าง กัญญาไม่มั่นใจในตัวชวิศนักเพราะก่อนไปเรียนต่อเมืองนอกลูกชายคนเดียวก็ทำเรื่องทำราวเอาไว้หนักหนา ส่วนเรื่องงานการนั้นไม่ได้เรื่องสักเท่าไร หนักไปทางหาเรื่องปวดหัวมาให้มากกว่า

ทว่าครั้งนี้บุตรชายกลับยืนยันหนักแน่น “ได้ครับแม่”

“ดี ช่วงแรกๆแกก็ศึกษางานจากหนูรินไปพลางๆก่อน แกยังไม่เคยรู้ระบบการบริหารของเรา ถึงแกจะเรียนสายบริหารมาก็เถอะ ถ้ายังเข้าไม่ถึงแก่นแท้ในเนื้องานแม่ก็ยังไม่ไว้ใจ อ้อ! แล้วเก็บของเตรียมเดินทางด้วย พรุ่งนี้แกต้องไปดูแลทีมงานถ่ายโฆษณารีสอร์ตใหม่ แล้วอยู่ทำงานที่นั่นเลย”กัญญาแจงก่อนลุกขึ้น เดินออกไปนั่งโต๊ะทำงานที่มีเอกสารวางเรียงรอเซ็นอยู่

เมื่อแม่บุญธรรมแยกตัวไปก่อนแล้วรินแก้วก็ลุกขึ้นเพื่อเดินเลี้ยวออกนอกประตูไปโดยไม่บอกเพื่อนร่วมงานคนใหม่ที่จะมาศึกษางานจากเธอเลยสักคำ ท่าทีของหญิงสาวเมินเฉย เย็นชาและไม่เป็นมิตร

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากต่างคนต่างอยู่มากกว่า
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1035
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm

Re: คืนรัก[Night to Love you] โดย น้ำฟ้า

โพสต์โดย น้ำฝน ทะกลกิจ » จันทร์ 30 ส.ค. 2021 5:31 am

มือที่กำลังจับบานประตูชะงักนิ่งพร้อมกับที่รินแก้วเอี้ยวตัวกลับไปมองด้านหลัง เธอรู้สึกว่ามีคนเดินตามมา แล้วจึงพบว่าสัญชาตญาณของตนเองนั้นแม่นจริง

ชวิศนั่นเอง เขาตามเธอมาจากโรงแรม

“ขอเข้าไปหน่อยสิ เรามีเรื่องต้องตกลงกัน”

บ้านพักของเธออยู่ห่างจากโรงแรมเพียง 20 เมตร รินแก้วจึงสามารถเดินไป-กลับได้อย่างสบาย เรียกได้ว่าไม่ทันเหนื่อยก็ถึง

“มีอะไร ทำไมไม่คุยกันต่อหน้าแม่กัญญา” รินแก้วบอกปัด เธอไม่จำเป็นต้องรับแขกหลังเลิกงาน เพราะเมื่อถึงบ้านทุกคนย่อมต้องการความเป็นส่วนตัว

“ผมอยากตกลงเรื่องงานที่แม่พูดถึงวันนี้ ผมใช้เวลาไม่นานหรอก” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ฟังแล้วเจ้าของบ้านจึงลังเลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนขยับตัวให้เขาเดินผ่าน “งั้นก็ได้ เชิญ”

ชวิศเดินผ่านร่างกลมกลึงผ่านบานประตูเข้าไปก่อนแล้วกลับต้องชะงักยืนมอง เมื่อเห็นร่างเล็กตุ้ยนุ้ยของคำแก้ววิ่งสวนไป โผเข้าไปกอดผู้เป็นแม่พลางยิ้มร่า “แม่กลับมาแล้ว แม่ขา คำแก้วหิวแล้ว”

มารดาระบายยิ้มขณะย่อตัวลงโอบลูกสาวเอาไว้หลวมๆ “แม่ยังทำกับข้าวให้หนูไม่ได้ คำแก้วไปเล่นกับป้าเพ็ญรอแม่นะลูก วันนี้คุณลุงมาคุยธุระกับแม่”

ว่าแล้วเธอก็บุ้ยใบ้ไปทางผู้เป็นแขก

ชายหนุ่มมีอาการหน้าตึง เขาเนี่ยนะเป็นลุง มันแก่เกินไปสำหรับหนุ่มวัย 29 ปี ถึงแม้ว่าเขาจะอายุมากกว่าแม่ของเด็กน้อยก็เถอะ

“นี่...หนู...”

ทว่าคำแก้วไม่ทันได้ยิน เนื่องจากเธอวิ่งตื๋อเข้าไปหลังบ้าน ก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำที่มีน้ำเย็นอยู่ภายใน ตามด้วยป้าเพ็ญที่เดินเร็วๆตามมา “ป้าห้ามหนูคำแก้วแล้วนะคะคุณริน เธอไม่ยอมฟังป้า”

รินแก้วโบกมือแทนคำตอบว่าไม่เป็นไร ก่อนหันไปสนใจพฤติกรรมของลูกสาว

“อะ หนูให้”หนูน้อยบอกพร้อมกับวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะกระจกสีใส ดวงตากลมโตจ้องชวิศเขม็ง

“เชิญนั่งค่ะ”เจ้าของบ้านเชื้อเชิญแล้วนั่งลงก่อน

ชวิศนั่งตามพลางหันไปมองเด็กน้อยที่เดินตามมายืนพิงอกแม่ซึ่งกำลังมองเขาไม่วางตา “เรียกพี่สิ ไม่ใช่ลุง”

คำแก้วทำปากยื่น เงยหน้ามองแม่ เมื่อเห็นรินแก้วทำหน้าเฉยเด็กหญิงจึงตอบว่า “ไม่ได้ค่ะ คุณลุงเป็นคุณลุง ไม่ใช่พี่”

“โอเคลูก” รินแก้วตัดบทก่อนชี้ไปทางหลังบ้าน “หนูไปอยู่กับป้าเพ็ญได้แล้ว ให้ป้าเพ็ญอาบน้ำให้นะ แม่ขอเวลาเดี๋ยวเดียวแล้วจะรีบไปทำกับข้าวให้ วันนี้ลูกอยากกินอะไรน้า...”

คำแก้วเอียงหน้ามองแม่ตาแป๋ว “ไข่พะโล้ของโปรดค่ะ”

ผู้เป็นแม่พยักหน้า “ได้เลย แม่ทำธุระก่อนนะคะคนดี”

“ค่ะ” เมื่อพอใจแล้ว หนูน้อยจึงเดินตุ้มต๊ะตุ้มตุ้ยออกไปอย่างว่าง่าย

เคลียร์กับลูกแล้วเจ้าของบ้านจึงหันมาทางแขก “คุณมีอะไรจะตกลงกับฉันล่ะ”

ชวิศพยักหน้า เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ แต่เจ้าของบ้านเห็นแล้วขัดหูขัดตานัก จนเธอต้องเมินมองไปทางอื่น

“ดูคุณไม่ชอบขี้หน้าผม” เขาโพล่งขึ้นอย่างตรงประเด็น

“ถ้าคุณจะเข้าใจแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้” รินแก้วตอบแบบปลายเปิด

ชวิศพยักหน้า “ผมจะไม่ถามเหตุผลนะ แค่อยากมาเจรจาเพราะเราต้องทำงานด้วยกันไปอีกนาน”

รินแก้วเลิกคิ้ว “แล้วคุณต้องการให้เป็นไปในรูปแบบไหนล่ะ”

“ถ้าเวลาทำงานเราต้องเป็นมืออาชีพ ลดอคติต่อกัน ต้องทำงานด้วยกันได้ คุยกันได้ สรุปง่ายๆว่ามีเป้าหมายคืองานเป็นหลัก” เขาเสนอพลางจ้องหน้าเธอตลอดการสนทนา

“ก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว อะไรทำให้คุณคิดว่าเราจะทำงานด้วยกันไม่ได้” เธอจ้องตอบนิ่ง แววตากร้าวเหมือนคนมีอะไรในใจ แต่ก็ไม่พูดต่อ
ชวิศจึงพยักหน้าแล้วหยัดตัวขึ้นยืน “ขอให้เป็นแบบนั้นจริงๆก็แล้วกัน ผมกลับละ”

รินแก้วยังคงนั่งนิ่งแววตาเฉยเมย ไม่คิดจะเดินไปส่งแขก จนเมื่อชายหนุ่มเดินไปถึงประตูน้ำเสียงใสจึงดังขึ้น “คุณลุงจะกลับแล้วหรือคะ”
ผู้ถูกถามหันกลับมาปรามเสียงดุ “บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกลุง”

คำแก้วยิ้มเผล่ “งั้นเราเป็นเพื่อนกันก็ได้ค่ะ”

ชวิศไม่ตอบ เขาใช้มือผลักประตูพลางส่ายศีรษะอย่างระอา

‘แม่ลูกคู่นี้น่ารำคาญพอกันเลย เฮ้อ!’



หลังแขกไม่ได้รับเชิญออกไปแล้ว ร่างตุ้ยนุ้ยจึงโผเข้าหาอ้อมอกแม่ด้วยความคิดถึง “คำแก้วคิดถึงแม่จังเลยค่ะ อยากไปทำงานกับแม่ด้วย”

ผู้เป็นแม่คลี่ยิ้มสดใส พลางเชยคางมนขึ้นมาจ้องตากลมโตคู่สวย “แม่ก็คิดถึงหนูจ้ะ แต่หนูไปด้วยไม่ได้ช่วงนี้เจ้าของโรงแรมเขามา หนูเห็นมั้ย คนที่มาบ้านเราเนี่ย เขาดุที่มีเด็กๆไปเล่นในโรงแรมเขา”

คำแก้วทำตาแป๋ว “โรงแรมของคุณยายต่างหาก”

“นายคนนั้นเขาเป็นลูกชายของคุณยาย เหมือนหนูเป็นลูกแม่นี่ไงลูก คำแก้วอย่าไปอยู่ใกล้เขานะ เขาไม่ชอบเด็ก เขาคือไจแอนท์” จบประโยคสุดท้ายรินแก้วก็หัวเราะที่ตนเองเปรียบชายหนุ่มกับตัวการ์ตูนที่ลูกสาวของเธอชอบดูจะได้เข้าใจง่ายๆ

“คำแก้วต้องอยู่ห่างๆคุณลุงหรือคะ” คนตัวเล็กยังสงสัย

ผู้เป็นแม่พยักหน้า “ใช่สิลูก ไม่งั้นหนูจะถูกไจแอนท์แกล้งเหมือนโนบีตะ”

ได้ยินแบบนี้หนูน้อยกลับยิ้มกว้าง “แล้วแม่ก็เป็นโดเรม่อนมาช่วยคำแก้วใช่ไหมคะ”

ฟังถ้อยคำลูกสาวแล้วรินแก้วจึงยกมือเรียวขึ้นลูบศีรษะน้อยป้อยๆ “แม่จะปกป้องหนูจากคนใจร้ายแน่นอนลูก แต่วันนี้แม่จะปกป้องพุงป่องๆของหนูด้วยการทำไข่พะโล้ให้กินนะ ตอนแม่ไปทำกับข้าวคำแก้วไปอาบน้ำกับป้าเพ็ญ พอเสร็จก็มากินข้าวกัน ถ้าหนูไม่ดื้อคืนนี้จะได้นอนกอดกันเร็วขึ้นด้วยนะ”

หนูน้อยชูนิ้วโป้งข้างขวาขึ้นพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”

รินแก้วหัวเราะเบาๆ “โอเคค่ะที่รักของแม่”
น้ำฝน ทะกลกิจ
นักเขียนแห่งปี
นักเขียนแห่งปี
 
โพสต์: 1035
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 30 ก.ย. 2018 1:00 pm


ย้อนกลับไปยัง นวนิยาย

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน

cron